- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกเวทมนตร์ แต่ข้าจะใช้กล้ามเนื้อในร่างสาวน้อย
- บทที่ 75 - ผู้บำเพ็ญกระบี่รุ่นสู้ชีวิต
บทที่ 75 - ผู้บำเพ็ญกระบี่รุ่นสู้ชีวิต
บทที่ 75 - ผู้บำเพ็ญกระบี่รุ่นสู้ชีวิต
อ้อ ที่แท้ก็ต่างคนต่างเข้าห้องน้ำนี่เอง...
ซวงเซิงยังนึกว่าจะเข้าด้วยกันซะอีก
ก็แหม คนทั้งตู้โดยสารหลับกันหมด แถมเจียงซือยังเป็นแฟนของท่านจื่อหยวน
ไม่แน่นะ ดูหนังแปลกๆ พวกนั้นมากเกินไป อาจจะไปข่มขู่พวกเธอในห้องน้ำให้ทำเรื่องอย่างว่า...
แน่นอน ซวงเซิงไม่ได้เป็นคนชอบคิดลามก แต่วัยรุ่นชายวัยกลัดมัน ก็มักจะทำเรื่องบ้าบิ่นเสมอ
ซวงเซิงเห็นมาเยอะ...
ไม่ใช่เห็นมาเยอะหรอก เดาเอาก็เดาได้~
เด็กผู้ชายวัยรุ่นคิดอะไรอยู่ ซวงเซิงคนนี้รู้ดีที่สุด!
ถึงแม้ผลลัพธ์จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็เถอะ
นั่นไม่ได้แปลว่าซวงเซิงคิดผิดหรอกนะ ต้องบอกว่าเสแสร้งเก่งจริงๆ ชิ
พอกลับมานั่งที่ มองดูผู้โดยสารที่หลับสนิทในตู้รถไฟ มันให้ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ จริงๆ นะ...
แน่นอนว่าซวงเซิงไม่ใช่เด็กสาวสายหื่น แค่รู้สึกว่าการสมคบคิดแผนการเสียงดังๆ ท่ามกลางผู้คนมากมายในรถไฟมันเร้าใจดีก็เท่านั้น
หลังจากไป๋เหมยกับเจียงซือทยอยกลับมา เห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อและมีเหงื่อซึมของไป๋เหมยที่เอาแต่สูดปาก ซวงเซิงก็อดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้
สองคนนี้คงไม่ได้แอบไปทำเรื่องไม่ดีในห้องน้ำหรอกนะ?
โธ่เอ๊ย ซวงเซิงไม่น่ารีบกลับมาเลย น่าจะรอแอบฟังอีกหน่อย ไม่แน่อาจจะได้หลักฐานเด็ด
แล้วเอาไปขู่พวกนั้นให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้...
ไม่รู้ว่าถ้าเจียงซือนอกใจจริง จื่อหยวนจะตบเขาตายคาที่ไหม
หรือว่าจะตบไป๋เหมยตาย
อยากรู้จังเลยน้า...
