เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0069

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0069

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0069


ตอนที่ 69 : ค้อนแห่งความพิโรธ

ฉินหยุนรู้สึกทั้งร่างกายเย็นเยียบ นี่คือผลของการที่จิตถูกกดดันอย่างหนัก!

กล่าวได้เพียงว่าพลังดาบของเชี่ยวหลางนี้ชวนพรั่นพรึงจนกระทบต่อจิตใจของเขาโดยตรง

เขากัดที่ปลายลิ้นก่อให้เกิดความเจ็บปวดจนได้สติกลับคืน

“พลังดาบของเชี่ยวหลางส่งผลต่อจิตใจเรา ต้องรักษาสติเอาไว้ไม่ให้โดนผลกระทบอีก ไม่งั้นเราตายแน่!”

หลังหลบเลี่ยงการโจมตี ฉินหยุนจึงปาดเหงื่อเย็นในใจทิ้ง!

แต่ชั่วขณะที่เขากำลังจะโล่งอกนั้นเอง ดาบของเชี่ยวหลางที่รุนแรงก็ไล่ล่าเขาอีกครั้ง มันสับลงที่คอของเขาพร้อมคลื่นลมเย็นเยือก!

เชี่ยวหลางได้เห็นว่าตนตอนนี้เกือบจะทำสำเร็จอยู่แล้ว ทว่า พริบตานี้ฉินหยุนกลับเอี้ยวตัวหลบทางด้านหลังหลุดรอดไปได้!

ฉินหยุนรู้สึกถึงความเจ็บปวดอ่อนจางที่ลำคอ แผลเลือดไหลเกิดขึ้นเพราะลำแสงดาบที่พุ่งพาดผ่านเข้ามา คอของเขาเกือบจะโดนเชือดไปแล้วเมื่อครู่

เชี่ยวหลางคำรามกราดเกรี้ยวขณะปล่อยคลื่นออร่าทรงพลัง เขากวัดแกว่งดาบเข้าใส่ฉินหยุนต่อเนื่องเข้าใส่จุดตายทั้งสิ้น ตราบเท่าที่โดนโจมตีถึงตัว เขาจะต้องแบกรับอาการบาดเจ็บสาหัส!

ฉินหยุนทำได้เพียงหลบ!

เคล็ดวิชาดาบของเชี่ยวหลางรวดเร็วและลึกล้ำ กระทั่งว่าฉินหยุนใช้ค้อนหลอมสกัดเอาไว้ มันก็แทบจะไร้ประโยชน์ เขากระทั่งโดนผลสะท้อนกลับจากแรงปะทะผ่านตัวค้อนด้วยซ้ำ

ดาบคืออาวุธที่มีเคล็ดวิชากว้างขวางสามารถใช้งานรับและโจมตีอาวุธหลากหลายประเภทได้

บางครั้งกระทั่งใช้การโจมตีตอบโต้ของผู้อื่นเป็นการโจมตีของตนเองก็สามารถกระทำ

ด้วยเหตุนี้ หากฉินหยุนไม่มั่นใจเต็มร้อย เขาก็ไม่อาจโจมตีตอบโต้!

“ชายหน้ากาก เจ้าจงเลิกหลบ มันจะดีกว่าหากเจ้ายอมจบเรื่องราวกับข้าที่นี่และวันนี้ ไม่เช่นนั้นตลอดชั่วชีวิตที่เหลือของเจ้าจะต้องสำนึกเสียใจ! ข้าเห็นนะว่าเจ้าเอาใจใส่นังแพศยาเม่ยเหลียนนั่นขนาดไหน!”

“หากเจ้าไม่สังหารข้า ข้าก็จะทำให้นางรู้สึกจนอยากตายด้วยตัวเอง ฮ่าฮ่าฮ่า!” เชี่ยวหลางยังคงจ้วงแทงฉินหยุนอย่างต่อเนื่องทั้งหัวเราะตลอดราวคนคลั่งเสียสติ

อีกฝ่ายพยายามยั่วยุฉินหยุนให้โจมตีตอบโต้ ถึงเวลานั้นเมื่อใด เขาจะใช้เคล็ดวิชาดาบเพื่อสวนกลับการตอบโต้นั้น

พอฉินหยุนได้ยินคำพูด จิตสังหารอย่างไม่คาดคิดพลันทะลักภายในใจเขา!

ชี่เม่ยเหลียนน่าเวทนาถึงเพียงนั้น แต่เชี่ยวหลางกลับคิดลงมือต่อนาง!

คำพูดของเชี่ยวหลาง เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถกระทำ คนเช่นนี้ไม่ว่าอะไรโหดเหี้ยมแค่ไหนล้วนสามารถ!

