เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 เย่เซวียนโดนจับ?

บทที่ 27 เย่เซวียนโดนจับ?

บทที่ 27 เย่เซวียนโดนจับ?


บทที่ 27 เย่เซวียนโดนจับ?

ท่าทีของเว่ยหลานทำให้เย่เซวียนเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดในอนาคตเมื่อเกิดเหตุการณ์ 'การฟื้นฟูพลังปราณ' และเหล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์บุกรุกโลก ประเทศของเขาจึงสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ

มีเพียง 'ต้าเซี่ย' เท่านั้นที่สามารถรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวตั้งแต่ระดับผู้นำลงมาจนถึงรากหญ้า ร่วมแรงร่วมใจกันต้านทานภัยคุกคามจากสัตว์อสูร

ต่างจากประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศเกาะแห่งหนึ่งที่มีทะเลล้อมรอบสี่ทิศและขาดความสามัคคี

เย่เซวียนจำได้แม่นว่าประเทศเกาะแห่งนั้นต้านทานได้ไม่ถึงห้าปี ก็ถูกกองทัพสัตว์อสูรที่นำโดย 'วาฬมังกรล้างโลก' ถล่มจนสิ้นชาติไปในที่สุด!

เย่เซวียนพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วกล่าวว่า "ไม่ต้องห่วงครับป้าเว่ย ในอนาคตถ้ามีเรื่องอะไร ผมต้องมารบกวนให้ป้าช่วยแน่นอน!"

เว่ยหลานยิ้มตอบ "เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอยังต้องกลับไปเรียนคาบเรียนภาคค่ำใช่ไหม? เดี๋ยวฉันจะให้คนไปส่ง"

จากนั้น นายตำรวจที่เย่เซวียนเคยช่วยชีวิตไว้ก็รับหน้าที่ขับรถไปส่งเย่เซวียนที่บ้าน

บนรถตำรวจ นายตำรวจคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยความซาบซึ้ง "น้องเย่ พี่ต้องขอบใจน้องอีกครั้งนะ ถ้าไม่ได้น้องช่วยไว้ ต่อให้พี่ไม่ตาย ป่านนี้ก็คงนอนโคม่าอยู่ในห้องฉุกเฉินไปแล้ว"

เย่เซวียนยิ้มบางๆ "ไม่เป็นไรครับ ตำรวจกับประชาชนก็เหมือนน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่พี่ต้องตกอยู่ในอันตรายก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องประชาชนไม่ใช่เหรอครับ? การที่ผมยื่นมือเข้าช่วยก็เป็นสิ่งที่สมควรทำแล้ว"

นายตำรวจหัวเราะ "พูดจาคมคายจริงๆ เรานี่นะ... พี่เห็นเรานิ่งมากเวลาเจอเหตุการณ์วิกฤต แถมฝีมือก็ไม่ธรรมดา สนใจจะสอบเข้าโรงเรียนเตรียมตำรวจไหม? มีป้าเว่ยคอยหนุนหลัง รับรองว่าอนาคตในวงการตำรวจของน้องต้องรุ่งโรจน์แน่ๆ"

เย่เซวียนยิ้มตอบ "เอาไว้สอบเกาเข่าเสร็จก่อนค่อยว่ากันครับ"

ความจริงเย่เซวียนไม่ได้คิดจะสอบเข้าตำรวจ แต่ในอนาคตอันใกล้ เมื่อการฟื้นฟูพลังปราณเริ่มต้นขึ้น และมีการใช้ 'ลูกแก้วปลุกวิญญาณ' สร้างผู้ปลุกพลังจำนวนมหาศาล ทุกคนจะกลายเป็นยอดมนุษย์ เมื่อถึงตอนนั้น ภาระหนักอึ้งจะตกอยู่ที่ตำรวจ

แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า 'ผู้มีวรยุทธ์มักฝ่าฝืนกฎหมาย' แต่ผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่ก็ยังคงเคารพกฎกติกา

ทว่าก็ยังมีผู้ปลุกพลังบางส่วนที่เมื่อได้พลังมาแล้วกลับทำตัวกำเริบเสิบสาน สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย จนตำรวจต้องรับศึกหนัก เมื่อถึงเวลานั้น เย่เซวียนในฐานะผู้หยั่งรู้อนาคต ย่อมต้องยื่นมือเข้าช่วยอย่างแน่นอน...

