- หน้าแรก
- ผจญภัยสุดขอบโลกเมื่อผมเป็นเดดพูลที่มีคู่หูคือยอดชายสายเลือดกิเลน
- บทที่ 30: เผชิญหน้าไปด้วยกัน
บทที่ 30: เผชิญหน้าไปด้วยกัน
บทที่ 30: เผชิญหน้าไปด้วยกัน
บทที่ 30: เผชิญหน้าไปด้วยกัน
“พี่ชายหน้านิ่งฝากชีวิตไว้กับพี่ชายหน้ากากจริงๆ ด้วย เห็นแล้วใจสั่นไปหมดเลย”
“สองคนนี้จะหวานกันเกินไปแล้วนะ”
“นี่มันมิตรภาพขั้นเทพชัดๆ”
“คนข้างบนนั่นแน่ใจนะว่านี่คือแค่เพื่อน?”
“พี่ชายหน้านิ่ง อย่าตายนะ! ฉันยังอยากเห็นนายกับพี่ชายหน้ากากอยู่โชว์ความหวานกันต่อไป”
“...”
ฉินเฟิงเริ่มออกค้นหาต้นตอของกลไกที่อยู่ละแวกนั้น
ตราบใดที่ทำลายแหล่งกำเนิดกลไกได้ทั้งหมด จางฉี่หลิงก็จะรอดชีวิต
ทว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
ฉินเฟิงใช้เวลาค้นหากว่าสิบนาที จนในที่สุดก็พบหนึ่งในจุดซ่อนกลไก
มันเป็นโพรงที่ซ่อนอยู่ในผนังอย่างแนบเนียน
ภายในโพรงนั้นมีลูกธนูติดตั้งอยู่ถึงหนึ่งร้อยแปดดอก
ทันทีที่เท้าของจางฉี่หลิงถอนออกจากกลไก ลูกธนูทั้งหนึ่งร้อยแปดดอกจะพุ่งเป้าเข้าหาจางฉี่หลิงพร้อมกันทันที
ต่อให้จางฉี่หลิงจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเพียงใด เขาก็ไม่มีทางหลบลูกธนูจำนวนมหาศาลขนาดนั้นพ้น
และนี่เป็นเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้น
ตามที่จางฉี่หลิงคาดการณ์ไว้ ที่นี่มีกลไกแบบเดียวกันนี้อย่างน้อยสามจุด
“เมินโหยวผิง ฉันเจอแล้ว แต่จะทำลายกลไกนี้ยังไงล่ะ?”
“ให้ฉันดึงลูกธนูพวกนี้ออกไปให้หมดเลยดีไหม?”
ฉินเฟิงมีสีหน้าฉงน เขาไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
จางฉี่หลิงเอ่ยเสียงเรียบ “ห้ามแตะต้องลูกธนูพวกนั้นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกมันจะถูกยิงออกมาทันที”
“บริเวณใกล้ๆ น่าจะมีวาล์วที่ใช้ควบคุมกลไกอยู่ แค่ทำลายมันก็พอ”
ฉินเฟิงรีบค้นหาตามที่จางฉี่หลิงบอก
เขาก็พบวาล์วที่ควบคุมกลไกจริงๆ
แต่มันกลับมีอยู่ถึงสามตัว
นายท่านเก้าที่เฝ้ามองผ่านหน้าจอถึงกับอุทาน “กลไกที่ติดตั้งไว้ที่นี่ช่างมหัศจรรย์นัก”
“ในวาล์วสามตัวที่ควบคุมกลไก จะมีของปลอมอยู่สองตัว ถ้าเลือกผิดแม้แต่นิดเดียว ลูกธนูทั้งหนึ่งร้อยแปดดอกจะพุ่งออกมาทันที และความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า”
“อันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของนายท่านเก้า ทุกคนก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทันที
มิน่าล่ะ แม้แต่คนอย่างจางฉี่หลิงยังบอกว่าเขาอาจจะต้องตาย
“เมินโหยวผิง ในสามตัวนี้ฉันต้องเลือกตัวไหน?”
ฉินเฟิงถึงกับไปไม่เป็นครู่หนึ่ง
ชีวิตของจางฉี่หลิงแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาจะประมาทไม่ได้โดยเด็ดขาด
ในวินาทีนี้ ฉินเฟิงมีท่าทีจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทว่าจางฉี่หลิงกลับยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้
“สุ่มเลือกมาสักอันเถอะ”
“ว่าไงนะ?”
“นายจะให้ฉันสุ่มเลือกงั้นเหรอ? บ้าไปแล้วหรือไง! ถ้าฉันเลือกผิด นายไม่จบเห่เลยเหรอ?”
ฉินเฟิงขมวดคิ้วพลางดุด่า “เมินโหยวผิง นายไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วใช่ไหม?”
