เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0051

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0051

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0051


ตอนที่ 51 : สถาบันยุทธ์ซานเสวียน

“ช่างน่ารักน่าชังนัก! หากเจ้าไม่เล่นด้วย งั้นก็ไม่เล่น!” หญิงสาวพลันแค่นเสียงใส่

“นายหญิง...” หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำคล้ายทนมองไม่ได้จนต้องกล่าวน้ำเสียงลุ่มลึกเป็นการเตือน ฟังจากน้ำเสียงและคำพูด ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเขาแก่กว่าหญิงสาวตรงหน้านี้

“เจ้าไปได้แล้ว เขาเป็นนักเรียนสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง หากพวกเราสังหาร สถาบันยุทธ์ฮัวหลิงจะสืบสาว ตระกูลเมิ่งของเราอาจถูกขุดขึ้นสู่พื้นดินได้” หญิงสาวกล่าวอย่างเฉยชา “จะยังไงเขาก็ไม่ได้เห็นอะไรเลยสักอย่าง!”

“รับทราบ!” หลังหนึ่งในชายชุดดำกล่าวเช่นนี้ เขาจึงจากไปพร้อมเสียง ‘ฟึ่บ’ ชายชุดดำคนอื่นก็ตามจากไปเช่นกัน

ฉินหยุนคิดกับตนเอง สมแล้วที่เป็นตระกูลเมิ่งแห่งจักรวรรดิเทียนฉิน ผู้นำตระกูลเมิ่งคนปัจจุบันคือจ้าวผู้ครองเมืองเยาหวาง เมืองดังกล่าวรับหน้าที่ปกป้องจักรวรรดิเทียนฉินเพื่อคุ้มกันพวกปีศาจไม่ให้รุกรานเข้าสู่จักรวรรดิ

“น้องชายคิดไปที่ใด? เมืองหลวงหรือ? ข้าเองก็จะไปเมืองหลวงเช่นกัน ดังนั้นเดินทางไปด้วยกันดีกว่า!” หญิงสาวหัวเราะคิกคักขณะจิ้มแก้มบนใบหน้าหล่อเหลาของฉินหยุน

“ศิษย์พี่ ที่ข้าจะไปคือตำหนักจารึกเทวะ” ฉินหยุนกล่าวตอบ

“ช่างบังเอิญยิ่งนัก! ข้าเองก็คิดไปตำหนักจารึกเทวะ เช่นนั้นเดินทางไปด้วยกันจะดีกว่า!” หญิงสาวตอนนี้สะบัดดาบกำจัดคราบเลือดทิ้งและเก็บเข้าฝัก

ฉินหยุนทำได้เพียงพยักหน้ารับ โดยไม่อาจกล่าวคำใด เขาตอนนี้จึงวิ่งตามหลังหญิงสาว

“เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าพวกเราเพิ่งสังหารใครไป?” หญิงสาวพลันเอ่ยถาม

“ไม่เลย!” ฉินหยุนไม่ค่อยรู้เรื่องตระกูลเมิ่งมากนัก พวกเขาไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดกับพระราชวังหลวงมานานยิ่งแล้ว

“พวกเราเพิ่งสังหารสัตว์ปีศาจไป! สัตว์ร้ายร่างยักษ์นั่นกระทำเรื่องชั่วช้ามากมาย ทั้งยังมีเจ้าของ ดังนั้นพวกเราจึงล่อสัตว์ร้ายร่างยักษ์ระดับที่เจ็ดนั่นมาสังหารที่นี่” แม้ฉินหยุนบอกไม่อยากทราบ นางก็ยังคงบอกกล่าวออกมาเสียงดัง

ตระกูลเมิ่ง บ่อยครั้งที่จะออกล่าและสังหารสัตว์ปีศาจ รวมถึงมนุษย์อสูรด้วย เรื่องนี้จึงสมเหตุสมผล

ฉินหยุนไม่คิดถามอะไรเพิ่มเติม ตลอดทางเขาเก็บเสียงเงียบ อีกทางหนึ่ง หญิงสาวทรงเสน่ห์ผู้นี้เอาแต่สนทนาไม่หยุดปาก

นางชื่อเมิ่งเฟยหลิง มีเส้นวิญญาณห้าตะวัน ครอบครองวิญญาณยุทธ์เหยี่ยวระดับแพลทินัม กล่าวได้ว่านางเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง

สิ่งที่ทำให้ฉินหยุนประหลาดใจที่สุดคือนางอายุเพียงสิบเจ็ด ทั้งยังอยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หก นอกจากนี้นางยังดูเป็นผู้ใหญ่และดูเร้าใจ ราวกับผลไม้สุกต้องการให้ผู้คนลิ้มลอง...

