- หน้าแรก
- สาวน้อยสู้ชีวิตกับมิติบำบัดใจ
- บทที่ 12 - ประโยชน์สุดล้ำของมิติวิเศษ
บทที่ 12 - ประโยชน์สุดล้ำของมิติวิเศษ
บทที่ 12 - ประโยชน์สุดล้ำของมิติวิเศษ
บทที่ 12 - ประโยชน์สุดล้ำของมิติวิเศษ
★★★★★
เรื่องความสวยความงามเป็นของคู่กันกับผู้หญิง โดยเฉพาะสาวๆ วัยรุ่นที่รักสวยรักงามเป็นชีวิตจิตใจ พอได้ยินข่าวลือว่ามียาทิพย์รักษาแผลเป็นขั้นเทพ พวกเธอก็แย่งกันเบียดเสียดขึ้นบันไดมา หวังจะมาสืบหาแหล่งที่มาของยานั้นจากเล่ออวิ้น หรือไม่ก็ขอแบ่งปันมาสักนิดหน่อยก็ยังดี
แต่พอไล่ตามมาทันและได้รู้ความจริงว่ายานั้นได้มาจากท่านนักพรต สาวๆ ก็ถึงบางอ้อทันที ยาดีจากเขาบู๊ตึ๊ง แหล่งกำเนิดวิชาเต๋าอันเลื่องชื่อ สรรพคุณย่อมต้องดีเยี่ยมกระเทียมดองอยู่แล้ว
พวกเธอไม่สงสัยเลยว่าเล่ออวิ้นโกหก เพราะอำเภอฝางอยู่ไม่ไกลจากเขาบู๊ตึ๊ง สมัยก่อนท่านนักพรตผู้ทรงศีลมักจะลงเขามาโปรดสัตว์ ทำความดีช่วยเหลือชาวบ้าน บางครั้งไปขอพักค้างแรมบ้านใคร ก็จะมอบยาสมุนไพรให้เป็นการตอบแทนค่าที่พัก คนเฒ่าคนแก่ต่างร่ำลือกันว่ายาของท่านนักพรตคือยาวิเศษขนานแท้
น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้วัดและศาลเจ้ามีเงินบริจาคเหลือเฟือ ท่านนักพรตอาวุโสเลยไม่ค่อยลงจากเขา จะมีก็แต่นักพรตฝึกหัดที่ลงมาฝึกตน แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าแจกยาให้ใคร ที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคืออุตส่าห์ได้ข่าวว่าเล่ออวิ้นมียาวิเศษ แต่ดันใช้หมดเกลี้ยงไปแล้วซะนี่
ในขณะที่สาวๆ กำลังผิดหวัง ก็ได้ยินเสียงโหยหวนด้วยความคับแค้นใจดังขึ้น "กรี๊ดดด เล่ออวิ้น ยัยคนล้างผลาญ ยาดีขนาดนั้นเธอใช้หมดในรวดเดียวได้ยังไง ทำไมไม่เหลือไว้ให้พี่สาวบ้าง ยัยตัวแสบ ฉันอยากจะตีเธอให้ตายจริงๆ..."
