- หน้าแรก
- หนึ่งคำแลกหนึ่งแต้มเทพ
- บทที่ 70 - ราชาวานรเนตรทอง หลี่เต้าเสวียน!
บทที่ 70 - ราชาวานรเนตรทอง หลี่เต้าเสวียน!
บทที่ 70 - ราชาวานรเนตรทอง หลี่เต้าเสวียน!
บทที่ 70 - ราชาวานรเนตรทอง หลี่เต้าเสวียน!
"ข้าจะพูดอีกครั้ง ขวางข้า ตาย!" ดวงตาซูเหิงฉายแววอำมหิต เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ
เหล่านางรำเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียง
ซูเหิงก้าวไปข้างหน้า แต่นางรำชุดเขียวยังคงดึงแขนเสื้อซูเหิงไว้แน่น
"ดีมาก" ซูเหิงแค่นหัวเราะเย็นชา ยื่นมือคว้าคอของนาง แล้วเหวี่ยงไปกระแทกผนังด้านซ้าย
"กริ๊ด" เด็กสาวกรีดร้อง แล้วเสียงก็ขาดห้วงไป
หลังกระแทกผนังดังพลั่ก แล้วกลิ้งตกลงไปในกองของเก่ามุมห้อง เลือดไหลซึมมุมปาก ส่งเสียงร้องครวญครางแผ่วเบา
"ชิงชิง เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง" นางรำคนอื่นๆ กรีดร้อง พยายามจะดึงเสื้อซูเหิง
ฟู่
ควันจำนวนมากพวยพุ่งออกจากร่างซูเหิง
พลังมารทมิฬอัคคีหยางทำงาน อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นางรำรู้สึกเหมือนแตะโดนเตารีด รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด
จากนั้นก็เห็นซูเหิงปลดดาบยักษ์รูปร่างประหลาดที่สะพายอยู่ด้านหลังออกมาถือไว้ กวาดดาบออกไปพร้อมกับแสงสีเลือดที่น่าสยดสยอง
เคร้ง
เสียงคมดาบเฉือนเนื้อไม่ได้ดังขึ้น
เงาสีแดงสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟ้า ปะทะกับดาบยักษ์จนเกิดเสียงดังสนั่น
ซูเหิงอาศัยจังหวะนั้นดึง "ภูตผีร่ำไห้" กลับมา ปักลงบนพื้น เงยหน้าขึ้นมอง เห็นเงาร่างสีแดงเพลิงปรากฏอยู่บนคานเหนือหัว
ร่างกายของหลี่หงซิ่ว กลายสภาพไปอีกขั้น
กลายเป็นรูปแบบครึ่งคนครึ่งปีศาจ
แขนขายาวเรียว ฟันแหลมเต็มปาก ดวงตาเรียวยาวลุกโชนด้วยไฟจิ้งจอก เสื้อผ้าด้านหลังฉีกขาด หางจิ้งจอกขนฟูสามหางบานออกเหมือนกลีบดอกไม้
"ยอมโผล่หัวออกมาแล้วสินะ" ซูเหิงยิ้ม
"เจ้าทำแบบนี้ ฆ่าคนบริสุทธิ์ตามอำเภอใจ แล้วต่างอะไรกับพวกปีศาจ" หลี่หงซิ่วจ้องเขม็งไปที่ซูเหิง เสียงแหบพร่าและต่ำลึก
"ต่างสิ"
ซูเหิงกำหมัดแน่น สะบัดมือใหญ่ "ความต่างก็คือ ข้าแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้า"
"ปีศาจกินคนไม่ผิด ข้าฆ่าปีศาจก็ไม่ผิด ความผิดเพียงอย่างเดียว คือความอ่อนแอ ความอ่อนแอ คือบาปที่ร้ายแรงที่สุดในโลกใบนี้"
หลี่หงซิ่วไม่พูดอะไรอีก เพียงแค่จ้องมองเขาเขม็ง
นางรำที่เหลือเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น ถูกจิตสังหารที่ซูเหิงแผ่ออกมาเมื่อครู่กดดันจนหายใจไม่ออก
ความรู้สึกเหมือนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดทำให้พวกนางตาลาย แต่ถึงกระนั้น สายตาที่เป็นห่วงเป็นใยก็ยังมองไปที่หลี่หงซิ่ว
"ข้าจะไม่ตายที่นี่" หลี่หงซิ่วเอ่ยเสียงแหบ