“ข้าพูดไปมากแล้ว ถึงคราวเจ้า!” เมิ่งเฟยหลิงเผยอริมฝีปากงดงามขณะดวงตาทรงเสน่ห์หรี่เล็กและหัวเราะ “ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรเลย หรือนี่เจ้าเป็นใบ้? เจ้าอยากให้ข้าใช้ลิ้นของข้าสอนวิธีพูดแก่เจ้าหรือไม่?”

ภายในใจฉินหยุนหวั่นไหวขึ้นมา ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกนั้นเอง เขาพลันได้ยินเสียงคำรามจากอีกด้าน

เพียงพริบตา เมิ่งเฟยหลิงกล่าวอย่างโกรธเคือง “เชี่ยวหลางจากจักรวรรดิเทียนเชี่ยวมาถึงแล้ว ไอ้สารเลวนี่ถึงกับขี่ราชสีห์เหมันต์ระดับที่เจ็ดตลอดทั้งวัน ทำเอาผู้คนหวาดกลัวไปหมด คอยดูเถอะ ไม่นานข้าจะฆ่าไอ้สิงโตขนหงอกของมัน ไอ้สารเลวนั่นกินคนไปไม่ใช่น้อยแล้ว!”

เชี่ยวหลางก็มาที่นี่!

ฉินหยุนพลันตระหนก

เชี่ยวหลางคือองค์ชายสองของจักรวรรดิเทียนเชี่ยว แต่แล้วทำไมเขาถึงปรากฏตัวในบริเวณใกล้นครหลวงของจักรวรรดิเทียนฉินกัน

เมิ่งเฟยหลิงคล้ายรู้จักเขาดีเช่นกัน

“ศิษย์พี่ เขามาทำอะไรที่นี่กัน?” ฉินหยุนเอ่ยถามเสียงเบา

“พวกเรามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมวีรชน งานชุมนุมวีรชนมีจักรวรรดิเทียนฉินเป็นผู้จัด ซึ่งก็จัดที่ตำหนักจารึกเทวะ ข้ากำลังจะไปที่นั่น” เมิ่งเฟยหลิงตอบกลับ

“งานชุมนุม?” ฉินหยุนไม่ทราบว่านี่คือเรื่องอันใด

“มีเพียงศิษย์จากสถาบันซานเสวียนจึงสามารถเข้าร่วม” ขณะที่เมิ่งเฟยหลิงกล่าว อากาศเย็นเยือกพลันเข้าโจมตีพวกเขา โดนทันที ราชสีห์ใหญ่ยักษ์สีขาวราวหิมะกำลังแผ่ไอเย็นพุ่งเข้าหา

บนหลังราชสีห์เหมันต์ มีร่างชายหนุ่มผอมบางหล่อเหลานั่งอยู่ เขาสวมใส่ชุดเกราะสีเงินหรูหรา ทั้งยังมีดาบประดับทองคำห้อยที่ข้างเอว เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกแล้วว่าเหนือล้ำกว่าผู้คนธรรมดามากเพียงใด

คนผู้นี้คือองค์ชายสองของจักรวรรดิเทียนเชี่ยว เชี่ยวหลาง!

