เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 ฉันในวันนี้ คือคนที่เธอเอื้อมไม่ถึง

บทที่ 47 ฉันในวันนี้ คือคนที่เธอเอื้อมไม่ถึง

บทที่ 47 ฉันในวันนี้ คือคนที่เธอเอื้อมไม่ถึง


"ลวี่เวยในแผนกของฉันเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วเลยค่ะว่าเธอเป็นแฟนของคุณ" ไป๋ลู่กล่าว "ถ้าฉันไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังล่ะก็ ฉันคงเชื่อไปแล้วจริงๆ!"

โจวหยาง : "..."

มิน่าล่ะ ซูจิ้งถึงได้ยินมาว่าเขามีแฟนแล้ว

และคำพูดประหลาดๆ ที่จ้าวสื่ออิ๋งพูดเมื่อกี้ โจวหยางก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งในตอนนี้เอง

ที่จ้าวสื่ออิ๋งบอกว่า "คนที่ดีกว่า สดใหม่กว่าอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับจะไปตายรังอยู่ที่เดิม"

คงเป็นเพราะเธอได้ยินข่าวลือมา และคิดว่าเขาคืนดีกับลวี่เวยแล้วนั่นเอง

"ยัยลวี่เวยนี่ หาเรื่องปวดหัวให้จริงๆ!" โจวหยางรู้สึกโกรธมาก

เขาตัดสินใจจะไปคุยกับลวี่เวยให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นยัยนั่นคงไม่หยุดแผนการบ้าๆ พวกนี้แน่

นี่มันเป็นการทำลายชื่อเสียงของเขาชัดๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้เขากำลังดวงนารีพุ่งแรง ไม่อยากจะให้ยัยนี่มาขวางทางรักที่กำลังจะผลิบาน

"รุ่นพี่ครับ ตอนนี้ผมจะไปที่แผนกของพี่!"

"เดี๋ยวๆ... อย่า!"

ไป๋ลู่ตั้งใจจะบอกว่าแฟนเก่าของลวี่เวยมาหาพอดี ตอนนี้คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่...

แต่เธอยังพูดไม่ทันจบ โจวหยางก็กดวางสายไปเสียแล้ว

ไม่นานนัก โจวหยางก็เดินลงมาถึงแผนกบริหาร เขาเห็นลวี่เวยกำลังยืนคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ที่ทางเดิน

ผู้ชายคนนั้นยืนหันหลังให้โจวหยาง ที่หัวยังมีผ้าพันแผลพันอยู่

ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเซี่ยเฟิงที่โดนอัดน่วมที่หวงเฉา คลับนั่นเอง

"ลวี่เวย นี่เธอจงใจใช่ไหม?" เซี่ยเฟิงตะคอก "เธอคลานกลับไปหาไอ้โจวหยาง เพียงเพื่อจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม?"

ลวี่เวยเหลือบไปเห็นโจวหยางเดินเข้ามาพอดี เธอจึงแกล้งพูดเสียงดังว่า "คุณน่ะสำคัญตัวผิดไปแล้ว ฉันชอบโจวหยางจริงๆ ที่ตอนนั้นฉันยอมคบกับคุณ ก็แค่หวังจะให้คุณฝากงานในแผนกบริหารของอีพีเอสให้เท่านั้นแหละ ความจริงแล้วฉันไม่เคยชอบคุณเลยสักนิด"

"โกหก!" เซี่ยเฟิงกัดฟันพูดด้วยท่าทางแทบคลั่ง "โจวหยางมันมีตรงไหนดีกว่าฉัน? มันจะไปเก่งกว่าฉันตรงไหน?"