เหมือนปลอบใจพี่น้อง และเหมือนให้กำลังใจตัวเอง
"เจ้าเลือกไม่ได้" ซูเหิงคำรามต่ำ เริ่มหมดความอดทน แขนซ้ายขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดดำปูดโปนเป็นลายพาดกลอน ตะปบไปทางหลี่หงซิ่ว
ตู้ม
หางจิ้งจอกสามหางเปรียบเสมือนหอกยาวสามเล่ม แทงสวนกลับมาอย่างสุดชีวิต
พลังปะทะกัน จุดระเบิด คลื่นกระแทกมหาศาลซัดหลี่หงซิ่วกระเด็น พร้อมกับฝุ่นควันตลบอบอวลบดบังสายตา
ซูเหิงกระทืบเท้าหนักๆ สร้างกระแสลม ทำลายสิ่งกีดขวาง ออกมาสู่เวทีด้านนอก
บนเวที เหมือนกับวันนั้น
มีกลองหนังสารพัดรูปแบบ ขนาดเล็กใหญ่ วางเรียงรายอยู่
กลองเหล่านี้วางในตำแหน่งที่มีนัยยะบางอย่าง ราวกับล้อมกรอบซูเหิงเอาไว้
ตุบ
พร้อมกับเสียงทึบหนัก
ร่างเพรียวยาวสีแดงเพลิงของหลี่หงซิ่ว ร่อนลงมาจากฟ้า เหยียบลงบนหน้ากลองทางทิศใต้
ซูเหิงดีดนิ้ว พลังปราณรุนแรงราวกับกระสุนปืนไรเฟิลพุ่งทะลวงออกไป โดนหน้ากลองเข้าอย่างจัง เกิดระเบิด ควันดำโขมง ทิ้งรอยไหม้ไว้บนพื้น
ช่องว่างปรากฏขึ้นในควันดำ หลี่หงซิ่วพุ่งผ่านไป ลงจอดบนหน้ากลองอีกใบ
พร้อมกับเสียงทึบหนัก
ซูเหิงโจมตีด้วยพลังปราณอีกครั้ง หลี่หงซิ่วก็หลบอีก
เสียงกลองดังรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะสั่นพ้องไปกับจังหวะการเต้นของหัวใจซูเหิง
ทุกครั้งที่หลี่หงซิ่วพุ่งผ่าน จะทิ้งเปลวไฟสีแดงที่ลุกไหม้จริงจังไว้บนพื้น
ไฟลุกโชน ลวดลายเชื่อมต่อกัน
ค่ายกลลึกลับ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นใต้เท้าซูเหิง ขังเขาไว้ข้างใน
ในที่สุด
หน้ากลองใบสุดท้ายถูกซูเหิงทำลาย
หลี่หงซิ่ววูบกาย ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังซูเหิง ผมดำยาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง
"เจ้าบีบข้าเองนะ" นางส่งเสียงกรีดร้องแหบแห้ง ในความโกรธเกรี้ยวเจือความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด เห็นได้ชัดว่าท่านี้กินพลังนางมหาศาล เป็นไพ่ตายก้นหีบยามเผชิญวิกฤตเป็นตาย
ฉ่า
นิ้วทั้งสิบของนางประสานอินอย่างรวดเร็ว กางออก แล้วกดลงพื้นอย่างแรง
รอบค่ายกล กำแพงไฟสูงกว่าสิบเมตรพุ่งขึ้นทันที
อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ด อากาศส่งเสียงแตกเปรี๊ยะ แม้แต่ผิวน้ำยังถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน ถ้าไม่มีหมอกหนาที่ซูเหิงสร้างขึ้นบดบังรอบด้าน เหตุการณ์นี้ต้องสร้างความแตกตื่นไปทั่วแน่
ตู้ม
กำแพงไฟบีบตัวเข้าหากันตรงกลาง เหมือนกลีบดอกไม้ที่หุบลงอย่างรุนแรง
ในเปลวเพลิงที่ลุกโชน ยังมีเส้นผมสีแดงจำนวนมาก พันธนาการร่างของซูเหิง
เส้นผมเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าโซ่เหล็ก จำนวนมากมายมหาศาล ปกคลุมมือและเท้าของซูเหิง มัดเขาจนกลายเป็นบ๊ะจ่างในพริบตา
"แฮ่ก..."
