เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 30

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 30

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 30


ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 30

ก่อนที่หลินอวี่จะทันได้สำรวจสภาพแวดล้อมมากขึ้น เขาก็ได้ยินทหารที่เฝ้าประตูมิติตะโกนขึ้นว่า

"หลีกทาง ทุกคนหลีกทาง! ทหารกองใหม่มาแล้ว ทุกคนหลีกทางหน่อย!"

เหล่าผู้มีพลังพิเศษที่เพิ่งเข้ามารวมทั้งหลินอวี่ต่างก็รีบหลบให้

จากนั้นประตูมิติก็เกิดการบิดเบี้ยว เหล่าทหารที่สวมใส่เครื่องแบบมาตราฐานค่อยๆปรากฏตัวขึ้นทีละคน

การเคลื่อนไหวของพวกเขาดูพร้อมเพรียงและเป็นระเบียบ เกิดเป็นพลังสภาวะอันดุดัน

ดูเหมือนเป็นทัพแกร่ง!

"ให้ตายสิ...คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีทหารหน่วยใหม่มาเติมกำลังเร็วแบบนี้ ดูท่าสถานการณ์ที่แนวหน้าคงกำลังตึงเครียดแหงๆ"

หลินอวี่ได้ยินผู้มีพลังพิเศษที่อยู่ใกล้ๆทอดถอนใจ

"ใช่ ช่วงนี้ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และมนุษย์หนูในเทือกเขาเป่ยเย่ยิ่งมายิ่งรุนแรง มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเลยล่ะ"

"สหาย นายเคยไปที่สนามรบมางั้นเหรอ?"

"เพ้ย นั่นแน่นอนอยู่แล้ว! ฉันรับภารกิจสอดแนมให้กับกองทัพ ฉันคงพูดอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ แต่เกี่ยวกับเทือกเขาเป่ยเย่ ฉันก็รู้เยอะพอตัว"

"สหาย นายนี่เจ๋งโครตๆเลย!"

"ฮ่าๆ ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ถึงงั้นก็ยังเทียบพวกยอดฝีมือที่ร่วมมือกับกองทัพต่อสู้กับพวกมนุษย์หนูไม่ได้"

"สหาย ฉันขอไปกับนายด้วยได้มั้ย? ฉันเพิ่งมาที่เทือกเขาเป่ยเย่เป็นครั้งแรก"

"นายน่ะเหรอ? นายอ่อนแอเกินไป ลืมมันไปซะเถอะ"

เสียงของผู้พูดค่อนข้างดูถูก

หลินอวี่หันไปมองดูผู้พูด

เป็นชายร่างผอมไว้เคราที่สวมใส่เกราะหนัง

หลินอวี่ถามด้วยความใคร่รู้ว่า "สหาย นายพอจะรู้อะไรเกี่ยวสานการณ์ของป้อมปราการจอมเชือดบ้างมั้ย?"

ชายมีหนวดเสินซูชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันมามองหลินอวี่

หลังจากได้เก็นเครื่องแต่งกายที่ดูหรูหราของหลินอวี่ เขาก็นิ่งตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นท่าทีของเขาอ่อนลงมาก

"น้องชาย นายพูดว่าป้อมปราการจอมเชือดงั้นเหรอ?"

"ใช่"

"ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่ดีเลย.....ฉันขอพูดอะไรบางอย่างก็แล้วกัน ในบรรดาสนามรบทั้งหมดในเทือกเขาเป่ยเย่ มีค่ายของมนุษย์หนูทั้งหมด 24 ค่าย และจำนวนของนักรบมนุษย์ที่ตายอยู่ที่นั่นก็มีมากถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของทั้งเผ่าพันธุ์!"

"หยึย....น่ากลัวชะมัด?!"

นักรบที่ยังดูหนุ่มพลันเบิกตาด้วยความกลัวทันทีที่ได้ยิน

"นายว่าไงล่ะ?"

เสินซูเหลือบมองเขา

จากนั้นจึงชี้ไปยังกลุ่มทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในมิติ แล้วจึงพูดว่า

"มีความเป็นไปได้สูงมากว่าทหารเหล่านี้จะถูกส่งไปที่ป้อมปราการจอมเชือด หลายวันก่อน จอมเชือดได้นำทัพมาบุกโจมตี ทำลายค่ายทหารที่เบื้องนอกของพวกเรา ที่นั่นมีทหารประจำการอยู่สองพันคน หากแต่ไม่มีใครรอดมาได้....แม้แต่ผู้บัญชาการ!"

หลินอวี่และนักรบหนุ่มต่างก็ตกตะลึง

"พวกมันร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?!"

เสินซูแสยะยิ้ม

"กองทัพจอมเชือดแน่นอนว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งมาก! โดยเฉพาะผู้นำของพวกมัน จอมเชือดแม็กซ์เวลล์ เขาเป็นผู้มีอาชีพหายากที่อยู่ในคลาสสาม! นับรวมทั้งเทือกเขาแล้ว ตัวตนที่แข็งแกร่งขนาดนี้มีอยู่นับนิ้วได้เลย!"

