- หน้าแรก
- เป็นคนกากอยู่ดีๆ ก็ถูกคนดีอวยยศให้เป็นมหาจอมมารซะงั้น
- บทที่ 15 จอมมารปรากฏกาย
บทที่ 15 จอมมารปรากฏกาย
บทที่ 15 จอมมารปรากฏกาย
บทที่ 15 จอมมารปรากฏกาย
คนเราบทจะซวย ดื่มน้ำเย็นยังติดฟัน ตดก็ยังกระแทกส้นเท้า
ข้าจะทำอะไรได้อีก? สวรรค์ ข้าไม่ด่าท่านแล้วก็ได้ ตกลงไหม? ปล่อยข้าไปเถอะ
— จาก 'บันทึกของข้า' โดย จอมมารศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน จางม่อเสิน บันทึกฉบับที่ 71
จางม่อนั่งขดตัวอยู่หลังกอไผ่ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เขาคำนวณเวลาในใจเงียบๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป คงพลาดเวลานัดหมายแน่ๆ
นับว่าซวยชะมัด ดันมาเจอสองคนนี้ระหว่างทางหนีพอดี
จางม่อตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่พ้น
ควันพิษลอยคลุ้งอยู่ไกลๆ จะอ้อมไปก็ไม่ได้ ทำได้แค่กระดึ๊บๆ ไปด้านข้าง หวังว่าจะไม่ไปสะดุดตาคนทั้งคู่ แล้วค่อยๆ ชิ่งหนีไปเงียบๆ
แต่อนิจจา ความคิดนั้นเข้าท่า แต่ความจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน
ป้าโลหิตและเจ้าสำนักมู่ฉีกหน้ากากเข้าหากันแล้ว ต่างฝ่ายต่างลงมืออย่างไม่ยั้งไมตรี
พริบตาเดียว ปราณกระบี่พุ่งไขว้ไปมา แสงสีเลือดคละคลุ้งเต็มอากาศ
ไม่ว่าจางม่อจะพยายามขยับไปทางไหน ทิศทางนั้นก็มักจะถูกกวาดล้างด้วยปราณกระบี่เสมอ
ปราณกระบี่อันทรงพลังกรีดพื้นจนเป็นร่องลึก จางม่อมั่นใจว่าแค่โดนเฉี่ยวๆ ก็คงม้วยมรณาแน่นอน
และจนถึงตอนนี้ จางม่อก็ยังไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นใคร
ทำไมต้องมาสู้กันตรงนี้ด้วย? ไปหาที่อื่นประลองกันไม่ได้หรือไง?
จางม่ออยากจะลุกขึ้นไปด่ากราดข้อหาทำลายสิ่งแวดล้อมใจจะขาด แต่ก็ไม่มีความกล้าพอ
เขาทำได้เพียงใช้ห่อผ้าบังหัว หมอบราบไปกับพื้น อธิษฐานขอพรจากสวรรค์เงียบๆ ขออย่าให้โดนลูกหลงจากปราณกระบี่เลย
คำอธิษฐานดูจะได้ผล แม้ปราณกระบี่จะกวาดไปทั่ว แต่จุดที่จางม่ออยู่กลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
ช่วงที่อันตรายที่สุดคือตอนที่ลำแสงสีเลือดจากป้าโลหิตพุ่งเฉี่ยวเส้นผมของจางม่อไป
ห่อผ้าของจางม่อติดไฟโลหิตทันที จากนั้นภายใต้สายตาของจางม่อ มันก็มอดไหม้เป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือซาก
จางม่ออ้าปากค้าง หัวใจห่อเหี่ยวถึงขีดสุด
จบกัน ของที่ขนมาหายเกลี้ยง เงิน... นี่มันเงินทั้งนั้น! หมดกัน ต่อให้วันนี้หนีรอดไปได้ ก็คงกลายเป็นยาจกอยู่ดี
น้ำตาตกใน จะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากป้าโลหิตก็ไม่กล้า
มองดูเถ้าถ่านบนพื้นปลิวหายไปกับสายลม จางม่อรู้สึกว่าตนคงไม่รอดพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้เป็นแน่
ฉึก!
