- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกเวทมนตร์ แต่ข้าจะใช้กล้ามเนื้อในร่างสาวน้อย
- บทที่ 17 - ศัตรูที่อันตราย
บทที่ 17 - ศัตรูที่อันตราย
บทที่ 17 - ศัตรูที่อันตราย
เมื่อทั้งสองคนผละออกมาจากทางด่วน เจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมภัยพิบัติและตำรวจก็ทยอยเดินทางมาถึง
จื่อหยวนมองดูกลุ่มคนที่ดูแออัดวุ่นวายจากระยะไกลแวบหนึ่ง
หลังจากได้รับผลึกมาร ทั้งสองก็ออกจากทางด่วน ตอนนี้พวกเธอยืนอยู่บนเนินเขาที่มีทัศนวิสัยดีเยี่ยมในตัวเมือง คอยสังเกตการณ์สถานการณ์ทางฝั่งนั้น
"ไม่ต้องลบร่องรอยพลังเวทเหรอ?"
"ไม่ต้องห่วง มีซูซานอยู่ทั้งคน"
ตงจวินยืนอยู่ข้างๆ กดมือถือรัวเร็ว พิมพ์ข้อความด้วยความเร็วสูง "ความสามารถในการทำงานของเธอไว้ใจได้ ในบรรดาศิษย์ฝ่ายนอก เธอถือว่าเป็นระดับหัวกะทิ ไม่ใช่แค่กับสำนักงาน แม้แต่หน่วยงานอื่นเธอก็มีเส้นสายจัดการได้"
"เธอส่งอะไรน่ะ?"
ตงจวินยื่นมือถือให้ดูทันที
มือถือสีชมพูห้อยจี้รูปหยดน้ำ หน้าจอก็ตกแต่งแบบฟรุ้งฟริ้ง แม้ปกติจะดูเป็นผู้ใหญ่และมีบารมีในสำนักชิงอวิ๋น
แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็นเด็กสาวมัธยมปลาย ชอบของกุ๊กกิ๊กน่ารัก
สติ๊กเกอร์ตกแต่งบนหน้าจอเยอะจนจื่อหยวนงงว่าจะกดยังไง ตงจวินเลยขยับมาช่วยกดเปิดแอปแชทให้ "อ๊ะ เด้งออกซะงั้น เมื่อกี้คงเผลอไปโดน อยู่ตรงนี้ค่ะ"
แอปแชทนี้ตงจวินจ้างบริษัทที่บ้านพัฒนาขึ้นมาเอง ได้ยินว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ เพื่อป้องกันการตรวจสอบจากสำนักงาน
กลุ่มแชทภายในสำนักชิงอวิ๋น (ห้ามคุยเล่น)
ตงจวิน: "@All สมาชิกทุกคนโปรดทราบ สมาคมแม่มดชิงตัดหน้าขโมยเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์สามเม็ดไปจากสำนักงาน เมล็ดพันธุ์เป็นเป้าหมายสำคัญของท่านเจ้าสำนัก ช่วงนี้ขอให้ยกระดับการสืบหาความเคลื่อนไหวของสมาคมแม่มดเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด"
แฟนคลับอันดับหนึ่งของท่านจื่อหยวน: "รับทราบ"
บ้างานประจำสำนัก: "รับทราบ"
อยากหยุดงาน: "รับทราบ"
...
เยว่จี้ : "ถ้าได้เมล็ดพันธุ์มา จะแทนที่ตำแหน่งเธอได้ไหม? ตงจวิน"
มองดูคำว่ารับทราบเรียงเป็นตับอยู่ข้างล่าง จื่อหยวนสะดุดตากับข้อความที่โดดเด่นที่สุดอันนั้น "เยว่จี้คือใคร?"