ลวี่เวยแสยะยิ้มอย่างดูแคลน "เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง โดยเฉพาะ... เรื่องอย่างว่า"

"เรื่องอย่างว่า?" เซี่ยเฟิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจความหมายทันที

พริบตาเดียว ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ราวกับระเบิดที่พร้อมจะปะทุ

"สรุปคือ ฉันไม่ได้รักคุณ โจวหยางต่างหากคือแฟนของฉัน!" ลวี่เวยจงใจแผดเสียงพูด

ความจริงแล้ว เธอไม่ได้หลอกเซี่ยเฟิงเลย

เธอไม่เคยรักผู้ชายคนนี้จริงๆ สิ่งที่เธอรักคือภูมิหลังและเงินทองของเขาต่างหาก

แต่ตอนนี้ ภูมิหลังของเซี่ยเฟิงไม่มีเหลือแล้ว

เซี่ยยงพ่อของเขา เพราะเรื่องที่ไปป้ายสีถังอวี้เหมยผู้เป็นภรรยา จึงถูกทางกลุ่มบริษัทสั่งลงโทษลดตำแหน่งลงเหลือเพียงระดับผู้จัดการเท่านั้น

ถ้าโจวหยางได้บรรจุเป็นพนักงานประจำในตำแหน่งผู้จัดการ ตำแหน่งก็จะเท่ากับเซี่ยยงพอดี

เซี่ยยงทนแบกรับความอับอายไม่ไหว จึงตัดสินใจลาออกไปเสีย

บริษัทจัดหางานของเซี่ยเฟิงนั้นอาศัยบารมีจากพ่อที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลมาโดยตลอด

ในตอนนี้เมื่อต้นไม้ใหญ่ล้มลง ธุรกิจของเขาก็ไม่มีลูกค้าเข้ามาอีกเลย

แถมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับถังอวี้เหมยผู้เป็นแม่ก็ดิ่งลงเหวจนถึงจุดเยือกแข็ง

เรียกได้ว่าตอนนี้เขาไม่เหลือทั้งเส้นสายและเงินทอง

มีหรือที่ผู้หญิงอย่างลวี่เวยจะยอมจมปลักอยู่ข้างกายเขาต่อ

"ลวี่เวย ทำกับฉันแบบนี้ เธอต้องเสียใจภายหลังแน่!" เซี่ยเฟิงกัดฟันข่มขู่

ผู้หญิงคนนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างรุนแรง เขาขอยสาบานว่าจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่

ทว่าลวี่เวยกลับไม่สนใจเขาอีกต่อไป เธเดินอ้อมตัวเขาแล้ววิ่งเข้าไปหาโจวหยาง "ที่รัก คุณมาหาฉันเหรอคะ!"

พูดจบเธอก็ทำท่าจะโผเข้ากอดโจวหยาง

ภาพที่เห็นทำให้เซี่ยเฟิงแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความแค้น

โจวหยางผลักลวี่เวยออกทันที "ลวี่เวย ฉันเตือนเธอนะ อย่ามาเที่ยวปล่อยข่าวลือมั่วซั่วอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องศาลดำเนินคดีกับเธอแน่!"

ลวี่เวยทำหน้าเศร้าสร้อยพลางคว้าแขนโจวหยางไว้ "ก็เพราะฉันรักคุณไงคะ แล้วคุณก็ไม่สนใจฉันเลย ฉันถึงต้องใช้วิธีนี้!"

โจวหยางสะบัดแขนเธอออกอย่างไม่ใยดี "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อยู่ห่างๆ จากฉันไว้ และอย่าได้คิดจะเล่นแง่อะไรอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจเธอแน่! เข้าใจที่พูดไหม?"

เมื่อเห็นโจวหยางโกรธจริง ลวี่เวยก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับ

โจวหยางแค่นเสียงหึเตรียมจะเดินจากไป

แต่ในจังหวะที่เดินผ่านเซี่ยเฟิง เขากลับนึกสนุกขึ้นมา จึงหยุดเท้าแล้วหันไปพูดกับเซี่ยเฟิงว่า:

"ยัยนี่ไม่ใช่แฟนแกเหรอ? ฝากดูแลให้ดีๆ หน่อยนะ อย่าให้มาตามตอแยฉันอีก ไม่อย่างนั้นถ้าวันไหนฉันเกิดอารมณ์ไม่ดีแล้วเผลอไปเผด็จศึกยัยนี่เข้า แกนั่นแหละที่จะโดนสวมเขา"

"ไอ้ระยำ...!" เซี่ยเฟิงเงื้อหมัดตั้งท่าจะชกโจวหยางด้วยโทสะ

ทว่าพอนึกถึงพลังการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของโจวหยางขึ้นมาได้ เขาก็ปอดแหกทันที ได้แต่ตะโกนด่าทออย่างแค้นเคือง "พวกแกสองคนไอ้คู่หญิงร้ายชายชั่ว ฉันไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่ คอยดูเถอะ!"