“ถ้าไม่อยากอยู่ก็นับหนึ่งถึงสามแล้วปล่อยเท้าซ้ายไปเลย ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งเหนื่อยช่วยนายแบบนี้”
ฉินเฟิงพูดออกมาด้วยความโมโห
“ทำไมจู่ๆ พี่ชายหน้ากากถึงโกรธขนาดนั้นล่ะ?”
“พวกเธอจะไปรู้อะไร นี่แหละคืออาการของคนที่แคร์พี่ชายหน้านิ่งมากๆ”
“ลองคิดดูสิ ถ้าแฟนเธอป่วยแต่ยังฝืนไปดื่มเหล้าสูบบุหรี่แบบไม่สนโลก เธอจะไม่โกรธเหรอ? มันคือหลักการเดียวกันนั่นแหละ”
“เชี้ยยย~ พวกเธอยังอุตส่าห์โยงไปถึงเรื่องนั้นได้อีกเหรอ? ยอมใจเลยจริงๆ”
“...”
เมื่อเผชิญกับการระเบิดอารมณ์ของฉินเฟิง จางฉี่หลิงยังคงนิ่งเฉย
ฉินเฟิงพิจารณาดูแล้ว จางฉี่หลิงเองก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าต้องเลือกตัวไหน ถึงได้บอกให้เขาสุ่มเลือกแบบนั้น
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาลังเล ฉินเฟิงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “งั้นฉันจะสุ่มล่ะนะ เมินโหยวผิง นายเตรียมใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“อืม”
จางฉี่หลิงพยักหน้ารับ
ฉินเฟิงยกดาบเหล็กกล้านาโนคาร์บอนขึ้นมาแล้วฟันลงไปที่วาล์วตัวหนึ่ง
เปรี้ยง!
วาล์วถูกทำลายลง และรอบข้างยังคงเงียบสงบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
สำเร็จแล้วเหรอ?
ฉินเฟิงทำท่าทางดีใจจนเกินงาม
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันเฉลิมฉลอง “ยินดีกับพี่ชายหน้ากากด้วยที่ทำสำเร็จ!”
“เขาสุ่มถูกตั้งแต่ครั้งแรกเลยแฮะ หรือนี่จะเป็นพลังแห่งความรัก ไม่สิ พลังแห่งมิตรภาพกันแน่”
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องทำได้”
“พี่ชายหน้ากากเจ๋งสุดๆ”
“...”
จางฉี่หลิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยบางอย่างกับฉินเฟิง คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นขึ้นมาทันที
“ระวัง!”
ฉินเฟิงเองก็สัมผัสได้ถึงอันตราย ลูกธนูหนึ่งร้อยแปดดอกพุ่งทะยานออกมาดั่งห่าฝน ระดมยิงเข้าใส่จางฉี่หลิงจากทุกทิศทาง
จางฉี่หลิงกระชับดาบโบราณทองดำในมือ แววตาเคร่งขรึม
ฉินเฟิงเลือกผิด นั่นหมายความว่าความซวยครั้งใหญ่กำลังมาเยือนพวกเขาแล้ว
“บัดซบเอ๊ย!”
ฉินเฟิงสบถด้วยความโกรธแค้นก่อนจะรีบพุ่งตัวไปหาจางฉี่หลิง
“นายจะทำอะไรน่ะ?”
“อย่ามายุ่ง! ฉันกำลังจะไปหาที่ตายน่ะสิ!”
ฉินเฟิงไม่สามารถยืนดูจางฉี่หลิงเผชิญวิกฤตอยู่คนเดียวได้ เขาต้องการจะฝ่ามันไปพร้อมกับจางฉี่หลิง
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ลูกธนูหนึ่งร้อยแปดดอกเปรียบเสมือนตาข่ายที่ไร้ช่องโหว่ เข้าโอบล้อมพวกเขาไว้แน่น
ฉินเฟิงและจางฉี่หลิงต่างต้านทานอย่างสุดกำลัง พวกเขาปัดป้องลูกธนูทั้งหมดออกไปได้อย่างรวดเร็ว
แต่ก็ยังมีลูกธนูบางส่วนที่ฝากรอยแผลไว้บนตัวพวกเขาจนได้
โชคยังดีที่มันเป็นเพียงแผลถลอกภายนอกเท่านั้น
“เชี้ยยย! สองพี่น้องนี่เก่งเกินคนไปแล้ว ลูกธนูร้อยกว่าดอกยิงมาพร้อมกันยังกันได้หมดอีก”
“นี่มันใช่พลังของมนุษย์แน่เหรอ? ต่อให้เป็นราชาหน่วยรบพิเศษมาเจอแบบนี้ก็ต้องคุกเข่าล่ะวะ”
“ถ้าเป็นฉัน คงโดนยิงจนตัวพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว พวกเขาแค่ได้แผลนิดๆ หน่อยๆ เอง ไม่เห็นเป็นอะไรมากเลย”
“เมื่อกี้มีจังหวะหนึ่งพวกเธอเห็นไหม? ลูกธนูเกือบจะปักหน้าหล่อๆ ของพี่ชายหน้านิ่งอยู่แล้ว แต่พี่ชายหน้ากากเอาแขนเข้ามารับแทนไว้ได้ทันเวลาพอดี”
“เห็นเต็มตาเลย! ฉากนั้นทำเอาฉันน้ำตาซึมเลยล่ะ”
“คนข้างบนนั่นจะร้องทำไม คนที่ควรจะซึ้งใจคือพี่ชายหน้านิ่งต่างหาก”
“...”
“นายบาดเจ็บงั้นเหรอ?”
จางฉี่หลิงสังเกตเห็นลูกธนูดอกหนึ่งปักคาอยู่ที่แขนซ้ายของฉินเฟิงจนทะลุ
ฉินเฟิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรหรอก แค่แผลมดกัดน่ะ”
“แล้วนายล่ะ เป็นอะไรไหม?”
ฉินเฟิงมองสำรวจจางฉี่หลิงและพบว่าเขาก็มีรอยขีดข่วนอยู่บ้างเหมือนกัน
“ก่อนเข้าดินแดนต้องห้ามฉันพกยามาด้วย เดี๋ยวฉันทาให้นะ”
จางฉี่หลิงส่ายหน้า “แผลฉันไม่หนักเท่าไหร่ แต่นายน่ะ...”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันมันพวกหนังเหนียว ไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า”
วิชาเยียวยาของฉินเฟิงบรรลุถึงระดับสองแล้ว เขาจึงไม่แยแสกับบาดแผลแค่นี้
จางฉี่หลิงไม่ได้ทัดทานต่อ เขาหันไปมองรอบๆ “กลไกที่นี่ไม่ได้มีแค่จุดเดียว เราต้องไปต่อ”
ฉินเฟิงพยักหน้าเห็นพ้องอย่างหนักแน่น
“อีกแล้วเหรอ?”
“เมื่อกี้พี่ชายหน้ากากก็เพิ่งจะพลาดไป ถ้ารอบนี้พลาดอีก พี่ชายหน้านิ่งอาจจะถูกฆ่าจริงๆ ก็ได้นะ”
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ตอนนี้ทางเดียวคือต้องค่อยๆ หาแหล่งกำเนิดกลไกแล้วทำลายมันซะ ไม่อย่างนั้นพี่ชายหน้านิ่งก็หนีความตายไม่พ้นอยู่ดี”
“ก็จริง ขอให้รอบนี้พี่ชายหน้ากากทำสำเร็จเถอะ”
“...”
ฉินเฟิงออกค้นหาแหล่งกำเนิดกลไกต่อไป
ทว่าครั้งนี้สถานการณ์ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง วาล์วสำหรับทำลายกลไกถูกจมอยู่ใต้น้ำพิษ ใครก็ตามที่คิดจะทำลายมันต้องยอมยื่นมือลงไปในน้ำที่มีพิษร้ายแรงนั้น
แต่ฉินเฟิงไม่ได้เกรงกลัวต่อพิษเลยแม้แต่น้อย เขาจึงจัดการกลไกจุดนี้ได้อย่างง่ายดาย
สำหรับแหล่งกำเนิดกลไกจุดที่สาม
มันเกี่ยวข้องกับอักขระลับโบราณอันซับซ้อนที่ต้องอาศัยการถอดรหัส
จางฉี่หลิงผู้ครอบครองวิชาลับฮวงจุ้ยหยินหยางสิบหกอักขระ จึงคอยให้คำแนะนำจนสามารถถอดรหัสกลไกได้อย่างราบรื่น
ในที่สุด แหล่งกำเนิดกลไกทั้งสามจุดก็ถูกค้นพบและทำลายลงจนหมดสิ้น
จางฉี่หลิงรอดพ้นจากอันตรายได้ในที่สุด
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดนับไม่ถ้วนต่างพากันส่งข้อความแสดงความยินดี
คนที่ดูจะมีความสุขที่สุดคงหนีไม่พ้นฉินเฟิง
เขากอดอกแล้วพูดด้วยท่าทีไม่ยินดียินร้ายว่า “เมินโหยวผิง ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องมารู้สึกผิดถ้าเกิดนายต้องตายขึ้นมาแล้วนะ”
“บอกมาซิ นายจะขอบใจฉันยังไงดี?”
ฉินเฟิงลูบคางพลางวางแผนในใจว่าจะให้จางฉี่หลิงตอบแทนเขาด้วยอะไรดี
จางฉี่หลิงไม่ได้สนใจคำพูดไร้สาระนั้น เขาค่อยๆ ถอนเท้าออกจากกลไกอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียง “คลิก” ดังขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าของเขา
สีหน้าของจางฉี่หลิงเปลี่ยนไปทันที
มันยังมีกลไกตัวที่สี่ซ่อนู่อยู่อีก!!