"สาวน้อยเวทมนตร์สีแดงคนก่อนไงคะ" ตงจวินถอนหายใจ "คนที่เคยโดนสมาคมแม่มดจับตัวไป แล้วท่านไปช่วยออกมาตอนกวาดล้างสาขาย่อยของพวกมัน ยัยนั่นจ้องจะเสียบตำแหน่งฉันในสำนักมาตลอด อยากจะเป็นมือขวาของท่านจะแย่"
"อ้อ ลืมไปแล้ว"
สำหรับจื่อหยวน เธอแค่ไปล่าอสูรเอาผลึกมาร บังเอิญเจอพวกที่อยู่กับอสูรก็เลยฆ่าทิ้ง ไม่ได้สนใจหรอกว่าเป็นคนของสมาคมแม่มดหรือเปล่า
"แต่ความสามารถของเธอเหมาะกับการสืบสวนมาก ครั้งนี้คงกะจะทำผลงานอีกแน่ นอกจากเรื่องเลื่อนตำแหน่งกับอยากใกล้ชิดท่าน เธอก็ไม่เอาอะไรเลย น่าปวดหัวจริงๆ"
ปากบอกว่าปวดหัว แต่สีหน้าตงจวินกลับดูผ่อนคลายและยิ้มแย้ม เหมือนจะสบายใจมาก "แต่ก็ใช้งานง่ายมาก แค่บอกว่าเป็นความต้องการของท่าน เธอก็จะกระตือรือร้นกว่าใคร ไม่เหมือนชิงฮวา ที่วันๆ เอาแต่อู้งานแล้วยังจะมาขอขึ้นเงินเดือน..."
เรื่องภายในสำนักจื่อหยวนไม่ค่อยสน ขอแค่ช่วยให้เธอฝึกวิชาได้ อย่างอื่นก็ช่างมัน
เธอเลื่อนดูข้อความในกลุ่ม นอกจากเรื่องงานก็แทบไม่มีข้อความอื่นจริงๆ
"ท่านจะพิมพ์อะไรหน่อยไหมคะ?"
"ไม่ล่ะ"
"ให้กำลังใจหน่อยสิคะ" ตงจวินยืนชมใบหน้าด้านข้างของจื่อหยวน ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็รู้สึกทึ่งในความงาม "ทุกคนในสำนักเคารพท่านมาก ถ้าจื่อหยวนช่วยพูดปลุกใจ ทุกคนต้องทุ่มเททำงานถวายหัวแน่"
คิดดูแล้วก็ไม่เสียหาย แต่พอกำลังจะพิมพ์ มือถือก็ดับวูบไป
จื่อหยวนชะงัก เขย่ามือถือโดยสัญชาตญาณ "แบตหมด?"
"เอ่อ สงสัยระหว่างทางไฟจะรั่วอีกแล้วมั้งคะ" ยิ้มเจื่อนๆ พลางเก็บมือถือ แล้วหยิบอีกเครื่องออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก
จื่อหยวนเหลือบเห็นว่าในกระเป๋ามีมือถือรุ่นเดียวกันอีกเป็นสิบเครื่อง...
ความเอาแต่ใจของคนรวยสินะ?
"ท่านก็รู้ความสามารถของฉันนี่นา มันทำให้อากาศรอบตัวเย็นลง หลังแปลงร่างอุณหภูมิร่างกายยิ่งต่ำ มือถือยี่ห้อผลไม้มันไฟรั่วง่าย พอเจออากาศเย็นแบตยิ่งไหล..."
เลยซื้อมาพกไว้สิบเครื่องเลยเหรอ? วิธีแก้ปัญหาแบบคนรวยชัดๆ
จื่อหยวนรับมือถือเครื่องใหม่มา พบว่ากลุ่มแชทดูแปลกๆ
"การวิเคราะห์สัดส่วนและการจับคู่เสื้อผ้าของท่านจื่อหยวน..."
ชื่อกลุ่มมันแปลกๆ นะ 'ปาร์ตี้น้ำชาแฟนคลับจื่อหยวน'
"กลุ่มนี้คือกลุ่มอะไร?"
"อ๊ะๆๆ กดผิดๆ" ตงจวินรีบแย่งมือถือไปกดออกอย่างลนลาน "กลุ่มนี้พวกสมาชิกในสำนักตั้งกันเอง ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ฉันแค่กลัวพวกนั้นจะล่วงเกินท่าน เลยเอาแอคหลุมแอบเข้าไปส่องดูว่าคุยอะไรกัน..."
