เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0090

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0090

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0090


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่ [เรื่องใหม่]

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ

สารบัญ จอมเวทอหังการ

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 90 : ค้อนราชันระดับต่ำ

ฉินหยุนอยู่ในหอคอยทัณฑ์สวรรค์มาครึ่งเดือนแล้ว ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือนกว่าจะเริ่มภาคเรียนใหม่

เมื่อเขาฝึกฝนวิถีวิญญาณได้ ก็กล่าวได้ว่าพลังของเขาก้าวกระโดดจนถึงอีกระดับ

ด้วยสภาพพร้อมที่สุดของเขาตอนนี้พร้อมที่จะออกจากหอคอยทัณฑ์สวรรค์แล้ว

“มีอะไรแปลกที่แผ่นหินนี่!” เมื่อเขาปลดปล่อยพลังจิตออกไปปกคลุมทั้งชั้น เขาพลันรู้สึกได้ว่ามีแผ่นหินที่แตกต่างออกไปอยู่

เขาหยิบก้อนหินเรืองแสงออกมาและส่องที่พื้น เขาพบว่าที่แผ่นหินตรงกลางชั้นมันแปลกออกไป มันถูกสร้างขึ้นจากแผ่นหินพิเศษ

เขาสำรวจมันอยู่พักหนึ่งก่อนพบว่ามีผังสี่เหลี่ยมกว้างราวห้าเมตรอยู่ตรงนี้ มันถูกสร้างขึ้นจากก้อนหินที่ทำให้เป็นแผ่นทั้งก้อน

“แผ่นหินแบบนี้สามารถสลักผังวิญญาณจนเกิดเป็นค่ายอาคมได้ด้วย? เปลวเพลิงที่เราปลดปล่อยออกไปก่อนหน้า น่าจะถูกแผ่นหินนี่ดูดกลืนเข้าไป!” ฉินหยุนพลันนึกถึงแผนการที่จะช่วยให้เขาออกจากหอคอยทัณฑ์สวรรค์แห่งนี้

โดยทันที เขาวิ่งไปชั้นล่างและหยิบโครงกระดูกทั้งหมดในชั้นก่อนจะโยนมันเข้าเตาหลอม

“ต้องขออภัย แต่คงต้องยืมร่างพวกท่านเพื่อทำลายหอคอยนี้แล้ว” ฉินหยุนมองกระดูกในเตาหลอมขณะพึมพำกับตัวเอง

หลังจากนั้น เขาจึงโยนหยกวิญญาณมวลหนักก้อนเล็กเข้าไป รวมทั้งกระดูกสัตว์ปีศาจทั้งหมดที่มี

ฉินหยุนส่งจิตวิญญาณต้นกำเนิดออกไปเพื่อดูดซับพลังเก้าตะวันปริมาณมหาศาล เขาปลดปล่อยเปลวเพลิงสีทองม่วงแรงกล้าขณะให้มันเข้าไปในเตาหลอมเพื่อหลอมสิ่งที่อยู่ภายใน

ที่ตำหนักจารึกเทวะ เขาเคยทำเรื่องราวแบบนี้บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้เพียงแค่หลอมรวมวัตถุ

“เราต้องหลอมเป็นเวลานานมาก ต้องใช้โอกาสเวลาตรงนี้เพื่อสร้างอาคม และค่อยหลอมรวมพลังภายในธาตุไฟทองม่วงเข้าไปเพื่อคงสภาพเปลวเพลิงไว้”

เขานำเอามีดแกะสลักออกมาและกระดาษกองใหญ่

กระดาษเป็นตั้งเหล่านี้คือคัดลอกที่เขาทำขึ้นตอนเข้าสู่ค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวัน ผังวิญญาณภายในของมันคล้ายคลึงกับสามสิบหกผังวิญญาณที่เขามี ดังนั้นเขาจึงเชี่ยวชาญลายเส้นมืดของมันเป็นอย่างดี

เขาอยากใช้แผ่นหินที่พื้นเหล่านี้เพื่อสร้างค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันขึ้นมา!

“ถ้าเราปล่อยไฟที่ตรงนี้ มันจะถูกแผ่นหินที่พื้นดูดกลืนโดยทันที หมายความว่าแผ่นหินนี้สามารถใช้เพื่อตั้งค่ายกลได้ เมื่อมันถูกติดตั้ง ค่ายกลจะทำงานและดูดพลังเก้าตะวันทั้งหมดเข้าไป”

หลังผ่านการแกะสลักอยู่หลายวัน ในที่สุดฉินหยุนก็สำเร็จการแกะสลักค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวัน มันสามารถไหลผ่านจากภายนอกหอคอยด้วยจิตวิญญาณต้นกำเนิดและชักนำพลังเก้าตะวันเข้าสู่ค่ายอาคมได้

เรื่องดีคือ ค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันสามารถดูดกลืนพลังเก้าตะวัน และขัดเกลามันให้กลายเป็นพลังบริสุทธิ์ได้

หลังติดตั้งค่ายอาคมแล้ว สิ่งของส่วนใหญ่ภายในเตาหลอมก็ถูกหลอมแล้วเช่นกัน

เขานำเอาพิมพ์เขียวของค้อนราชันยักษ์วิญญาณออกมา และเริ่มทำการทุบเพื่อหลอมให้มันออกมาเป็นรูปค้อน

ความเร็วในการทุบค้อนของเขารวดเร็วยิ่ง เพียงอึดใจ เขาก็ทุบมันไปได้หลายต่อหลายครั้ง เพื่อหลอมวัตถุดิบให้ดี เขากระทั่งใช้วิชามังกรหลอมหกกระบวน...

