- หน้าแรก
- ระบบขโมยความสามารถพลิกสถานการณ์ตอนปีสาม
- บทที่ 7 รุ่นพี่งงเป็นไก่ตาแตก
บทที่ 7 รุ่นพี่งงเป็นไก่ตาแตก
บทที่ 7 รุ่นพี่งงเป็นไก่ตาแตก
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงอาคารเรียนแยกต่างหาก
ทั้งอาคารนี้เป็นที่ที่นักเรียนยุทธศิลป์ใช้เรียนและฝึกซ้อมเป็นประจำ ซึ่งมีผู้ใช้งานไม่ถึง 50 คน
วันนี้ชั้นเรียนยุทธศิลป์กำลังมีวิชาการต่อสู้ภาคปฏิบัติ เมื่อสวีเชาเดินตามอาจารย์ฉู่และผลักประตูห้องเรียนการต่อสู้เข้าไป ความโกลาหลย่อมๆ ก็เกิดขึ้นทันที
ข้างในมีนักเรียนหลายสิบคนยืนล้อมวงดูนักเรียนสองคนกำลังประลองกัน โดยมีชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีกำลังอธิบายอะไรบางอย่างให้พวกเขาฟัง
เมื่ออาจารย์ฉู่เดินเข้ามา ทุกคนก็หยุดและหันมามองทั้งสอง
อาจารย์ฉู่ทักทายชายวัยกลางคน จากนั้นปรบมือส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบและตั้งใจฟัง
นักเรียนทุกคน เรามีนักเรียนใหม่ในชั้นเรียนยุทธศิลป์ของเรา ครูขอแนะนำเขาให้พวกเรารู้จัก!
นี่คือสวีเชา เขาเพิ่งปลุกพลังพิเศษได้ ตั้งแต่วันนี้ไป เขาจะเป็นหนึ่งในพวกเรา ครูหวังว่าในอนาคตพวกเธอจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทุกคน ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่หน่อย!
หลังเสียงปรบมือดังขึ้นประปราย อาจารย์ฉู่ก็พูดต่อ สวีเชา มาสวัสดีอาจารย์เฉินสิ อาจารย์เฉินเป็นครูผู้สอนวิชาการต่อสู้ภาคปฏิบัติของชั้นเรียนยุทธศิลป์
สวัสดีครับอาจารย์เฉิน! สวัสดีครับรุ่นพี่! ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ!
สวีเชารีบก้าวไปข้างหน้าและทักทายทุกคนอย่างนอบน้อม
ในชั้นเรียนยุทธศิลป์ ความแข็งแกร่งคือสิ่งสำคัญที่สุด สวีเชาเป็นน้องใหม่ ดังนั้นทุกคนจึงถือเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นพี่หญิงของเขา
เขามองเห็นโจวเผิงในฝูงชน แต่โจวเผิงยังคงทำหน้านิ่ง ทำให้เดาความคิดในใจไม่ออก
และยังมีรุ่นพี่มู่ที่เจอกันในโรงอาหาร เธอยืนอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่ม
หลังจากอาจารย์ฉู่แนะนำเสร็จ เธอก็ลาอาจารย์เฉินแล้วเดินจากไป
อาจารย์เฉินเรียกสวีเชาเข้าไปหาและพูดว่า สวีเชา เธอเพิ่งตื่นรู้ เพราะงั้นในวิชาภาคปฏิบัติวันนี้ แค่ดูการประลองของคนอื่นและเรียนรู้จากพวกเขาไปก่อนนะ
ดูให้มาก ฟังให้มาก และคิดให้มาก!
สวีเชายิ้มและตอบครับ อาจารย์เฉิน
การฝึกภาคปฏิบัติยังคงดำเนินต่อไป สวีเชายืนดูการประลองจากในกลุ่มนักเรียนอย่างตั้งใจ ฟังคำวิจารณ์และคำแนะนำของอาจารย์เฉินเป็นระยะ
ผ่านไปหนึ่งคาบเต็ม ก็ใกล้ถึงเวลาพักเที่ยง
แม้เขาจะไม่ได้ลงประลองในคาบนี้ แต่เขารู้สึกว่าได้รับประโยชน์มากมายจากการสังเกตและฟังคำอธิบายของอาจารย์เฉิน
ขณะที่เขาคิดว่าอาจารย์เฉินกำลังจะปล่อยเลิกชั้นเรียน เขาก็เห็นอาจารย์กวักมือเรียก
สวีเชา เธอดูมาเกือบทั้งคาบแล้ว น่าจะมีความคิดเห็นอะไรบ้าง เป็นไง อยากลองลงไปประลองดูไหม?