มือถือแต่ละเครื่องล็อกอินคนละบัญชีสินะ
ส่วนไอ้กลุ่มเมื่อกี้ จื่อหยวนก็ไม่ได้ใส่ใจ โปรเจกต์ไอดอลสาวน้อยเวทมนตร์เป็นกระแสหลักในยุคนี้ จะมีแฟนคลับก็เรื่องปกติ
เธอไม่ได้มีความรู้สึกร่วมกับตัวตน 'จื่อหยวน' มากนัก ใครจะวิจารณ์จื่อหยวนยังไงเธอก็เฉยๆ
แค่รู้สึกว่าพวกนี้ว่างจัด สงสัยงานการไม่ค่อยจะมี การแข่งขันในสำนักชิงอวิ๋นคงยังไม่ดุเดือดพอ...
ตงจวินเปลี่ยนกลุ่มแล้วยื่นมือถือให้ จื่อหยวนขี้เกียจอ่าน ใช้สองมือเล็กๆ จิ้มหน้าจออย่างทุลักทุเล พิมพ์คำว่า "สู้ๆ" ส่งไป แต่บัญชีเป็นแอคหลุมของตงจวิน เลยไม่มีใครตอบ
ส่งมือถือคืนให้ตงจวิน จื่อหยวนถามต่อ "เรื่องการเคลื่อนไหวของสมาคมแม่มดครั้งนี้ เธอไม่ได้รับข่าวเลยเหรอ?"
ตงจวินพิมพ์อธิบายในกลุ่มว่าคำว่า "สู้ๆ" เมื่อกี้จื่อหยวนใช้บัญชีเธอส่ง
พอกลุ่มกลับมาคึกคัก เธอก็พยักหน้าอย่างพอใจ เก็บมือถือแล้วตอบ "ความเคลื่อนไหวของสมาคมแม่มดสืบยากมาก ศิษย์ที่แฝงตัวเข้าไปมักจะส่งข่าวออกมาไม่ทัน แต่ตอนนี้มีสองจุดที่ยืนยันได้"
"หนึ่ง สมาชิกสมาคมแม่มดแฝงตัวเข้าไปในสำนักงานควบคุมภัยพิบัติแล้ว และอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์ได้ การรับคนของสำนักงานเข้มงวดมาก ถ้าประวัติมีปัญหาไม่มีทางผ่านสัมภาษณ์ ดังนั้นไส้ศึกคนนี้น่าจะเหมือนซูซาน คือเป็นคนที่ประวัติขาวสะอาดตอนเข้าสำนักงาน แล้วค่อยถูกสมาคมแม่มดชักจูงทีหลัง"
ตงจวินชูนิ้วที่สอง "สอง พวกมันมีความสามารถในการสร้างอสูรระดับ B เราตรูมาตลอดว่าสมาคมแม่มดสร้างอสูรได้ แต่ไม่รู้ระดับที่แน่นอน ตอนนี้รู้แล้วว่าพวกมันสร้างระดับ B ได้ การรีบจับหัวหน้าพวกมันเพื่อชิงความสามารถนี้มาจึงสำคัญมาก สำนักชิงอวิ๋นขาดแคลนเมล็ดพันธุ์แห่งความเศร้าโศกระดับ B พอดี"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของจื่อหยวนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
การผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับ B ได้จำนวนมาก แค่ฟังก็น่าสนใจแล้ว
แม้วิธีเลื่อนระดับของสาวน้อยเวทมนตร์จะเป็นนามธรรม ส่วนใหญ่เกี่ยวกับจิตใจและความมุ่งมั่น
แต่เป็นที่รู้กันว่าปริมาณก่อให้เกิดคุณภาพ
ขอแค่มีพลังเวทมากพอ การเลื่อนระดับก็แค่เรื่องของเวลา
พลังอำนาจจะนำมาซึ่งจิตใจที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นที่แน่วแน่เอง
"น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าสมาคมแม่มดเอาเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์สามเม็ดนั้นไปซ่อนไว้ไหน อสูรระดับ B ที่โผล่มาเป็นแค่นกต่อ ตัวจริงของสมาคมแม่มดน่าจะเอาเมล็ดพันธุ์หนีไปแล้ว"
ตงจวินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความหยิ่งทระนง "กล้ามาแย่งของของสำนักชิงอวิ๋น ต้องทำให้พวกมันเสียใจที่ทำแบบนี้!"