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

มือเปล่าของฉินหยุนปลดปล่อยสี่กระบวนท่าแรกของวิชามังกรหลอมหกกระบวน ฟ้าคำราม ฟ้าคะนองสะเทือน แสงไหลหลั่ง และแยกพสุธา

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหลอมเป็นค้อนราชันยักษ์วิญญาณ

ในอีกหลายวันถัดมา เขายังคงหลอมวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องทั้งวันและคืน มันคือความตรากตรำอย่างถึงที่สุด แต่ด้วยโชคดีที่ดี เขาสามารถใช้จิตวิญญาณต้นกำเนิดเพื่อดูดซับพลังวิญญาณได้อย่างรวดเร็วเพื่อนำมาฟื้นฟูพลังจิตและกำลังกายที่ใช้งานไป

ขณะมองถึงความยากลำบากในการทำ เขาค่อยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“เรามีทั้งผังแปรธาตุและผังเสริมพลัง ด้วยสภาพตอนนี้ น่าจะหลอมค้อนราชันยักษ์วิญญาณแบบชั่วคราวได้ มันจะเป็นอุปกรณ์วิญญาณระดับต่ำ!”

พลังจิตที่ได้รับจากการฝึกฝนพลังดวงดาวนั้นทรงพลังหาใดเปรียบ เป็นผลให้เขาสามารถแกะสลักผังแปรธาตุได้จนเสร็จโดยไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด

หลังแกะสลักผังแปรธาตุเสร็จสิ้น เขาค่อยถอนหายใจยาวออกมา “เราต้องแกะสลักผังแข็งตัวอีก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่จะได้แกะสลักผังวิญญาณสองอย่างบนอุปกรณ์วิญญาณเดียวกัน!”

เมื่อแกะสลักผังวิญญาณประเภทที่สอง คนผู้นั้นจำเป็นต้องมีพลังจิตกล้าแกร่งและต้องหาตำแหน่งอันเหมาะสม มันต้องไม่แทรกแซงการทำงานของผังวิญญาณอื่น และมันต้องไม่ถูกผังวิญญาณอื่นแทรกแซง

เป็นเรื่องดีที่เขามีพิมพ์เขียว เขาจึงได้ทราบว่าควรลงมือทำอย่างไร... แน่นอนว่าวัสดุที่จำเป็นแท้จริงในการหลอมค้อนราชันยักษ์วิญญาณไม่ใช่เรื่องง่ายได้รับ ทั้งยังต้องใช้ผังวิญญาณจำนวนมากเพื่อแกะสลัก

ฉินหยุนตอนนี้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะหลอมอุปกรณ์วิญญาณระดับต่ำ

เขาต้องใช้เวลาหลายวันและคืนกว่าจะแกะสลักผังวิญญาณทั้งสองลงบนค้อนสีดำได้จนสำเร็จ กล่าวได้ว่าทุกสิ่งอย่างเป็นไปอย่างลื่นไหลหาได้มีอันใดติดขัดไม่

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินหยุนขัดเกลามันขึ้นมา แม้สภาพหยาบกระด้างไปบ้าง แต่ก็ทำออกมาได้จนสำเร็จ กล่าวได้ว่าดูดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

“ได้เวลาทดสอบแล้ว!” ฉินหยุนกวัดแกว่งค้อนราชันยักษ์วิญญาณระดับต่ำไปทั่ว น้ำหนักของมันถูกเสริมด้วยหยกวิญญาณมวลหนักถึงครึ่งก้อน

หลังมันเริ่มร้อนแรง หยกวิญญาณมวลหนักก็เริ่มหนักขึ้น

ด้วยเหตุนี้ หลังส่งถ่ายความร้อนสู่ค้อนราชันยักษ์วิญญาณ มันจึงยิ่งมายิ่งหนักอึ้ง

เปลวเพลิงรุนแรงที่สุดซึ่งฉินหยุนใช้เพื่อเร่งความร้อนแก่มัน ส่งผลให้มันหนักราวห้าพันจิน!

