- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นสายกักตุนตัวแม่
- บทที่ 3 พ่อเลี้ยง
บทที่ 3 พ่อเลี้ยง
บทที่ 3 พ่อเลี้ยง
บทที่ 3 พ่อเลี้ยง
หลังจากเดินออกจากร้านกบและปลา เจียงสือก็เดินเตร็ดเตร่สำรวจบริเวณโดยรอบ จากนั้นเธอจึงสั่งซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อแกะสิบชุดและบะหมี่เนื้อแกะแห้งสิบชุดต่อวันเป็นเวลาครึ่งปีจากร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อแกะในละแวกนั้น โดยวางเงินมัดจำไว้ห้าหมื่นหยวน ส่วนที่เหลือค่อยชำระภายหลัง
ด้วยจำนวนซุปก๋วยเตี๋ยวและบะหมี่รวมสามพันหกร้อยชุด หากเธอกินสัปดาห์ละครั้ง เธอจะสามารถกินคนเดียวไปได้นานถึงเจ็ดสิบปี
ถัดจากร้านกบและปลา มีร้านบาร์บีคิวตั้งอยู่ เธอสั่งบาร์บีคิวรวมมิตรวันละหนึ่งพันหยวน แบ่งเป็นสิบชุด ทุกชุดต้องเสียบไม้มาให้เรียบร้อย เป็นเวลาครึ่งปี เพราะบาร์บีคิวจะให้อร่อยที่สุดก็ต้องกินจากไม้เสียบนี่แหละ
เจียงสือคำนวณดูแล้วว่าด้วยบาร์บีคิวหนึ่งพันแปดร้อยชุดนี้ หากกินสัปดาห์ละครั้ง เธอจะกินได้นานถึงสามสิบห้าปีเลยทีเดียว
ตอนนี้ดึกมากแล้ว เจียงสือจึงเดินเล่นย่อยอาหารอย่างสบายใจ เมื่อรู้สึกว่าซื้อของเพียงพอสำหรับวันนี้แล้วจึงกลับบ้าน
สิ่งแรกที่ทำเมื่อถึงบ้านคือหยิบสมุดบันทึกเปล่าออกมาจดรายการสินค้าที่ซื้อไปในวันนี้อย่างละเอียด
เธอยังนำใบเสร็จรับเงินที่ได้รับจากเจ้าของร้านแต่ละแห่งออกมาตรวจสอบทีละใบ หลังจากยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว เธอถึงจะวางใจไปอาบน้ำและเข้านอน
วันรุ่งขึ้น
ทันทีที่นาฬิกาปลุกดัง เจียงสือก็ดีดตัวลุกจากเตียงราวกับปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร
ภัยพิบัติเรียกร้องความระมัดระวังตลอดเวลา มีเพียงการหลบหนีอย่างรวดเร็วเท่านั้นที่จะทำให้รอดชีวิต ดังนั้นเธอจึงยังไม่คุ้นชินกับชีวิตที่สงบสุขเช่นนี้
วันเวลาที่เคยนอนตื่นสายและงีบหลับเหมือนในอดีตกลายเป็นเพียงความทรงจำอันเลือนราง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เวลาของเธอกระชั้นชิด เธอจำเป็นต้องตุนเสบียง ออกกำลังกาย และเตรียมวิธีการเอาตัวรอดให้มากขึ้น เธอไม่มีเวลามาเสียไปกับการนอนหลับ
เธอรีบลุกขึ้นล้างหน้าและบำรุงผิวพรรณ ในเมื่อสถานการณ์ยังเอื้ออำนวย เธอก็หวังว่าจะสวยสดใส ไม่เหมือนชีวิตก่อนหน้านี้ที่ตัวดำผอมแห้งราวกับลิง
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอหยิบโทรศัพท์และกุญแจลงไปชั้นล่างเพื่อทานอาหารเช้า
ซาลาเปาไส้เนื้อพะโล้ที่ขายในร้านอาหารเช้าใต้ตึกพักอาศัยนั้นรสชาติยอดเยี่ยมมาก
น้ำเต้าหู้พุทราจีนผสมวอลนัตของจิ่วหยางก็เข้มข้นและอร่อยสุดๆ
เธอกินมินิซาลาเปาไส้เนื้อหนึ่งเข่งแปดลูก ดื่มน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้ว ตามด้วยโจ๊กข้าวฟ่างอีกหนึ่งชามแกล้มกับผักดองของทางร้านถึงจะหยุดมือ
มินิซาลาเปาขนาดพอดีคำลูกละหนึ่งหยวน น้ำเต้าหู้จิ่วหยางแก้วละสามหยวน โจ๊กข้าวฟ่างชามละหนึ่งหยวน ส่วนผักดองฟรี
อาหารเช้ามื้อนี้สนนราคาอยู่ที่สิบสองหยวน
หลังจากกินอิ่มดื่มหนำใจ เจียงสือก็เล็งเป้าหมายไปที่เจ้าของร้านอาหารเช้าอีกครั้ง