ถ้ายังเป็นแม่มดอยู่ ซวงเซิงคงอดใจไม่ไหวต้องลองทดสอบดูแน่ๆ
แต่ตอนนี้เป็นศิษย์ในสำนักชิงอวิ๋นอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ต่อให้คันไม้คันมือแค่ไหน เพื่อไม่ให้ท่านปิงถังรังเกียจ ซวงเซิงก็จะอดทนอย่างดี
"เรื่องตำแหน่งของสาวน้อยเวทมนตร์ที่ถูกจับ ฉันหาเจอแล้ว"
ภาพในลูกแก้วพยากรณ์ชัดเจนมาก ชื่อเหลียนไม่ได้มีความคิดจะปิดบังเลย ดังนั้นซวงเซิงจึงอาศัยฉากหลังหาตำแหน่งเจอได้อย่างราบรื่น
"อยู่ที่นี่แหละ โรงงานต้าเฟิงเมืองเจียงหมิง ธุรกิจใหม่ของสมาคมแม่มดช่วงนี้ บ่อเงินบ่อทองในอนาคตของชื่อเหลียน แต่ชื่อเหลียนน่าจะไปแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนฉันติดต่อหล่อน หล่อนก็เตรียมจะไปแล้ว แต่ฉันเห็นหล่อนโยนสาวน้อยเวทมนตร์คนนั้นที่ถูกผนึกในผลึกแก้วทิ้งไว้ในโรงงาน น่าจะไม่ได้เอาไปด้วย"
ไป๋เหมยผงกศีรษะเล็กน้อย "น่าจะเป็นเหลิ่งเยว่ ศิษย์เอกของฉัน ความสามารถของเธอคือศิลาผลึก การผนึกตัวเองเป็นหนึ่งในทักษะที่แกร่งที่สุดของเธอ"
เจียงซือไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แค่ถามว่า "เตรียมงานแทรกซึมเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
มันเกี่ยวพันกับวาสนาและวิถีแห่งเต๋าของเขา
ส่วนเรื่องสาวน้อยเวทมนตร์ถูกสมาคมแม่มดจับตัวไปเป็นเรื่องเล็ก
ยังไงก็ไม่ตาย อย่างมากก็ถูกจับทำเป็นแม่มด ถ้าจิตใจแน่วแน่ก็เลื่อนระดับได้ กลับกลายเป็นวาสนาครั้งใหญ่ที่หาได้ยากเสียอีก ขนาดเข่อเข่อยังทำได้เลย
ถ้าจิตใจไม่มั่นคง ตกสู่ความมืดเป็นแม่มด ก็แสดงว่าไม่เหมาะจะเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ รีบกำราบก่อนจะสร้างความเสียหายก็พอ
แต่โดยทั่วไป ปฏิบัติการช่วยเหลือของสำนักชิงอวิ๋นจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งวัน สมาคมแม่มดต่อให้จะทดลองอะไรก็คงไม่เร็วขนาดนั้น
บทเรียนแรกของศิษย์สำนักชิงอวิ๋นคือการเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด ต่อให้หนีออกมาไม่ได้ การถ่วงเวลาก็ยังทำได้อยู่
ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก็สมควรไสหัวออกจากชิงอวิ๋นไปซะ
มานั่งถกเรื่องช่วยตัวประกันตรงนี้เสียเวลาเปล่า
"แน่นอนสิ ซวงเซิงจัดการงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกนายแค่ตามซวงเซิงไปลุยก็จบ"
คุยเรื่องสถานการณ์ในเจียงหมิงกันอีกพักใหญ่ ไม่นานก็ถึงสถานี
ว่ากันตามตรง สองเมืองนี้อยู่ห่างกันไม่มาก
พอรถไฟจอดเทียบท่า เจียงซือเดินลงจากรถ มองดูสถานีที่พลุกพล่านและเมืองเจียงหมิง
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ
สัมผัสได้แล้ว
ความรู้สึกใจสั่นสะท้านนั้น
วาสนาและพลังที่เป็นของเขา ซุกซ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้!
รถไฟที่ส่งเสียงคำรามพาหยวนเว่ยที่ยังหลับปุ๋ยแล่นไปยังเมืองถัดไป เจียงซือก้าวเท้าเข้าสู่เจียงหมิงอย่างมั่นคง!
"แดนสุขาวดีเจียงหมิง ข้ามาแล้ว!"
...
เมืองเจียงหมิง โรงงานต้าเฟิง
รถเก๋งหรูสองคันจอดที่หน้าประตูใหญ่โรงงาน ชายวัยกลางคนสวมสูท ใส่แว่นตา พุงพลุ้ย ลงมาจากรถหรู แถวคนที่ยืนรออยู่ข้างโรงงานก็รีบเข้าไปต้อนรับทันที
"ยินดีต้อนรับท่านรองนายกเทศมนตรีมาตรวจงานครับ!"
จากนั้นก็มีหญิงวัยกลางคนสวมชุดทำงานสีน้ำเงินเหมือนกระสอบป่าน มัดผมหางม้าเล็กๆ บนใบหน้ามีแผลเป็น เดินนำหน้าสุดถือกระเป๋าเอกสาร "ยินดีต้อนรับอย่างยิ่งค่ะ หัวหน้าเลี่ยอิง"
ชายวัยกลางคนหน้าอ้วนคนนั้นหน้าขรึมลง "บอกกี่ครั้งแล้ว เวลาทำงานให้เรียกตำแหน่ง! ฉายาในสมาคมแม่มดเอามาพูดมั่วซั่วได้เรอะ?"