“นางเป็นผู้บริสุทธิ์!” น้ำเสียงแหบห้าวของฉินหยุนครั้งนี้ราวกำลังคำราม

“แล้วยังไง? นางก็แค่นังแพศยาตัวหนึ่ง ฆ่านางไปก็ไม่ต่างอะไรกับฆ่าไก่สักตัว” เชี่ยวหลางหัวเราะโฉดชั่ว “แต่ว่า ชี่เสวี้ยสัญญากับข้าว่านางจะหาทางส่งตัวนังแพศยานั่นมาให้ข้าได้ลิ้มลองสักครั้ง!”

ขณะได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ ฉินหยุนยิ่งโกรธเกรี้ยว ขณะเดียวกัน เขายังโดนเชี่ยวหลางจ้วงแทงเข้าใส่หน้าอกด้านขวา!

เมื่อเชี่ยวหลางโจมตีสำเร็จได้ ฝูงชนต่างส่งเสียงอื้ออึง!

หยางฉีเย่ว์ลอบขมวดคิ้ว นางบอกได้เพียงว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับฉินหยุน เพราะเมื่อครู่เขาสมควรหลบเลี่ยงการโจมตีนั้นได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างตีเหล็กที่โสโครกเอ๋ย...” เชี่ยวหลางหัวเราะออกเสียงดัง “เพื่อนังแพศยาชั้นต่ำนั่น เจ้าถึงกับวอกแวกจนเผลอทำชีวิตตัวเองตกหล่น ช่างน่าขำยิ่งนัก... มันก็แค่นางคณิกาชั้นต่ำ เจ้าคิดจริงจังอะไรกับมันถึงเพียงนั้น?”

ทุกคนต่างตระหนักได้ พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมฉินหยุนจึงไม่หลบการโจมตีเมื่อครู่ มันเป็นเพราะคำพูดของอีกฝ่ายทำให้เขาเสียสมาธิ

แม้เชี่ยวหลางกระทำน่ารังเกียจ แต่ฉินหยุนก็ไม่หนักแน่นพอ นี่นับเป็นเรื่องร้ายแรงของการประลองยุทธ์ เขาทำได้เพียงแต่กล่าวโทษตนเองที่เสียสมาธิแล้ว

เชี่ยวหลางกำลังหัวเราะลั่นออกจากใจ เขาคิดอยากดึงดาบออก แต่แล้วกลับต้องพบว่าดาบนั้นถูกมือของฉินหยุนกำเอาไว้แน่น!

เขาตระหนักได้ยามเมื่อมองในดวงตาฉินหยุน เสียงหัวเราะกลับกลายเป็นหยุดอย่างกะทันหัน...

ดวงตาของฉินหยุนกลับกลายเป็นสีดำโดยสมบูรณ์ ตาขาวแทบไม่อาจมองเห็นได้อีกต่อไป นี่คล้ายกับวิญญาณยุทธ์สั่นไหวได้ตื่นขึ้น มันคือความมืดอันลึกล้ำน่าสะพรึงเกินใดเทียบ!

“เสี่ยวเม่ยเหลี่ยนทั้งบอบบางและบริสุทธิ์ ข้าจะไม่ยอมให้เดรัจฉานอย่างเจ้าย่างกรายนาง...” ฉินหยุนคำรามเสียงต่ำ

ค้อนหลอมในมือเคลื่อนไหว มันปล่อยกระบวนแสงไหลหลั่งออกมา ทั้งยังเปี่ยมล้นด้วยพลังสั่นสะเทือนที่บ้าคลั่ง

ค้อนหลอมกลับกลายเป็นลำแสงที่รวดเร็วฟาดเข้าที่คางของเชี่ยวหลาง แรงระเบิดเป็นผลให้ผู้คนต้องตามืดบอด นี่คือระเบิดแสง!

ร่างของเชี่ยวหลางโดนความเจ็บปวดทะลวงผ่านจนกระทั่งต้องปล่อยด้ามดาบในมือทั้งร่างกระเด็นลิ่ว!

หากนี่เป็นเพียงพลังภายในอัคคี ด้วยระดับการฝึกฝนของเชี่ยวหลาง กำลังภายในที่โคจรอยู่ในร่างสมควรสกัดการโจมตีเอาไว้ได้!

ทว่า สิ่งที่ฉินหยุนส่งออกมานี้คือพลังภายในสั่นไหว มันพุ่งตรงเข้าใส่สลายพลังปราณใต้เนื้อหนังของเชี่ยวหลางก่อนทลายการป้องกันจนสิ้น!