“ไง แม่ปีศาจน้อย ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะใช้ปากได้ดีเช่นนั้น... ทั้งยังชอบคนอย่างเจ้าหนูนี่!” เชี่ยวหลางมองฉินหยุนขณะกล่าวด้วยรอยยิ้มลามก

“อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้น่ารำคาญเหมือนอย่างเจ้า ทั้งยังดูดีกว่าเจ้าเป็นไหน ๆ!” เมิ่งเฟยหลิงโต้เถียงขณะดึงฉินหยุนเข้าหาข้างกาย นางกระทั่งเพิ่มความเร็วพุ่งผ่านอากาศมากขึ้น ก้าวเท้าเหยียบย่างที่กิ่งไม้ขณะผ่านเชี่ยวหลางทิ้งไม่เห็นฝุ่น

“ช่างเป็นคนน่ารำคาญนัก! รออีกไม่นานเถอะ ข้าจะต้องฆ่ามันให้ได้ เหอะ... ว่าแต่นะน้องชาย เจ้านั้นดูดียิ่ง ทั้งยังดูสัตย์ซื่อ ข้าชอบคนอย่างเจ้านะ” ยิ่งเมิ่งเฟยหลิงมองเขามากขึ้นเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้นางเผยประกายความชอบในดวงตาต่อฉินหยุนมากเท่านั้น

อย่างรวดเร็ว พวกเขาก้าวพ้นออกจากป่าจนได้เห็นประตูหลักของนครหลวงอยู่ไม่ไกลออกไป

ฉินหยุนตอนนี้กำลังลอบตระหนกต่อพละกำลังของเชี่ยวหลาง

จักรวรรดิเทียนเชี่ยวนับว่าแข็งแกร่งทรงพลังอำนาจกว่าจักรวรรดิเทียนฉิน โดยเฉพาะหากเทียบองค์ชายรัชทายาทกับองค์หญิงผู้นั้น

ลำพังแค่เชี่ยวเย่ว์หลานก็เพียงพอให้สะกดข่มฉินหยุนแล้ว

ฉินหยุนเอ่ยถาม “ศิษย์พี่ อะไรคือสถาบันซานเสวียน?”

เมิ่งเฟยหลิงกล่าว “เมื่อใดที่เจ้าเลื่อนพลังสู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หกก่อนอายุยี่สิบปี เจ้าสามารถเข้าร่วมสถาบันซานเสวียน หลังผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะสามารถเลือกได้ว่าต้องการเข้าร่วมงานชุมนุมใด หลังผ่านการคัดเลือก คนผู้นั้นจะสามารถเข้าสถาบันยุทธ์เทียนเสวียน หรือสถาบันยุทธ์ชิงเสวียน หรือสถาบันยุทธ์หลิงเสวียนได้ งานชุมนุมวีรชนครั้งนี้จัดขึ้นโดยสามสถาบันและตำหนักจารึกเทวะ”

เพียงพริบตา พวกเขาก็มาถึงประตูหลักของนครหลวงซึ่งสูงหลายสิบเมตร

ฉินหยุนมองประตูหลักของนครหลวงด้วยหลายอารมณ์ผสมปนเป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เข้าและออกนครหลวงอย่างอิสระ

หลังเข้าไปภายในประตูเมือง เขาก็ทำตัวเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง ยามเมื่อเห็นถนนที่คราคร่ำด้วยผู้คน เขารู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก

คล้ายได้ค้นพบเรื่องราวใหม่ เขาอดไม่ได้ที่จะหันมองนั่นมองนี่ เหตุผลที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเขาเติบโตแต่ในพระราชวังหลวง ไม่เคยได้ออกมาเห็นบรรยากาศในเมืองเลย

“จากที่เห็น เหมือนเจ้าไม่ค่อยได้ออกมาเล่นข้างนอกงั้นสิ ให้ข้าพาเจ้าไปตำหนักจารึกเทวะก่อนแล้วกัน!” เมิ่งเฟยหลิงยิ้มหวานกล่าว

ด้วยเหตุนั้น นางจึงพาฉินหยุนเดินผ่านถนนหลายสายเข้าเมืองไป

ไม่นานจากนั้น พวกเขาก็มาถึงบริเวณทิศตะวันตกของนครหลวง มีคฤหาสน์หลังใหญ่จำนวนไม่น้อยตั้งอยู่ตรงนั้นและตรงนี้ ทั้งที่นี่ยังห่างไกลจากเมืองที่จอแจมากนัก

ภายในคฤหาสน์ ก็ยังมีอาคารสูงและตำหนักเล็กน้อย เมื่อเมิ่งเฟยหลิงและฉินหยุนมาถึง พวกเขาจึงได้สัมผัสกับออร่าเย็นเยือก

นี่คือออร่าของราชสีห์เหมันต์ เป็นเชี่ยวหลางมาถึงก่อนพวกเขา

ที่บริเวณหน้าสุดของพื้นที่แถบนี้ มีตำหนักสีทองคำแดงเพลิงงดงามตั้งอยู่! นี่คือหอหลักของตำหนักจารึกเทวะ!

