เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0049

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0049

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0049


ตอนที่ 49 : จุดเริ่มต้นของอาจารย์จารึก

ต้วนเฉียนนำกระดาษยันต์และมีดแกะสลักออกจากอุปกรณ์วิญญาณมิติเก็บของและส่งมอบแก่ฉินหยุน เขากล่าวทั้งรอยยิ้ม “เด็กหนุ่ม หากเจ้าสามารถขัดเกลายันต์ ข้าจะมอบฐานะนักสร้างยันต์ระดับต้นให้แก่เจ้า เมื่อเจ้าสามารถสร้างผังวิญญาณระดับต่ำ อุปกรณ์วิญญาณระดับต่ำ และติดตั้งอาคมวิญญาณ เจ้าจะได้รับตำแหน่งนักจารึกระดับต้น”

หยางฉีเย่ว์ตอนนี้เริ่มวางใจเพราะต้วนเฉียนค่อนข้างสนใจในตัวฉินหยุน อีกทั้งยังไม่มีเจตนาร้าย

หากตำหนักจารึกเทวะสามารถหาตัวผู้มีพรสวรรค์ได้ มันก็จะเป็นการเสริมสร้างพลังแก่ตำหนักจารึกเทวะ

ตำหนักจารึกเทวะมีสาขากระจายทั่วทั้งสามจักรวรรดิ รวมถึงประเทศอื่นอีกหลายแห่ง พวกเขาไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจของจักรวรรดิใด นับเป็นตัวตนอันลึกลับยิ่ง

มีไม่กี่คนที่เข้าใจเจตนาของต้วนเฉียน แต่พวกเขาก็ทราบดีว่าเรื่องราวไม่ง่าย อย่างไรแล้วอีกฝ่ายก็เป็นถึงผู้นำของตำหนักจารึกเทวะของเทียนฉิน เขาย่อมต้องทรงอำนาจขนาดที่ปรมาจารย์เว่ยยอมนอบน้อมต่อเขา เรื่องนี้ผู้คนล้วนเห็นกระจ่างชัด

“เริ่มได้เลย! ด้วยพวกเราอยู่ที่นี่ เจ้าสามารถลืมเลือนเรื่องการเล่นกลโกงได้” ต้วนเฉียนกล่าวหัวเราะทั้งลูบหนวดไปมา

ฉินหยุนสงบใจลง แม้เขายังมีอาการบาดเจ็บภายในอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อกระบวนการจัดทำยันต์

ตอนนี้เขาฝึกฝนวิถีกระดูกแล้ว เขาจึงสามารถควบแน่นพลังจิตวิญญาณโลหิตได้ลื่นไหลและรวดเร็วยิ่งกว่าครั้งก่อน

ขณะคว้ามีดแกะสลักแน่น เขาพบว่ามันดีกว่าที่ตนใช้มากนัก นี่สมควรเป็นมีดแกะสลักระดับอุปกรณ์วิญญาณแล้ว

หลังฉินหยุนรวบรวมพลังจิตวิญญาณโลหิต เขาสามารถผสานรวมมันเข้ากับมีดแกะสลักได้อย่างง่ายดาย

ถึงตรงนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งพลันบังเกิด ราวกับมีดแกะสลักเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย มันเชื่อมต่อเขาเข้ากับเลือดเนื้อ

เขาลอบร้องอุทานในใจ “สมควรเป็นเพราะมีดแกะสลักนี่ มันเป็นเหมือนมีดแกะสลักที่ทำงานได้มากกว่าถึงสองเท่าทั้งที่ลงแรงแกะสลักเพียงครึ่งหนึ่ง!”

อย่างกะทันหัน จุดแสงสีแดงส่องสว่างปรากฏที่ปลายของมีดแกะสลัก เป็นผลให้บรรดานักเรียนชั้นปีสูงว่าร้องอุทานอย่างตระหนักได้!

ตราบเท่าที่มีความรู้ในวิถีจารึกสักเล็กน้อย คนผู้นั้นย่อมทราบว่านี่คือพลังจิตวิญญาณโลหิต!

เมื่อคนผู้หนึ่งสามารถควบแน่นพลังจิตวิญญาณโลหิต ก็เท่ากับครึ่งก้าวสู่วิถีจารึกแล้ว

ใบหน้าของเว่ยเสวียนคุนพลันเปี่ยมด้วยความไม่อาจเชื่อ เพราะกระทั่งเขายังไม่อาจสำเร็จพลังถึงขั้นนั้น เขาทำได้เพียงควบแน่นพลังจิตวิญญาณโลหิตที่อ่อนด้อยกว่าไว้ที่ปลายพู่กันเพื่อวาดยันต์!