พูดจบ เขาก็รีบสะบัดหน้าเดินหนีไปก่อนด้วยความโกรธ

ทางด้านโจวหยางก็ไม่สนใจลวี่เวยอีก เขาหมุนตัวเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่อยู่สุดทางเดิน

ลวี่เวยมองตามแผ่นหลังที่เย็นชาของโจวหยางด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เธอรู้ดีว่าทั้งหมดนี้คือผลกรรมที่เธอทำไว้เอง ทั้งความเสียดาย ความโกรธ และความจนปัญญาถาโถมเข้าใส่จนสมองของเธอมึนตึ๊บไปหมด

ทว่าจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว

"เมื่อกี้โจวหยางบอกว่า ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดี จะเผด็จศึกฉันเพื่อสวมเขาให้เซี่ยเฟิงงั้นเหรอ!"

"แสดงว่าเขาก็ยังสนใจในตัวฉันอยู่น่ะสิ!"

ลวี่เวยเริ่มมโนไปไกลพลางคิดหาวิธีที่จะทำให้โจวหยางยอม "เผด็จศึก" เธอให้ได้จริงๆ

ในตอนนั้นเอง โจวหยางเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์แล้วทักทายไป๋ลู่ "รุ่นพี่ ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ?"

"ตอนนี้ไม่ค่อยยุ่งค่ะ!" ไป๋ลู่เดินเข้ามาหา ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้ม เธอขยับเข้าไปกระซิบเสียงเบา "เมื่อกี้เห็นแฟนเก่าลวี่เวยเดินหน้าบึ้งออกไป แหม ทะเลาะกันแล้วเขาสู้คุณไม่ได้เหรอคะ?"

"ผมขี้เกียจจะลดตัวไปยุ่งกับเขาน่ะครับ!" โจวหยางตอบ "รุ่นพี่ครับ ที่ผมมาเนี่ยก็เพื่อจะขอบคุณพี่โดยเฉพาะเลย ขอบคุณที่ส่งข่าวบอกผม ไม่อย่างนั้นถ้าลวี่เวยแอบทำเรื่องลับหลัง ผมคงยังโดนปิดหูปิดตาอยู่แน่ๆ"

"เกรงใจจังค่ะ คุณช่วยรักษาอาการให้ฉัน ฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยนะคะ!" ไป๋ลู่กล่าว

"แต่ดูเหมือนวันนี้พี่จะสีหน้าไม่ค่อยดีนะครับ" โจวหยางทัก "อาการนอนไม่หลับกลับมาเป็นอีกเหรอครับ?"

"เปล่าค่ะ!" ไป๋ลู่ตอบ "แต่ฉันเจอเพื่อนบ้านที่มหาโหดน่ะค่ะ ห้องข้างบนมีแม่สาวใจแตกคนหนึ่ง เมื่อคืนชวนพวกเพื่อนกลุ่มใหญ่มาจัดปาร์ตี้ที่ห้อง เสียงดังวุ่นวายทั้งคืน พอฉันไปคุยด้วยดีๆ หล่อนก็ไม่สนใจเลยสักนิด"

"งั้นก็แจ้งตำรวจสิครับ!" โจวหยางเสนอ

"เฮ้อ!" ไป๋ลู่ถอนหายใจ "ยัยนั่นหน้าตาสวยดีนะคะแต่นิสัยดุร้ายมาก แถมยังมีพวกเพื่อนที่เป็นนักเลงคอยหนุนหลังด้วย หล่อนขู่ฉันว่าห้ามแจ้งตำรวจเด็ดขาด คนประเภทนั้นฉันสู้ไม่ไหวหรอกค่ะ"

