เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 174: ทางเลือกสุดท้าย

บทที่ 174: ทางเลือกสุดท้าย

บทที่ 174: ทางเลือกสุดท้าย


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

บทที่ 174: ทางเลือกสุดท้าย

อาวุโสใบหน้าสีแดงจะเอาชนะทั้งสองคนนั้นได้อย่างไร? แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถูกลากออกไป ดังนั้นจึงตะโกนออกมาว่า “ข้าจะบอกว่าเรามีภารกิจที่นี่ เรายังไม่ได้ตรวจสอบความสำเร็จของสำนักแห่งนี้เลย!”

“ตรวจสอบศีรษะของเจ้าน่ะสิ! เจ้าไม่ต้องการที่จะกลับไปงั้นหรือ? เขาผ่านแล้ว!” อาวุโสหัวโล้นตะโกนกลับมา

“อะไรกัน พวกเจ้าเพียงอยู่ที่แห่งนี้เพียงชั่วโมงเดียว อะไรกันที่เจ้าตรวจสอบ? เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้ากำลังละเลยหน้าที่ของตนเอง!” อาวุโสใบหน้าสีแดงกล่าวพร้อมกับร่ำไห้ออกมา

“ข้าสามารถบอกได้ว่าเขาตรวจสอบแล้ว!” อาวุโสหัวโล้นตะโกนกลับมา “ตามกฎของสำนักถ้าหากมีสองคนที่ยอมรับ ถือว่าพวกเขาผ่านการทดสอบ! และในตอนนี้เราทั้งสองคนได้ตรวจสอบและอนุมัติคำขอจากจ้าวสำนักแห่งนี้แล้ว! เจ้าต้องการจะทำอะไร?”

ในขณะที่อาวุโสใบหน้าสีแดงได้ยินเช่นนั้น เขาไร้คำที่จะกล่าวออกมาพร้อมบ่นอย่างเหลืออด“พวกเจ้าสองคนช่างบัดซบยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าทั้งสองต้องการกลับไปดื่มชาวิถีเต๋าและหลุดออกจากสภาวะตีบตัน แต่เจ้ากลับพูดจาเหมือนกับว่าเต็มไปด้วยเหตุผลอื่นมากมาย!”

“ฮ่าฮ่า เราได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องแล้ว ใครกันขอให้เจ้าเป็นคนขี้ขลาดเช่นนี้!” อาวุโสหัวโล้นกล่าวพร้อมหัวเราะ “ถ้าหากเจ้าใจกว้างมากกว่านี้ แน่นอนว่ามันจะต้องมีผลตอบแทนสักเล็กน้อย!”

“บัดซบ เห็นได้ชัดว่าเสื้อคลุมแห่งธาตุทั้งห้านั้นคุ้มค่าเสียยิ่งกว่ายันต์หยกสายฟ้า มันเป็นเพียงเจ้าอ้วนนั่นไม่รู้ว่าต้องเลือกสิ่งใดจึงจะเหมาะสมกับเขา!” อาวุโสใบหน้าสีแดงตะโกนออกมาอย่างอดกลั้น

“ฮ่าฮ่า นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าอับโชคเอง แล้วจะไปตำหนิผู้ใดได้!” อาวุโสหัวโล้นกล่าว

ตามเสียงนั้น พวกเขาค่อย ๆ คุยกันด้วยเสียงที่นุ่มนวลขึ้นจากนั้นจึงหายออกไปจากพื้นที่

เจ้าอ้วนรู้สึกน้ำตาไหลที่เหล่าตัวปัญหาทั้งสามได้กลับออกไปเสียที จากนั้นเขามุ่งหน้าเข้าสู่สำนักชั้นใน เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรกับชาวิถีเต๋าที่มอบให้กับหงหยิง และทำไมจึงไม่สามารถขายให้กับอาวุโสได้

เจ้าอ้วนบินมาถึงลานของจ้าวสำนักพร้อมกับความสับสนเต็มหัวใจ

สิ่งแรกที่เขาเห็นคือภรรยาจ้าวสำนักนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยใบหน้าที่หดหู่ จ้าวสำนักกำลังปลอบใจนางอยู่พร้อมกับหงหยิงที่นั่งข้างๆ

เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนเข้ามา จ้าวสำนักรีบถามออกไปว่า “อาวุโสทั้งสามอยู่ที่ใด?”

“พวกเขากลับสำนักไปแล้ว!” เจ้าอ้วนตอบ

“อะไรนะ? กลับไปแล้ว?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาสูญเสียใบหน้าของตนทันที “แย่มาก ข้าคิดว่าพวกเขาคงโกรธจัดและข้าคงไม่อาจชำระเรื่องเหล่านี้ได้!”