หอหลักของตำหนักจารึกเทวะตั้งอยู่บนบันไดหินนับพันขั้น ทั้งยังส่องแสงสีทองงดงาม ให้ความรู้สึกทั้งหรูหราและงดงามในเวลาเดียวกัน

เมิ่งเฟยหลิงพาฉินหยุนเดินขึ้นบันไดหินเพื่อเข้าสู่หอหลัก

ภายในหอหลักคือพื้นที่กว้างใหญ่ เครื่องประดับตกแต่งเรียบง่าย หนักแน่น และเป็นประกาย ทั้งยังมีโทเทมจำนวนมากของสัตว์ร้ายโบราณแกะสลักเอาไว้บนเสาขนาดใหญ่ยักษ์ของสถานที่

เชี่ยวหลางกำลังพูดคุยทั้งหัวเราะกับกลุ่มเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่ครอบครองพลังเหนือล้ำ

ที่นี่มีคนอยู่ราวยี่สิบถึงสามสิบ พวกเขาเหล่านี้ล้วนมาจากสำนักที่มีชื่อเสียงของจักรวรรดิทั้งสาม เทียนฉิน เทียนเชี่ยว และเทียนชี่ พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นหนุ่มสาวที่มีพรสวรรค์เหนือล้ำอยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หก

พวกเขากำลังจะเข้าร่วมการแข่งขัน หากพวกเขาเก่งกาจจริง พวกเขาจะสามารถเลือกเข้าหนึ่งในสถาบันยุทธ์ระดับเสวียนได้

เมื่อเชี่ยวหลางเห็นเมิ่งเฟยหลิงและฉินหยุนมาถึง เขาพลันแค่นเสียงกล่าว “นางแม่มด เจ้านับว่าใจถึงนัก! เข้าร่วมการแข่งขันสำคัญในงานชุมนุมวีรชนยังพาเด็กคนรักมาด้วย? ดูออร่าของมันสิ ก็แค่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า เจ้าควรเลิกทำตัวเหลวไหลได้แล้วนะ”

หญิงสาวในชุดสีแดงเพลิงพลันแค่นเสียงเช่นเดียวกัน “ที่นี่คือตำหนักจารึกเทวะ เจ้าทราบหรือไม่ว่าผู้จัดการใหญ่ของที่นี่รังเกียจผู้ที่ไม่ให้ความเคารพแด่สถานที่?”

“เขาเป็นนักเรียนของสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง และเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดา! องค์หญิงแห่งเทียนชี่ ท่านกล้าพูดจาอหังการถึงเพียงนี้ในดินแดนเทียนฉินของเรางั้นหรือ?” เมิ่งเฟยหลิงต่อว่าอย่างโกรธเคือง “ระวังตัวไว้บ้าง! อย่าได้เปิดโอกาสแก่ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะถลกหนังปากของเจ้าออกเป็นชิ้น!”

“อยู่ในความสงบ ผู้จัดการใหญ่มาถึงแล้ว!” ชายวัยกลางคนกล่าวตะโกนเสียงยะเยือก

ทุกผู้คนต่างเงียบเสียงลงทันที ผู้จัดการใหญ่ของตำหนักแห่งนี้มีสถานะสูงล้ำขนาดที่ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องราวที่นี่

เมื่อเชี่ยวหลางเห็นต้วนเฉียนปรากฏ เขาพลันชี้ที่ฉินหยุนและกล่าว “ผู้จัดการใหญ่ เมิ่งเฟยหลิงพาเด็กน้อยผู้หนึ่งมาที่นี่ เห็นได้ชัดว่านางไม่ให้เกียรติสถานที่แม้แต่น้อย โปรดลิดรอนสิทธิ์ของนางเป็นการลงโทษ”

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0051

คัดลอกลิงก์แล้ว