พูดจบ แววตาคู่สวยของไป๋ลู่ก็เต็มไปด้วยความจนปัญญาและความอัดอั้น

ครอบครัวของไป๋ลู่แม้จะมีฐานะดี แต่ก็อยู่ต่างจังหวัด ไม่ใช่คนในพื้นที่เซินเฉิง

หลังจากเรียนจบ พ่อแม่ตั้งใจจะส่งเธอไปเป็นเด็กฝึกหัดที่เกาหลีใต้

แต่เธอรู้สึกว่านิสัยของเธอไม่เหมาะกับวงการบันเทิง จึงตัดสินใจมาสมัครงานที่อีพีเอสแทน

ตอนนี้เธอกำลังประลองกำลังกับทางบ้านอยู่ เพราะต้องการพิสูจน์ว่าเธอสามารถมีชีวิตที่ดีได้ด้วยตัวเอง

เธอจึงต้องดิ้นรนอยู่ในเมืองเซินเฉิงเพียงลำพัง

ยัยเด็กใจแตกคนนั้นมีอิทธิพล เธอจึงไม่กล้าไปต่อกรด้วย

ในสังคมมักจะมีพวกเศษขยะประเภทนี้อยู่เสมอ กฎหมายและตำรวจอาจจะทำให้พวกมันกลัวได้บ้างแต่ก็กำจัดไม่หมด

คนซื่อๆ มักจะไม่กล้ามีเรื่องด้วย จึงได้แต่ก้มหน้ายอมให้โดนรังแกไปเรื่อยๆ

เพราะต่อให้แจ้งตำรวจไป พวกมันก็แค่เข้าไปสำนึกผิดแล้วก็ออกมา และหลังจากนั้นคนที่ซวยที่สุดก็คือตัวเราเอง

นี่คือเหตุผลที่ไป๋ลู่ไม่กล้าแจ้งตำรวจ

คนที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรังอย่างไป๋ลู่ เมื่อต้องมาเจอเพื่อนบ้านมหาภัยแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น

เรื่องนี้ โจวหยางจะนิ่งดูดายไม่ได้เด็ดขาด

"รุ่นพี่ครับ เย็นนี้พอจะมีเวลาว่างไหมครับ?" โจวหยางถาม

"ว่างค่ะ!" ไป๋ลู่ตอบโดยไม่ลังเล "ทำไมคะ มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า?"

"ก็ผมได้รับการเลื่อนตำแหน่งแล้วนี่นา! เย็นนี้ผมจะเลี้ยงข้าพี่เองครับ!" โจวหยางบอก

"ได้สิคะ! เย็นนี้จะไปที่ไหนดี เดี๋ยวฉันขับรถพาไปเองค่ะ"

ไป๋ลู่ดูดีใจมาก แต่ใบหน้ายังคงแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าจนเผลอหาวออกมาหนึ่งหวอด

เมื่อเห็นดังนั้น โจวหยางจึงรีบพูดขึ้นว่า "รุ่นพี่ครับ ครั้งนี้ผมจะเป็นคนขับพาพี่ไปเอง เราจะไปที่บ้านพี่กันครับ!"

"หา? คุณเลี้ยงผม แต่จะไปที่บ้านฉันเหรอคะ?"

ไป๋ลู่ที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเริ่มตามความหมายไม่ทัน สมองของเธอมึนงงไปหมด

โจวหยางกล่าว "ครั้งก่อนพี่โชว์ฝีมือให้ผมดูแล้ว ครั้งนี้ผมจะไปที่บ้านพี่ เพื่อโชว์ฝีมือการทำอาหารของผมให้พี่ลองชิมบ้างครับ!"

"คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ?"

"เป็นสิครับ!"

"ได้ค่ะ งั้นฉันจะรอดูฝีมือคุณนะ!"

"งั้นเจอกันตอนเย็นนะครับ!" โจวหยางบอกลา

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 47 ฉันในวันนี้ คือคนที่เธอเอื้อมไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว