- หน้าแรก
- อยู่ดีๆก็ได้เป็นยอดครู พร้อมระบบปั้นศิษย์อัจฉริยะ
- บทที่ 9: นางฟ้าจันทราเยือกแข็ง จี้เว่ย
บทที่ 9: นางฟ้าจันทราเยือกแข็ง จี้เว่ย
บทที่ 9: นางฟ้าจันทราเยือกแข็ง จี้เว่ย
บทที่ 9: นางฟ้าจันทราเยือกแข็ง จี้เว่ย
ณ ห้องทำงานผู้อำนวยการ
ลู่เทียนซินจ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิด รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"แสวงหาความสงบในความเคลื่อนไหว สอนศิษย์ตามความเหมาะสม... คนผู้นี้มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งจริงๆ ผู้อำนวยการเหอ มิน่าล่ะคุณถึงให้เขามาเป็นครูสอนศิลปะการต่อสู้ประจำห้องหัวกะทิ"
"ใช่ครับ ใช่ครับ! เอ่อ... ลี่จวินน่ะ ผมเล็งเห็นศักยภาพของเขามานานแล้ว ผมรู้ว่าเขาทำได้ แต่หลายคนคัดค้านน่ะสิครับ!"
ผู้อำนวยการเหอพยักหน้าหงึกๆ ใบหน้าฉายแววปิติยินดี
เขาเองก็เป็นจอมยุทธ์
ย่อมรู้ดีว่าการที่ลี่จวินกล่าววาจาเช่นนั้นและสอนศิษย์ได้ตรงจุด แสดงว่าต้องเข้าใจ 'ท่ายืนพิชิตมังกร' อย่างทะลุปรุโปร่ง
'ท่ายืนพิชิตมังกร' ของคนผู้นี้ อย่างน้อยต้องบรรลุถึงขั้น 'เชี่ยวชาญ' แล้วแน่ๆ!
จำนวนครูในโรงเรียนที่ฝึกฝนจนถึงระดับนี้มีน้อยจนนับนิ้วได้
พื้นฐานของคนผู้นี้ช่างแน่นปึ้กเสียจริง
ซือมาเป่ยที่ยืนรออยู่หน้าประตูได้ยินคำชมที่ดังลอดออกมา ก็รู้สึกอารมณ์บูดบึ้ง
มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ!
ก่อนหน้านี้ เจ้าหมอนี่ก็แค่คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แค่ผ่านมาตรฐานมาได้แบบคาบเส้น โชคดีที่ปีนั้นขาดแคลนครูเลยได้รับเลือกเข้ามา
ตลอดสองปีที่ผ่านมา หมอนี่ก็ไม่เคยสร้างผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน... ตามปกติแล้ว
คนพรรค์นี้ควรจะถูกคัดออกไปนานแล้ว ไฉนจู่ๆ ถึงได้ฉายแสงขึ้นมา?
เขารู้สึกเหมือนกลืนยาขมลงคอ แต่กลับระบายความโกรธออกมาไม่ได้
ลู่เทียนซินชำเลืองมองไปที่หน้าประตู ก่อนจะเอ่ยถาม "ทำไมห้องนี้ถึงมีนักเรียนแค่ห้าคนล่ะ?"
"เอ่อ..."
ผู้อำนวยการเหอถึงกับไปไม่เป็นชั่วขณะ
สวี่หยวนอาศัยบารมีพ่อ ทำตัวกร่างและเห็นครูบาอาจารย์เป็นแค่ฝุ่นผง สาเหตุหลักที่ครูสองคนก่อนหน้านี้ลาออกไปก็เพราะเขากับลู่จือชิวนี่แหละ
ตอนนี้ลี่จวินจัดการลู่จือชิวได้แล้ว แต่สวี่หยวนยังไม่ยอมรับ และเรื่องพรรค์นี้จะพูดออกมาโต้งๆ ก็ไม่ได้
ลู่เทียนซินยิ้ม
เขาเองก็รู้ดีว่าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเหล่านายน้อยแบบนี้ ปกครองยากแค่ไหน
จะสอนอะไรพวกเขาน่ะเหรอ... แค่ครูสอนพิเศษส่วนตัวก็เหลือเฟือแล้ว จะต้องการครูที่โรงเรียนไปทำไม?
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว "นี่ก็ม.3 แล้ว นักเรียนบางคนที่มีความพร้อม สามารถฝึกฝนด้วยตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาโรงเรียนหรอกมั้ง? ถึงเวลาสอบค่อยมาอาศัยสนามสอบเอา ผมจำได้ว่ามีกฎข้อนี้อยู่นี่?"
"ใช่ครับ มีกฎข้อนี้อยู่จริงๆ เดี๋ยวทางเราจะลองหารือกับผู้ปกครองของพวกเขาดูครับ"
ผู้อำนวยการเหอพยักหน้ารัวๆ—
สวี่ฟางอู่ไม่ใช่คนที่ควรไปแหยมด้วย แต่ท่านเจ้าเมืองลู่นี่ยิ่งเป็นคนที่เขาไม่กล้าล่วงเกินเข้าไปใหญ่!
เขาจะมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ยังไง?
ในที่สุดผู้อำนวยการก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
ลู่จือชิวยอมสยบให้ลี่จวิน และลู่เทียนซินก็พอใจมาก จึงจงใจมาใช้อำนาจกดดัน... เจ้าหนุ่มนั่นรู้วิธีเข้าหาลู่จือชิว งานนี้เก้าอี้ไม่หลุดแน่
ฉลาดหลักแหลมจริงๆ!
เมื่อเทียบกันแล้ว... ผู้อำนวยการเหอเหลือบมองไปที่หน้าประตู ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ไอ้โง่เอ๊ย!
แต่ ณ เวลานี้ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บความโกรธไว้และนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เหมือนมีเข็มหมุดทิ่มแทง คอยตอบคำถามของลู่เทียนซินต่อไป
ผู้อำนวยการเหอกลอกตาไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น "ท่านเจ้าเมืองครับ ถ้าท่านยุ่ง เดี๋ยวผมให้เขาเข้ามาก่อนไหมครับ?"
"ไม่จำเป็น นานๆ ทีฉันจะได้เห็นลูกชายตั้งใจเรียน วันนี้ฉันเลยลางานมาดู"
ลู่เทียนซินหัวเราะเบาๆ
ผู้อำนวยการเหอยิ้มแห้งๆ
เช้านี้คงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในรอบหลายปีสำหรับเขาเลยทีเดียว...
หลังจบช่วงเรียนรู้ด้วยตนเอง ณ ลานฝึกซ้อม
ลี่จวินกวาดสายตามองนักเรียนทั้งห้าคนแล้วกล่าว "วันนี้เป็นวันฝึกซ้อมการต่อสู้จริง ครูได้เห็นฝีมือของลู่จือชิวไปแล้ว ทีนี้—"
ลู่จือชิวมีท่าทีกระตือรือร้นอยากจะลองวิชา
ส่วนคนอื่นๆ
ถังเหยียนและจูเฟยแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากสู้
สือป้าเทียนยิ้มกว้างอย่างโง่เขลา ไม่รู้ว่าขำอะไรอยู่ สายตาจับจ้องไปที่จี้เว่ย
จังหวะที่ลี่จวินกำลังจะชี้ไปที่เธอ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
'ภารกิจถูกกระตุ้น!'
'เด็กคนไหนบ้างไม่เคยผ่านช่วงวัยต่อต้าน? แต่ใครจะไปคิดว่าเด็กสาวจอมพยศตรงหน้าคุณ คือว่าที่ "นางฟ้าจันทราเยือกแข็ง" สตรีผู้เป็นถึงจอมยุทธ์ระดับราชันผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของมนุษยชาติในอนาคต'
'จงเอาชนะเธอ และทำให้เธอเข้าใจว่า ต่อหน้าคุณ พรสวรรค์ของเธอไม่มีค่าพอให้ภูมิใจ!'