เรื่องยาทิพย์ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนไปได้สำเร็จ จางจิ้งที่แฝงตัวมากับกลุ่มนักเรียนเพื่อกลับห้องเรียน ก็พลอยซวยไปด้วย เพราะเธอเผลอกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าเล่ออวิ้น ทำให้ความลับแตก เพื่อนๆ ต่างรู้กันทั่วว่าเธอก็ลงมือทำร้ายเล่ออวิ้นเหมือนกัน คะแนนความน่าสงสารของเธอจึงลดฮวบลง จางจิ้งรู้สึกได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของเพื่อนๆ จึงสงบปากสงบคำ ไม่กล้านินทาเล่ออวิ้นลับหลังอีก
เล่ออวิ้นยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณฟ้าดินและท่านนักพรตที่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากสถานการณ์คับขันมาได้ด้วยคำโกหกคำโต เธอสัญญากับตัวเองว่าถ้าวันหน้ามีเงิน จะต้องไปกราบไหว้ทำบุญที่วัดเต๋าเพื่อเป็นการขอบคุณท่านนักพรตที่ให้เธอยืมชื่อมาอ้าง
ในใจเล่ออวิ้นยังคงครุ่นคิดเรื่องจะปลูกอะไรในมิติ พอถึงเวลาเลิกเรียนตอนเที่ยง เธอก็หาข้ออ้างสลัดตู้เมี่ยวซูจอมหนึบ แล้วรีบบึ่งออกจากโรงเรียนไปตลาดทันที
ร้านขายเมล็ดพันธุ์อยู่ออกไปทางชานเมือง เล่ออวิ้นต้องนั่งรถเมล์ต่อรถสองแถวไปที่ถนนสายเกษตรกรรม เธอเลือกซื้อจอบเล็กและเสียมเล็กสำหรับทำสวนก่อน แล้วค่อยไปเลือกเมล็ดพันธุ์ เธอเลือกพืชที่ปลูกง่ายและเหมาะกับฤดูกาลอย่างแตงโม ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักกาดหอม และผักกาดขาว เธออยากได้เมล็ดมะเขือเทศมากแต่ที่ร้านไม่มีขาย เลยต้องไปซื้อลูกมะเขือเทศสุกๆ มาแทน
ของแค่ไม่กี่อย่าง แต่ทำเอาเงินแบงก์สิบหายวับไปห้าใบ เล่ออวิ้นเจ็บปวดหัวใจเหมือนโดนกรีดเนื้อ เธอเดินเลี่ยงเข้าไปในซอกตึกเปลี่ยวๆ แล้วโยนของทั้งหมดเข้ามิติ จากนั้นก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำสาธารณะของโรงพยาบาล เพื่อแอบแวบเข้าไปในมิติ
แม้การเข้ามิติจากห้องน้ำจะดูไม่ค่อยรื่นรมย์นัก แต่ก็ยังดีกว่าหายตัววับไปกลางถนนที่มีกล้องวงจรปิดเต็มไปหมด ขืนมีใครมาเห็นเข้าแล้วนึกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว เธอคงได้โดนจับไปผ่าทดลองเป็นหนูตะเภาแน่
ภายในมิติเงียบสงัดราวกับโลกที่ถูกลืม แต่อากาศกลับสดชื่นบริสุทธิ์ยิ่งนัก
เล่ออวิ้นวิ่งไปที่แปลงปลูกผัก ถอดรองเท้าแล้วเดินเท้าเปล่าลงไปในแปลง เธอเป็นลูกชาวนาเติบโตมากับท้องไร่ท้องนา งานปลูกผักแค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย
การทดลองปลูกครั้งแรกนี้เธอไม่ใช้ปุ๋ย แค่ใช้จอบขุดหลุมเล็กๆ หยอดเมล็ดลงไป แล้วกลบดินบางๆ ต้องกลบบางๆ ไม่งั้นเมล็ดจะงอกยากหรือเน่าตาย
เธอขุดหลุมหยอดเมล็ดแตงโมไปหนึ่งซอง ตามด้วยแตงกวาสองสามต้น หว่านเมล็ดผักกาดขาว แล้วบี้ลูกมะเขือเทศเละๆ โรยลงบนดินเพื่อเพาะกล้า ตบท้ายด้วยการโรยดินละเอียดทับหน้าบางๆ
กลัวว่าหายไปนานเดี๋ยวจะมีคนสงสัย เล่ออวิ้นจึงรีบปลูกรีบออก ล้างไม้ล้างมือแล้วเดินออกจากห้องน้ำอย่างแนบเนียน
เดือนสุดท้ายก่อนสอบเกาเข่าคือช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของการติวเข้มและทบทวนด้วยตัวเอง ครูอาจารย์จะเน้นติวจุดอ่อนของนักเรียน แต่ละห้องมีแผนการเรียนของตัวเอง โดยปกติจะมีการสอบจำลองทุกห้าวันเพื่อวัดผล
ในเดือนนี้ บรรยากาศจะผ่อนคลายลงหน่อย ครูจะไม่ดุมาก พูดจากันด้วยเหตุผล และปล่อยเวลาให้นักเรียนบริหารจัดการตัวเองเพื่ออุดรอยรั่วของแต่ละคน โดยมีครูคอยสแตนด์บายตอบคำถามตลอดเวลา
เล่ออวิ้นเป็นเด็กที่มีวินัยสูง ไม่ต้องให้ใครมาจี้ เธอก็จัดตารางชีวิตตัวเองได้เป๊ะปัง เธอตั้งหน้าตั้งตา "สแกน" หนังสือเรียนเข้าสมอง คาบละเล่ม ด้วยความเร็วระดับเทพ หนังสือ ม.4 ถึง ม.6 ที่ยังไม่ได้สแกนก็ค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ
หมดไปอีกหนึ่งวัน พอตกดึก เพื่อนร่วมห้องหลับกันหมดแล้ว เล่ออวิ้นก็คว้าไฟฉายแอบมุดเข้ามิติ ตั้งใจว่าจะปลูกผักเพิ่มอีกหน่อย และอยากรู้ด้วยว่าผักในมิติจะโตเร็วเทพเหมือนในนิยายหรือเปล่า
ถ้าโตเร็วแบบนั้นจริง หลังสอบเกาเข่าเสร็จ เธอจะปลูกผักขายหาเงิน ส่วนเรื่องจะตบตาคนอื่นยังไงค่อยว่ากัน ตอนนี้ขอปลูกให้รอดก่อน
พอเข้าไปในมิติ เปิดไฟฉายส่องดูที่แปลงผัก เล่ออวิ้นก็ต้องตะลึงตาค้าง เมล็ดที่เพิ่งปลูกไปเมื่อเที่ยง ตอนนี้งอกออกมาเป็นต้นกล้าเขียวขจีเต็มไปหมด!
แม้แต่เล่ออวิ้นที่จิตใจเข้มแข็งยังอดอ้าปากค้างไม่ได้ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ เป็นไปได้ไงเนี่ย?
ไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่หลักฐานมันทนโท่ ผักกาดขาวต้นอวบจนเก็บกินได้แล้ว เถาแตงโมกับแตงกวายยาวเลื้อยไปกว่าครึ่งเมตร แถมยังแตกกิ่งก้านสาขา มะเขือเทศก็งอกต้นสูงเป็นคืบ
"สุดยอดไปเลย!" เล่ออวิ้นจ้องมองต้นกล้าพวกนั้นแล้วยิ้มแก้มปริเหมือนคนบ้า
ปกติการปลูกแตงโมหรือแตงกวา ถ้าแช่น้ำบ่มเมล็ดก่อนปลูก ก็ต้องใช้เวลา 3-5 วันกว่าจะงอก ถ้าไม่บ่มก็ปาเข้าไป 7 วัน
ส่วนพวกผักกินใบ อย่างน้อยๆ ก็ต้องครึ่งเดือนถึงยี่สิบวันกว่าจะเก็บเกี่ยวได้
แต่นี่เธอไม่ได้บ่มเมล็ด ไม่ได้ใส่ปุ๋ย ไม่ได้รดน้ำ ผ่านไปแค่สิบเอ็ดชั่วโมงไม่ถึงครึ่งวัน เมล็ดไม่งอกเปล่าๆ แต่ยังโตเอาๆ จนเถายาวเฟื้อย ผักก็เก็บกินได้แล้ว ความเร็วระดับนี้ ใส่ปุ๋ยเร่งโตยังอาย
มิตินี้มันมหัศจรรย์จริงๆ ผืนดินนี้ก็วิเศษสุดๆ
มีดินเทพขนาดนี้ ปลูกข้างนอกได้รอบเดียว ปลูกในนี้คงได้เป็นสิบรอบ ต่อให้ไม่มีฟังก์ชันอื่น แค่ปลูกผักขายก็รวยเละแล้ว
(อีกหลายเดือนต่อมา เมื่อเล่ออวิ้นรู้ว่ามิตินี้คนโบราณเขาสร้างไว้ปลูกสมุนไพรวิเศษ พอย้อนกลับมาคิดถึงความคิดที่จะปลูกผักขายของตัวเองในตอนนี้ เธอก็อายจนหน้าแดงแทบอยากจะมุดดินหนี)
ความสุขถาโถมเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน
เล่ออวิ้นมีความสุขจนแทบจะเป็นลม เธอยืนยิ้มคนเดียวอยู่พักใหญ่ แล้วก็เอาไฟฉายตั้งไว้ รีบลงมือย้ายกล้ามะเขือเทศ ถอนผักกาดขาว และรีบปลูกผักที่เหลือต่อ
ง่วนอยู่ในมิติประมาณหนึ่งชั่วโมง เล่ออวิ้นก็ออกมาจากมิติด้วยหัวใจที่พองโต ปีนลงจากเตียงชั้นบนอย่างเบาไม้เบามือไปอาบน้ำ แล้วกลับมานอนหลับฝันดี
[จบแล้ว]