- หน้าแรก
- ก่อนพลังปราณจะตื่นขึ้น ผมขอทุ่มหมดหน้าตักให้ว่าที่จักรพรรดินี
- บทที่ 10: กายาคงกระพันระดับ A
บทที่ 10: กายาคงกระพันระดับ A
บทที่ 10: กายาคงกระพันระดับ A
บทที่ 10: กายาคงกระพันระดับ A
เย่เซวียนไม่มีทางปล่อยโอกาสทองในการซ้ำเติมคนล้มแบบนี้ให้หลุดมือ เขาคว้าเก้าอี้ขึ้นมาแล้วฟาดลงไปที่ร่างของจงไห่อย่างไม่ยั้งมือโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
จงไห่ที่หมดสภาพไปแล้วเพราะความเจ็บปวด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน หลังจากโดนกระหน่ำตีไปหกเจ็ดที เขาก็นอนกองกับพื้น เนื้อตัวเขียวช้ำบวมปูด แทบจะหมดสติ
จางซิ่วหลานเองก็ตกใจกลัวเย่เซวียนจนหัวหด ในชั่วขณะนั้นเธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากห้าม หรือส่งเสียงใดๆ ออกมา
จนกระทั่งเย่เสวี่ยต้องเอ่ยปาก "พอได้แล้วน้องชาย ขืนตีกว่านี้เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย"
ทว่าเย่เซวียนกลับไม่หยุดมือ เขาโยนเก้าอี้ทิ้งแล้วเปลี่ยนมาใช้เท้ากระทืบซ้ำ ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ยินพี่สาววิเคราะห์สถานการณ์ เขาโกรธจนแทบคลั่ง ถ้าไม่ได้ซ้อมจงไห่ให้พิการคาตีน เย่เซวียนคงไม่มีวันหยุด
เมื่อเห็นน้องชายยังไม่ยอมหยุด เย่เสวี่ยจึงรีบหันไปบอกซูเมิ่งหลี "เมิ่งหลี รีบห้ามแฟนน้องสิ! ถึงฝ่ายเราจะเป็นฝ่ายถูก แต่ถ้าเขาตียังงั้น เดี๋ยวได้ติดคุกกันพอดี!"
ซูเมิ่งหลีเองก็โกรธแค้นจงไห่มาก แต่เธอก็ยอมให้เย่เซวียนต้องมาติดคุกเพราะเศษสวะพรรค์นี้ไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นซูเมิ่งหลีจึงร้องห้าม "เย่เซวียน หยุดเถอะ อย่าเอาอนาคตมาทิ้งไว้ที่คนแบบนี้เลย"
คำพูดของพี่สาวเขาอาจจะทำหูทวนลมได้ แต่คำพูดของจักรพรรดินีนั้น เขาไม่อาจปฏิเสธ จักรพรรดินีหงเหลียนในอนาคตไม่ได้มีดีแค่พลัง
หลังจากที่เธอพัฒนาพลังจนเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้ตื่นรู้ระดับแนวหน้า นอกจากจะแข็งแกร่งอย่างหาตัวจับยากแล้ว เธอยังเป็นที่รักของผู้คน และมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะปกป้องมนุษยชาติ
เย่เซวียนทุ่มเทและเคารพเธอ ไม่ใช่แค่เพราะความแข็งแกร่ง แต่เพราะตัวตนและจิตวิญญาณของเธอด้วย
เย่เซวียนจึงหยุดมือทันทีและสบถออกมา "ถือว่าวันนี้ไอ้แก่หนังเหนียวดวงยังดี!"
เย่เสวี่ยเห็นฉากนั้นแล้วก็อดแขวะไม่ได้ "น้องชาย ลำเอียงไปหน่อยมั้ย! พี่สาวบอกให้หยุด ทำหูทวนลมเฉย พอแฟนตัวน้อยเอ่ยปากปุ๊บ หยุดกึกปั๊บเลยนะ!"
เย่เซวียนเหลือบมองพี่สาว "เมิ่งหลีเป็นผู้เสียหาย ตัวตัดสินว่าจะจัดการไอ้แก่นี่ยังไง ก็ต้องอยู่ที่เธอสิ"
เย่เสวี่ยหัวเราะคิก "โอเค ยอมรับเหตุผลนี้ก็ได้"
ทันใดนั้น จางซิ่วหลานที่เพิ่งจะได้สติก็แผดเสียงขึ้น ชี้หน้าเย่เซวียน "ฉันจะแจ้งตำรวจ! พวกแกคอยดูเถอะ บุกรุกบ้านคนอื่นแถมยังทำร้ายสามีฉัน ฉันจะเอาพวกแกเข้าคุกให้หมด!"