'รางวัล: ท่ายืนพยัคฆ์หมอบ (ขั้นต้น)'
ท่ายืนพยัคฆ์หมอบ... ลี่จวินไม่เคยเรียน แตเขารู้ว่ามันเป็นท่าร่างสำหรับการฝึกยืนที่ลึกซึ้งมาก วิธีนี้ไม่เพียงแต่ขัดเกลาร่างกายภายนอก แต่ยังเสริมความแข็งแกร่งให้อวัยวะภายใน และหากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงยังช่วยขัดเกลาไขกระดูกได้อีกด้วย
หากสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นสูงได้ในขณะที่ยังอยู่ขั้นขัดเกลากระดูก การฝึกฝนในขั้นขัดเกลาอวัยวะภายในต่อจากนั้นจะได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว นับเป็นตัวเลือกการฝึกยืนที่ยอดเยี่ยมสำหรับจอมยุทธ์ขั้นขัดเกลากระดูก
เจ้าของร่างเดิมปรารถนามันมาตลอดแต่ไม่เคยไขว่คว้ามาได้ ไม่นึกเลยว่าระบบจะประเคนให้ถึงที่
ยิ่งไปกว่านั้น จี้เว่ยจะกลายเป็นสตรีระดับราชันที่สำคัญที่สุดในอนาคตงั้นหรือ?
เขาเพ่งสายตาไปที่จี้เว่ย
ทันใดนั้น ข้อมูลชุดใหม่ก็ปรากฏขึ้น
'จี้เว่ย บุตรสาวแห่งตระกูลจี้เมืองหลินเจียง เด็กสาวอัจฉริยะ แต่ด้วยเหตุผลทางครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้นิสัยเปลี่ยนเป็นดื้อรั้น ทั้งที่ความจริงแล้วจิตใจดีงาม'
'เธอครอบครอง "กายาจันทราสวรรค์" ที่หาได้ยากยิ่ง แต่เธอไม่รู้วิธีใช้มัน จนกระทั่งได้พบกับคนจากลัทธิมารเมื่ออายุสิบหกและได้เรียนรู้วิธีใช้'
'เมื่ออายุสิบหก จี้เว่ยเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงครึ่งปี เธอก็อาศัยความสามารถของตัวเองสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายสายยุทธ์ที่ดีที่สุดในเมืองหลินเจียงได้'
'เมื่ออายุสิบแปด จี้เว่ยสังหารอาจารย์จากลัทธิมารของเธอ และชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะของเธอก็เลื่องลือไปทั่วต้าเซี่ย'
อีกแล้ว อายุสิบหกปี
และก็อีกแล้ว ลัทธิมาร!
ลี่จวินตื่นตระหนกในใจ ความกังวลทวีความรุนแรงขึ้น
ถ้าดูแค่ข้อมูลของเธอคนเดียวอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อนำมารวมกับข้อมูลของลู่จือชิว เขาสรุปได้ว่า—
ในปีที่จะถึงนี้ เผ่ามารจะต้องมีปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเมืองหลินเจียงแน่
การเข้าสู่ด้านมืดของลู่จือชิวเกิดขึ้นในปีนี้
การที่จี้เว่ยได้พบกับ "อาจารย์" ของเธอก็เกิดขึ้นในปีนี้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างอายุสิบหกจนถึงจบมัธยมปลายในอีกสามปีต่อมา ต้องมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับจี้เว่ย จนทำให้เธอหวนคืนสู่เจตจำนงเดิมและลงมือสังหารอาจารย์มารของตน
สุดท้าย การที่เธอเป็น "สตรีระดับราชันที่สำคัญที่สุด" นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า "กายาจันทราสวรรค์" หรือเปล่า?
ข้อมูลเยอะชะมัด!
จากนั้น ลี่จวินก็จับทางของระบบได้—
สำหรับคนที่มีระบุว่าเป็น "อัจฉริยะ" อย่างเจาะจง ข้อมูลจะปรากฏขึ้น ส่วนกรณีของสวี่หยวนก่อนหน้านี้ไม่กระตุ้นระบบ
นั่นหมายความว่า ความสำเร็จในอนาคตของสวี่หยวนนั้นต่ำต้อยจนไม่คุ้มค่าที่จะเอ่ยถึง
ลี่จวินจ้องมองจี้เว่ยอย่างลึกซึ้ง
เด็กสาวที่แต่งหน้าจัดจ้านกลับรู้สึกรำคาญและพูดสวนขึ้นมา "มองอะไร? อยากมีเรื่องเหรอ?"
"ครูไม่เคยเจอคำขอที่พิลึกพิลั่นขนาดนี้มาก่อน งั้นเธอก็เข้ามาเลย!"
ลี่จวินกล่าว
เพื่อท่ายืนพยัคฆ์หมอบ งานนี้ต้องบวกกับยัยเด็กนี่ให้ได้!
ต่อให้ผู้อำนวยการมาห้ามก็หยุดเขาไม่อยู่!
จี้เว่ยเบะปาก
"คำขอพิลึกพิลั่น" อะไรกัน? หมอนี่แค่เหม็นขี้หน้าเธอก็แค่นั้นแหละ
สองข้างทางของลานฝึกซ้อมมีอาวุธที่ยังไม่ได้ลับคมวางอยู่
เธอกลอกตาไปมา ก่อนจะเดินไปหยิบดาบขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วประกาศ "หนูจะใช้เพลงดาบสู้กับครู!"
"ดี ถ้าใช้งหอกคงจะรังแกกันเกินไป..."
ลี่จวินกวาดสายตามองรอบตัว แล้วเดินไปที่ต้นไม้ หักกิ่งไม้ที่ขนาดไม่ใหญ่นักมาหนึ่งกิ่ง "ครูใช้ไอ้นี่สู้กับเธอก็พอ"
"นี่! ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ?! อย่างน้อยหนูก็อยู่จุดสูงสุดของขั้นขัดเกลาผิวหนังนะยะ!"
จี้เว่ยกัดฟันกรอด
นี่มันหยามกันชัดๆ
ลี่จวินพยักหน้า "ครูอยู่ขั้นขัดเกลากระดูก แถมอายุมากกว่าเธอตั้งสองเท่า ใช้อาวุธแค่นี้ก็ยุติธรรมดีแล้ว"
"งั้นก็เข้ามา! คอยดูเถอะ หนูจะตีให้ตายคามือเลย!"
จี้เว่ยแค่นเสียงเย็นชา
แม้ดาบของเธอจะยังไม่เปิดคม แต่มันก็แข็งแกร่งกว่ากิ่งไม้ของลี่จวินมากโข
เธอตั้งท่าเตรียมพร้อม
เจ้าของร่างเดิมของลี่จวินรู้วิชายุทธ์ไม่มากนัก แต่เพื่อสอบเข้าโรงเรียนสายยุทธ์ เขาจึงอ่านตำราความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มาเยอะมาก
ดังนั้น...
เขาจึงดูออกในปราดเดียว—
จี้เว่ยกำลังใช้ 'เพลงดาบวายุ' ซึ่งเป็นวิชายุทธ์ระดับศิษย์ฝึกหัดที่สอนในโรงเรียน เพลงดาบชุดนี้มีความสง่างามและพริ้วไหว ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและท่วงท่าการจับยึด
จับยึด... นี่เธอคิดจะทำให้เขาขายหน้าสินะ?
ทว่า แม้เพลงดาบวายุจะดูเหมือนเน้นไปที่ดาบ แต่หัวใจสำคัญจริงๆ อยู่ที่การก้าวเท้า และเขาก็สำเร็จ 'ย่างก้าววายุ ระดับสมบูรณ์แบบ' แล้ว
นี่มันหมูวิ่งชนปังตอชัดๆ ไม่ใช่รึไง?
ลี่จวินหัวเราะเบาๆ "เชิญเธอเริ่มก่อนเลย"
"งั้นก็เบิกตาดูให้ดี!"