เจ้าของร้านเป็นคู่สามีภรรยาวัยกลางคนที่ดูซื่อสัตย์และจริงใจ พวกเขามีลูกชายเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยใกล้ๆ และสองสามีภรรยาก็เก็บหอมรอมริบซื้อบ้านในย่านเจียซิงได้ด้วยฝีมือการทำอาหารเช้านี่เอง
เจียงสือเจรจาพูดคุยกับเจ้าของร้านว่าเธอไม่ต้องการมินิซาลาเปา แต่ต้องการซาลาเปาลูกใหญ่
เธอสั่งซาลาเปาลูกใหญ่สี่ไส้ ได้แก่ ไส้เนื้อพะโล้ ไส้เนื้อวัว ไส้ผักกาดดอง และไส้วุ้นเส้นเต้าหู้
เธอต้องการซาลาเปาไส้เนื้อพะโล้และไส้เนื้อวัวอย่างละร้อยลูกต่อวัน ราคาลูกละสามหยวน
เธอต้องการซาลาเปาไส้ผักกาดดองกับไส้วุ้นเส้นเต้าหู้อย่างละร้อยลูกต่อวัน ราคาลูกละหนึ่งหยวนห้าสิบสตางค์
และต้องการน้ำเต้าหู้จิ่วหยางวันละห้าสิบแก้ว แก้วละสามหยวน
รวมซาลาเปาลูกใหญ่ทั้งหมดสี่ร้อยลูกต่อวัน สะสมประมาณเจ็ดหมื่นสองพันลูกในครึ่งปี
หากสมมติว่าเธอกินซาลาเปาใหญ่สามลูกต่อวัน เธอจะกินได้นานประมาณหกสิบหกปีคนเดียว
เธอจ่ายเงินมัดจำให้เจ้าของร้านหนึ่งแสนหยวน หลังจากรับใบเสร็จ เจียงสือก็ไปที่ร้านขนมจีนใต้ตึกพักอาศัย
เมื่อวานตอนกินขนมจีนที่นี่ เธอคิดในใจว่าคงจะดีไม่น้อยถ้ายังได้กินขนมจีนอร่อยๆ แบบนี้ได้ตลอดเวลาหลังเกิดภัยพิบัติ
ความสามารถมิติช่องว่างของเธอนั้นทรงพลังมากและช่วยคงความสดใหม่ของสิ่งของได้ ตอนนี้ความปรารถนาของเธอเป็นจริงแล้ว
ขนมจีนซุปมะเขือเทศหมูฉีก ขนมจีนซุปมะเขือเทศปลาหมึก ขนมจีนซุปมะเขือเทศกะปิ
ขนมจีนซุปผักดองหมูฉีก ขนมจีนซุปผักดองปลาหมึก และขนมจีนซุปผักดองกะปิ
เจียงสือสั่งรสชาติโปรดหกรส ชามละยี่สิบหยวน
เธอสั่งจากเจ้าของร้านวันละหกสิบชุด รสชาติละสิบชุด เป็นเวลาครึ่งปี และจ่ายมัดจำหนึ่งแสนหยวน
หากเธอกินวันละชาม ก็จะกินได้นานสามสิบปี
หลังจากจัดการมื้อเช้าและร้านขนมจีนเรียบร้อย เจียงสือก็ขับรถไปยังโรงงานแปรรูปอาหารชานเมืองที่ผลิตหม้อไฟแบบอุ่นร้อนเองได้
เธอเซ็นสัญญากับโรงงานโดยสั่งซื้อหม้อไฟอุ่นร้อนสี่แสนกล่อง ระบุห้ารสชาติ ได้แก่ รสเนื้อติดมันสูตรดั้งเดิม รสผัดเผ็ด รสเนื้อตุ๋นมะเขือเทศ รสปลาเผ็ด และรสปลาผักกาดดอง
แต่ละรสชาติจำนวนแปดหมื่นกล่อง
แม้เธอจะกินวันละยี่สิบกล่อง ก็ยังกินได้นานถึงเก้าสิบปี
หากซื้อออนไลน์ราคาจะอยู่ที่กล่องละสามสิบหยวน แต่เนื่องจากเธอซื้อจำนวนมากและซื้อตรงจากโรงงาน
หลังจากต่อรองราคากันแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงขายให้เธอในราคากล่องละยี่สิบหยวน
โดยมีเงื่อนไขว่าปริมาณต้องเยอะและแน่นกว่าที่ขายตามท้องตลาด
สี่แสนกล่องรวมเป็นเงินแปดล้านหยวน
หลังจากทั้งสองฝ่ายเซ็นสัญญา เจียงสือจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าสี่ล้านหยวน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายหลังจากสินค้าผ่านการตรวจสอบ
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เจียงสือเห็นว่าสายมากแล้วจึงไม่ได้กลับบ้าน แต่ตรงไปยังบ้านของพ่อเลี้ยงทันที
เมื่อวานเธอรับปากเหวินเฉียนเยว่ไว้ว่าจะไปทานมื้อเที่ยงที่บ้านของท่านวันนี้
บ้านของพ่อเลี้ยงซือเจี้ยนหัวอยู่ที่หมู่บ้านกล้วยไม้หอมใจกลางเมือง