ในที่สุด รถตำรวจก็เลี้ยวเข้ามาจอดภายในเขตโรงเรียน นายตำรวจส่งเย่เซวียนลงรถแล้วขับออกไป

ช่วงเวลาที่รถตำรวจขับเข้ามา เป็นช่วงพักเบรกก่อนเริ่มคาบเรียนภาคค่ำพอดี ทำให้นักเรียนจำนวนมากเห็นเหตุการณ์นี้ รวมไปถึงเพื่อนร่วมชั้นของเย่เซวียนด้วย

ก่อนหน้านี้ เย่เซวียนเคยหักหน้าหวังป๋อกลางห้องเรียน วันนี้หวังป๋อจึงถือโอกาสเอาคืน

หวังป๋อตะโกนเสียงดังลั่น "ดูนั่นสิ! เย่เซวียนลงมาจากรถตำรวจ หมอนั่นไปก่อคดีอะไรมาแน่ๆ ถึงโดนจับมาแบบนี้?"

ช่วงนี้เย่เซวียนกับซูเมิ่งหลีตัวติดกันตลอดเวลา ทำให้มีนักเรียนชายหลายคนเกิดความอิจฉาริษยา เมื่อมีคนเปิดประเด็น เสียงนกเสียงกาก็เริ่มผสมโรงทันที

"ต้องไปทำเรื่องชั่วๆ มาแน่ ไม่งั้นจะนั่งรถตำรวจมาทำไม?"

"ไอ้เย่เซวียน อาศัยว่าที่บ้านมีเงินหน่อยก็ทำตัวกร่าง คราวนี้คงไปเตะถูกตอเข้าให้แล้วสิ?"

"ฮ่าๆ เป็นคนอย่าผยองให้มาก กรรมตามสนองเร็วนักเชียว!"

ซูเมิ่งหลีโกรธจนตัวสั่นเมื่อได้ยินคนอื่นใส่ร้ายเย่เซวียน เธอตะโกนสวนกลับไป "พวกนายหุบปากนะ อย่ามาพูดจาพล่อยๆ!"

ถ้าเย่เซวียนอยู่ที่นี่ พวกนั้นอาจจะเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่คำพูดของซูเมิ่งหลีกลับไม่มีน้ำหนักพอจะหยุดยั้งใครได้

หวังป๋อทำเสียงดูแคลน "ซูเมิ่งหลี เธอคิดว่าเธอเป็นใคร? พวกฉันคุยกัน มันเกี่ยวอะไรกับเธอ?"

"มีแฟนรวยแล้วปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะเลยนะ จำได้ว่าเมื่อก่อนในห้องแทบไม่กล้าปริปากพูดด้วยซ้ำ!"

"เหอะๆ แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ? สุนัขอาศัยบารมีเจ้าของไง!"

"ระวังปากไว้หน่อยเถอะ เดี๋ยวเย่เซวียนขึ้นมา ยัยนี่อาจจะรีบไปฟ้องก็ได้นะ!"

"ฟ้องอะไรได้? ลำพังตัวเย่เซวียนเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลย!"

ยิ่งฟัง ซูเมิ่งหลีก็ยิ่งโมโห แต่เธอทำอะไรเพื่อนร่วมชั้นพวกนี้ไม่ได้จริงๆ ได้แต่จดจำใบหน้าของคนที่พูดจาถากถางเอาไว้ในใจ

ผ่านไปประมาณหนึ่งหรือสองนาที เย่เซวียนก็เดินกลับเข้ามาในห้องเรียน

หวังป๋อจ้องหน้าเย่เซวียนแล้วเปิดฉากทักทาย "ไง เย่เซวียน ไปทำวีรกรรมอะไรมาล่ะถึงได้นั่งรถตำรวจกลับมา? พี่สาวทนายความของนายคงเก่งน่าดูสินะ ถึงประกันตัวนายออกมาได้?"

เย่เซวียนปรายตามองหวังป๋อ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ไม่ใช่เรื่องของนาย ห่วงตัวเองเถอะ!

เกรดก็ห่วย แถมยังไม่มีพ่อดีๆ คอยซัพพอร์ตเหมือนฉันอีก

จบ ม.ปลาย แล้ววางแผนหรือยังว่าจะไปแบกปูนที่ไซต์งานไหน? ชีวิตหลังจากนี้มันไม่ง่ายนะเว้ย!

ถ้าฉันเป็นนาย ฉันจะรีบไปสืบดูว่าไซต์งานก่อสร้างไหนจ่ายค่าแรงตรงเวลา ไม่มัวมาเสือกเรื่องชาวบ้านอยู่ตรงนี้หรอก!"

"แก!" คำพูดของเย่เซวียนทำให้หวังป๋อหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจนพูดไม่ออก

ฝีปากของเย่เซวียนนั้นคมกริบกว่าซูเมิ่งหลีหลายเท่า การตั้งตัวเป็นศัตรูกับเย่เซวียนก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!

เมื่อเห็นหวังป๋อหน้าแตกยับเยินจนเถียงไม่ออก เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นก็เริ่มตระหนักถึงความร้ายกาจของเย่เซวียน และไม่กล้าปริปากวิจารณ์อะไรอีก...

ซูเมิ่งหลีไม่ได้สนใจคำนินทาของเพื่อนร่วมห้องก่อนหน้านี้อีกต่อไป เธอหันมาถามเย่เซวียน "ทำไมนายถึงลงมาจากรถตำรวจล่ะ? เป็นเพราะเรื่องที่นายซัดจงไห่หรือเปล่า?"

เย่เซวียนยิ้ม "เปล่าหรอก ฉันทำความดีช่วยตำรวจไว้น่ะ พวกเขาเลยมาส่งเป็นการตอบแทน"

ซูเมิ่งหลีเชื่อคำพูดของเย่เซวียนอย่างสนิทใจ "นายนี่สุดยอดไปเลย!"

เย่เซวียนยืดอกรับด้วยความภูมิใจเล็กน้อย การได้รับคำชมจากว่าที่จักรพรรดินีในอนาคตทำให้เขารู้สึกพึงพอใจเป็นพิเศษ

น่าเสียดายที่ในช่วงเวลานี้ ค่าความประทับใจของซูเมิ่งหลียังคงหยุดอยู่ที่ห้าสิบห้าคะแนน ยังขาดอีกสิบห้าคะแนนถึงจะได้รับการเสริมแกร่งพรสวรรค์ครั้งต่อไป

เย่เซวียนเข้าใจดีว่า การที่เขาและซูเมิ่งหลีตัวติดกันตลอดในช่วงนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สนิทสนมและเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่การจะเพิ่มค่าความประทับใจ ลำพังแค่ความใกล้ชิดเชิงปริมาณนั้นยังไม่พอ มันต้องการ 'จุดเปลี่ยนเชิงคุณภาพ' หรือตัวเร่งปฏิกิริยาบางอย่าง

เย่เซวียนไม่ได้รีบร้อนอะไร ตราบใดที่ซูเมิ่งหลียังอยู่ข้างกาย การเพิ่มค่าความประทับใจก็เป็นแค่เรื่องของเวลา อีกอย่าง พรสวรรค์ 'กายาอมตะ' ระดับ A ในตอนนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น

หลังจากการปลุกพลัง ผู้ปลุกพลังทุกคนจะต้องค่อยๆ พัฒนาพลังพิเศษของตน

เริ่มจากหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ไต่เต้าไปจนถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมหาศาล

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องเรียนชั้น ม.6/3 โรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงที่ 2

ในช่วงพักเบรก บรรยากาศในห้องเรียนจอแจไปด้วยเสียงพูดคุย

หวังป๋อนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ทันใดนั้นเขาก็เห็นรถตำรวจคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึกเรียน

หวังป๋อตื่นเต้นขึ้นมาทันที "เย่เซวียน! ดูท่าพี่สาวทนายความของนายจะช่วยอะไรไม่ได้แล้วว่ะ ตำรวจมาถึงที่แล้ว สงสัยคราวนี้นายคงได้เข้าคุกจริงๆ แน่!"

เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันตกใจ หรือว่าเย่เซวียนจะโดนจับจริงๆ? ซูเมิ่งหลีเองก็มีสีหน้ากังวล

เย่เซวียนมองไปที่หวังป๋อ แล้วเอ่ยออกมาเนิบๆ สองคำ:

"ปัญญาอ่อน!"

จบบทที่ บทที่ 27 เย่เซวียนโดนจับ?

คัดลอกลิงก์แล้ว