“ไม่ใช่อย่างนั้น!” เจ้าอ้วนตอบกลับอย่างรวดเร็ว “พวกเขามีความสุขในขณะที่กลับออกไป ข้าได้ยินบทสนทนาของพวกเขาในตอนนั้นซึ่งกล่าวว่าอนุมัติคำขอของท่าน!”

“ว่าอะไร?” ดวงตาของจ้าวสำนักเบิกโพลงในขณะที่ได้ยินเช่นนั้นและกล่าวว่า “แต่พวกเขาไม่ได้ตรวจสอบสิ่งใดเลย และอยู่ที่นี่เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ผ่านได้อย่างไรกัน?”

“ฮี่ฮี่!” เมื่อเจ้าอ้วนได้ยินเช่นนั้น เขาหัวเราะออกมาพร้อมกล่าวว่า “อาวุโสสองคนได้รับชาวิถีเต๋าจากข้า ดังนั้นเขาจึงกลับไปพร้อมกับความสุขที่จะผ่านพ้นสภาวะตีบตันได้ เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะให้ท่านผ่านการทดสอบ!”

“อ๋อ เป็นเช่นนี้!” เจ้าสำนักตอบกลับอย่างประหลาดใจ “อ้วนน้อยขอขอบใจเจ้ามาก!”

“ฮี่ฮี่ ท่านสุภาพเกินไปแล้ว ที่จริงข้าก็ทำกำไรได้ไม่น้อยเช่นกัน ชาเพียงครึ่งหม้อยังช่วยให้ข้าได้รับสมบัติบางอย่าง!” เจ้าอ้วนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นเขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมพร้อมกล่าวต่อ “แต่แปลก พวกท่านมีชาวิถีเต๋าอยู่ เหตุใดจึงไม่ทำการแลกเปลี่ยนกับพวกเขา มันสามารถแลกเปลี่ยนกับสมบัติได้!”

ในขณะที่ภรรยาจ้าวสำนักได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นหมดหนทางและไร้คำจะกล่าว

อย่างไรก็ตาม หงหยิงเป็นหญิงสาวที่ตรงไปตรงมานางกล่าวออกมาอย่างขื่นขมว่า “ชาที่ได้รับมาจากพี่ชายอ้วนนั้นท่านแม่ของข้าได้นำมันไปล้างเท้า! ในขณะที่เราเข้ามา ชาวิถีเต๋าได้เปลี่ยนแปลงกลายเป็นน้ำล้างเท้าเสียแล้ว”

“ว่าอะไร?” ใบหน้าของเจ้าอ้วนเปลี่ยนสีทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เขาไม่รู้ว่าใบหน้าของเขาตอนนี้มันเปลี่ยนไปเช่นไร

ใบหน้าของภรรยาจ้าวสำนักเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมหันไปตำหนิหงหยิง “ไม่มีใครกล่าวหาว่าเจ้าเป็นใบ้ถ้าหากเจ้าไม่กล่าวอะไรออกมา!”

จ้าวสำนักโกรธเจ้าอ้วนอย่างรุนแรงพร้อมกล่าวว่า “แน่นอนว่าอย่างไรมันก็ดีกว่าอาหารเน่า ๆ ในกระเพาะของเจ้า ถ้าหากว่าข้าได้ยินว่าเรื่องนี้แพร่กระจ่ายออกไป แน่นอนว่าเจ้าจะได้กลายเป็นไขมันหมูสมใจ!”

“ข้าทราบดี!” เจ้าอ้วนรู้ดีว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ มันน่าอับอายเกินกว่าจะพูดออกไป ดังนั้นเขาจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อทันที “ขอให้จ้าวสำนักมั่นใจว่าศิษย์ไม่ได้ยินสิ่งใดเลยในวันนี้!”

“ดี! จะดีมากถ้าเจ้าทำได้!” จ้าวสำนักพยักหน้าพร้อมกล่าวเสริม “จริงด้วย ส่วนที่เหลือจากที่ได้รับมาจากเจ้า! ข้าและภรรยาขอขอบคุณจากใจจริง ถ้าหากเจ้าขาดเหลือสิ่งใดบอกเราได้เลย ข้าจะจัดหามาให้เพื่อตอบแทน! เจ้าสามารถเลือกรางวัลของตนเองได้!”

“เอ่อ เรื่องนั้นไม่เป็นไรมิได้!” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาพร้อมใบหน้าหดหู่ “ในตอนนี้ข้ามีสิ่งที่ดีมากมาย อีกอย่างถ้าหากข้าไม่ได้เข้าร่วมการล่าก็คงไม่ได้รับชาวิถีเต๋ากลับมา! กล่าวได้ว่านี่เป็นโชคลาภจากอุบัติเหตุ ข้าจะเอาใบหน้าที่ใดไปขอรางวัลจากท่าน! เพียงแค่มองเห็นข้าเป็นลูกหลานก็เพียงพอแล้ว!”