เย่เสวี่ยยังคงท่าทีสงบนิ่ง "แจ้งตำรวจเหรอ? เอาสิ พวกเราพร้อมเสมอ น้องฉันตีคนจริง แต่ทำไมเขาถึงตี? แล้วเกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้ล่ะ?"
จางซิ่วหลานเถียงข้างๆ คูๆ "นี่มันบ้านฉัน! ไม่ใช่กงการอะไรของพวกแก!"
แต่ซูเมิ่งหลีสวนกลับทันควัน "ไม่... มันเกี่ยวแน่ ก่อนที่พวกเขาจะเข้ามา ผู้ชายคนนี้ลวนลามหนู หนูเป็นพยานได้"
จางซิ่วหลานตวาดลั่น "นังเด็กบ้า! พ่อแกกอดแกมันจะผิดตรงไหนฮะ?"
ซูเมิ่งหลีตอบเสียงเย็นชา "เขาไม่ใช่พ่อหนู!"
เย่เสวี่ยหันไปบอกซูเมิ่งหลี "เอาล่ะ เมิ่งหลี เธอไม่ต้องไปต่อปากต่อคำกับพวกเขาแล้ว ไปกันเถอะ ไปพักที่บ้านพี่ ส่วนเรื่องยุ่งยากพวกนี้ พี่จัดการเอง!"
จางซิ่วหลานรีบโวยวาย "กล้าดียังไง! ซูเมิ่งหลี แกเป็นลูกสาวฉัน! ถ้าแกก้าวเท้าออกจากบ้านนี้ ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก!"
เมื่อได้ยินคำขาดนั้น สีหน้าของซูเมิ่งหลีวูบไหว แม้จะรู้สึกว่าแม่เปลี่ยนไปมาก แต่ความผูกพันแม่ลูกนับสิบปีก็ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดขาดได้ง่ายๆ
เย่เสวี่ยเห็นดังนั้นจึงเตือนสติ "เมิ่งหลี เวลาต้องตัด ก็ต้องตัดให้ขาด ถ้าเธอตัดสินใจได้ พี่สาวคนนี้จะช่วยจัดการทุกอย่างให้ แต่ถ้าเธอใจอ่อน พี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ
ดูสภาพไอ้คนที่นอนกองอยู่ตรงนั้นสิ เธออยากจะอยู่ร่วมชายคากับมันจริงๆ เหรอ? ครั้งหน้าฉันกับเย่เซวียนอาจจะมาช่วยเธอไม่ทันแล้วนะ แล้วตอนที่มันลวนลามเธอ แม่เธอทำอะไรอยู่?"
คำพูดของเย่เสวี่ยเหมือนน้ำเย็นสาดเรียกสติ เมื่อครู่ตอนที่จงไห่พยายามจะดึงเธอเข้าไปกอด จางซิ่วหลานไม่ได้ห้ามปรามเลยสักนิด นางแค่ยืนมองเฉยๆ แล้วครั้งหน้าล่ะ... จะเกิดอะไรขึ้น?
ในที่สุด ซูเมิ่งหลีก็ตัดสินใจ "พี่คะ หนูจะไปกับพี่"
เย่เสวี่ยยิ้มกว้าง "เยี่ยม! ไปกันเถอะ!"
จางซิ่วหลานด่าทอไล่หลัง "นังลูกอกตัญญู! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
จางซิ่วหลานพยายามจะพุ่งเข้ามาคว้าตัวซูเมิ่งหลี แต่ถูกเย่เซวียนผลักกระเด็น แล้วพาซูเมิ่งหลีเดินจากไป
ก่อนจะพ้นประตู เย่เสวี่ยโยนนามบัตรทิ้งไว้บนพื้น "นี่เบอร์สำนักงานทนายความของฉัน อยากฟ้องก็เชิญ!"
เมื่อพวกเย่เซวียนจากไปแล้ว ในห้องเหลือเพียงจางซิ่วหลานและจงไห่ที่นอนเจ็บเจียนตาย
จางซิ่วหลานรีบเข้าไปพยุงจงไห่ "ทำยังไงดี? แจ้งตำรวจดีไหม?"
"เพี๊ยะ!"
จงไห่ตบหน้าจางซิ่วหลานฉาดใหญ่ "แจ้งตำรวจพ่องมึงสิ! ถ้านังลูกสาวตัวดีของมึงบอกตำรวจว่ากูลวนลามมัน มึงอยากให้กูติดคุกหรือไง?"
จางซิ่วหลานโดนตบหน้าหันแต่ไม่กล้าโต้ตอบ "แล้ว... แล้วเราจะทำยังไงดี?"
จงไห่ตะคอก "หุบปาก! กูเจ็บจะตายห่าอยู่แล้ว! พาไปโรงพยาบาลก่อน ไอ้เด็กเวรนั่น กูไม่ปล่อยมันไว้แน่! โอ๊ย!"
...
บนรถยนต์ เย่เสวี่ยทำหน้าที่สารถี ส่วนเย่เซวียนและซูเมิ่งหลีนั่งอยู่เบาะหลัง
เย่เสวี่ยหัวเราะร่า "พวกเธอนี่มารยาทงามจริงๆ ไม่มีใครมานั่งข้างหน้าเป็นเพื่อนพี่สักคน เห็นพี่เป็นคนขับรถรึไงฮึ?"
ซูเมิ่งหลีหน้าแดงด้วยความเกรงใจ "ขอโทษค่ะ คือหนู..."
เย่เสวี่ยรีบขัดขึ้น "คิดจริงจังไปได้ พี่ล้อเล่นน่า อ้อ เรื่องที่บอกว่าเป็นแฟนกันเมื่อกี้ก็ล้อเล่นนะ เธอเป็นเพื่อนเย่เซวียน ก็เรียกฉันว่า 'พี่' เหมือนที่หมอนั่นเรียกแล้วกัน"
ซูเมิ่งหลีเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณค่ะพี่ ถ้าเมื่อกี้ไม่ได้พี่ช่วยไว้ หนูไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไง"
เย่เสวี่ยโบกมือ "ไม่ต้องขอบคุณหรอก พี่ก็แค่ดีแต่ปาก เมื่อกี้ต้องยกเครดิตให้เย่เซวียนเขา น้องชาย... ไปหัดต่อสู้เก่งๆ แบบนี้มาจากไหน? ผีบรูซลีเข้าสิงหรือไง?"
เย่เซวียนตอบกลับทันที "ก็ไอ้แก่หนังเหนียวนั่นมันเลวระยำเกินทน หลอดความโกรธผมเต็มปรอท พลังคอสโมเลยระเบิดออกมา ก็เลยซัดมันน่วมอย่างที่เห็น"
เย่เสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้อง นี่คือความโกรธทะลุฟ้าเพื่อปกป้องสาวงาม สมควรได้รับคำชม!"
เย่เซวียนยิ้มรับคำแซวของพี่สาว การต่อสู้เมื่อครู่ดุเดือดจนเขาไม่มีเวลาเช็คระบบ
ตอนนี้เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าค่าความประทับใจของซูเมิ่งหลีพุ่งจาก 45 แต้ม เป็น 55 แต้มแล้ว พรสวรรค์ของเย่เซวียนสามารถอัปเกรดได้อีกครั้ง
คิดได้ดังนั้น เย่เซวียนจึงสั่งการในใจ "ใช้สิทธิ์เสริมสร้างพรสวรรค์"
[ยินดีด้วย โฮสต์อัปเกรดพรสวรรค์สำเร็จ พรสวรรค์ของโฮสต์ได้รับการเลื่อนขั้นจาก ระดับ B 'จอมพลัง' เป็น ระดับ A 'กายาคงกระพัน'!]
เมื่อเห็นการแจ้งเตือนจากระบบ เย่เซวียนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ในที่สุดเขาก็มาถึงระดับ A!
พรสวรรค์แต่ละระดับมีศักยภาพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ระดับ C ถือเป็นแค่พวกปลายแถวในหมู่ผู้ตื่นรู้ ระดับ B คือระดับกลางๆ ส่วนระดับ A นั้นก้าวเข้าสู่ทำเนียบยอดฝีมือแล้ว
ผู้มีพลังระดับ A หากมีทรัพยากรเพียงพอและพัฒนาพลังจนเกิน 90% ก็สามารถกลายเป็นบุคคลสำคัญระดับบิ๊กได้สบายๆ!
ส่วนระดับ S นั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ผู้มีพลังระดับ S ที่เติบโตเต็มที่สามารถยืนหยัดปกป้องเมืองทั้งเมืองได้ด้วยตัวคนเดียว!
ในชาติก่อน เย่เซวียนเป็นเพียงผู้ตื่นรู้ระดับ C จวบจนวาระสุดท้าย เป็นได้แค่เบี้ยตัวเล็กๆ ในสมรภูมิ
แต่ตอนนี้ ด้วยความช่วยเหลือจากซูเมิ่งหลี เขาครอบครองพรสวรรค์ระดับ A แล้ว อนาคตอันรุ่งโรจน์รออยู่เบื้องหน้า ความตื่นเต้นที่อัดแน่นอยู่ในอกแทบจะระเบิดออกมา!