จื่อหยวนมองสีหน้าของตงจวิน "งั้นฝากเธอจัดการด้วย ซูซานบอกว่าเฟิงซิ่นจื่อมีความเป็นไปได้สูงว่าจะโดนสมาคมแม่มดชักจูง ช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอหน่อย มีอะไรรายงานฉันทันที"
"ไม่มีปัญหา"
จื่อหยวนพูดพลางเตรียมจะคลายการแปลงร่าง แต่ตงจวินรีบคว้าข้อมือเธอไว้ "เดี๋ยวก่อน"
"มีอะไร?" จื่อหยวนมองไปรอบๆ "แถวนี้ไม่มีคนนะ?"
ขอฉันมองต่อนานอีกนิดเถอะ...
คำพูดแบบนี้พูดออกไปไม่ได้แน่ ตงจวินคิดสักพักแล้วพูดว่า "ไม่มีคนค่ะ แค่จะบอกว่าแถวถนนทิศใต้มีร้านทำเล็บเปิดใหม่ ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ไปด้วยกันไหมคะ?"
จื่อหยวนมองเธอเหมือนมองคนปัญญาอ่อน "ฉันเป็นผู้ชาย"
"ก็ทำในร่างสาวน้อยเวทมนตร์สิคะ แปลงร่างแล้วเล็บก็ไม่หายไปนะ" ตงจวินโชว์เล็บสีฟ้าสวยบนมือทั้งสองข้าง "ดูสิ สวยไหม? แต่ฉันเล็งอีกลายไว้ อยากเปลี่ยนใหม่"
สีฟ้าอ่อนดูไม่ฉูดฉาด เหมือนเกล็ดน้ำแข็ง สวยจริงๆ นั่นแหละ
แต่ท่านเจ้าสำนักชิงอวิ๋นเพียงแค่ส่ายหน้า "ฉันไม่ทำเล็บ"
"ไม่เป็นไร ไปเป็นเพื่อนก็ได้ ท่านแค่ไปดูเฉยๆ ไม่ต้องทำ ไว้สนใจค่อยทำทีหลัง"
"ไม่ไป บ่ายนี้มีเรียน"
"ท่านโดดเรียนมาตั้งกี่คาบแล้ว... ก็ได้ เรียนเสร็จค่อยไปก็ได้"
"แผนการฝึกวันนี้ยังไม่ครบ เธอไปชวนคนอื่นเถอะ"
มองดูเจียงซือที่คลายการแปลงร่างแล้วเดินจากไปดื้อๆ ตงจวินกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
"ไอ้ขอนไม้เอ๊ย!"
...
ในห้องมืดสลัว ลูกแก้วคริสตัลเปล่งแสงสีขาวเย็นเยียบ
ถอดแว่นตาออก เธอใช้มือลูบไล้ลูกแก้ว พลังเวทสีดำไหลออกจากมือซึมเข้าไปในลูกแก้ว
ไม่นาน ร่างของคนสวมชุดคลุมดำหลายคนก็ปรากฏขึ้นในลูกแก้ว
การประชุมของสมาชิกสมาคมแม่มด มักจะมืดมนและน่าเวทนาแบบนี้เสมอ
"ได้เมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์มาหรือยัง?"
"ได้มาแล้ว แต่ยังส่งออกไปไม่ได้ สำนักงานจับตามองเข้มงวดมาก"
"ส่งออกมาไม่ได้?"
หญิงรูปร่างสูงใหญ่ทางซ้ายเผยใบหน้าบิดเบี้ยว รอยแผลเป็นบนหน้าขยับไปมาเหมือนหนอน ตะคอกด้วยเสียงแหบแห้ง "เราเสียอสูรระดับ B ไปหนึ่งตัว! แถมยังเสียสมาชิกหลักไปอีกคน! จ่ายค่าตอบแทนไปตั้งขนาดนี้ เธอบอกว่าส่งออกมาไม่ได้! จะมีแกไว้ทำซากอะไร?"
"ตู้เจวียน!"
