เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 9

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 9

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 9


ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 9

ท่ามกลางฝูงโครงกระดูก

หยานจู่และจั่วมู่เกอถูกรายล้อมไปด้วยนักรบโครงกระดูกจำนวนมาก

เปลวเพลิงลุกโชนอยู่รายรอบเทพธิดาเพลิง หอกเพลิงในมือกราดแทงออกไปไม่ได้หยุด

-654

-635

-652

…......

ตัวเลขค่าความเสียหายอันน่าสยดสยองผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

พวกนักรบโครงกระดูกถูกเพลิงแผดเผาจนไหม้เกรียม กลายเป็นโครงกระดูกกระจัดกระจายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

อย่างไรก็ตาม เมื่อหยานจีจัดการนักรบโครงกระดูกไปได้กลุ่มหนึ่ง นักรบโครงกระดูกกลุ่มใหม่ก็จะดาหน้าเข้ามาแทนที่

พวกมันพุ่งเข้ามาโจมตีเธอด้วยดาบผุพังในมือ

-5

-4

-4

แม้ว่าค่าความเสียหายนี้จะไม่มากนัก แต่เมื่อสะสมรวมกันแล้วก็ไม่อาจประมาทได้

ด้านหลังของเธอ ไคทาสีขาวในมือจั่วมู่เกอเปล่งแสงออกมา

ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องต้องใบหน้าอันน่ารักของเธอ ขณะที่เธอเอ่ยขึ้นเบาๆว่า

"โล่วจนะศักดิ์สิทธิ์!"

ทันใดนั้นความเสียหายทั้งหมดก็ถูกดูดซับเอาไว้

จั่วมู่เกอโบกคทาอีกครั้ง

"วจนะศักดิ์สิทธิ์: ฮีลลิ่ง!"

เกิดแสงระยิบระยับห่อหุ้มร่างกายของหยานจี

ทันใดนั้นพลังชีวิตของเธอก็ฟื้นฟูกลับมาจนเต็ม

จากนั้นจั่วมู่เกอก็ร่ายเกราะขึ้นมาต้านทานการโจมตีให้ตัวเอง

หยานจีแทงหอกออกไป สีหน้าของเธอดูไม่สู้ดีสักเท่าใด

"บ้าจริง ฉันไม่นึกเลยว่าจะมีบอสอยู่ข้างใน แล้วก็ยังเป็นถึงเนโครแมนเซอร์ที่จัดการยากที่สุดด้วย!"

จั่วมู่เกอขมวดคิ้ว

"เสี่ยวจีจี น้ำยามานาของฉันใกล้หมดแล้ว"

หยานจีหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นเธอจึงกัดฟันพูดว่า

"ตามมา! ฉันจะพาเธอฝ่าออกไป!"

"มังกรเพลิงทะลวง!"

หยานจีแทงหอกในมือออก ร่างเงาของมังกรเพลิงก็ปรากฏขึ้นห่อหุ้มพวกเธอไว้

เงามังกรเพลิงกู่ร้องคำราม มันแหวกฝ่านักรบโครงกระดูกที่ขวางทางออกไปอย่างรวดเร็ว

-

-976

-962

ตู้ม ตู้ม ตู้ม!

ร่างของทั้งสองคนพุ่งผ่านไปที่ชายขอบของฝูงโครงกระดูกอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่อยู่ห่างจากชายขอบฝูงโครงกระดูกเพียงสิบกว่าเมตร ร่างเงาของมังกรเพลิงก็สลายไป

หยานจีหน้าซีดเผือด เธอช็อคจนแทบจะลืมหายใจ

ในฐานะที่เป็นสกิลมรดกของอาชีพอัศวินมังกรเพลิง มังกรเพลิงทะลวงย่อมทรงพลังไม่ผิดแน่

เพียงแต่ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเธอยังต่ำเกินไป

ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามันใช้ได้แค่หนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้น และหลังจากใช้แล้วก็จะทำให้เธอเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก!

เธอเหลือบมองไปที่ชายขอบของฝูงโครงกระดูกก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ

"ถอยไปนะ!"

ขณะที่พูด เธอก็ยังขยับหอกในมือไม่ได้หยุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อพละกำลังอ่อนโทรมลง พลังโจมตีของหอกก็ลดลงไปมาก

เป็นการยากที่จะสังหารนักรบโครงกระดูกได้ในเวลาไม่กี่วินาทีอีก

เมื่อทั้งสองกำลังจะฝ่าออกไปได้ พวกเธอก็ถูกพวกนักรบโครงกระดูกล้อมเอาไว้อีกครั้ง

เหล่าผู้มีพลังพิเศษที่อยู่ไกลๆเองก็ย่อมมองเห็นฉากนี้เช่นกัน

"สองคนนั้นมัน....คนของตระกูลหยานและตระกูลจั่ว!"

"สามารถปลุกพลังอัสวินมังกรเพลิงและนักบวชวจนะศักดิ์สิทธิ์ได้ พวกเธอเป็นทายาทตระกูลสายหลัก!"

