เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0096

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0096

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0096


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่ [เรื่องใหม่]

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ

สารบัญ จอมเวทอหังการ

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 96 : เย่ฉิงเฟิง

ฉินหยุนตอนนี้นับว่าได้เวลาแล้ว เขาต้องมุ่งหน้าสู่สถาบันซานเสวียน

ด้วยพละกำลังระดับเขา ต้องสามารถเข้าร่วมสถาบันยุทธ์ระดับเสวียนได้สำเร็จอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ ฉินหย่งเหอจึงสามารถวางใจและออกสำรวจความลึกลับของเทือกเขาเมฆมังกรได้อย่างไร้ซึ่งห่วงหา

“ท่านทวด... ท่าน ไม่มีสิ่งอื่นใดให้ข้าอีกแล้วหรือ?” ฉินหยุนเกาศีรษะ สีหน้าคล้ายกระดากอายขณะหัวเราะเบา

เขาคิดว่าฉินหย่งเหอเป็นถึงผู้อำนวยการมานานหลายปี ย่อมต้องร่ำรวยไม่ใช่น้อย

“หากเป็นก่อนหน้านี้คงดีกว่า ทรัพยากรทั้งหมดที่ข้าครอบครองถูกตำหนักดวงดาววิญญาณสีครามยึดกลับไปหมด! ย้อนกลับไปเรื่องราวเก่าก่อน ผู้ก่อตั้งของสถาบันยุทธ์ฮัวหลิงก็มาจากตำหนักดวงดาววิญญาณสีคราม เช่นนั้นข้าจึงไม่อาจพูดกล่าวอะไรได้”

ฉินหยุนผู้เดิมทียินดีไม่น้อยกลับกลายเป็นผิดหวัง

เมื่อฉินหย่งเหอได้เห็นท่าทีฉินหยุน เขาถึงกับหัวเราะลั่น “อย่าได้ห่วงไป ข้าก็ยังมีของให้เจ้าอยู่บ้าง รับไป!”

ฉินหยุนรับสิ่งของมาสำรวจ เป็นห้าสิบเหรียญม่วง เทียบเท่าได้กับห้าหมื่นเหรียญผลึก เขาเก็บมันแม้จะมองว่าเล็กน้อย แต่อย่างไรแล้วแม้เป็นขาของยุงก็นับเป็นขา ยังดีกว่าไม่ได้รับอันใดเลย

สีหน้ารังเกียจที่เผยออกนี้ทำฉินหย่งเหอต่อว่าทั้งรอยยิ้ม “เจ้าหนูนี่ เจ้าไม่ใช่อาจารย์จารึกหรอกหรือ? โอ้ใช่ ข้าขอถามอะไรเสียหน่อยแล้วกัน”

“เจ้าไม่น่าจะขาดแคลนวิชายุทธ์ หรือวิชาฝึกฝนพลังภายใน... แต่ก็ถามไว้ก่อนแล้วกัน เจ้าคิดอยากฝึกวิชาฉินหลิงหรือไม่?”

“ไม่ขอรับ!” ฉินหยุนมีวิถีหัวใจตะวันดารา สิ่งนั้นดีกว่าวิชาฉินหลิงมากมายหลายเท่า มันจะทำให้เขาได้สามารถก้าวเดินด้วยวิชายุทธ์ของตนเองได้

ทั้งนี้เขายังไม่ขาดแคลนวิชายุทธ์ เคล็ดวิชาคลื่นยักษ์ที่เพิ่งได้รับก็เป็นวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นสูง

ฉินหย่งเหอนำจดหมายออกมาและยิ้มตอบ “รับจดหมายนี่ จากนั้นจงไปตำหนักจารึกเทวะและส่งต่อมันให้แก่ต้วนเฉียน ข้าบอกต่อเขาให้ช่วยเจ้าจัดแจงเข้าร่วมสถาบันซานเสวียนในจดหมายนี้”

ตำหนักจารึกเทวะและสถาบันยุทธ์ซานเสวียน มีสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน ตำหนักจารึกเทวะบ่อยครั้งช่วยเหลือสถาบันยุทธ์ซานเสวียนด้วยผลงานจากตำหนัก