“ฮ่าฮ่า อ้วนน้อยถ้าเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็ตกลง!” จ้าวสำนักกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้ามีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”

“เรื่องอะไรหรือ?” เจ้าอ้วนถามกลับอย่างสับสน

“เรื่องที่เจ้าจะไปกับพวกเรา!” ภรรยาจ้าวสำนักกล่าวพร้อมกับจ้องไปที่เจ้าอ้วน “หยุดทำท่าทางเช่นนั้น แล้วกล่าวออกมาว่าเจ้าต้องการจะไปกับพวกเราหรือไม่?”

“เรื่องนั้น….” เมื่อเขาถูกกดดันเช่นนี้ แน่นอนว่าเขาทำอะไรไม่ถูกอีกครั้ง ถ้าหากเขากล่าวว่าเขาไม่ต้องการจะไปแน่นอนว่าจะทำให้อาวุโสทั้งสองรู้สึกแย่ แต่ถ้าหากเขากล่าวว่าต้องการจะไป มันก็จะเป็นการบังคับเขาอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถกล่าวอะไรได้

เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนเงียบ หงหยิงรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ต้องการจะไป ดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปจับมือเขาพร้อมกล่าวว่า “พี่ชายอ้วนอย่าบอกนะว่าท่านจะทิ้งข้า?”

“เฮ้อ!” เจ้าอ้วนถอนหายใจพร้อมกล่าวว่าเคร่งขรึม “หงหยิง ข้าไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเจ้าและเจ้ายังมีอาวุโสทั้งสองคอยดูแล แต่ข้ามีปัญหาที่ต้องจัดการจึงไม่สามารถไปกับเจ้าได้ในตอนนี้!”

“ปัญหาอะไร? ทำไมท่านไม่พูดออกมา?” หงหยิงถาม

“เรื่องนั้น…” เมื่อเจ้าอ้วนได้ยินเช่นนั้น เขานิ่งเงียบไปอีกครั้ง เรื่องราวการตายของครอบครัวเขายังเต็มไปด้วยความซับซ้อน นอกเหนือจากคำพูดของศิษย์สำนักพันปีศาจที่กำลังจะตายตกในวันนั้นมันไม่มีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมเลย มันจะดีกว่าถ้าหากเขาไม่เปิดเผยมันออกมา แต่มันทำให้อาวุโสทั้งสองต้องกังวลใจ ถ้าหากเขาเลือกจะอยู่สถานที่แห่งนี้ต่อเพราะกังวลใจเรื่องนี้ แน่นอนพวกเขาทั้งสองจะลงเอยด้วยการต่อสู้กับนักบวชฮัวอวิ๋น เจ้าอ้วนไม่เต็มใจที่จะมองดูจ้าวสำนักกับภรรยาต่อสู้กับพี่น้องร่วมสำนักเพียงเพราะเขาคนเดียว

ดังนั้นเจ้าอ้วนจึงตัดสินใจที่จะปิดบังเรื่องนี้ไว้ เขาทำได้เพียงตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้ “ศิษย์น้อง นับตั้งแต่ที่ข้ากล่าวว่ามันคือปัญหา แน่นอนว่ามันไม่ง่ายที่จะอธิบาย!”

“ท่านปิดบังแม้กระทั่งข้างั้นหรือ?” หงหยิงกล่าวอย่างน้อยใจ

“ข้าขอโทษ!” เจ้าอ้วนมองลงต่ำพร้อมกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนปากแข็งเช่นนี้ หงหยิงก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ แต่นางก็ไม่ยอมแพ้และกล่าวว่า “ข้าขอถามท่านว่าศิษย์พี่ฉุ่ยจิ้งทราบปัญหาของท่านหรือไม่?”

“นาง? แน่นอนว่าไม่ ทำไมข้าต้องกล่าวเรื่องนี้กับนาง?” เจ้าอ้วนตอบกลับด้วยใบหน้าที่งุนงง

“เหอะ ดีแล้วที่นางไม่รู้ ถ้าหากนางรู้ในสิ่งที่ข้าไม่รู้ แน่นอนว่าข้าจะสอนบทเรียนให้กับท่าน!” หงหยิงยกหมัดขึ้นมาเพื่อข่มขู่เจ้าอ้วน

ในขณะที่เจ้าอ้วนได้ยินเช่นนั้น เขาไม่สามารถทำสิ่งอื่นได้นอกจากหัวเราะออกมา เขารู้สึกเพียงว่าหงหยิงอิจฉาเท่านั้น แต่มันไม่ง่ายเลยที่อธิบายเรื่องเหล่านี้เพราะสถานการณ์มีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบไว้ดีกว่า