หญิงหน้าบากคนนั้นสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย "ขอโทษค่ะ ท่านรองฯ ต้าคัง"
"เออ แบบนี้สิ เธอนี่นะ สะเพร่าตลอด แต่อุตส่าห์จัดแถวต้อนรับใหญ่โตขนาดนี้ ก็ถือว่ามีความตั้งใจ" ต้าคังเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน หัวเราะร่า ตบไหล่หญิงหน้าบากคนนั้น "อันฮุ่ย ช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะ"
"อย่างที่ท่านเห็น ก็เรื่อยๆ ค่ะ..."
ทั้งสองเดินทักทายกันพลางเดินเข้าไปในโรงงาน พนักงานคนอื่นๆ เดินตามหลัง รักษาระยะห่าง ไม่ได้เข้ามาใกล้
รองนายกฯ ต้าคังเดินตรวจโรงงานพลางถาม "คุณชื่อเหลียนล่ะ? ได้ข่าวว่าเธอมานี่?"
อันฮุ่ยส่ายหน้า "แค่แวะมาดูแป๊บเดียว ตอนนี้เธอเป็นคนดังงานยุ่ง จะมาอยู่นี่นานๆ ได้ไงคะ"
"ฮ่าๆ ก็นะ มีตั้งหลายบริษัทที่เธอต้องไปดู"
ต้าคังมองไปรอบโรงงานแล้วพยักหน้า "ทำได้ไม่เลว เร็วๆ นี้ถนนสายเหนือจะซ่อมใหม่แล้ว พวกเธอหาผู้รับเหมาได้หรือยัง?"
"ยังเลยค่ะ แล้วในเมืองก็ขาดแคลนทีมช่างจริงๆ ฉันวิ่งหามาหลายเจ้า ถามมาตั้งนาน ก็บอกว่าไม่มีคนแล้ว"
"เฮ้อ เมื่อก่อนสำนักงานควบคุมภัยพิบัติเมืองเจียงหมิงมีสาวน้อยเวทมนตร์คนหนึ่ง เวทมนตร์ของเธอสามารถลบล้างผลกระทบทั้งหมดที่เกิดจากอสูรภัยพิบัติได้ ถึงจะถูกพวกเราใช้วิธีสกปรกกำจัดไปแล้วก็เถอะ"
รองนายกฯ ต้าคังพูดพลางส่ายหน้า "แต่งานโยธาของเมืองเจียงหมิงถูกเธอทำลายจนเละเทะไปหมด ไม่นานก็แทบไม่มีใครทำอาชีพนี้แล้ว โครงการก่อสร้างทั้งหมดต้องจ้างคนนอกเมือง จะหาผู้รับเหมาก็ต้องไปหาเมืองอื่น"
"ยังจำได้เลยว่าตอนนั้นนางพยายามแทบตายเพื่อปกป้องคนอื่น แต่คนพวกนั้นดันเป็นคนของสมาคมแม่มดเรา" อันฮุ่ยหัวเราะลั่น "พอนางสูญเสียเมล็ดพันธุ์ แล้วรู้ความจริง สีหน้าตอนนั้น ตลกเป็นบ้าเลย"
"อย่าเพิ่งนอกเรื่อง" รองนายกฯ โบกมือ ทำท่าไม่ใส่ใจ "เรื่องทีมช่าง เมืองเป่ยไฮ่ข้างๆ นี่ไง ทีมช่างของพวกเขาถูกด้วย งานไวด้วย ก่อนหน้านี้ฉันคุยกับนายกฯ เป่ยไฮ่ เขาเสนอราคามาดีใช้ได้เลย"
ต้าคังแอ่นพุงหัวเราะ "ลูกชายฉันยังบอกเลยว่า เป่ยไฮ่คือแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งงานโยธา เด็กเรียนโยธาวิ่งไปที่นั่นกันหมด ก้มหน้าก้มตาทำสักสองปีก็รวยเละแล้ว"
ทั้งสองเดินจากหน้าโรงงานเข้าไปถึงในไลน์ผลิต รองนายกฯ ต้าคังก็เห็นผลึกแก้วขนาดใหญ่ที่ถูกผนึกไว้ใจกลางโรงงาน เขาจุดบุหรี่สูบ "นี่คือคนที่คุณชื่อเหลียนให้พวกเธอจับมาเหรอ?"