“ใช้พลังจิตเพื่อเหวี่ยงค้อนจะกลายเป็นใช้พลังเยอะไป แต่ใช้พลังปราณก็ยากลำบากไป มีแต่ต้องใช้พลังภายในจึงค่อยเหวี่ยงได้ง่าย” ฉินหยุนตอนนี้พอใจต่อผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่น้อย

หลังพักผ่อน เขาจึงเริ่มก้าวแรกของแผนการ

เขาเดินไปยังตรงกลางของค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวัน และวางค้อนราชันยักษ์วิญญาณลงที่ตรงกลาง ด้านหนึ่งของค้อนแนบกับพื้น ขณะที่อีกด้านหนึ่งหันขึ้นสู่ด้านบนของหอคอย

ฉินหยุนยืนอยู่ข้างค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันและปล่อยจิตวิญญาณต้นกำเนิดออกสู่ภายนอก เพื่อดูดซับพลังวิญญาณเก้าตะวันจากภายนอกก่อนจะโคจรมันสู่ค่ายอาคม

เขาใช้จิตเป็นตัวควบคุมการไหลหลั่งเพื่อแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณจากค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันสู่ค้อนราชันยักษ์วิญญาณ

ค้อนราชันยักษ์วิญญาณดูดซับพลังวิญญาณเก้าตะวันปริมาณมหาศาล มันเริ่มเผยออกซึ่งรอยสลักแปรธาตุ แสงสีแดงร้อนแรงเริ่มยิงขึ้นตรงสู่จุดสูงสุดของหอคอยและยังคงลุกโชนอย่างต่อเนื่อง

ผังแปรธาตุได้เสริมพลังเปลวเพลิงขึ้นหลายเท่า ปลดปล่อยซึ่งความร้อนแรงออกมา

พลังวิญญาณที่ปลดปล่อยออกโดยค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันทัดเทียมกับการปลดปล่อยพลังภายใน ด้วยกระแสการไหลที่มั่นคงของพลังภายในเข้าสู่ค้อนราชันยักษ์วิญญาณ แสงยิ่งเป็นประกายขณะร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ยังไม่พอ!” ฉินหยุนใช้พลังจิตสัมผัสถึงส่วนปลายยอดหอคอย เขาขมวดคิ้วขณะนำเอาเหรียญผลึกและเหรียญม่วงที่มีโยนเข้าไปในค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวัน

โดยรวมแล้ว ทั้งหมดเป็นเงินมากถึงหลายแสนเหรียญผลึก!

แน่นอนว่าค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันสามารถดูดกลืนพลังวิญญาณจากเหรียญผลึกและเหรียญม่วงได้ในอัตรารวดเร็ว มันแปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณและไหลหลั่งสู่ค้อนราชันยักษ์วิญญาณ

ลำแสงสีทองม่วงพลันหนาใหญ่ขึ้น

“นี่คือทั้งหมดที่ทำได้แล้ว!” ฉินหยุนรับชมเหรียญผลึกที่ค่อย ๆ เลือนหาย เขารู้สึกใจแทบสลาย หากเขาสามารถออกไปได้ มันก็นับว่าคุ้มค่า

หลังผ่านไปหลายชั่วโมง เหรียญผลึกทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นขี้เถ้าสีขาว

ในตอนกลางคืน รูขนาดเล็กปรากฏที่ส่วนปลายยอดของหอคอยทัณฑ์สวรรค์!

แสงจันทร์สีเงินสาดส่องผ่านรูดังกล่าว เป็นผลให้ชั้นที่ห้าซึ่งดำมืดสว่างไสวขึ้น

“สำเร็จ!” ฉินหยุนตื่นเต้นยินดีขณะนำแผ่นหินเก็บใส่มิติเก็บของ มันคือค่ายอาคมวิญญาณบรรจบเก้าตะวันขนาดย่อ

เขาพักอยู่หลายชั่วโมงก่อนเปลี่ยนไปใส่ชุดสีขาวสะอาด เขาพลันกระโดดด้วยแรงมหาศาลคว้าที่มุมขอบขนาดเล็กของรูด้วยมือ จากนั้นจึงค่อยควบคุมกระดูกให้หดขนาด เป็นผลให้ร่างกายเริ่มขนาดเล็กลง

ตอนเชี่ยวเย่ว์หลานปลอมเป็นเชี่ยวเย่ว์เหม่ย นางก็ใช้วิธีการนี้เพื่อลดขนาดตัว

นี่เป็นเพียงความพยายามครั้งแรกของฉินหยุน ทว่าเขาก็สามารถทำได้สำเร็จ เป็นผลให้ตัวเขาเล็กไม่ต่างจากเด็กจนสามารถออกพ้นจากรูขนาดเล็กนั้นไปได้

เขาตอนนี้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยขณะมองไปยังขอบฟ้าที่เริ่มสาดส่องแสง เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

ดวงตะวันกำลังลอยขึ้นเชื่องช้าสู่ท้องฟ้า มันแผ่ออกซึ่งแสงยามอรุณรุ่งที่งดงาม พวกมันคล้ายสิ่งมีชีวิตที่ตื่นขึ้นจากผืนดิน นำพามาซึ่งกำลังอันไร้สิ้นสุด

“หอคอยโทรม ๆ นี่ไม่พอขังข้าเอาไว้หรอก! ขอเวลาข้าสักสิบปีจะป่นหอคอยนรกนี่ให้เป็นผง!” ฉินหยุนหันมองรอบและพบว่าใกล้เคียงนี้ไม่มีผู้ใด เขาจึงกระโดดลงจากหอคอยและมุ่งหน้าสู่ประตูพื้นที่ต้องห้าม

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0090

คัดลอกลิงก์แล้ว