ความจริงจ้าวสำนักและภรรยาไม่อาจปล่อยเขาไปได้ แต่กลับกันในตอนนี้จ้าวสำนักกล่าวออกมาด้วยใบหน้าขื่นขม “อ้วนน้อย ข้าได้เห็นเจ้ามาตั้งแต่เกิด เจ้าเปรียบเสมือนครอบครัวของข้า! ข้าขอเตือนเจ้าในฐานะครอบครัว แต่ถ้าหากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็ไม่อาจขัดใจได้”

“เจ้าต้องไม่ลืมการข่มขู่ของหงหยิง ถ้าไม่เช่นนั้น เราและสามีจะจัดการเจ้าเอง!” ภรรยาจ้าวสำนักกล่าวเสริม

“ศิษย์ไม่กล้า!” แม้ว่าเจ้าอ้วนจะรู้สึกปวดหัวกับพวกเขาเหล่านี้ แต่ภายในใจกลับรู้สึกดีมากกว่าเดิม สำหรับจ้าวสำนักและภรรยาของเขากล่าวเช่นนี้แน่นอนว่าพวกเขารู้ความสัมพันธ์ของเจ้าอ้วนกับหงหยิงแล้ว พวกเขาไม่ได้ตำหนิอะไร!

“ดีแล้วที่ท่านไม่มีความคิดเช่นนั้น!” หงหยิงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าขมขู่ แต่นางเขินอายเกินกว่าจะกล่าวเรื่องเหล่านั้นต่อหน้าครอบครัวของตนเองได้ ดังนั้นนางจึงดึงเจ้าอ้วนออกมาด้านนอก

เมื่อเจ้าอ้วนและหงหยิงวิ่งออกมา จ้าวสำนักและภรรยายิ้มตามทั้งคู่ จากนั้นอารมณ์หดหู่จากชาวิถีเต๋าที่เปลี่ยนเป็นน้ำล้างเท้าก็กลับมาอีกครั้ง

แต่จ้าวสำนักพลันขมวดคิ้วพร้อมกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าเหตุผลใดกันที่ทำให้อ้วนน้อยไม่อยากไปกับเรา? อย่าบอกนะว่าเขาไม่อาจทนห่างเหินกับฉุ่ยจิ้งได้?”

“ต้องไม่ใช่นาง!” ภรรยาจ้าวสำนักกล่าวออกมา “เห็นได้ชัดว่าฉุ่ยจิ้งให้ความสำคัญกับเขา แต่ว่าซ่งจงนั้นเกรงกลัวนาง! เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงนางได้ ทำไมจะต้องเกรงกลัวที่จะทิ้งนางไปด้วย?”

“กลัว? เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยเกรงกลัวอะไร เขากระทั่งปั่นหัวให้ฮัวอวิ๋นเป็นตัวโง่งมได้ แล้วทำไมจะต้องเกรงกลัวสตรีเช่นฉุ่ยจิ้ง?” จ้าวสำนักถามกลับอย่างมึนงง

ภรรยาจ้าวสำนักหัวเราะเบา ๆ ในขณะที่กล่าวออกมาว่า “สามีข้า ถ้าหากข้าเป็นเหมือนฉุ่ยจิ้งที่สามารถรู้ว่าท่านจะทำอะไร วันนี้ไปที่ใด หรือแม้กระทั่งพรุ่งนี้จากการทำนาย และไม่มีสิ่งใดหลบพ้นสายตาของข้าได้ ท่านจะเกรงกลัวข้าหรือไม่?”

“เรื่องนั้น...” เมื่อจ้าวสำนักได้ยินเช่นนั้น เขาไม่ได้กล่าวอะไรต่อพร้อมกับลูบหัวเบา ๆ “เหมือนว่ามันก็ค่อนข้างจะน่ากลัวเอาเรื่องเลย!”

“ถูกต้อง!” ภรรยาจ้าวสำนักกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ฉุ่ยจิ้งนั้นดีทุกอย่างยกเว้นการทำนายของนาง ทุกคนมีความลับของตนเองที่ไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงอยู่ห่างจากฉุ่ยจิ้ง! เหตุผลนี้ไม่ใช่หรือที่เหล่าศิษย์ทั้งหลายไม่เต็มใจที่จะอยู่ภายในสำนักชั้นในเพราะเกรงกลัวนาง? ดังนั้นนางจึงต้องออกไปอยู่ด้านนอก!”

“อืม มันก็ดูสมเหตุสมผล!” จ้าวสำนักพยักหน้าพร้อมกับถามว่า “ถ้าหากเป็นเช่นนั้นเหตุใดอ้วนน้อยจึงยอมเสี่ยงที่จะถูกรังแกจากฮัวอวิ๋น และยืนยันที่จะอยู่ตรงนี้เพียงคนเดียว?”

จบบทที่ บทที่ 174: ทางเลือกสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว