- หน้าแรก
- ก่อนพลังปราณจะตื่นขึ้น ผมขอทุ่มหมดหน้าตักให้ว่าที่จักรพรรดินี
- บทที่ 7: ที่พักพิงแห่งใหม่
บทที่ 7: ที่พักพิงแห่งใหม่
บทที่ 7: ที่พักพิงแห่งใหม่
บทที่ 7: ที่พักพิงแห่งใหม่
โดยธรรมชาติแล้ว เย่เซวียนย่อมไม่ล่วงรู้ถึงอดีตอันขมขื่นของซูเมิ่งหลี ในความเป็นจริง ช่วงเวลานั้นเขารู้เรื่องราวเกี่ยวกับเธอน้อยมาก
ก่อนที่พรสวรรค์ระดับ SSS ของเธอจะได้รับการตรวจสอบและตื่นรู้ ชีวิตของซูเมิ่งหลีต้องเผชิญกับความยากลำบากเกินกว่าที่คนภายนอกจะจินตนาการได้
โดยเฉพาะชายชู้ของแม่ที่จ้องจะเคลมเธอ ทั้งข่มขู่และหลอกล่อสารพัด แม้มันจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่มันก็สร้างแรงกดดันทางจิตใจให้เธออย่างมหาศาล
หลังจากที่ซูเมิ่งหลีปลุกพลังระดับ SSS ได้สำเร็จ สิ่งแรกที่เธอทำคือกลับไปที่บ้านและใช้ 'เพลิงกรรมบัวแดง' เผาชายชู้คนนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
แม่ของเธอที่เห็นเหตุการณ์สยดสยองนั้นกับตาตัวเอง ถึงกับเสียสติจนต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลจิตเวช...
เย่เซวียนปั่นจักรยานโดยมีซูเมิ่งหลีนั่งซ้อนท้าย สายลมเย็นพัดผ่านเสื้อเชิ้ตของเด็กหนุ่มและเส้นผมสลวยของเด็กสาว ก่อเกิดบรรยากาศที่ดูโรแมนติกอย่างน่าประหลาด
เย่เซวียนเองก็เพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานกินลมชมวิว เขาจงใจชะลอความเร็วลงเพื่อไม่ให้ซูเมิ่งหลีต้องเจ็บตัวจากแรงกระแทกบนท้องถนน
ยี่สิบนาทีต่อมา จักรยานก็มาจอดเทียบท่าที่หน้าอาคารพักอาศัยในโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เย่เซวียนล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วพาซูเมิ่งหลีขึ้นไปยังห้องพัก
ครอบครัวของเย่เซวียนถือว่ามีฐานะดีพอสมควร ดังนั้นที่พักของพี่สาวเขาย่อมไม่ธรรมดา เป็นห้องชุดขนาด 160 ตารางเมตร ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 1 ห้องนั่งเล่น
ซูเมิ่งหลีมองดูห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางโอ่อ่า โคมไฟระย้าดีไซน์หรูหรา และพื้นกระเบื้องสีขาวที่ขัดจนเงาวับ เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในความฝัน
สำหรับเด็กสาวจากครอบครัวฐานะปานกลางค่อนไปทางยากจน ที่นี่เปรียบเสมือนคฤหาสน์ในจินตนาการ
เธอมองไปรอบๆ อย่างเหม่อลอยแล้วเอ่ยถาม "เย่เซวียน... นายจะให้ฉันอยู่ที่นี่เหรอ?"
เย่เซวียนตอบรับทันที "แน่นอน มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
ซูเมิ่งหลีลังเลเล็กน้อย "แต่... ที่นี่มันหรูหราเกินไป ห้องนี้คงแพงมากใช่ไหม?"
เย่เซวียนตอบอย่างสบายๆ "ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ตอนพ่อฉันซื้อมาก็แค่สองล้านกว่าๆ ตอนนี้น่าจะราคาขึ้นไปอีกสักล้านแล้วมั้ง!"
