- หน้าแรก
- ระบบขโมยความสามารถพลิกสถานการณ์ตอนปีสาม
- บทที่ 19 ลองทุบอีกทีสิ
บทที่ 19 ลองทุบอีกทีสิ
บทที่ 19 ลองทุบอีกทีสิ
ลี่ฮวา รู้ไหมว่าชุดฝึกยุทธเก่าของผมเก็บไว้ที่ไหน?
ตาเฒ่าสวี ลองดูในกล่องเล็กๆ ชั้นสองของตู้เสื้อผ้าในห้องนอนนะ ฉันจำได้ว่าเก็บไว้ตรงนั้น
ตอนนี้ฉันทำกับข้าวอยู่ เสี่ยวเชาใกล้จะกลับมาแล้ว ยังมีกับข้าวอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ!
ในครัว หญิงวัยกลางคนสวมผ้ากันเปื้อนกำลังหั่นผักไปบ่นไป
ชายวัยกลางคนบนรถเข็นในห้องนั่งเล่นทำหน้าจนปัญญา แต่เมื่อเห็นภรรยายุ่งอยู่ในครัว เขาก็กลับเข้าไปในห้องเพื่อหาของต่อ
วันนี้ลูกชายปิดเทอมฤดูร้อนกลับบ้าน เขาจะปรากฏตัวต่อหน้าลูกในสภาพกระเซอะกระเซิงเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว
เขาจึงตัดสินใจหาชุดฝึกยุทธเก่ามาเปลี่ยน
ในเมื่อลูกชายตื่นรู้เป็นนักสู้แล้ว ครอบครัวก็มีความหวัง เมฆหมอกทึมทึบที่เคยปกคลุมบ้านก็สลายไปเกือบหมด
เขาต้องดึงตัวเองกลับมา เลิกทำให้ลูกเป็นห่วงและเป็นตัวถ่วงลูก ต้องให้ลูกทุ่มเทกับการฝึกยุทธได้อย่างเต็มที่!
สองคนนี้คือพ่อแม่ของสวีเชา กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมต้อนรับลูกชายที่จะกลับบ้านในวันนี้!
ผ่านไปพักใหญ่ พ่อของสวีเชาก็หาชุดฝึกยุทธเก่าเจอ เขาขลุกอยู่ในห้องอยู่นานกว่าจะเปลี่ยนชุดเสร็จ เหนื่อยจนไอโขลกๆ ออกมา!
เมื่อสามปีก่อน เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวใจและปอด ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายหนักได้ เส้นประสาทไขสันหลังก็เสียหาย ทำให้ต้องนั่งรถเข็น
เมื่อได้ยินเสียงไอ หวังลี่ฮวาก็ทิ้งงานในมือแล้ววิ่งเข้าไปในห้องทันที ถามด้วยความเป็นห่วง
ตาเฒ่าสวี เป็นอะไรไป? ไหวไหม?
เป็นความผิดฉันเอง! ฉันน่าจะมาช่วยคุณเปลี่ยนชุดก่อน...
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของภรรยา สวีเจี้ยนเย่จับมือที่หยาบกร้านของเธอแล้วลูบเบาๆ ด้วยความรู้สึกผิด ลี่ฮวา ผมไม่เป็นไร!
คุณลำบากมามากตลอดหลายปีนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะความอดทนของคุณ ครอบครัวนี้คงพังไปนานแล้ว!
เป็นความผิดของผมเองที่ฉุดรั้งคุณไว้!
ตาเฒ่าสวี พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว! จำไม่ได้เหรอว่าวันนี้วันอะไร?
ใช่! ใช่... วันนี้เราจะไม่พูดเรื่องไม่สบายใจ เดี๋ยวเสี่ยวเชากลับมาเห็นจะพลอยกังวลไปด้วย
จริงสิ ลี่ฮวา! ถ้าเสี่ยวเชากลับมาแล้วถามเรื่องทีวี ก็บอกไปว่าผมทำพังโดยไม่ตั้งใจนะ อย่าให้เขารู้ว่าพวกจางหน้าบากมาทุบจนพัง!