ผมอยากลองครับ อาจารย์เฉิน
สวีเชาไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะการแสดงความสามารถเท่านั้นที่จะทำให้ได้รับความสนใจจากโรงเรียนและได้ทรัพยากรมากขึ้น
ถูกต้อง นักสู้ต้องมีจิตวิญญาณที่กล้าหาญและขยันหมั่นเพียร!
อาจารย์เฉินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เจียงต้าลี่ ทำไมนายไม่ลองประลองกับสวีเชาหน่อยล่ะ?
เด็กหนุ่มร่างท้วมเล็กน้อยเดินออกมาจากกลุ่มและยืนเผชิญหน้ากับสวีเชา
เขายิ้มและพูดกับสวีเชาว่า รุ่นน้องสวี ไม่ต้องกลัว พี่รู้ลิมิตดี!
พูดจบ เขาก็กวักมือเรียกสวีเชา รุ่นน้อง นายลงมือก่อนเลย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสได้ออกอาวุธนะ
สวีเชาประสานมือคารวะอีกฝ่ายและพูดว่า ชี้แนะด้วยครับ รุ่นพี่
ทันทีที่พูดจบ เขาก็พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายและโจมตีสุดกำลัง
เจียงต้าลี่ใช้ฝ่ามือรับการโจมตีโดยไม่หลบหลีก ตั้งใจจะทดสอบความแข็งแกร่งของสวีเชา
เสียงปะทะดังสนั่น เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ในขณะที่สวีเชาแค่เซเล็กน้อยเท่านั้น
ฮะ! เจียงต้าลี่อ่อนแอกว่าสวีเชาอีกเหรอ
เขาเพิ่งตื่นรู้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?
ฉันว่าน่าจะเป็นพลังสายเสริมกำลังกายภาพที่ตื่นขึ้นมา เขาคงใช้มันไปแล้วแน่ๆ
นักเรียนที่มุงดูเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ทันที
เจียงต้าลี่หน้าแดงเล็กน้อย เขาประมาทเกินไปหน่อย
จู่ๆ เขาก็ทำหน้าจริงจัง รุ่นน้องสวี พี่จะเอาจริงแล้วนะ ระวังตัวด้วย!
เขาตะโกนเบาๆ เกราะ! และแสงสีเหลืองก็เปล่งออกมาจากร่างกายของเขาทันที ราวกับมีชุดเกราะห่อหุ้มตัวเขาไว้
เจียงต้าลี่เอาจริงแล้ว เขาใช้พลังพิเศษออกมาตรงๆ เลย
พลังของเขาดูเหมือนจะเป็น เกราะภูผา ระดับ D ซึ่งเพิ่มพลังป้องกันและความแข็งแกร่ง สวีเชาคงเจาะการป้องกันของเขาไม่เข้าแล้วล่ะ
เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ใช้พลังพิเศษ สวีเชาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะเจาะการป้องกันของอีกฝ่ายได้หรือไม่โดยไม่ต้องใช้พลังพิเศษและวิชาการต่อสู้
เป็นไปตามคาด หมัดของเขาปะทะเข้ากับการป้องกันของคู่ต่อสู้ แต่กลับเป็นฝ่ายกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวแทน
ฮ่าฮ่า สวีเชา ถ้านายไม่รีบใช้พลังพิเศษ การต่อสู้จบแน่
ขณะที่เจียงต้าลี่พูด เขาก็พุ่งเข้าใส่สวีเชา เสียงฝีเท้าของเขากระแทกพื้นดังตึงตัง
สวีเชาไม่กล้าประมาท หากรับหมัดนั้นตรงๆ เขาต้องบาดเจ็บแน่นอน เขารีบใช้ทักษะ มุดเงา เพื่อหลบฉากไปด้านข้าง
สวีเชาเร็วมาก!
อืม ความเร็วระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ที่เพิ่งตื่นรู้จะมีได้
ดูเหมือนเขาจะปลุกพลังสายความเร็ว แต่แล้วพละกำลังของเขาล่ะ?
ใครจะไปรู้ สวีเชานี่แปลกจริงๆ
สวีเชาไม่สนใจเสียงวิจารณ์รอบข้าง
หลังจากหลบได้ เขาต้องการจบการต่อสู้อย่างรวดเร็วและเปิดเผยความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมา
เขาระเบิดพลังเต็มที่ด้วยวิชาระดับเริ่มต้น มีดเงา ผสานกับความเร็วของ มุดเงา ใช้นิ้วมือต่างกระบี่แทงไปที่ไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากโจมตีโดน สวีเชาพบว่าการป้องกันของคู่ต่อสู้ยังไม่ถูกทำลาย และเขารู้สึกปวดหนึบๆ ที่นิ้วมือ
เขาคิดในใจ การป้องกันของหมอนี่สุดยอดจริงๆ!
แต่สวีเชาก็อาศัยความคล่องแคล่วว่องไวหลบหลีกได้ตลอด เจียงต้าลี่ที่ช้ากว่าจึงโจมตีไม่โดนเลย
จากนั้นพวกเขาก็แลกหมัดกันต่อ และการโจมตีหลายครั้งของสวีเชาก็เน้นย้ำไปที่จุดเดิม คือไหล่ขวา
หลังจากการโจมตีต่อเนื่องกว่าสิบครั้ง เสียงทึบๆ ก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
ทุกคนเห็นเจียงต้าลี่รีบถอยฉากออกมาพร้อมกุมไหล่ขวาเอาไว้
อะไรนะ?
เป็นไปได้ยังไง? เขาเจาะการป้องกันของเจียงต้าลี่ได้จริงๆ เหรอ
ทุกคนเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสับสน
ในตอนนี้ อาจารย์เฉินก็เดินเข้ามา มองสวีเชาและถามด้วยสีหน้าจริงจัง เธอเรียนวิชาการต่อสู้มาเหรอ?
ครับ ผมเรียนวิชาการต่อสู้พื้นฐานมา
งั้นเธอก็บรรลุขั้นพื้นฐานของวิชาการต่อสู้แล้วสินะ?
ครับ ผมเพิ่งเริ่มฝึกเอง
เธอฝึกมานานแค่ไหนแล้ว?
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ!
อาจารย์เฉินมองสวีเชาด้วยแววตาเป็นประกาย
นักเรียนรอบๆ ที่ฟังการถามตอบของพวกเขา ต่างพากันงงเป็นไก่ตาแตก!
เชี่ยเอ๊ย! จะฆ่ากันให้ตายเลยหรือไง? บรรลุวิชาการต่อสู้ขั้นพื้นฐานในสัปดาห์เดียวเนี่ยนะ?
ในหมู่พวกเขา ยังมีคนที่ยังไม่บรรลุขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำ และต่อให้คนที่บรรลุแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือน
น้องใหม่คนนี้ สวีเชา มีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้สูงส่งเป็นพิเศษ
จากนั้นอาจารย์เฉินก็ดึงสติกลับมาและพูดกับทุกคน อย่างที่เห็น เส้นทางนักสู้นั้นก้าวกระโดดได้เสมอ ถ้ารุ่นพี่อย่างพวกเธอที่ฝึกมานานไม่ขยันให้มากขึ้น ก็จะถูกรุ่นน้องแซงหน้าเอาได้
อีกอย่าง เวลาสู้กับคนอื่นในอนาคต อย่าได้ดูถูกคู่ต่อสู้เด็ดขาด!
ควรรู้ไว้ว่าบางคนก็ชอบแกล้งโง่เพื่อตบตาคนอื่น!
ในโลกใบนี้ มีเพียงคนที่ระมัดระวังตัวเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอดได้ยาวนาน
อาจารย์เฉินถือโอกาสสรุปบทเรียนท้ายคาบ
วันนี้พอแค่นี้ เลิกคลาสได้!
ทันทีที่อาจารย์เฉินพูดจบ นักเรียนก็ทยอยเดินออกไป
สวีเชา นายร้ายกาจมากนะ ซ่อนเขี้ยวเล็บได้แนบเนียนจริงๆ!
สวีเชาหันกลับไปเห็นเจียงต้าลี่ที่เพิ่งสู้กับเขา ยื่นมือมาตบไหล่เขาเบาๆ
ไอ้หนู จริงๆ แล้วนายตื่นรู้นานแล้วใช่ไหม แค่แอบซุ่มฝึกเงียบๆ กะจะทำเซอร์ไพรส์ทุกคนตอนท้ายสินะ!
.......?
สวีเชามองอีกฝ่ายอย่างพูดไม่ออก หมอนี่จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