"ทำยังไงดี? พวกเราต้องเข้าไปช่วยไหม?"

นั่นเป็นตระกูลหยานและตระกูลจั่วเชียวนะ!

ตระกูลทั้งสองก็คือตระกูลผู้ปกครองเมืองประกายแสง!

ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นก็เห็นกันชัดเจนอยู่แล้วหากสามารถช่วยเหลือทายาทของตระกูลที่สามารถปลุกพลังอาชีพหายากขึ้นมาได้

และหากว่าสามารถเอาชนะใจสาวงามได้ นั่นก็จะไม่ต่างจากหนูตกถังข้าวสารเลย!

บางคนเริ่มขยับตัวจะเข้าไปช่วย!

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะทันได้วิ่งเข้าไปช่วย คำพูดหนึ่งก็คล้ายกับมีถังน้ำเย็นสาดใส่หัวของพวกเขา

"ช่วยงั้นเหรอ? จะเอาอะไรไปช่วย? ไม่เห็นฝูงโครงกระดูกพวกนั้นรึไง!?"

"ใช่ ในฝูงนั่นอย่างน้อยๆก็มีพันตัวเห็นจะได้ และเจ้าบอสนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะต่อกรด้วยได้เลย!"

"รีบไปกันเถอะ ถ้าพวกเราตกเป็นเป้าหมายของบอสไปด้วย พวกเราจะต้องตายอยู่ที่นี่แน่!"

คนส่วนใหญ่ยังคงมีเหตุผล ไม่ถูกความงามที่อยู่เบื้องหน้าล่อลวงจนหน้ามืดตามัว

ขณะที่พวกเขากำลังจะหันหลังเดินจากไป พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มผมสีดำกำลังเดินตรงไปทางฝูงโครงกระดูก

"เจ้านี่...."

"หรือไม่กลัวตายเลย?"

ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ

หลินอวี่เดินเข้าไปใกล้ฝูงโครงกระดูกก่อนจะตะโกนขึ้นยิ้มๆว่า

"นั่นมันคุณนักเรียนโต๊ะเดียวกันไม่ใช่เหรอ? ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรเลยนะ? ต้องการให้ช่วยมั้ย?"

เมื่อเจอกันทักทายเช่นนี้ แม้แต่หยานจีและจั่วมู่เกอที่กำลังต่อสู้ด้วยความยากลำบากก็ยังต้องตกตะลึง

"เพื่อนร่วมโต๊ะ?"

จั่วมู่เกอสับสน จากนั้นจึงหันไปมองหยานจี

เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอเป็นผู้หญิง

แต่เสียงที่ตะโกนเข้ามานี้เป็นเสียงของผู้ชายชัดๆ

สีหน้าของหยานจีเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เธอย่อมจำเสียงของหลินอวี่ได้

อย่างไรก็ตาม หลินอวี่เป็นแค่นักเวทธรรมดาๆไม่ใช่เหรอ?

เขามาทำอะไรที่นี่?

เจอกับมอนสเตอร์โครงกระดูกฝูงใหญ่แบบนี้ นักเวทฝึกหัดอย่างเขาจะทำอะไรได้?

เธอย่อมไม่มีความคิดจะฉุดดึงคนอื่นเข้ามาในปักโคลนด้วยกัน

เธอกัดฟันก่อนจะตะโกนออกไปว่า "หลินอวี่?! นายมาทำอะไรที่นี่?! รีบหนีไปเร็วเข้า!"

หลินอวี่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นจึงปรายตามองนักรบโครงกระดูกสองตัวที่กำลังถือมีดผุพังเดินเข้ามาหาเขา

นักรบโครงกระดูกทั้งสองใช้มีดในมือฟันใส่หลินอวี่ที่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน

-0

-0

-0

ต่อให้สร้างความเสียหายไม่ได้ พวกมันก็ยังโจมตีอย่างไม่ยอมย่อท้อ

คล้ายกับการโจมตีเป็นการสร้างความสุขสำหรับพวกมัน

หลินอวี่ยกมือขึ้นจับหัวกะโหลกของนักรบโครงกระดูกที่เบื้องหน้าอย่างอดไม่ได้

อืม เป็นสัมผัสที่ให้ความรู้ดีจริงๆ

แค่กๆ ไม่ใช่สิ ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยคน!

หลินอวี่สลัดความคิดไร้สาระทิ้ง จากนั้นจึงโบกคทาที่อยู่ในมือ

เปลวเพลิงเริ่มควบแน่นกลายเป็นบอลไฟก่อนจะพุ่งเข้าไปตกกลางฝูงโครงกระดูก

ตู้ม!

เปลวไฟที่มีรัศมี 20 เมตรกำลังระเบิดออกมาเป็นควันรูปเห็ดอันงดงาม

-1193

-1201

-1190

…........

ค่าความเสียหายอันน่าพรั่นพรึงเด้งขึ้นรัวๆ นักรบโครงกระดูกหลายสิบตัวถูกระเบิดจนกระจุยกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย......

จบบทที่ ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 9

คัดลอกลิงก์แล้ว