ชื่อของหมู่บ้านดูสง่างามและเป็นย่านคฤหาสน์คนรวยอย่างแท้จริง
ไม่เพียงแต่ชื่อหมู่บ้านจะดูหรูหราผู้ดี แต่คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ยังมีทั้งฐานะและอำนาจ
นับตั้งแต่เหวินเฉียนเยว่แต่งงานใหม่กับซือเจี้ยนหัว การพบปะระหว่างเจียงสือกับแม่ก็น้อยลงมาก
เหวินเฉียนเยว่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและเข้มงวดกับเธอมาก ตั้งแต่เด็กเธอเติบโตมาภายใต้การผลักดันและควบคุมของแม่
เธอต้องเติบโตตามความต้องการของแม่
เธอต้องเป็นเลิศในทุกด้านและได้คะแนนเต็มทุกวิชา เธอใช้ชีวิตอย่างกดดันมาโดยตลอด
ดังนั้นเธอจึงเกลียดเหวินเฉียนเยว่มาก พอโตขึ้นและเริ่มรู้ความ เธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้และต่อต้านแม่ทุกเรื่อง
สองแม่ลูกคุยกันได้ไม่กี่ประโยคก็จบลงด้วยการทะเลาะวิวาท
สมัยที่พ่อแท้ๆ ของเธอยังมีชีวิตอยู่ เขาจะเป็นคนคอยไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายสงบลง
แต่หลังจากพ่อเสียชีวิต ความสัมพันธ์ของเธอกับเหวินเฉียนเยว่ก็เย็นชาจนถึงจุดเยือกแข็ง
ทั้งสองเหมือนไม้เบื่อไม้เมา เหวินเฉียนเยว่อยู่ที่ไหน เธอจะไม่มีวันไปเหยียบที่นั่นเด็ดขาด
เมื่อครึ่งปีก่อน เหวินเฉียนเยว่แต่งงานใหม่กับผู้ชายคนอื่น เจียงสือรู้สึกโกรธเคืองอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง กลายเป็นคนโดดเดี่ยว รู้สึกเสียใจและพาลเกลียดแม่มากยิ่งขึ้น
ในชีวิตที่แล้วเธอไม่เคยมาที่หมู่บ้านกล้วยไม้หอมเลย
เหวินเฉียนเยว่ก็เหมือนตอนนี้ ที่จะโทรชวนเธอมากินข้าวทุกสุดสัปดาห์ แต่เธอไม่เคยตกลง แต่ละครั้งมักจะพูดจาประชดประชันกลับไปไม่กี่คำแล้ววางหูใส่
ทว่าซือเจี้ยนหัวกลับไปหาเธอที่บ้านบ่อยๆ ซื้อของกินของใช้ไปฝากมากมาย ให้บัตรเครดิต หรือแม้แต่หิ้วอาหารฝีมือเหวินเฉียนเยว่ไปให้
แต่เธอไม่เคยเห็นค่าและมักจะทำตัวเย็นชาใส่เขาเสมอ
แต่ผู้ชายคนนั้นกลับทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทีของเธอ เขายังคงสุภาพ ยิ้มแย้ม อดทนและเข้าใจเธอ ไม่เคยถือสาหาความ
เหวินเฉียนเยว่ช่างโชคดีจริงๆ ผู้ชายทั้งสองคนที่เธอพบในชีวิตล้วนเป็นคนอ่อนโยนและนิสัยดี
หากไม่ใช่เพราะเธอ ลูกสาวตัวปัญหาคนนี้ แม่คงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้และคงไม่ต้องตายเพราะเธอในชีวิตที่แล้ว
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านจำเจียงสือไม่ได้ และยอมให้เธอเข้าไปหลังจากยืนยันทางโทรศัพท์กับเจ้าของบ้านแล้วเท่านั้น
เมื่อเจียงสือมาถึงหน้าคฤหาสน์ เหวินเฉียนเยว่และซือเจี้ยนหัวก็ยืนรอเธออยู่แล้ว
เหวินเฉียนเยว่ยังคงสวยสง่า แต่ดูเคร่งขรึมเกินไปเมื่อเผชิญหน้ากับเจียงสือ
หลักๆ เป็นเพราะเธอสวมบทบาทแม่จอมเี๊ยบในการเลี้ยงดูลูกสาวมาโดยตลอด
และลูกสาวคนนี้ก็นับวันยิ่งต่อต้านเธอ
เธอจึงชินกับการทำตัวเคร่งขรึมดุร้ายและปรับเปลี่ยนไม่ได้ในทันที
ส่วนซือเจี้ยนหัวเป็นคุณลุงวัยกลางคนที่หล่อเหลา ไม่มีหัวล้านหรือพุงพลุ้ย ยืนตัวตรงสง่างามราวกับต้นสน
เขามีรอยยิ้มจางๆ และมองเจียงสือด้วยแววตาคาดหวัง
เขากำลังคาดหวังอะไรอยู่กันนะ
เจียงสือเดาในใจ หรือเขากำลังรอให้เธอเรียกว่าพ่อ