ทันใดนั้น จางม่อได้ยินเสียงคมกระบี่แทงทะลุเนื้อ
เมื่อเงยหน้ามองอีกครั้ง ภายใต้แสงกระบี่เจิดจ้า ร่างของป้าโลหิตเต็มไปด้วยรูพรุนนับสิบจากปราณกระบี่
แขนขา ศีรษะ และอวัยวะภายในคงถูกแทงทะลุจนหมดสิ้น
และปราณกระบี่แต่ละสายยังแฝงด้วยแสงเฉพาะตัว ราวกับกำลังกัดกร่อนกายเนื้อของป้าโลหิตอยู่
"อย่าดิ้นรนไปเลยฟูหรง ข้าฝึกท่านี้มานับยี่สิบปี เพื่อเก็บไว้ใช้กับเจ้าโดยเฉพาะ 'กระบี่ธรรมะพิฆาตมาร' กายาโลหิตของเจ้าต้านทานกระบี่นี้ไม่ได้หรอก!"
เจ้าสำนักมู่ร่อนลงสู่พื้น วางกระบี่ยาวพาดคอป้าโลหิต
ดูจากสถานการณ์ เจ้าสำนักมู่เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบโดยสมบูรณ์ ผู้แพ้ชนะถูกตัดสินแล้ว
ร่างกายของป้าโลหิตดูเหมือนจะขยับไม่ได้อีกต่อไป แต่ริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม นางกล่าวว่า "งั้นหรือ? แล้วเจ้ารู้ไหมว่าข้าเองก็มีท่าไม้ตายสำหรับจัดการเจ้าเหมือนกัน ตอนนี้เจ้ารู้สึกคันที่ปากแผล หายใจติดขัด และแขนขาแข็งทื่อบ้างไหม?"
สีหน้าของเจ้าสำนักมู่เปลี่ยนไปทันที พอป้าโลหิตทักขึ้นมา เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายจริงๆ
"วิชาเปลวเพลิงโลหิตมาร!"
ป้าโลหิตค่อยๆ เอ่ยสี่คำนี้ออกมา นัยน์ตาของเจ้าสำนักมู่ไหววูบทันที
ทั้งสองจ้องตากัน ไร้ซึ่งความรักลึกซึ้ง มีเพียงความอาฆาตแค้นที่ไม่ยอมจำนนต่อกัน
ครู่หนึ่ง เจ้าสำนักมู่จึงยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า "ฟูหรง เราไม่จำเป็นต้องสู้กันจนตกตายไปทั้งคู่หรอก จริงไหม?"
ป้าโลหิตยิ้มตอบ "อยากขอความเมตตารึ?"
เจ้าสำนักมู่ส่ายหน้า "แค่ถอยคนละก้าว ข้าจะทำเป็นไม่เห็นเจ้าในคืนนี้ ข้าจะถอนปราณกระบี่ ปล่อยเจ้าไป ส่วนเจ้าก็ถอนพิษเพลิงโลหิต วันหน้าเราก็ยังเป็นคนคุ้นเคย เป็นสหายเก่าแก่กันได้"
ใบหน้าของป้าโลหิตพลันบิดเบี้ยวดูดุร้าย นางตะคอกว่า "ฝันไปเถอะ! เจ้ายังเห็นข้าเป็นสาวน้อยวัยสิบแปดที่เจ้าจะหลอกยังไงก็ได้อยู่อีกหรือ?"
เจ้าสำนักมู่เริ่มมีโทสะ "ข้าไม่ได้หลอกเจ้า หากเจ้าไม่ใช่ผู้ฝึกมาร ป่านนี้ข้าคงท่องยุทธภพเคียงคู่กับเจ้าไปนานแล้ว"
ป้าโลหิตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าสำนักมู่ แล้วเอ่ยช้าๆ "งั้นก็มาตายพร้อมกันเถอะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
เจ้าสำนักมู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตวาดกระบี่กลับหลัง ตัดศีรษะป้าโลหิตขาดกระเด็น ภายใต้ปราณกระบี่พิฆาตมาร ร่างกายของป้าโลหิตหมดสิทธิ์ฟื้นคืนสภาพ
ศีรษะลอยละลิ่ววาดเป็นเส้นโค้งตกลงสู่ป่า...