"ใช่ค่ะ สาวน้อยเวทมนตร์สำนักชิงอวิ๋น" อันฮุ่ยแนะนำยิ้มๆ:
"ในฐานะองค์กรสาวน้อยเวทมนตร์อิสระที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเจียงหมิง พวกหล่อนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของเมืองเจียงหมิงไม่น้อย ตอนนั้นท่านชื่อเหลียนก็บอกแล้วว่า เมืองเจียงหมิงไม่อนุญาตให้มีตัวตนที่เทพขนาดนี้อยู่ เพื่อความมั่นคงของเมืองเจียงหมิง ความปลอดภัยของประชาชน และการพัฒนาเมือง ท่านถึงกับนำทีมไปล้อมปราบด้วยตัวเอง แต่ก็ยังปล่อยให้พวกหล่อนหนีไปได้"
ต้าคังหน้าขรึมลง "เมืองเจียงหมิงไม่อนุญาตให้มีตัวตนที่เทพซ่าขนาดนี้ โชคดีที่เธอจับมาได้"
อันฮุ่ยยิ้มเขินๆ "ก็นังเด็กเมื่อวานซืน หลอกง่ายจะตาย โชคดีไปเจอเข้า เอาของกินล่อนิดหน่อยก็เดินตามมาแล้ว เสียดายตอนท้ายคุมไม่อยู่ ดันปล่อยให้แปลงร่างได้ สภาพเลยเป็นแบบนี้ชั่วคราวทำอะไรไม่ได้ ฉันเลยต้องมาเฝ้าเอง"
"เรื่องเล็กน้อยไม่เป็นไรหรอก คุณชื่อเหลียนให้ความสำคัญกับองค์กรสาวน้อยเวทมนตร์อิสระนี้มากนะ เธอจับคนของมันมาได้คนหนึ่ง คุณชื่อเหลียนดีใจแย่เลย" ต้าคังพ่นควันบุหรี่เป็นวง "วันหน้าคุณชื่อเหลียนคงต้องมองเธอใหม่แล้วล่ะ"
"งั้น โครงการย่านทิศเหนือ ท่านรองฯ ต้าคังเห็นว่า..."
"ดูสิ ใจร้อนอีกละ" ต้าคังคีบบุหรี่ ชี้หน้าเธอ "จะรีบไปไหน วันข้างหน้าถิ่นนี้ก็ต้องเป็นเธอคุม ถึงตอนนั้นฉันต่างหากที่ต้องมาขอร้องเธอ"
"ท่านพูดอะไรอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่ท่านเจาะจงเลือกฉันตอนนั้น ฉันคงยังเป็นแค่รองหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยในสำนักงานควบคุมภัยพิบัติอยู่เลย"
อันฮุ่ยยิ้ม "แน่นอนว่าเป็นรองหัวหน้าหน่วยก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ตำแหน่งผู้จัดการโรงงานต้าเฟิงของสมาคมแม่มด สำหรับฉันแล้ว มันเปิดกว้างกว่าเยอะ รับใช้เมืองเจียงหมิง รับใช้สมาคมแม่มด รับใช้ท่านชื่อเหลียนได้ดีกว่า"
สูบบุหรี่เฮือกสุดท้ายจนหมด ต้าคังโยนก้นบุหรี่ลงพื้น ใช้เท้าขยี้ดับ "ฉันได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเธอก็อยู่สมาคมแม่มด? แล้วทรยศไปเข้ากับสำนักงาน"
สีหน้าอันฮุ่ยดูไม่ดีนัก แต่ก็พยักหน้าตอบ "ตอนนั้นตาถั่ว นึกว่าสมาคมแม่มดไม่มีหวังแล้ว เลยหนีไปสำนักงาน ผลคือไม่ถึงสองปี สำนักงานก็โดนสมาคมแม่มดตีจนเดี้ยง"
"จะโทษเธอก็ไม่ได้หรอก"
ต้าคังมองเธอด้วยสายตาหยอกล้อ "แต่ดูประวัติเธอสิ มันช่าง หึหึ ตอนอยู่สมาคมแม่มด ก็โดนสำนักงานไล่ตบ พอไปอยู่สำนักงาน ก็โดนสมาคมแม่มดไล่ตบ ตอนเรียกเธอมา ท่านนายกฯ ยังบอกเลยว่า อย่าให้เธอเป็นตัวซวย พอมาสมาคมแม่มด เดี๋ยวสมาคมเราจะโดนสำนักงานไล่ตบเอาอีก"
อันฮุ่ยหัวเราะแห้งๆ สองสามที "ก็สำนักงานมันห่วยเองนี่คะ สาวน้อยเวทมนตร์ระดับผลิบานสองคนยังไม่ใช่คู่มือท่านชื่อเหลียน ท่านคงไม่เชื่อเรื่องดวงหรอกมั้ง?"
