- หน้าแรก
- เมื่อผมโสด โลกก็เปลี่ยน
- บทที่ 1 คบชู้
บทที่ 1 คบชู้
บทที่ 1 คบชู้
กลางดึก ภายในห้องสปารีสอร์ท
บนเตียงกว้างเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง หญิงสาวผู้เลอโฉมคนหนึ่งใช้ผ้าห่มปิดบังร่างกายอันอวบอัดของเธอเอาไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
โจวหยางนั่งอยู่ที่ขอบเตียง ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ไม่รู้ว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ในวินาทีที่หลานเจี่ยโน้มตัวลงไป เขาก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย
"หลานเจี่ย! ผมขอโทษ! เมื่อกี้ผม..."
หลังจากดึงสติกลับมาได้ โจวหยางก็รู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง
หญิงสาวผู้นั้นมีใบหน้าแดงระเรื่อราวกับเมฆยามเย็น เธอเอ่ยเย้าแหย่ว่า "ทำไมถึงขอโทษล่ะ? เพราะเมื่อกี้รุนแรงกับพี่เกินไปเหรอ?"
เธอเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ แล้วดึงเงินปึกหนึ่งออกมาโยนไปข้างตัวโจวหยาง "พี่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้ รับไปสิ!"
"หลานเจี่ย เงินนี่ผมรับไว้ไม่ได้ครับ!" โจวหยางรีบปฏิเสธ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผม...ผมคงต้องขอตัวก่อน!"
"เดี๋ยวก่อน!"
"มีอะไรเหรอครับหลานเจี่ย?"
หญิงสาวหยิบสัญญาออกมาจากกระเป๋าอีกสองฉบับ แล้ววางลงที่ข้างเตียง "สัญญาฉบับนี้ของเธอ พี่เซ็นให้แล้ว!"
"ขอบคุณครับหลานเจี่ย!"
...
โจวหยางรีบออกจากโรงแรมและกลับมายังที่พัก แฟนสาวของเขา ลวี่เวย นอนหลับไปนานแล้ว
เพราะอากาศร้อน ลวี่เวยจึงแทบจะนอนเปลือยกายโดยไม่มีอะไรปกปิด และไม่ได้ห่มผ้า ทำให้เห็นรูปร่างส่วนสัดที่งดงามได้อย่างชัดเจน
เมื่อมองดูแฟนสาวที่นอนอยู่บนเตียง โจวหยางก็ยิ่งรู้สึกผิดในใจมากขึ้นไปอีก
เขาและลวี่เวยคบกันมาสี่ปีตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบทั้งคู่ก็ได้เข้ามาเป็นพนักงานฝึกงานที่ อีพีเอส ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป โจวหยางทำหน้าที่เป็นพนักงานขายในเขตพื้นที่ ส่วนลวี่เวยเป็นพนักงานบริการลูกค้าที่ศูนย์บริการลูกค้า เวลาที่จะได้เจอกันในแต่ละวันนั้นน้อยจนน่าใจหาย
คืนนี้เดิมทีโจวหยางตั้งใจจะพาลวี่เวยออกไปเดินเล่น หาอะไรกิน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่เริ่มจืดจางลง
ทว่าเขากลับถูกหัวหน้าโดยตรงอย่าง เซี่ยหงเทา เรียกตัวไปให้ช่วยดูแลลูกค้าสาวคนหนึ่งที่ชื่อ หลิวเยี่ยนลี่
และเมื่อดื่มไปได้ครึ่งทาง เซี่ยหงเทาก็บอกว่ามีธุระด่วนแล้วขอตัวกลับไปก่อน
โจวหยางและหลิวเยี่ยนลี่ดื่มกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปจบลงที่โรงแรม
"บัดซบ เซี่ยหงเทามันเล่นงานฉันแล้ว"
โจวหยางบ่นพึมพำด้วยความโกรธแค้น แต่เพราะความเหนื่อยล้าเกินทน เขาจึงจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวหยางไปที่ห้องทำงานของเซี่ยหงเทา แล้ววางสัญญาที่เซ็นเมื่อคืนลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
"โอ้โห ใช้ได้นี่เสี่ยวโจว เซ็นสัญญาได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?" ดวงตาเล็กหยีของเซี่ยหงเทาเปล่งประกายอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม "ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเธอออกโรง พวกเศรษฐินีพวกนั้นจะรอดมือไปได้ยังไง"
"ผู้จัดการเซี่ย เมื่อคืนในเหล้ามีอะไรผสมอยู่ใช่ไหมครับ?" โจวหยางถามขึ้น
ไม่อย่างนั้น เขาไม่มีทางที่จะขาดความยับยั้งชั่งใจได้ขนาดนั้นแน่
"เสี่ยวโจว! อย่าคิดมากไปเลย!" เซี่ยหงเทาหัวเราะ "เธอทั้งหนุ่มทั้งหล่อ หุ่นก็ดี ลูกค้าผู้หญิงในเขตของเราน่ะ แค่เธอพยายามนิดหน่อย ก็จัดการได้เรียงตัวแล้ว!"
โจวหยางยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ เขาต้องการหาลูกค้าด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่ใช้แผนสกปรกแบบนี้
แต่ในขณะที่โจวหยางกำลังจะอ้าปากโต้แย้ง เขากลับได้ยินเซี่ยหงเทาถามว่า "อยากเป็นพนักงานประจำไหม?"
คำพูดของโจวหยางถูกกลืนลงคอไปทันที เขาตอบว่า "อยากครับ! แน่นอนว่าอยาก!"
"ดี! ถ้าเธอจัดการเป้าหมายต่อไปได้ เธอก็จะได้เป็นพนักงานประจำทันที!" เซี่ยหงเทาชี้ไปที่โจวหยาง "เป้าหมายต่อไปก็คือเศรษฐินีคนสวยชื่อดังในเขตของเธอ ถังอวี้เหมย"
...
ตอนเที่ยง โทรศัพท์ของโจวหยางแบตเตอรี่หมด ส่วนสายชาร์จอยู่ที่ห้องเช่า เขาจึงขี่รถกลับไปเอาสายชาร์จที่ห้อง
ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับกลายเป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
ห้องเช่ามีขนาดเล็กมาก ประตูห้องตรงกับห้องนอนพอดี
บนเตียงในห้องนอน แฟนสาวของเขา ลวี่เวย กำลังนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียนผุดผ่อง
ลวี่เวยที่ไม่เคยยอมเปิดเครื่องปรับอากาศเพราะกลัวเปลืองไฟ ในตอนนี้กลับเปิดแอร์ไว้ที่ 16 องศาเซลเซียส
"โจวหยาง นายไม่ได้ทำงานอยู่เหรอ? กลับมาทำไมตอนนี้?" สีหน้าของลวี่เวยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด
ในเวลานั้นเอง เสียงน้ำไหลจากฝักบัวก็ดังมาจากห้องน้ำ
พริบตาเดียว โจวหยางก็เข้าใจทุกอย่าง เลือดในกายฉีดพล่านด้วยความโกรธแค้น เขาวิ่งพุ่งตรงไปยังห้องน้ำด้วยโทสะ
"โจวหยาง นายจะทำอะไร?"
ลวี่เวยรีบลงจากเตียงมาขวางหน้าโจวหยางเอาไว้
ในตอนนี้ ลวี่เวยกลับสวมชุดชั้นในเซ็กซี่ลูกไม้สีดำที่แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้เลย
"ลวี่เวย เธอมันไม่รู้จักมียางอาย!"
เขไม่เคยเห็นลวี่เวยใส่ชุดแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
ความโกรธแค้นและความอัปยศอดสูอย่างที่สุดพุ่งเข้าครอบงำสมองของโจวหยาง
"ใจเย็นๆ นะน้องชาย มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกัน!"
ในตอนนั้นเอง ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างสง่าผ่าเผย จ้องมองโจวหยางด้วยสายตาเฝ้าระวัง
"เป็นแกเองเหรอ?"
โจวหยางชะงักไป
เขารู้จักชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้
มีหลายครั้งที่เศรษฐินี ถังอวี้เหมย มาซื้อเครื่องสำอางที่ร้าน และมักจะมีชายคนนี้คอยติดตามมาด้วยเสมอ
แต่เขาไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
"โจวหยาง ในเมื่อนายเห็นหมดแล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบังอีกต่อไป!" ลวี่เวยเสยผมขึ้นเล็กน้อย "ฉันกับเซี่ยเฟิงคบกันแล้ว"
ลวี่เวยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับว่าการนอกใจครั้งนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมที่สุดในโลก
"เหอะ!" โจวหยางรู้สึกสมเพชเหลือเกิน "ความรักสี่ปีในมหาวิทยาลัย มันมีค่าต่ำต้อยยิ่งกว่าเศษหญ้าจริงๆ!"
"โจวหยาง ฉันรู้ว่าฉันทำผิดต่อตัวนาย แต่สิ่งที่ฉันต้องการ นายให้ฉันไม่ได้!" ลวี่เวยพูดด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ "เรียนจบมาสองเดือนกว่าแล้ว นายดูสิว่าแต่ละเดือนนายหาเงินได้กี่บาท?"
"ด้วยความสามารถอย่างนาย ทั้งชีวิตก็คงหาปัญญาซื้อบ้านในเมืองเซินเฉิงไม่ได้ แล้วจะให้ฉันทำยังไง? จะให้ฉันต้องทนลำบากไปกับนายตลอดชีวิตเหรอ?"