คนตรงกลางที่ดูจะมีสถานะสูงกว่าตวาดห้าม "ใครจะไปนึกว่าสำนักชิงอวิ๋นจะลงมือในเวลานี้ แถมระดับผู้บริหารอย่างตงจวินกับจื่อหยวนยังโผล่มาพร้อมกัน ไม่เกี่ยวกับเจียจูเถาหรอก ใครไปก็จบแบบนี้ทั้งนั้น"
หญิงทางซ้ายแม้จะไม่พอใจ แต่ก็ยอมหุบปาก
คนตัวเล็กทางขวาหัวเราะเสียงใส เป็นเด็กสาวอายุน้อย "หูหลางถูกฆ่าตอนจะไปเจรจาความร่วมมือกับสำนักชิงอวิ๋น ตอนนี้ทุกคนน่าจะเข้าใจแล้วนะ ว่าการร่วมมือกับสำนักชิงอวิ๋นไม่ใช่ทางเลือก พวกนั้นหยิ่งยโสมาก หยิ่งกว่าสำนักงานเสียอีก"
หญิงทางซ้ายพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ ถ้าผลประโยชน์มากพอ สำนักงานยังยอมร่วมมือกับเราเลย"
จากนั้นพูดต่อ "ที่สำคัญคือ ทำไมพวกนั้นถึงเข้าถึงตัวหูหลางได้ การหลอมรวมกับอสูรทำให้มีพลังในการรับรู้และก่อมลพิษ ต่อให้สู้ไม่ได้ หูหลางก็น่าจะหนีรอดได้สิ"
"เป็นไปได้ไหมว่าจื่อหยวนคนนั้น ก็โดนอสูรปนเปื้อนเหมือนกัน?"
"เหลวไหล! สาวน้อยเวทมนตร์โดนอสูรปนเปื้อนจะรักษาสภาพแบบนั้นได้ยังไง! เราทดลองมาตั้งกี่ครั้งแล้ว..."
"หุบปาก" หัวหน้าตรงกลางขัดจังหวะการทะเลาะของทั้งคู่ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้ สำนักชิงอวิ๋นจะมีวิธีรับมือพวกเรายังไง เอาไว้คุยวันหลัง ตอนนี้ที่สำคัญคือเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์ เจียจูเถา ฉันต้องการรู้ว่าเธอจะส่งเมล็ดพันธุ์ออกมาได้เมื่อไหร่"
วางมือบนลูกแก้ว เจียจูเถาถึงเอ่ยปาก "ประมาณสามวัน การเฝ้าระวังของสำนักงานจะคงอยู่สามวัน อีกสามวันพอซูซานลดความระวังลง ก็มีโอกาสนำเมล็ดพันธุ์ออกไปได้"
"สามวัน? นานไปหน่อย จะไม่เกิดเรื่องแทรกซ้อนเหรอ?"
"ฉันเอาเมล็ดพันธุ์กลับไปไว้ในห้องนิรภัยชั่วคราว พวกนั้นนึกไม่ถึงหรอกว่าตอนนี้เมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์ยังอยู่ในห้องนิรภัย"
"สมเป็นเธอจริงๆ ฉลาดมาก" หัวหน้าชมเชย ก่อนจะถามด้วยความกังวล "เรื่องที่เธอบอกว่าในสำนักงานอาจมีไส้ศึกของสำนักชิงอวิ๋น หาตัวเจอหรือยัง? เทียบกับสำนักงาน คนของสำนักชิงอวิ๋นอันตรายกว่าเยอะ"
"ยังไม่เจอ ตอนนี้สำนักงานมีเด็กใหม่แค่เจียงเข่อเข่อ ประวัติขาวสะอาดมาก สำนักชิงอวิ๋นคงไม่ส่งสาวน้อยเวทมนตร์เข้ามาแทรกซึมในเวลาแบบนี้หรอก มันเด่นเกินไป ส่วนคนอื่น ก็เป็นคนหน้าเดิมที่อยู่มานาน ยากจะตรวจสอบ"
"รับทราบ" หัวหน้าหัวเราะอย่างน่ากลัว "ก็เหมือนเธอนั่นแหละ ใครจะไปนึก ว่าเธอจะมาร่วมสมาคมแม่มดกับเรา"
เจียจูเถาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่ลูบลูกแก้ว
กำลังจะจบการสนทนา ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ "จริงสิ มีเรื่องลืมรายงาน วันนี้ตอนเจียงเข่อเข่อมา เธอพาพี่ชายมาด้วย พี่ชายของเธอ ดูเหมือนจะแปลกๆ หน่อย"
"ยังไง?"
แม้สมาชิกคนอื่นจะหมดความสนใจแล้ว แต่ในฐานะหัวหน้าก็ถามไปตามมารยาท "มีอะไรพิเศษเหรอ?"