ต้าคังหัวเราะร่า "ล้อเล่นน่า ใครจะไปเชื่อเรื่องพรรค์นั้น คนไม่มีฝีมือเท่านั้นแหละที่งมงายเรื่องพวกนี้"
"ใช่ค่ะ มันเป็นเรื่องของความแข็งแกร่งล้วนๆ สำนักงานอ่อนแอถึงได้โดนสมาคมแม่มดไล่ตบ ตอนนี้สมาคมแม่มดรุ่งเรืองเฟื่องฟู อนาคตสดใส ตัวซวยอย่างฉันจะทำให้ท่านชื่อเหลียนซวยได้ยังไง? ท่านประเมินฉันสูงไป หรือดูถูกท่านชื่อเหลียนกันแน่คะ"
อันฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึงขัง:
"ถ้าจะพูดจริงๆ พอฉันมาปุ๊บ ก็จับสาวน้อยเวทมนตร์สำนักชิงอวิ๋นได้ปั๊บ โรงงานต้าเฟิงก็สร้างเสร็จ แถมอาศัยฐานะรองหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยสำนักงานเก่าของฉัน แอบปล่อยข้อมูลสาวน้อยเวทมนตร์ให้สมาคมแม่มดไปตั้งเยอะ สำนักงานถึงได้พังเร็วขนาดนี้ ฉันน่ะเป็นดาวนำโชคของสมาคมแม่มดต่างหาก!"
"ฮ่าๆ เธอนี่พูดถูก ดาวนำโชค เธอคือดาวนำโชคดวงใหญ่ของพวกเรา"
รองนายกฯ เอามือไพล่หลัง มองดูสมาชิกสมาคมแม่มดเดินไปมาในไลน์ผลิต สูดหายใจอย่างพึงพอใจ:
"ในที่สุดก็สลัดพวกเด็กเมื่อวานซืนจากสำนักงานพวกนั้นหลุดสักที พวกไม่รู้ประสีประสา ถือดีว่ามีฝีมือนิดหน่อยก็วางก้าม โดยเฉพาะนังชิงล่วนนั่น มาจากสำนักงานใหญ่แล้วหยิ่งผยองจองหอง ชี้หน้าด่าฉันต่อหน้าคนตั้งเยอะ ถุย! หล่อนจะไปรู้อะไร! เมืองเจียงหมิงไม่มีพวกเราจะพัฒนามาได้ถึงวันนี้เรอะ!"
ได้ยินความแค้นฝังลึกของอีกฝ่าย อันฮุ่ยก็หัวเราะออกมาทันที
"วางใจเถอะค่ะ ท่านรองฯ รออสูรภัยพิบัติอีกไม่กี่ตัวของเราสร้างเสร็จ จะปล่อยลงนิคมอุตสาหกรรมของสำนักงานทันที คราวนี้ทั้งจำนวนและคุณภาพเกินขีดจำกัดที่พวกหล่อนจะรับมือไหว ถึงตอนนั้นต้องมีคนตายเพียบ ความแค้นและศพของชาวเมืองพวกนั้นก็จะเอามาสร้างอสูรภัยพิบัติได้อีกเพียบ..."
รองนายกฯ พยักหน้า "ช่วงนี้การโฆษณาต่อต้านสาวน้อยเวทมนตร์ของเราก็ได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ รอพวกหล่อนแพ้เมื่อไหร่ ก็จะใช้กระแสสังคมบดขยี้พวกหล่อนให้เละ สาวน้อยเวทมนตร์สำนักงานคงซ่าได้อีกไม่นานหรอก"
"เหอะ สาวน้อยเวทมนตร์สมัยนี้มีดีแค่หน้าตานั่นแหละ..."
ทั้งสองเดินเข้าไปลึกถึงด้านในโรงงาน พอรอบข้างไม่มีคนอื่น ก็ยิ่งคุยกันอย่างย่ามใจ ทันใดนั้นหน้าประตูโรงงานก็เกิดความโกลาหลขึ้น
เสียงโวยวายดังขึ้นเรื่อยๆ อันฮุ่ยจึงหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาถามสถานการณ์ภายนอก
รองนายกฯ รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย มองออกไปข้างนอก แต่เพราะเดินเข้ามาลึกเกินไปจึงมองไม่เห็นอะไร "เกิดอะไรขึ้น? มีเรื่องอะไร?"
"ไม่มีอะไรค่ะ ปลาติดเบ็ดอีกตัวแล้ว"
อันฮุ่ยไม่ได้ใส่ใจ แค่ปลอบว่า "วางใจเถอะ ในโรงงานมีอสูรภัยพิบัติระดับ B อยู่สองตัว ท่านชื่อเหลียนเดาไว้อยู่แล้วว่าต้องมีสาวน้อยเวทมนตร์สำนักชิงอวิ๋นมาช่วย"
รองนายกฯ เช็ดมือ "คงไม่พลาดท่าหรอกนะ?"
"คลื่นลมยิ่งแรง ปลายิ่งแพงค่ะ"
อันฮุ่ยหัวเราะ หึหึ "สาวน้อยเวทมนตร์สำนักชิงอวิ๋นมีแค่สี่คน สองคนระดับต้นกล้า สองคนระดับแตกหน่อ ในมือเรามีอสูรระดับ B สองตัว ต่อให้ระดับต้นกล้ามาทั้งสองคน ก็จับรวบหมดได้อยู่ดี!"
"อสูรออกศึก หนึ่งคนต้านหมื่นทัพ!"
ตบแขนรองนายกฯ อันฮุ่ยผู้กุมความได้เปรียบมีสีหน้ามั่นใจ "ท่านวางใจเถอะ!"
จริงดังคาด ไม่นานเสียงโวยวายหน้าโรงงานก็ค่อยๆ เบาลง กลับสู่ความเงียบสงบ
รองนายกฯ ถอนหายใจอย่างโล่งอก หัวเราะร่า "ฮ่า เธอนี่เป็นดาวนำโชคของพวกเราจริงๆ! จับได้อีกหนึ่ง!"
อันฮุ่ยยิ้มบางๆ "สมาคมแม่มดของฉัน..."
พูดยังไม่ทันจบ พลังเวทอันยิ่งใหญ่ไพศาลที่มาพร้อมกับความคมกริบใสกระจ่าง ดุจดั่งมหาสมุทรก็พัดผ่านหน้าเธอไป!
รองนายกฯ อ้วนพุงพลุ้ยที่เมื่อกี้ยังยืนหัวเราะคุยกับเธอ หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา
เธอเผลอยื่นมือไขว่คว้าไปข้างหน้า
คว้าไม่เจออะไรเลย
อากาศเจือไปด้วยความร้อนระอุ ร่องลึกสายหนึ่งทอดยาวจากระยะไกลไปจนสุดอีกฝั่งของโรงงาน เพดานที่ปิดทึบและกำแพงเหล็กเบื้องหน้าถูกผ่าแยกออก แสงแดดสาดส่องลงมา
สมาชิกสมาคมแม่มดที่คุมเครื่องจักรถูกผ่าออกพร้อมกับเครื่องจักร เครื่องในกับชิ้นส่วนเครื่องจักรที่กระเด็นออกมาผสมปนเปกัน
เสียงเหล็กฉีกขาดที่ชวนเสียวฟันผสมกับเสียงร้องโหยหวนไร้เรี่ยวแรง ด้านบนมีเศษเหล็กเส้นและก้อนหินร่วงกราวลงมา เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามดังระงม
กลิ่นฉุนกึกมีทั้งกลิ่นน้ำมันและกลิ่นคาวเลือด
เลือดสดๆ และฝุ่นผงโปรยปรายท่ามกลางแสงแดด อันฮุ่ยจ้องมองความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
มือโบกไปในอากาศอย่างไร้ความหมาย สมองตื้อตัน
ภาพลวงตาเหรอ?