"ไม่รู้มีคนตั้งมากเท่าไรที่พยายามจะลอบฆ่าเขา แต่ทั้งหมดล้วนไม่มีใครกลับมาได้เลย"

ขณะที่พูด เสินซูก็ส่ายหัวเบาๆ

"ถ้าจะให้พูดล่ะก็ เดาว่าคงไม่มีใครฆ่าเขาได้ เพราะไม่ว่าส่งไปก็คนก็ถูกเขาฆ่าตายจนหมด เว้นแต่กองทัพที่ประจำการอยู่ในมิติอื่นๆจะส่งทหารและยอดฝีมือคลาสสี่มา"

"สำหรับคลาสสามนั้น.....แค่เอาตัวให้รอดก็ลำบากแล้ว"

หลินอวี่ยิ้ม

ขอแค่ไม่ใช่คลาสสามก็พอไม่ใช่เหรอ ถ้างั้นฉันที่อยู่แค่ระดับคลาสศูนย์ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?

"สหาย ขอบคุณสำหรับข้อมูล"

"ด้วยความยินดี นี่น้องชาย นายเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกใช่มั้ย? มาเข้าร่วมกลุ่มนักผจญภัยของพวกเรามั้ย? กลุ่มของเราพอจะมีชื่อเสียงอยู่ในเทอกเขาเป่ยเย่อยู่บ้าง รับรองว่าจะปฏิบัติต่อนายไม่แย่แน่นอน"

เสินซูยิ้มพลางเอ่ยปากชักชวน

นักรบหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง "???"

รู้สึกเหมือนโดนดูถูกยังไงก็ไม่รู้แฮะ

เขาอุตส่าห์เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเข้าร่วม แต่อีกฝ่ายไม่รับเขาไว้

ทว่าตอนนี้นายกลับหันไปชักชวนมือใหม่เหมือนกับฉันเนี่ยนะ?!

ไม่หยาบคายไปหน่อยเหรอ?!

เขาเหลือบมองหลินอวี่

ก็แค่ดูสูงกว่า ดูหล่อกว่า และอุปกรณ์ดูดีกว่าไม่ใช่รึไง?

ฮึ่ย น่าทึ่งตรงไหนกัน?

หลินอวี่ยิ้มก่อนจะส่ายหน้า "ตอนนี้ฉันยังไม่มีความคิดที่ร่วมกลุ่มกับใครน่ะ ขอโทษทีนะสหาย"

"ฮ่าๆ ไม่เป็นไร"

เสินซูแม้จะเสียดาย แต่เขาก็ไม่ได้บังคับอีกฝ่าย

เมื่อพูดไปแล้ว เขาก็ดู฿เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

"น้องชาย นายต้องระวังคนบางคนที่นี่เอาไว้ให้ดี"

"ระวังคน?"

หลินอวี่งุนงง

"มีบางคนที่ขี้ขลาดตาขาวกับเผ่าพันธุ์อื่น แต่โหดเหี้ยมกับเผ่าพันธุ์ตัวเอง น่าสวมใส่อุปกรณ์หรูหราแบบนี้ นายอาจจะตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายๆ แม้แต่พวกคนทรยศที่ไปเข้าร่วมกับพวกมนุษย์หนูก็อาจจะเล็งนายเป็นเป้าหมายด้วยก็ได้"

สามารถมีอุปกรณ์ที่หรูหราแบบนี้ได้ มีหรือจะเป็นคนธรรมดา?

ไม่ว่าจะเป็นทายาทของชนชั้นสูงหรือว่าอัจฉริยะเของผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ตาม คนเหล่านี้ล้วนคุ้มค่าที่จะสังหารทั้งนั้น

หลินอวี่เลิกคิ้ว จากนั้นจึงพยักหน้า

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณสหายที่เตือน"

เมื่อประตูมิติเปิดออก สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ต่างๆก็ปะทุขึ้นบ่อยครั้ง และในสงครามก็มักจะมีผู้ที่ทรยศต่อเผ่าพันธุ์ของตน

ไม่เพียงแต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ ทว่าเผ่าพันธุ์อื่นก็มีสถานการณ์เช่นนี้

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด และหลินอวี่ ในฐานะนักเดินทางข้ามเวลาก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร

หากว่ามีคนกล้าเข้ามาลงมือกับเขา เขาก็จะจัดการอีกฝ่ายซะ

หลังจากบอกลาเสินซูและเพื่อนๆของเขาแล้ว หลินอวี่ก็วางจุดเทเลพอตเอาไว้ในตรอกนอกลานจัตุรัส

ตอนนี้เขาสามารถวางจุดเทเลพอตได้สองจุด ดังนั้นจึงวางจุดหนึ่งไว้ที่เมืองรุ่งอรุนแห่งสงคราม

เขาย่อมเตรียมรับมือเหตุไม่คาดฝันเอาไว้

มีเพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้เท่านั้นจึงจะยังมีหวังที่จะทำภารกิจต่อจนสำเร็จ

หลังจากนั้นเขาก็ไปซื้อแผนที่ของเทือกเขาเป่ยเย่และเริ่มร่างแผนการขึ้นในใจ

หลังจากรับภารกิจเลื่อนคลาสแล้ว หลอดค่าประสบการณ์ของเขาก็ถูกล็อคเอาไว้

ตอนนี้เขาไม่สามารถใช้ขยายพลังได้แล้ว

หากไม่ใช่เพราะเตรียมตัวล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี เช่นนั้นโอกาสที่จะสำเร็จภารกิจก็จะลดน้อยลง

การเตรียมตัวเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ!

จบบทที่ ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 30

คัดลอกลิงก์แล้ว