ฉินหยุนติดตามฉินหย่งเหอออกจากถ้ำและขึ้นสู่จุดสุดยอดของภูเขายักษ์ ตอนนี้เขากำลังมองดวงตะวันร้อนแรงทั้งเก้าที่ค้างอยู่บนฟ้า

สีหน้าของฉินหย่งเหอเปี่ยมไปด้วยความโหยหาขณะกล่าวเสียงเบา “สิ่งลึกลับที่สุดอย่างไรแล้วก็ยังเป็นเก้าดวงตะวัน ย้อนกลับไปตอนนั้น อดีตผู้อำนวยการได้บอกว่า หากมีผู้ใดได้รับรู้ถึงความลับของเก้าตะวัน คนผู้นั้นก็จะได้รับพลังของเก้าตะวัน”

“แน่นอนว่าด้วยพลังของข้าตอนนี้ ข้าไม่อาจคิดฝันถึงขั้นนั้น ที่สุดปลายของดินแดนอ้างว้างทั้งเก้า พวกเราตกอยู่ในสถานที่ซึ่งพลังวิญญาณน้อยนิด ทรัพยากรก็ขาดแคลน เพราะสภาพแวดล้อมไม่เป็นใจ พวกเราจึงต้องผ่านพ้นอันตรายของเทือกเขาเมฆมังกรมุ่งหน้าสู่แดนยุทธ์อ้างว้าง ที่แห่งนั้นจะเต็มเปี่ยมไปด้วยวิถียุทธ์แห่งเต๋าที่พร้อมจะหล่อเลี้ยงยอดฝีมือให้เปล่งประกาย”

“ท่านทวด ขอท่านระวังระหว่างเดินทางเข้าเทือกเขาเมฆมังกรขอรับ!” ฉินหยุนอึกอักไปพักหนึ่งจึงค่อยกล่าว

“ข้ามีพลังเพียงพอ เจ้าอย่าได้ห่วงเกี่ยวกับข้า พวกเราจะได้พบกันอีกครั้งที่แดนยุทธ์อ้างว้าง... ไว้เจอกันใหม่!” ฉินหย่งเหอหัวเราะออกเสียงดัง เขาก้าวทะยานสู่หมู่เมฆ จากนั้นจึงจางหายไปลับสายตาเพียงดวงตากระพริบ

ฉินหยุนกลับมาหดหู่อีกครั้ง หลังถอนหายใจออก เขาค่อยสงบใจลง เขายังต้องไปบอกลาผู้อำนวยการจาง เขาต้องขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดีตลอดช่วงหลายวันมานี้

หลังจากนั้น เขาต้องออกจากสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง และมุ่งหน้าสู่ตำหนักจารึกเทวะที่นครหลวง

* * *

“ท่านพ่อ ข้าหวังว่าจะได้เจอท่านอีกครั้ง!” ฉินหยุนคิดเช่นนี้กับตนเองขณะเดินผ่านป่าไป

เขาคาดหวังว่าจะได้พบบิดาของตนในงานอภิเษกสมรสระหว่างเชี่ยวเย่ว์หลานและฉินเจิ้งเฟิงในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้!

ฉินหยุนไม่ได้เดินบนเส้นทางหลัก แต่เลือกที่จะเดินผ่านป่าเพื่อความปลอดภัยเหมือนครั้งก่อน

แต่แล้ว หลังวิ่งลัดผ่านไปมาได้ราวสองชั่วโมง เขาพลันพบคลื่นพลังจิตอ่อนจาง!

เป็นเขาอ่อนไหวต่อพลังจิตเป็นพิเศษตั้งแต่จิตวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นดวงดาว

“มีคนคิดลงมือสังหารเรา!” หลังสัมผัสได้ ฉินหยุนทะยานกาย เขาพุ่งผ่านป่าหนาสู่ท้องฟ้า จากนั้น เขาจึงเริ่มออกวิ่งด้วยก้าวอัคคีเมฆา

“มีคนตามเราจากสถาบันยุทธ์ฮัวหลิงหรือนี่?”