เชี่ยวหลางโดนค้อนหวดเข้าที่คางเป็นผลให้ทั้งร่างลอยลิ่วกระเด็น

ฉินหยุนไม่รอช้า เคลื่อนกายพุ่งออกราวอสนีฟาดฟันเข้าคว้าขาของเชี่ยวหลางเอาไว้ไม่ให้ร่วงหล่นออกนอกลานประลอง!

ค้อนหลอมพลันเงื้อขึ้นและหวดฟาดลง เสียงนี้ดังสั่นราวอสนีบาตที่ฟาดผ่าลงมา!

กระบวนฟ้าคะนองสะเทือนนี้คือเกิดแรงสะเทือนขึ้นเพราะฟ้าผ่า!

เสียงระเบิดเพราะแรงกระทำของค้อนที่ฟาดหวดนี้เพราะมันปะทะที่แผ่นหลังของเชี่ยวหลาง!

พลังสั่นไหวทะลักเข้าร่างของเชี่ยวหลางก่อนกระจายทั่วร่างราวคิดฉีกกระชากออก กระดูกแทบทุกท่อนในร่างแตกหัก ทั้งยังส่งเสียงแตกหักรุนแรงจนผู้คนล้วนได้ยินออกมา!

เสียงกระดูกแตกหักนี้ราวดอกไม้ไฟที่เบ่งบานบนฟ้าเป็นชุดไม่หยุดหย่อน ผู้คนรอบลานประลองยุทธ์ล้วนร่างกายด้านชาจนอดสั่นไหวออกจากใจไม่ได้!

“อ๊าก!” เชี่ยวหลางกรีดร้องดังสะท้อนทั่วทั้งแดนยุทธ์มังกรซ่อนเร้น ผู้ที่ได้รับฟังล้วนเส้นผมขนลุกชี้ชัน

ถัดจากนั้น ฉินหยุนก็หวดใส่อีกครั้งอย่างว่องไว!

ฟ้าคำรามเตรียมผ่าลงสู่ร่างตรงหน้าอีกครั้ง

เขาส่งคลื่นพลังปกคลุมทั่วร่างเชี่ยวหลางทั้งยังคิดฉีกกระชากทำลายเส้นโคจรทั้งหมดในร่างให้สลายเป็นผุยผง!

เชี่ยวหลางเพียงคำรามร้องจนกระทั่งลำคอโดนทุบทะลุไม่อาจส่งเสียง ดวงตาตอนนี้เปี่ยมด้วยเลือดคลั่งด้วยทั้งความเกลียดชังและหวาดกลัว

เป็นเขาไม่ยินยอมรับผลที่เกิดขึ้น เขาคือผู้ฝึกตนขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หก ทั้งยังครอบครองราชสีห์เหมันต์ระดับที่เจ็ด แต่แล้วกลับต้องพ่ายแพ้แก่ชายหน้ากากที่มีระดับพลังเพียงแค่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า!

ฉินหยุนเงื้อค้อนหลอมขึ้นอีกครั้ง แต่ขณะที่เขากำลังเตรียมฟาดลงกลับรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอก คล้ายเขาเพิ่งจดจำได้ว่าตอนนี้ที่หน้าอกตนเองมีดาบแทงปักเอาไว้

เขาพลันดึงดาบเล่มนั้นออกจากหน้าอกจนเกิดรูเลือดทะลักทั้งเสียบแทงมันเข้าใส่เชี่ยวหลาง!

ถึงคราวนี้ ผู้อาวุโสหลายท่านจากจักรวรรดิเทียนเชี่ยวและสองอาจารย์จากสถาบันยุทธ์ระดับเสวียนเร่งรีบพุ่งกายเข้าไป

ต้วนเฉียนยังลงจากห้องรับรองแขกพิเศษที่อยู่ไกลออกไปเช่นกัน!

ฉินหยุนคำรามขณะการโจมตีครั้งสุดท้ายเตรียมปล่อยออก เขากระแทกเชี่ยวหลางกับพื้นหินหนาขณะเลือดและเนื้อกระจาย สภาพที่เกิดขึ้นทำให้ผู้พบเห็นลวนสะพรึงถึงภายใน

ต้วนเฉียนปรากฎตรงหน้าฉินหยุนพร้อมประกาศเสียงดัง “นักล่ามังกรชนะ เลื่อนขึ้นสู่อันดับสอง!”

หลังกล่าวจบคำ เขาเร่งร้อนเข้ากอดฉินหยุนที่ร่างทรงตัวไม่อยู่เอาไว้ก่อนถอนหายใจและอุ้มฉินหยุนจากไป

ต้วนเฉียนกล้าเคลื่อนไหวต่อต้านองค์ชายรัชทายาทแห่งเทียนฉินก็ใช่ แต่เขาไม่อาจล่วงเกินอาจารย์จากสถาบันยุทธ์ระดับเสวียน เขาต้องไว้หน้าบุคคลเหล่านั้น

อาการบาดเจ็บของเชี่ยวหลางรุนแรง กระทั่งว่าใช้โอสถวิญญาณยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีหรือหลายสิบปีกว่าจะรักษาให้หายดีได้ สภาพเช่นนี้อาจกล่าวได้ว่าจบสิ้นแล้ว

ผู้ฝึกตนขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หกในการประลองยุทธ์ครั้งนี้ พวกเขาทำได้เพียงจดจำรายละเอียดชวนขนหัวลุกนี้ไว้ในใจ!

เชี่ยวหลางและฉินหยุนออกจากลานประลองไปแล้ว และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดขึ้นไปเก็บกวาด พวกเขามองลานประลองที่เสียหายขณะสนทนากันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการประลองอย่างดุเดือด!

การประลองยุทธ์ของชายหน้ากากล้วนทำให้ผู้คนแตกตื่นได้เสมอมา หลายคนต่างคาดหวังว่าเขาจะอาการดีขึ้นและท้าประลองเชี่ยวเย่ว์เหม่ยซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง!

ศึกครั้งนี้ พวกเขาทั้งสองล้วนสูญเสียกันทั้งคู่!

อันดับสามอย่างเชี่ยวหลางไม่มีกำลังหลงเหลือต่อสู้อีกต่อไป อันดับที่สี่อย่างเมิ่งเฟยหลิงแข็งแกร่งยิ่ง นางย่อมต้องท้าเชี่ยวหลางประลอง ถึงตอนนั้นอันดับนางจะเลื่อนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

ทุกผู้คนล้วนเอ่ยชมนางที่วางแผนการได้อย่างปราดเปรื่อง

ครั้งฉินหยุนท้านางประลอง นางยอมรับความพ่ายแพ้แต่แรกเริ่มทั้งยังขอให้ฉินหยุนท้าประลองเชี่ยวหลาง คราวนี้ทั้งเชี่ยวหลางและฉินหยุนต่างบาดเจ็บ นางซึ่งเดิมทีอยู่อันดับสี่จึงสามารถเลื่อนขึ้นสู่อันดับสาม หรือกระทั่งอันดับสองก็ยังเป็นไปได้!

ฉินหยุนถูกส่งตัวกลับตำหนักจารึกเทวะโดยต้วนเฉียน เขาโดนแทงเข้าไปครั้งหนึ่ง แม้สูญเสียเลือดไปมากแต่ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงอะไร

เป็นเพราะแช่กายในสระราชสีห์สวรรค์ถึงสิบวัน ทั้งยังใช้พลังจิตวิญญาณโลหิตเพื่อขัดเกลาโลหิตภายในร่าง

ตราบเท่าที่ห้ามเลือดและเริ่มการบำรุงรักษา เขาจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหาคือปราณดาบที่แทรกซึมเข้าร่าง มันต้องใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะฝืนเอาปราณดาบทั้งหมดออกมาได้

ในช่วงสองวันนี้ เมิ่งเฟยหลิงท้าเชี่ยวหลางประลอง

เพราะเชี่ยวหลางบาดเจ็บสาหัสทั้งยังไม่ได้สติ เขาจึงถูกถอดถอนออกจากการประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้น

เรื่องนี้ทำหลายคนประหลาดใจ เมิ่งเฟยหลิงไม่ได้ท้าทายอันดับสองอย่างชายหน้ากาก

นอกจากนี้ ฉินเฟิงผู้ซึ่งโดนฉินหยุนจัดการไปก่อนหน้า ยังรักษาอาการเกือบหายดีแล้ว เขากำลังไต่อันดับรดต้นคอนาง!

ชี่เสวี้ย เย่เสินเหล่ย และเชี่ยวหลาง เหล่านี้อยู่เหนือเขาขึ้นไป ทว่าไม่มีพลังมากพอจะต่อสู้กับเขาจึงทำได้เพียงแต่ยอมแพ้ตั้งแต่เริ่มการประลอง

สำหรับผู้อื่น พวกเขาไม่กล้าเข้าสู่ทำเนียบสิบอันดับแรก อย่างไรแล้วในสิบอันดับแรก แต่ละคนล้วนมีพื้นเพลึกล้ำ พวกเขาไม่กล้าพอที่จะไปยั่วยุบุคคลเหล่านั้น!

แม้ว่าชายหน้ากากไม่มีพื้นเพลึกล้ำ แต่หากคิดท้าทายก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึง เพราะเขาคือผู้ที่สามารถทำให้เชี่ยวหลางพ่ายแพ้อย่างสิ้นรูป!

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0069

คัดลอกลิงก์แล้ว