ฉันรู้แล้ว แต่กลัวว่าพวกมันจะกลับมาหาเรื่องอีก พวกมันบอกว่าจะกลับมาวันนี้
สวีเจี้ยนเย่เงียบไปพักหนึ่ง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ผมจะยอมกลืนศักดิ์ศรีไปขอยืมเงินเพื่อนเก่ามาแก้ขัดไปก่อน
หวังลี่ฮวาไม่มีไอเดียที่ดีกว่านี้ จึงได้แต่พูดว่า ไว้ถึงเวลาค่อยว่ากัน!
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตู
หวังลี่ฮวาอุทานทันที ตายจริง! ลูกกลับมาแล้ว กับข้าวยังทำไม่เสร็จเลย เดี๋ยวฉันไปเปิดประตู อย่าทำหน้าเศร้านะ ไม่งั้นลูกจะสงสัยเอา!
หวังลี่ฮวาเปิดประตูด้วยรอยยิ้ม ลูก กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ?
ทันใดนั้น รอยยิ้มของเธอก็แข็งค้าง
ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูแต่งตัวนักเลง ท่าทางไม่น่าไว้วางใจ
หัวหน้าแก๊งเป็นชายหน้าบากที่มีแผลเป็นตรงคิ้ว ยิ่งทำให้ดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่
เขาผลักประตูเข้ามาอย่างแรง แล้วตะคอกเสียงดัง หวังลี่ฮวา แกด่าลูกใครวะ? เบื่อชีวิตแล้วหรือไง?
หวังลี่ฮวาเซถอยหลังไปสองก้าวเพราะแรงผลักประตู เธอจำต้องอธิบายอย่างใจเย็น เถกิงหวัง เข้าใจผิดแล้วค่ะ! ฉันไม่ได้ด่าใคร ฉันนึกว่าลูกชายกลับมา วันนี้เขาปิดเทอมน่ะค่ะ
สวีเจี้ยนเย่ออกมาจากห้องเห็นหวังลี่ฮวาเซถอยหลัง เขารีบเข้ามาประคองและถามเบาๆ คุณเป็นอะไรไหม?
เขาหันไปตวาดชายหน้าบาก พวกแกจะทำอะไร? บุกรุกบ้านคนอื่นแถมยังทำร้ายร่างกาย ไม่กลัวเราแจ้งตำรวจจับหรือไง?
ชายหน้าบากคนนี้คือ จางหน้าบาก ที่สองสามีภรรยาพูดถึง เขาเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านสลัมแห่งนี้ เป็นหัวหน้าแก๊งปล่อยเงินกู้และทวงหนี้
ความโกรธของจางหน้าบากยังไม่หายไป อ้อ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้เป๋นี่เอง!
ถ้าอั๊วไม่ให้เมียลื้อยืมเงินไปรักษา ป่านนี้ลื้อตายห่าไปแล้ว!
ได้ยินดังนั้น สวีเจี้ยนเย่ยิ่งโกรธจัด ไอออกมาอย่างรุนแรง...
หวังลี่ฮวารีบเข้ามาลูบหลังเขา แล้วจ้องจางหน้าบากด้วยความโกรธ จางหน้าบาก หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!
สวีเจี้ยนเย่หยุดไอและสูดหายใจลึก
เขามองจางหน้าบากด้วยสีหน้ามืดมนและพูดว่า แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? เราตกลงกันว่าจะยืม 200,000 คืน 250,000 ทำไมตอนนี้กลายเป็น 300,000 ไปแล้ว?
จางหน้าบากรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลังเมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา แต่พอคิดได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนพิการ เขาก็กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง
ตอนแรกเราตกลงกันว่าจะคืน 250,000 ภายในครึ่งเดือน แต่ตอนนี้เลยกำหนดแล้ว ราคาก็ต้องเปลี่ยนสิ
หวังลี่ฮวาแย้งขึ้นมา มันเพิ่งเลยกำหนดมาแค่ 3 วันเอง และเราก็คืนไปแล้ว 50,000 เราบอกว่าจะหามาคืนให้ครบภายใน 10 วัน ทำไมคุณถึงไม่มีเหตุผลแบบนี้?
เหตุผลเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า... จะมาหาเหตุผลกับพวกเราเนี่ยนะ!
พวกอันธพาลระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
จางหน้าบากชี้หน้าหวังลี่ฮวาอย่างหมดความอดทน เลิกพล่าม แล้วเอาเงินมา! 250,000 จ่ายมาแล้วเราจะไป พวกเราไม่มีเวลามานั่งฟังเหตุผลของคนจนๆ อย่างพวกแกหรอก
ตอนนี้เราไม่มีเงิน ขอเวลาพวกเราหาเงินอีกสักสองสามวันเถอะ
สวีเจี้ยนเย่ข่มอารมณ์และตอบกลับไป
ไม่มีเงิน?
ขณะพูด เขาก็มองไปรอบห้องแล้วสั่งให้ลูกน้องค้นของ
เมื่อเดินเข้าไปในครัว เสียงประชดประชันของเขาก็ดังขึ้น อ้อ! ไหนบอกไม่มีเงิน? เห็นกินกันหรูเชียว กับข้าวเต็มโต๊ะ น่าจะแพงอยู่นะเนี่ย!
อะไรนะ? มีปัญญาซื้อของกินดีๆ แต่ไม่มีปัญญาใช้หนี้พวกอั๊วเหรอ?
อั๊วจะช่วยสงเคราะห์ให้...
จากนั้นเสียงโครมครามก็ดังมาจากในครัว...
ไอ้พวกสารเลว ฉันจะสู้ตายกับพวกแก!
หวังลี่ฮวาโกรธจนตัวสั่นเมื่อเห็นอาหารที่เธอตั้งใจทำเตรียมไว้ให้ลูกชายถูกทำลายจนเละเทะ!
เธอคว้าไม้กวาดข้างตัวเตรียมจะพุ่งเข้าไปในครัว
โชคดีที่สวีเจี้ยนเย่คว้าเสื้อเธอไว้แน่น
เขาไม่ได้เสียสติ ตอนนี้คนหนึ่งพิการ อีกคนเป็นผู้หญิงไม่มีทางสู้
ถ้าสู้กันจริงๆ มีแต่เจ็บตัวเปล่าๆ พวกนี้มันไม่รู้จักยั้งมือ ถ้าเมียเขาเป็นอะไรไป ผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินจินตนาการ!
เขาอยากจะเจรจาอย่างสันติ แต่เมื่อจางหน้าบากเห็นหวังลี่ฮวาทำท่าจะสู้ เขาก็ส่งสายตาอำมหิตให้ลูกน้อง
หึหึ... อยากลองดีเหรอ? พวกเรา พังบ้านมันให้เละ...
ยังพูดไม่ทันจบ ลูกน้องของเขาก็เตรียมจะลงมือ
ทันใดนั้น เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้น ลองทุบอีกทีสิ!
ชายหนุ่มแบกกระเป๋าเดินทางและสะพายเป้ปรากฏตัวที่หน้าประตู ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
ลูกน้องของจางหน้าบากทุกคนสั่นสะท้านเมื่อเห็นแววตาเกรี้ยวกราดคู่นั้น!
ผู้มาใหม่คือสวีเชา
หลังจากรับเจียงต้าลี่ออกจากโรงพยาบาลและร่ำลากันแล้ว เขาก็ตรงกลับบ้านทันที
เขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง คิดว่าจะกลับมาบอกพ่อแม่ว่าหาเงินได้เยอะแยะ และทำเซอร์ไพรส์พวกท่าน!
ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินเสียงข้าวของแตกหักดังมาจากในบ้านทันทีที่มาถึงข้างล่าง เขารีบวิ่งขึ้นมาและเห็นภาพตรงหน้า...