สัญชาตญาณบอกแก่เขา ว่าคนผู้นี้ทรงพลังและแข็งแกร่งยิ่ง อย่างน้อย... อีกฝ่ายสมควรอยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่แปด

“อย่าได้คิดว่าจะหนีพ้น!” เท่านี้ก็มั่นใจได้แล้ว เสียงตะโกนดังขึ้นจากในป่า พายุหมุนขนาดใหญ่ยักษ์พลันปรากฏ

เสียงลมหมุนกรีดร้อง มันทะยานขึ้นท้องฟ้านำพามาพร้อมฝุ่นปริมาณมหาศาล!

โลกกลับกลายเป็นมืดมิด สายฟ้าสว่างวูบวาบ ฟ้าร้องคำราม เสียงลมกระโชกรุนแรง ราวกับนี่คือนรกที่พลันผุดขึ้นในผืนโลก

ต้นไม้ใหญ่สูงกว่าร้อยเมตรในป่าถึงกับถูกถอนรากก่อนจะโดนฉีกกระชากออกเป็นเป็นเศษซาก เพียงเห็นก็ชวนให้สะพรึงขนหัวลุกแล้ว

ฉินหยุนตอนนี้อยู่กลางอากาศ เขากำลังต่อต้านขุมพลังรุนแรงขณะพยายามก้าวเดินกลางอากาศ ทว่า เขาไม่อาจหลบหนีพ้น

“คนผู้นี้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ลมและสายฟ้า น่ากลัวนัก!”

เพียงพริบตา ฉินหยุนตื่นตระหนก เขาจดจำภาพต้นไม้ใหญ่ที่ถูกแรงพายุปะทะจนฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยขึ้นใจ ทั้งยังมีอสนีบาตรุนแรงเหล่านั้นที่พร้อมจะผ่าลงมาใส่ร่างของเขาอีก

เพียงอึดใจหลังโดนลากเข้าสู่กลางพายุหมุน เขาโดนจับตัวเอาไว้โดยชายวัยกลางคนในชุดสีม่วง

“เจ้าหนู คิดจับเจ้าทั้งเป็นง่ายเพียงข้าพลิกฝ่ามือ! ฮ่าฮ่า...” ชายในชุดสีม่วงหัวเราะลั่นขณะคว้าคอฉินหยุนเอาไว้ อีกฝ่ายกำลังปล่อยพลังสายฟ้ารุนแรงเตรียมฟาดฟันเป็นอสนีบาตผ่าลงมา

“เจ้า... พี่ชายของนังแพศยาจักรพรรดินี!” ฉินหยุนจดจำอีกฝ่ายได้ทันทีเมื่อเห็นใบหน้า

คนผู้นี้คือผู้ฝึกตนขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่เก้าในจุดสูงสุด นามนั้นคือเย่ฉิงเฟิง!

“เจ้าเพียงเห็นข้าตอนยังเด็ก แต่กลับจดจำข้าได้หรือ ฮ่าฮ่า... เจ้าหรือคิดอยากต่อต้านตระกูลเย่ของเรา? กระทั่งจะเป็นหรือตายตอนนี้เจ้ายังไม่รู้ตัว!”

เย่ฉิงเฟิงยิ้มชั่วร้ายขณะออกแรงบีบที่คอมากขึ้น เขากำลังโคจรพลังสายฟ้าเข้าสู่ร่างของฉินหยุน เป็นผลให้ร่างกายต้องสั่นกระตุกอย่างรุนแรงจนกระทั่งต้องกรีดร้องออก

ชั่วขณะที่สิ้นหวัง เขาพลันรู้สึกได้ถึงสองออร่าที่คุ้นเคยยิ่ง แต่แล้ว เขากลับนึกไม่ออกว่าพวกเขาเป็นใคร

“ใครกัน?” เย่ฉิงเฟิงพลันหันศีรษะมองไปทางเงาสีดำซึ่งกำลังพุ่งเข้ามา เป็นร่างพยัคฆ์ขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำ ความเร็วนี้ราวสายฟ้า!

ขณะที่พยัคฆ์ร่างใหญ่สีดำพุ่งเข้ามา มันกัดเข้าที่คอของเย่ฉิงเฟิง!

เย่ฉิงเฟิงเร่งร้อนหลบ ทว่าเนื้อจำนวนหนึ่งบริเวณหน้าอกก็ถูกเฉือนออกไปเพราะความกระชั้นชิด รอยฉีกกระชากเนื้อยาวถึงไหล่ มันเป็นรอยของกรงเล็บพยัคฆ์!