ไม่ว่าจะหนึ่งล้านหรือสองล้าน สำหรับซูเมิ่งหลีแล้ว มันคือตัวเลขทางดาราศาสตร์ที่ไกลเกินเอื้อม
ต้องรู้ก่อนว่า แม้การหย่าร้างของพ่อแม่เธอจะมีสาเหตุหลักมาจากการนอกใจ แต่ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นจากการที่แม่ของเธอได้กระเป๋าใบละห้าพันหยวนมาโดยไม่ทราบที่มาที่ไป
แค่เงินห้าพันหยวนยังทำลายครอบครัวเธอจนพังพินาศ แล้วนับประสาอะไรกับเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้?
ซูเมิ่งหลีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าและหวาดหวั่น "เอ่อ... ช่างมันเถอะ ฉันไปนอนโรงแรมสักคืนดีกว่า ถ้าเกิดทำอะไรที่นี่พัง ฉันคงไม่มีปัญญาจ่ายคืนแน่"
เย่เซวียนรีบสวนกลับทันควัน "จะจ่ายอะไรกัน? ไม่ต้องกังวลหรอกน่า ทำตัวตามสบายเลย ต่อให้เธอเผาห้องนี้จนวอดวาย ฉันก็ไม่เรียกค่าเสียหายจากเธอหรอก"
ซูเมิ่งหลีอยากจะแย้งต่อ แต่เย่เซวียนยัดลูกกุญแจใส่มือเธอเสียก่อน แล้วตัดบทว่า "เอาล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พักผ่อนเถอะ วันนี้ดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะหาชุดเครื่องนอนกับของใช้ส่วนตัวมาให้ อย่าคิดมากเลย!"
พูดจบ เย่เซวียนก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่รอให้เธอตอบรับ พร้อมปิดประตูให้อย่างเสร็จสรรพ
ซูเมิ่งหลีเดินตามออกมามองเย่เซวียนที่หายเข้าไปในลิฟต์ เธอก้มมองกุญแจในมือด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าวและเริ่มแดงก่ำ
ตั้งแต่เล็กจนโต นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนปฏิบัติต่อเธอดีขนาดนี้ การช่วยเหลือโดยไม่มีเงื่อนไขของเขาทำให้เธอซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง โดยเฉพาะในยามที่พ่อแม่ต่างแยกทางและดูเหมือนจะไปมีครอบครัวใหม่กันหมด
ในช่วงเวลาที่เธอไร้ที่พึ่งพิงและเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจต่อบุพการี เย่เซวียนกลับก้าวเข้ามาโอบอุ้มความรู้สึกของเธอไว้ สร้างความประทับใจที่ฝังรากลึกในหัวใจดวงน้อย
หลังจากเย่เซวียนจากไป ซูเมิ่งหลีนั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องนั่งเล่นครู่ใหญ่ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายในห้องน้ำ เธอขัดถูจนมั่นใจว่าตัวสะอาดเอี่ยมอ่องแล้วถึงจะกล้าล้มตัวลงนอน เพราะกลัวว่าจะทำให้เครื่องนอนของพี่สาวเย่เซวียนสกปรก
สัมผัสจากฟูกหนานุ่มทำให้ซูเมิ่งหลีรู้สึกผ่อนคลายและสงบใจ อย่างน้อยคืนนี้เธอก็ไม่ต้องทนฟังเสียงทะเลาะตบตีของพ่อแม่ ไม่นานนักเธอก็ผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเมิ่งหลีตื่นนอนตรงเวลา เธอหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในความฝัน เด็กหนุ่มที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอคนนั้นได้คุกเข่าขอเธอแต่งงานพร้อมแหวนเพชรเม็ดงาม เมื่อนึกถึงความฝันเมื่อคืน ซูเมิ่งหลีก็ลูบแก้มตัวเองด้วยความขัดเขิน ก่อนจะรีบแต่งตัวไปโรงเรียนตามปกติ
เมื่อมาถึงห้องเรียน ขณะที่ซูเมิ่งหลีกำลังจะนั่งลงที่โต๊ะ เธอก็สังเกตเห็นว่าที่นั่งข้างๆ ซึ่งควรจะเป็นของเด็กผู้หญิงที่ใส่ร้ายเธอเรื่องขโมยกำไล กลับมีเย่เซวียนนั่งอยู่แทน
ความดีใจสายหนึ่งผุดขึ้นในใจอย่างอธิบายไม่ถูก แววตาของเธอเจือรอยยิ้มจางๆ ขณะเอ่ยถาม "ทำไมนายมานั่งตรงนี้ล่ะ?"