หลี่หงซิ่วหมอบลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก
เหงื่อสีแดงราวกับเลือด หยดลงจากแก้มขาวของเด็กสาว
"เท่านี้... น่าจะจัดการเขาได้แล้วนะ" หลี่หงซิ่วกดหน้าอกที่หัวใจเต้นรัวแรง เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงสวยงามสะท้อนภาพรังไหมยักษ์
ปึก
เสียงทึบหนัก ดังขึ้นกะทันหัน
รังไหมยักษ์สั่นไหวรุนแรงเหมือนหัวใจเต้น ปรากฏรอยร้าวที่ผิว
จากนั้นเป็นครั้งที่สอง รอยร้าวลามไปทั่ว สานไขว้กัน ลางๆ เห็นโครงร่างกล้ามเนื้อ
ต่อด้วยครั้งที่สาม ตู้ม
รังไหมยักษ์ระเบิดออก คลื่นกระแทกทรงพลังเปิดแผ่นไม้ปลิวว่อน พุ่งออกไปทุกทิศทุกทาง
หลี่หงซิ่วเบิกตากว้าง ผมยาวปลิวไสว มองดูแผ่นหลังอสูรที่ดุร้ายน่ากลัว ใหญ่โตปรากฏขึ้นตรงหน้า ความสิ้นหวังไร้ที่พึ่งค่อยๆ กัดกินใบหน้า
"เมื่อกี้เต้นสนุกไหม" ไม่รอให้นางได้ตอบสนอง ซูเหิงพุ่งตัวมาปรากฏตรงหน้าหลี่หงซิ่ว
จากนั้น หนึ่งหมัด
ปัง
หมัดเหล็กที่ใหญ่เกือบเท่าครึ่งตัวของหลี่หงซิ่ว กระแทกเข้าที่ท้องน้อยของนางอย่างจัง
ร่างกายของนางพับงออย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเส้นเลือดฝอย เลือดและเศษเครื่องในพ่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง เลือดเปรอะเปื้อนเต็มหน้าเต็มตัว ร่างกายพังยับเยิน เหมือนฟิกเกอร์ที่ถูกเด็กเปรตทำพัง
ปัง ปัง ปัง
พลังบ้าคลั่งกระหน่ำใส่ร่าง ร่างของหลี่หงซิ่วทะลวงหอแดงเหมือนขีปนาวุธ ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย พังถล่มไปเป็นแถบ
ซูเหิงถีบตัวอย่างแรง ท่ามกลางเสียงไม้แตกหัก พุ่งตัวออกไป
ขวับ
กางนิ้วออก แหวกกระแสลม
คว้าผมยาวของหลี่หงซิ่วไว้อย่างโหดเหี้ยม เหวี่ยงแขนกลางอากาศ หมุนตัว แล้วฟาดลงไปข้างล่าง
กระแสลมที่เพิ่มขึ้นกะทันหันแทงทะลุเยื่อแก้วหู เจ็บปวดวูบหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ยินอะไรอีก ในหัวว่างเปล่า
ผิวน้ำสีเขียวกว้างใหญ่ขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วในสายตาหลี่หงซิ่ว
ภายใต้ความเร็วสูง
ผิวน้ำอัดแน่น ไม่ต่างอะไรกับพื้นคอนกรีต
ร่างของหลี่หงซิ่วกระแทกผิวน้ำ ระเบิดน้ำพุสูงหลายสิบเมตร แล้วกระดอนขึ้น ตกลงมา แล้วกระดอนขึ้นอีก สร้างคลื่นยักษ์ไปตลอดทาง เหมือนการปาสิ่งของกระดอนน้ำ ไถลไปไกลหลายร้อยเมตร สุดท้ายกระแทกโครมเข้ากับเรือประมงไม้ลำหนึ่ง
กระดูกทั่วร่างแตกละเอียด อวัยวะภายในฉีกขาด แม้แต่สมองยังไหลออกมาทางจมูก
มีเพียงปีศาจที่สิงสู่ในร่าง ที่พยายามใช้อิทธิฤทธิ์ ยื้อชีวิตสุดท้ายของเด็กสาวไว้
สติของหลี่หงซิ่วจมดิ่งในความเจ็บปวด
"อิงอิง..." นางตะเกียดตะกายขึ้นไปบนเรือประมง ลมหายใจรวยริน "รีบหนีไป ไม่ต้องห่วงข้าแล้ว"
นางหันกลับไป เห็นหอแดงพังถล่ม ควันโขมงไม่หยุด หัวใจยิ่งเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด เพ่งมองอีกที ร่างสูงใหญ่กำยำของซูเหิงยืนตระหง่านอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำไกลลิบ สองมือไพล่หลัง สีหน้าเคร่งขรึม ไม่รู้ทำไมถึงไม่ตามมา
หลี่หงซิ่วละสายตากลับมา เพิ่งรู้สึกตัวว่าตรงหน้ามีขาสองข้างที่ผอมแห้งผิวเหลืองคล้ำ
นางเงยหน้าขึ้น ชาวประมงคนนั้นก็ก้มหน้าลงพอดี
ซี้ด
ดวงตาของหลี่หงซิ่วสั่นระริก
นางและปีศาจในร่างแข็งทื่อไปพร้อมกัน หัวใจร่วงหล่นลงสู่หุบเหวลึกในพริบตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังมืดมน
นางเห็นดวงตาสีทองลุกโชนคู่หนึ่ง ทั่วมณฑลไป่ฮวา คนที่มีดวงตาพิเศษเช่นนี้ มีเพียงคนเดียว
เจ้ากรมหน่วยปราบมาร ราชาวานรเนตรทอง หลี่เต้าเสวียน
[จบแล้ว]