เขาคือผู้ฝึกตนขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่เก้า แต่แล้วกลับไม่อาจทานทนต่อการโจมตีของสัตว์ปีศาจได้!

สัตว์ปีศาจที่โหดเหี้ยมล้วนน่าสะพรึงกันทั้งสิ้น กระทั่งตอนที่ฉินหยุนร่อนลงกับพื้นยังรู้สึกแขนขาด้านชา เป็นเขารู้สึกหวาดกลัว!

เขานึกย้อนถึงสิ่งที่ติงเทียนฉวนเคยกล่าว สัตว์ปีศาจมีพลังอำนาจมากพอที่จะทำลายจักรวรรดิได้!

“พยัคฆ์โลหะ... แต่กายเป็นสีดำ!” ฉินหยุนจดจำพยัคฆ์โลหะที่มีสายตาเป็นมิตรได้ เขาพลันยืนขึ้น จากนั้นจึงคว้าเอาค้อนราชันยักษ์วิญญาณระดับต่ำออกมาพร้อมเหวี่ยงค้อนรุนแรงใส่ร่างของเย่ฉิงเฟิงด้วยกระบวนท่าอุกกาบาตทลาย!

พลังภายในสั่นไหวและอัคคีหลอมรวมกันโดยสมบูรณ์ มันทั้งรุนแรงและลื่นไหลขณะไหลเข้าสู่ค้อนราชัน กำลังภายในเริ่มทำงานขณะทะลวงผ่านหน้าอกของเย่ฉิงเฟิง

เส้นสายกำลังภายในทิ้งร่องรอย เป็นหลุมเลือดลึกในหน้าอกของเย่ฉิงเฟิง ถัดจากนั้น แรงกระทำของมันยังทะลุผ่านถึงพื้นดินเบื้องล่าง เกิดขึ้นเป็นหลุมลึกขนาดเล็กบนพื้นยุบตัวลงไป

เมื่อเย่ฉิงเฟิงที่ครึ่งเป็นครึ่งตายเห็นฉินหยุนกอดรัดแนบกายกับพยัคฆ์โลหะ ความโกรธแค้นพลันโหมขึ้นภายใน

ตั้งแต่เขาก้าวสู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่เก้าในช่วงครึ่งปีมานี้ พรสวรรค์ของเขานับว่าเลิศล้ำ ตอนนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ตำหนักดวงดาววิญญาณสีครามเคลื่อนคล้อยลงมา มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะก้าวหน้าสู่ขอบเขตวรยุทธ์เต๋าในอีกไม่กี่ปี

แต่แล้วตอนนี้ เขากลับต้องจบสิ้นที่ตรงนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะเกลียดชังน้องสาวตนเองสุดหัวใจ เหตุใดเขาต้องมายุ่งเกี่ยวกับฉินหยุน!

เย่ฉิงเฟิงสิ้นลมหายใจ กระนั้นดวงตาก็ยังเปี่ยมล้นด้วยความไม่ยินยอมรับโชคชะตา...

“เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้อีกแล้ว!” ฉินหยุนลูบหัวพยัคฆ์โลหะ มันก็ก้มศีรษะลงต่ำคล้ายเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกคะนึงหาเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ เขาเพียงช่วยเหลือพยัคฆ์โลหะตัวนี้เล็กน้อย แต่กลับเป็นเขาที่ได้มันช่วยชีวิตเอาไว้ถึงสองครั้ง

“นี่เจ้าเป็นสัตว์ปีศาจระดับที่เก้าแล้วงั้นหรือ?”

ฉินหยุนนึกขึ้นมาได้ ว่าตอนนั้นหยวนหยานหยิงติดตามพยัคฆ์โลหะไป...

เขาพลันมองหาโดยรอบ ไม่ช้าจึงได้เห็นเด็กสาวสวมใส่ชุดหนังสัตว์กำลังลอยมาทางนี้ นางดูร่างกายสกปรกไปบ้าง แม้กระนั้นก็ยังงดงามแบบดิบเถื่อน

เด็กสาวผู้นี้คือหยวนหยานหยิง!

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0096

คัดลอกลิงก์แล้ว