เย่เซวียนตอบเรียบๆ "เพื่อนร่วมโต๊ะเธอคนนั้นนิสัยแย่ ชอบใส่ร้ายชาวบ้าน ฉันเลยเขี่ยยัยนั่นไปนั่งที่ฉันแทน!"
ความจริงคือ เพื่อนร่วมโต๊ะคนนั้นที่แผนแตกเรื่องใส่ร้ายซูเมิ่งหลีเมื่อวาน ได้เจอกำไลของตัวเองอยู่ในกระเป๋าหนังสือ ทำให้เธออับอายขายขี้หน้าอย่างหนัก
ดังนั้นเมื่อเย่เซวียนมาขอแลกที่นั่งในวันนี้ เธอที่ละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้าซูเมิ่งหลีจึงรีบตอบตกลงทันที
เมื่อครูประจำชั้นเข้ามาเห็นว่ามีการเปลี่ยนที่นั่งก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเหลือเวลาอีกแค่ 50 กว่าวันก็จะจบการศึกษาแล้ว
สิ่งที่ครูสนใจมีเพียง 'นักเรียนระดับหัวกะทิ' เท่านั้น ตราบใดที่เด็กเก่งๆ เหล่านี้ยังตั้งใจเรียนและทบทวนบทเรียน ทุกอย่างก็ถือว่าปกติ ส่วนนักเรียนคนอื่น... ใครจะทำอะไรก็ช่าง
เกณฑ์การประเมินผลงานครูมีเพียงอย่างเดียวคืออัตราการสอบติดมหาวิทยาลัย เรื่องอื่นล้วนเป็นเพียงเปลือกนอก
ด้วยเหตุนี้ เย่เซวียนและซูเมิ่งหลีจึงได้กลายเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน ในช่วง 58 วันสุดท้ายก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย
วันแรกของการนั่งคู่กันผ่านไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยความสุข ทั้งสองแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วเพียงใดจนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน
และแล้ว ปัญหาก็มาเยือน... เมื่อคืนซูเมิ่งหลีไม่กลับบ้าน วันนี้ 'จางซิ่วหลาน' แม่ของเธอจึงโทรหา แต่ซูเมิ่งหลีไม่รับสาย จางซิ่วหลานจึงบุกมาดักรอถึงโรงเรียน
จางซิ่วหลานไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของลูกสาว แต่เธอทำตามคำสั่งของชู้รัก
ชายชู้คนนั้นยื่นเงินให้เธอสองหมื่นหยวนพร้อมข้อเสนอสุดวิปริต... เขาต้องการ 'เหมาทั้งแม่และลูก' แล้วสัญญาว่าจะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี
หากจางซิ่วหลานเกลี้ยกล่อมซูเมิ่งหลีไม่สำเร็จ ชายคนนั้นขู่ว่าจะทิ้งเธอทันที และนั่นหมายความว่าจางซิ่วหลานจะไม่เหลืออะไรเลย เธอจึงต้องถ่อมาดักลูกสาวด้วยตัวเอง
"เมิ่งหลี! เมื่อคืนทำไมไม่กลับบ้าน? รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงลูกแค่ไหน?" จางซิ่วหลานยืนขวางซูเมิ่งหลีไว้ที่หน้าประตูห้องเรียน แสร้งตีหน้าเศร้าสวมบทบาทแม่ผู้แสนดี
ซูเมิ่งหลีมองตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "หนูมีที่อยู่ของหนูแล้ว แม่ไม่ต้องมาห่วงหนูหรอก ไปใช้ชีวิตของแม่เถอะ"
ในเมื่อรับน้ำใจของเย่เซวียนมาแล้ว ซูเมิ่งหลีตัดสินใจว่าจะหน้าด้านขออาศัยอยู่กับเขาจนกว่าจะสอบเสร็จ
หลังจากสอบเสร็จ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เธอจะหางานทำ หาเงินเช่าบ้าน และจะไม่กลับไปเหยียบขุมนรกแห่งนั้นอีก
แต่จางซิ่วหลานกลับขึ้นเสียง "ไม่ให้ห่วงได้ยังไง? ถ้าแม่ไม่ห่วงแกแล้วใครจะห่วง? รีบกลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องครูแก!"