"และนายก็รู้ว่าการจะเข้าเป็นพนักงานของอีพีเอส กรุ๊ปมันยากแค่ไหน หลังจากจบช่วงฝึกงาน จะต้องมีคนถูกคัดออกมากกว่าครึ่งหนึ่ง"
พูดถึงตรงนี้ เธอหันไปมองเซี่ยเฟิงด้วยสายตาอ่อนโยน "แต่พี่เฟิงมีเส้นสาย เขาตกลงจะช่วยฝากฝังให้ฉันได้เป็นพนักงานประจำ และย้ายฉันเข้าไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ของอีพีเอส"
หากได้เป็นพนักงานประจำของ อีพีเอส กรุ๊ป ก็จะได้รับสวัสดิการระดับสุดยอดของบริษัทติดอันดับโลก ไม่ว่าจะต่อหน้าญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง ก็ล้วนแต่ดูดีมีหน้ามีตา
"เพราะเหตุผลแค่นี้ เธอถึงกับยอมทิ้งศักดิ์ศรีเลยอย่างนั้นเหรอ?"
โจวหยางชี้ไปที่ชุดชั้นในเซ็กซี่บนตัวของลวี่เวยด้วยความโกรธ
"มันมีปัญหาตรงไหน?" เซี่ยเฟิงเดินเข้ามาข้างหน้า สายตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยท้าทาย "ชุดนี้ฉันเป็นคนซื้อให้เสี่ยวเวยเอง ฉันรู้จักวิธีที่จะชื่นชมความงามของเธอ..."
"ชื่นชมแม่แกสิ!"
ถ้าเซี่ยเฟิงไม่พูดก็คงไม่เป็นไร แต่พอพูดออกมา โจวหยางก็ฟิวส์ขาดทันที เขาง้างหมัดต่อยเข้าใส่เซี่ยเฟิงอย่างแรง
ทว่าเซี่ยเฟิงกลับลงมือได้โหดเหี้ยมกว่า เขาคว้าเก้าอี้ที่วางอยู่ข้างๆ ฟาดเข้าที่ศีรษะของโจวหยางอย่างจัง
ปัง!
โจวหยางล้มลงกับพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากศีรษะ
เซี่ยเฟิงไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป เขาเริ่มพ่นคำด่าออกมาอย่างสะใจ "โจวหยางใช่ไหม ฉันจะบอกอะไรให้นะ เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะจัดการแฟนของแกบนเตียงที่พวกแกใช้นอนนั่นแหละ ไอ้งั่งเอ๊ย แกมันไอ้คนโดนสวมเขาที่จะต้องก้มหน้าไปตลอดชีวิต"
"พี่เฟิง อย่าพูดเลยค่ะ!" ลวี่เวยรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง
แต่เซี่ยเฟิงยังไม่หายโกรธ เขาหันไปพูดกับลวี่เวยว่า "เสี่ยวเวย เธอยังไม่รู้ล่ะสิ แม่ของฉันคือลูกค้ารายใหญ่ในเขตที่มันดูแลอยู่ แค่แม่ฉันร้องเรียนไปครั้งเดียว มันก็ต้องไสหัวออกไปทันที"
โจวหยางใจหายวาบ เขานึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่ถังอวี้เหมยไปที่ร้าน มักจะมีเซี่ยเฟิงติดตามไปด้วยเสมอ
"แม่ของแกคือถังอวี้เหมยงั้นเหรอ?" โจวหยางถามออกไปตามสัญชาตญาณ
"ชื่อแม่ฉันคือนายมีสิทธิ์เรียกงั้นเหรอ?" เซี่ยเฟิงยกเก้าอี้ขึ้นทำท่าจะฟาดโจวหยางอีกครั้ง
"พอแล้วค่ะพี่เฟิง อย่าไปสนใจเขาเลย เราไปกันเถอะ!" ลวี่เวยห้ามไว้ "ฉันเลิกกับเขาแล้ว คืนนี้ฉันจะย้ายไปอยู่ที่บ้านพี่!"
"ได้ เราไปกัน!"
เซี่ยเฟิงไม่ยอมเสียเวลาอีก เขาถ่มน้ำลายลงพื้นทีหนึ่ง แล้วลากกระเป๋าเดินทางพาพากันเดินออกจากห้องเช่าไป
เมื่อมองดูทั้งคู่จากไป หัวใจของโจวหยางกลับสงบนิ่งขึ้นอย่างประหลาด
"เซี่ยเฟิงเป็นลูกชายของถังอวี้เหมยงั้นเหรอ เรื่องมันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!"
(จบบท)