ตั้งแต่เมื่อไหร่?
"แค่ก แค่ก..."
เสียงไออย่างอ่อนแรงดังมาจากที่ไกลๆ กลบเสียงหนวกหูรอบข้างลง
เด็กสาวผมสีเงิน ผิวขาวซีดจนดูขี้โรคเดินเข้ามา ทำลายความเหม่อลอยของอันฮุ่ย ที่มุมปากของเด็กสาวคนนั้นยังมีเลือดไหลริน ร่างกายผอมบางอ่อนแอนั้น ราวกับลมพัดก็จะล้ม
เผชิญกับแสงตะวัน เด็กสาวชุดขาวดูเหมือนตุ๊กตาแก้วที่โปร่งแสง
ในมือลากคทาเวทมนตร์ที่ดูเหมือนกระบี่ครูดมากับพื้น ทิ้งรอยขีดข่วนจางๆ ไว้ ดูราวกับของเล่นชิ้นหนึ่ง
เบื้องหลังคือซากศพอสูรภัยพิบัติที่ถูกผ่าครึ่งและศพคนนอนเกลื่อนกลาด
มุมปากเด็กสาวชุดขาวมีเลือดกระอักออกมามากขึ้น
"ทุกคนไม่ต้องกลัว!" อันฮุ่ยได้สติ รีบตะโกนก้อง "นางบาดเจ็บกระอักเลือดแล้ว เป็นแค่ตะเกียงขาดน้ำมัน! สาวน้อยเวทมนตร์สำนักชิงอวิ๋น ใครจับไปให้ท่านชื่อเหลียนได้มีรางวัลใหญ่งามๆ! ลุย!"
สมาชิกสมาคมแม่มดที่เดิมทีกำลังถอยหนี พอได้ยินคำว่ารางวัลใหญ่ก็ตาแดงก่ำทันที บ้างก็เรียกอสูรภัยพิบัติออกมา บ้างก็หยิบอาวุธ แล้วกรูกันเข้าไปล้อมเด็กสาวชุดขาวคนนั้น
ตูม!
ปราณกระบี่อันเที่ยงธรรมระเบิดออกอีกครั้ง!
"นางกระอักเลือดออกมาอีกแล้ว! อย่ากลัว!"
ฟันมาอีกหนึ่งดาบ!
"นางยืดตัวไม่ขึ้นแล้ว!"
ฟันอีกหนึ่งดาบ!
"นางคุกเข่าลงกับพื้นแล้ว"
ก็ยังฟันอีกหนึ่งดาบ
"นางหายใจไม่ทันแล้ว..."
สองดาบระเบิดตูม!
อันฮุ่ยสติแตกแล้ว
"แกจะเอายังไงกันแน่! ให้มันจบๆ ไปสักทีได้ไหมวะ!"
ไป๋เหมยพยักหน้า "ได้"
เมื่อปราณกระบี่อันคมกริบนับหมื่นพันเบ่งบานออกมาจากโรงงาน
อันฮุ่ยอ้าปากค้าง
เสียงที่เปี่ยมด้วยความเสียใจถูกกลืนหายไปในพลังเวทแห่งกระบี่อันเจิดจรัส
ฉันล้อเล่นน่ะ...
...
ซวงเซิงมองดูโรงงานที่ถูกผ่าแยกออกเหมือนเต้าหู้ที่ไกลลิบๆ อดไม่ได้ต้องกลืนน้ำลายเอือก
รถที่จอดหน้าโรงงานแค่โดนลูกหลง ก็ถูกผ่าครึ่ง แล้วถังน้ำมันก็ติดไฟ ระเบิดตูมตาม!
คลื่นความร้อนซัดมาถึงตรงนี้ ทำให้ซวงเซิงต้องยกมือขึ้นบัง
ศิษย์พี่ใหญ่ไป๋เหมย ยอดมนุษย์ของฉัน...
เธอรู้อยู่แล้วว่าท่านปิงถังกับท่านเจ้าสำนักฝีมือเวอร์วัง
แต่ศิษย์คนอื่นๆ ในสำนัก ในสายตาของซวงเซิงผู้ถือตัว ยังถือว่าด้อยกว่าหน่อย
ที่เคารพไป๋เหมยไม่ใช่เพราะบุคลิกหรือฝีมือ แต่เป็นเพราะสถานะล้วนๆ
ในฐานะศิษย์สืบทอดคนแรก ศิษย์พี่ใหญ่ของศิษย์ทั้งสำนักชิงอวิ๋น แน่นอนว่าต้องเคารพกันหน่อย
ผูกมิตรกับศิษย์สืบทอดเหล่านี้ไว้ ถึงจะเข้าถึงท่านปิงถังได้ดีขึ้น
ถ้าซวงเซิงเอาจริง สำนักชิงอวิ๋นนอกจากท่านปิงถังกับท่านเจ้าสำนัก น่าจะไม่มีใครเป็นคู่มือซวงเซิงได้...
เดิมทีเธอคิดแบบนั้น
ดาบนี้ฟันลงมา เรียกสติซวงเซิงกลับมาได้โข
โชคดีที่ตอนนั้นตัวเองไม่ได้เล่นลูกไม้ตุกติกอะไร
ดาบนี้ฟันลงมา ซวงเซิงคงไม่กระเด็นไปคนละทิศละทาง กลายเป็นสอง 'ตานเซิง' (เกิดเดี่ยว) หรอกนะ
หรือว่าศิษย์สืบทอดคนอื่นของสำนักชิงอวิ๋นจะมีความสามารถที่ฉันไม่รู้อีก?
คงไม่ใช่ว่าฉันสู้ศิษย์สืบทอดคนไหนไม่ได้เลยสักคนหรอกนะ?
เรื่องแบบนั้นไม่เอานะ...
"เป็นไง? ความเสียหายระดับนี้ จะทำให้ชื่อเหลียนรู้สึกว่าต้องการคนช่วยหรือยัง"
รอจนเจียงซือเอ่ยปาก ซวงเซิงก็สะดุ้งเฮือก
ตั้งแต่รู้ว่าเจียงซือเป็นแฟนของจื่อหยวน ไม่รู้ทำไม ซวงเซิงมักจะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของท่านเจ้าสำนักจากตัวเจียงซือเสมอ
คงคิดไปเองแหละมั้ง
จิตวิทยาเนี่ย น่ากลัวจริงๆ
เอาเป็นว่า ตอนนี้ซวงเซิงไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานกับเจียงซือแล้ว
นี่แฟนท่านจื่อหยวนเชียวนะ เป่าหูตอนนอนนิดเดียว พูดใส่ร้ายซวงเซิงตอนนอนด้วยกัน
ก็จบเห่สิคะ
เผชิญคำถามของเจียงซือ รีบปั้นหน้ายิ้มทันที "น่าจะยังไม่พอนะคะ เพราะตอนนี้สมาคมแม่มดเมืองเจียงหมิงสเกลใหญ่มากจริงๆ แค่โรงงานเล็กๆ กับลูกกระจ๊อกตายไปไม่กี่คน หล่อนคงไม่เก็บมาใส่ใจหรอก ก็ตอนนี้เป็นคนใหญ่คนโตแล้วนี่นะ บ้านรวยไม่ขาดแคลนแค่นี้หรอก เฮ้อ"
"แต่ว่าตามคนกลับมาได้ ก็ถือว่าพวกเราชนะแล้ว ชื่อเหลียนคงอกแตกตาย ฮิๆ ต่อไปให้ซวงเซิงมันสมองของสำนักชิงอวิ๋นช่วยคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ..."
"จะเอายังไงต่ออะไร"
เจียงซือหันมองเธอแวบหนึ่ง ทำหน้าเหมือนไม้ผุที่แกะสลักไม่ได้:
"ฆ่าต่อไปสิ ฆ่าจนกว่าชื่อเหลียนจะต้องการคนช่วยนั่นแหละ"
[จบแล้ว]