และบังเอิญตกลงมาตรงหน้าจางม่อพอดีเป๊ะ
จางม่อกำลังชะเง้อคอแอบดู คิดว่าสองคนนี้คงสู้กันจบแล้ว
จบแล้วก็ดี จะได้รีบๆ ไปสักที
แต่ใครจะนึกว่าขณะที่สองคนนี้คุยกัน จู่ๆ ก็มอบเรื่องเซอร์ไพรส์ หรือจะเรียกว่าเรื่องสยองขวัญให้เขา
ศีรษะคนสวยๆ ตกลงมาตุ้บอยู่ตรงหน้าจางม่อ
จางม่อเม้มปากแน่น กลั้นเสียงไม่ให้ร้องออกมา แต่ถึงเขาไม่ร้อง ก็ไม่ได้แปลว่าป้าโลหิตจะไม่พูด
แม้จะเหลือแค่หัว แต่ป้าโลหิตกลับยังไม่ตาย
"อ้าว มีผู้ชมด้วยแฮะ!"
ประโยคเดียวจบกัน จางม่อซ่อนตัวต่อไม่ได้แล้ว
เขารีบลุกขึ้นหันหลังเตรียมโกยแน่บ
แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้า เสียงใสกังวานของเจ้าสำนักมู่ก็ดังมาจากด้านหลัง "หยุด!"
แม้จะไม่หันกลับไป แต่จางม่อสัมผัสได้ชัดเจนถึงคมกระบี่ที่ชี้มาที่แผ่นหลัง
"มานี่!"
เจ้าสำนักมู่ตวาดซ้ำเสียงเข้ม
จางม่อค่อยๆ หันกลับมา ตอบพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ "ข้าไม่ไปได้ไหม?"
จางม่อแค่อยากทำตัวเป็นมิตรลดความตึงเครียด แต่เจ้าสำนักมู่กลับสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แม้ในยามค่ำคืน เสื้อผ้าหรูหราของจางม่อก็บ่งบอกว่าไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกมารทั่วไปจะหามาใส่ได้
คนผู้นี้เป็นใคร? หรือว่าจะเป็น...
เจ้าสำนักมู่เริ่มคาดเดาในใจ
และป้าโลหิตก็ตะโกนออกมาตรงๆ
"ที่แท้ก็ประมุขคนใหม่แห่งพรรคเทียนม่อนี่เอง!"
ประโยคเดียวระบุตัวตน จางม่อน้ำตาแทบไหล พึมพำในใจ 'พวกแกสองคนรู้ได้ไงเนี่ย?'
เจ้าสำนักมู่เดาจากประสบการณ์ ส่วนป้าโลหิตสัมผัสได้ถึง 'ป้ายคำสั่งโลหิตมาร' ในอกเสื้อของจางม่อ
เวลานี้ คนที่ตื่นเต้นที่สุดย่อมเป็นป้าโลหิต
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ขอแค่จางม่อใช้ป้ายคำสั่งโลหิตมาร วันนี้พวกนางชนะแน่
เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของป้าโลหิตทำให้ลมหายใจของเจ้าสำนักมู่สะดุด เขารู้จักนิสัยป้าโลหิตดีเกินไป จึงประเมินได้ชัดเจนว่าสถานการณ์ตอนนี้เขาเสียเปรียบสุดๆ
แม้ประมุขพรรคเทียนม่อคนใหม่ที่อยู่ตรงหน้าจะดูไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง
แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เจ้าสำนักมู่ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว
ทำไมมันมาอยู่ที่นี่?
หรือว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการของมัน?
ใช่สิ พื้นที่ตรงนี้เป็นช่องโหว่ที่อีกฝ่ายจงใจเว้นไว้ให้ไม่ใช่เหรอ?
ถ้าไม่ได้วางแผนมาสิแปลก
น่ากลัวนัก! คนผู้นี้คำนวณลึกซึ้ง เดินหมากผิดตาเดียวก็ตกหลุมพรางแล้ว
มัวแต่สู้กับป้าโลหิต จนลืมประมุขพรรคมารไปเสียสนิท
เมื่อตระหนักได้ เหงื่อเย็นก็ไหลท่วมกายเจ้าสำนักมู่
"เจ้าจอมมาร แกร้ายกาจนักนะ!"