"ตอนอยู่ที่ชานชาลา เขากระโดดทีเดียวหกเมตร" เจียจูเถาคิดแล้วพูดต่อ "แถมยังเกือบร่วงทะลุเมฆ จนซูซานสงสัยว่าเป็นคนของสมาคมแม่มด"
"โดยทั่วไปญาติสายเลือดเดียวกับสาวน้อยเวทมนตร์จะสามารถรับและดูดซับพลังเวทบางส่วนได้ คนที่มีพรสวรรค์หน่อย ร่างกายจะแข็งแรงขึ้นเพราะเหตุนี้" หัวหน้าลูบคาง "เรื่องนี้เธอคงเข้าใจดี แต่การร่วงทะลุเมฆ แสดงว่าเขาไม่น่าจะได้รับพลังเวทจากน้องสาว แต่น่าจะโดนพลังเวทของอสูรปนเปื้อนมากกว่า"
"เขาบอกว่าบังเอิญเจออสูรระหว่างทาง"
"เธอเชื่อเหรอ?" หัวหน้าแค่นหัวเราะ "อสูรปนเปื้อนมีอาการยังไง ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพวกเรา แต่เทียบกับการปนเปื้อน เขาอาจจะเป็นพาหะที่กำลังจะให้กำเนิดอสูรก็ได้ ถึงได้มีพลังเวทปนเปื้อน"
คนที่มีความรู้สึกด้านลบรุนแรงถึงระดับหนึ่ง จะหล่อเลี้ยงอสูร
การกำเนิดของอสูรไม่เพียงต้องใช้อารมณ์และพลังเวท ยังต้องการภาชนะ
โดยทั่วไปมักใช้สัตว์เป็นภาชนะ แมว ค้างคาว หมา อะไรก็ได้ บางทีก็พืช
รูปร่างของอสูรจะได้รับผลกระทบจากภาชนะ ส่วนใหญ่มักมีรูปร่างเหมือนสัตว์
แต่ถ้าความรู้สึกด้านลบรุนแรงถึงขีดสุด คนบางคนจะกลายเป็นภาชนะของอสูรด้วยตัวเอง แม้จะน้อยมาก แต่ถ้ากำเนิดขึ้นมา จะกลายเป็นอสูรที่แข็งแกร่งสุดขีด
อสูรที่มีมนุษย์เป็นภาชนะทุกตัว ล้วนสร้างความหายนะครั้งใหญ่
เจียจูเถาได้รับข้อมูลเหล่านี้จากสมาคมแม่มด ก็อดทึ่งไม่ได้ แม้แต่สำนักงานยังรู้น้อยกว่าสมาคมแม่มด
พวกเขารู้ลึกรู้จริงเรื่องอสูร จนเธอสงสัยว่าต้นกำเนิดของอสูร อาจมาจากสมาคมแม่มดนี่แหละ
"โห? งั้นก็แปลว่าพี่ชายของสาวน้อยเวทมนตร์คนใหม่ มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นอสูรงั้นสิ?" หญิงทางซ้ายเริ่มสนใจขึ้นมา "ญาติของสาวน้อยเวทมนตร์กลายเป็นอสูร ฟังดูยอดเยี่ยมไปเลย ฉันอดใจรอดูสีหน้าตอนยัยเด็กพวกนั้นสติแตกไม่ไหวแล้ว!"
"งั้นเรื่องนี้มอบให้เธอจัดการนะ ตู้เจวียน ไปจับตัวมันมา"
หัวหน้าหัวเราะอย่างชั่วร้าย "ต่อให้ไม่กลายเป็นอสูร ก็เอามาใช้ข่มขู่ควบคุมเด็กใหม่คนนั้นได้ ตอนที่ยังอ่อนต่อโลก ไม่แน่อาจจะดึงมาเข้าสมาคมแม่มดได้นะ"
"ไว้ใจฉันได้เลย!"
ริมฝีปากของเจียจูเถาขยับเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดายแทนเจียงเข่อเข่อ แล้วปิดลูกแก้วลง
ห้องตกอยู่ในความมืด
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก ไฟถูกเปิดจนสว่างจ้า
"พี่ ทำไมไม่เปิดไฟคะ?"
"แบบนี้ได้บรรยากาศกว่า แถมประหยัดไฟด้วย"
...
[จบแล้ว]