ฉินหยุนเริ่มวาด ปลายมีดปลดปล่อยม่านแสงปกคลุมกระดาษยันต์บนโต๊ะ

ยามเมื่อวาดเส้นมืด เขาจะปกปิดพวกมันเอาไว้เพื่อไม่ให้ผู้อื่นได้ขโมยผังวิญญาณอันแสนล้ำค่า

การเคลื่อนไหวของเขาเป็นไปอย่างผู้มีฝีมือ อีกทั้งยังคล้ายกับว่ามีศักยภาพถึงระดับหนึ่งแล้ว เพียงมอง ผู้คนก็สามารถบอกได้ว่าเป็นเขาเคยวาดมันหลายครั้งแล้ว!

เว่ยเสวียนคุนเมื่อได้เห็นก็ไม่พอใจ หน้าผากของปรมาจารย์เว่ยตอนนี้เริ่มเหงื่อออกแล้ว

ก่อนหน้า เว่ยเสวียนคุนกล่าวว่าเขาพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนรู้วิถีจารึกแห่งเต๋า จึงไม่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้เท่าใดนัก เพราะแบบนั้นเขาจึงพ่ายแพ้แก่ฉินหยุนในการประลองยุทธ์

ชั่วขณะนี้ เขาคล้ายโดนฉินหยุนทิ้งห่างในวิถีจารึกแห่งเต๋า กระทั่งว่าเขาพ่ายแพ้อย่างหลุดลุ่ย

อึดใจถัดมา ฉินหยุนถอนม่านแสงออก

แม้กระดาษยันต์ยังคงว่างเปล่า แต่มันปกคลุมด้วยชั้นของพลังจิตวิญญาณโลหิต และเส้นมืดตอนนี้ได้วาดขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ถัดจากนี้คือการวาดเส้นสว่าง!

สิ่งที่เขาวาดออกมาคือยันต์อัคคี นับเป็นยันต์ที่เขาคุ้นเคยมากที่สุดก็ว่าได้

มีดแกะสลักเคลื่อนไหวราวมังกรขดตัวไปมาขณะวาดลวดลายซับซ้อนของเปลวเพลิงบนกระดาษยันต์ ที่ส่วนปลายของมีดแกะสลักลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ กระแสพลังไหลเวียนลงสู่กระดาษยันต์อย่างลื่นไหลเช่นเดียวกัน

เมื่อต้วนเฉียนและปรมาจารย์เว่ยได้เห็นฝีมือระดับนี้ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะต้องเบิกดวงตาออกกว้างอย่างแตกตื่น

หลังเส้นสว่างวาดขึ้นเสร็จเรียบร้อย ยันต์จึงเสร็จสมบูรณ์ มันในตอนนี้กระทั่งแผ่คลื่นความร้อนอ่อนจางออกมา

ลวดลายสีแดงเลือดลุกโชนเป็นประกายแสงสีแดง มันคือลวดลายอัคคีลึกลับที่ปรากฏบนพื้นผิวและคล้ายกำลังเต้นไหว เป็นผลให้ผู้ที่เห็นรับรู้ถึงความร้อนที่มันแผ่ออก!

“นี่คือยันต์อัคคี ข้าทำเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ!” ฉินหยุนส่งยันต์อัคคีแก่ต้วนเฉียนที่ยังมีอาการประหลาดใจไม่หยุด

ต้วนเฉียนมองฉินหยุนอย่างงุนงงอยู่พักหนึ่งก่อนจะดึงสติกลับคืนมาได้

“นี่เป็นยันต์อัคคีที่ทรงพลัง นับเป็นยันต์อัคคีระดับต่ำที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา!” ต้วนเฉียนร้องอุทาน “เจ้าควรค่าแก่การเป็นนักสร้างยันต์ระดับต้นแล้ว ผังวิญญาณของเจ้ายังแข็งแกร่งนัก ใครกันที่สอนต่อเจ้า?”

“มหาอุปราช!” ฉินหยุนถอนหายใจกล่าวเสียงเบา

ฉินหยุนถึงกับขัดเกลายันต์ขึ้นได้จริง!

บรรดานักเรียนแตกตื่นขณะสนทนาเรื่องนี้กันไม่ขาดปาก เป็นผลให้ทั่วทั้งลานฝึกยุทธ์ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเต็มไปด้วยเสียงฮือฮา

เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปี อยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า และยังได้เป็นนักสร้างยันต์ระดับต้น!

ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ มันสามารถทัดเทียมได้กับเชี่ยวเย่ว์หลานแห่งจักรวรรดิเทียนเชี่ยวแล้ว

ทว่า จักรวรรดิเทียนเชี่ยวได้ยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างเชี่ยวเย่ว์หลานและฉินหยุนไปแล้ว ตอนนี้นางได้ถูกหมั้นหมายแก่องค์ชายรัชทายาทคนใหม่ของเทียนฉิน ถึงตอนนั้น พวกเขาจะจัดงานพิธีอภิเษกสมรสกันอย่างยิ่งใหญ่!

ทั้งพระยาเยี่ยนและข้าราชบริพารเฒ่าผู้อื่นเผยสีหน้าคล้ายคนตาย พวกเขาทราบว่าเรื่องนี้หมายความถึงอะไร!

ในเมื่อฉินหยุนสามารถขัดเกลายันต์ เขาย่อมต้องได้รับความสนใจล้นหลาม ตำหนักจารึกเทวะย่อมสนับสนุนเขาจากเงามืด

“ปรมาจารย์เว่ย สิ่งที่ท่านกล่าวเอาไว้ก่อนหน้ายังมีผลหรือไม่?” หยางฉีเย่ว์ถามเสียงเย็นเยือก

ปรมาจารย์เว่ยกล่าวว่าจะมอบมีดแกะสลักของตนแก่ฉินหยุน

“แน่นอนอยู่แล้ว สำหรับผู้เยาว์ที่มีผลงานล้ำเลิศเพียงนี้ ข้าย่อมต้องคิดมอบมีดแกะสลักของข้าให้! ฉินหยุน จงดูแลมีดแกะสลักนี้ให้ดี!”

ปรมาจารย์เว่ยหัวเราะราวกับออกมาจากใจจริงทั้งยังกล่าวชมฉินหยุน ทว่าภายในใจเขานั้นแทบสบถด่าสาปแช่งฉินหยุนนับไม่ถ้วนแล้ว

เมื่อเว่ยเสวียนคุนเห็นดังนี้ เขากัดฟันแน่นจนแทบแตก สิ่งที่เขาใฝ่ฝันอยากครอบครองกลับไปตกอยู่ในมือของฉินหยุน!

ฉินหยุนรับมีดแกะสลักมาและทดสอบ เขาพบว่าตนยากผสานพลังจิตวิญญาณโลหิตเข้ากับมันจึงเร่งร้อนเอ่ยถาม “นี่มีวิธีการใช้พิเศษหรือ? ทำไมข้าใช้มันไม่ได้?”

“ไหนขอข้าตรวจสอบ” ปรมาจารย์เว่ยเร่งร้อนรับกลับคืนพร้อมเผยสีหน้าโกรธเคืองออกมา “ฉินหยุน นี่เจ้าทำอะไร? มันเสียหายหลังเจ้ารับกับมือ เจ้าเจตนาเช่นนี้หรือ? มีดแกะสลักนี้อยู่กับข้ามานานหลายปียิ่งนัก เจ้ากลับ... ไม่คิดเลย... เจ้าทำลายมัน!”

ฉินหยุนและหยางฉีเย่ว์อดไม่ได้ที่จะหันมองหน้ากันเองขณะกล่าวชมจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้

มีดแกะสลักเล่มนี้ชัดเจนว่าได้รับความเสียหายตั้งแต่ปรมาจารย์เว่ยส่งมอบมันออกมาแล้ว

นี่เป็นเพราะก่อนหน้านี้ฉินหยุนได้ทำลายดาบน้ำเงินไปเล่มหนึ่ง ดังนั้นทุกคนที่นี้จึงเชื่อว่าเป็นไปได้ ทั้งยังเป็นอีกฝ่ายที่เริ่มกล่าวหาก่อน

นอกจากนี้ หลังปรมาจารย์เว่ยทำลายมีดแกะสลัก ฉินหยุนจะไม่อาจใช้มีดที่ล้ำค่าเล่มนี้ได้อีกต่อไป อีกฝ่ายต้องไม่คิดอยากเห็นฉินหยุนก้าวหน้าในวิถีจารึกแห่งเต๋าเพราะมีดแกะสลักที่ตนเองมอบให้แน่

“ขอข้าตรวจสอบหน่อย!” ต้วนเฉียนพลันหัวเราะเสียงดังและยื่นมือออก

ปรมาจารย์เว่ยถึงกับสบถด่าต้วนเฉียนภายในใจ ก่อนหน้าก็เป็นต้วนเฉียนกระโดดขึ้นมาทำลายแผนของเขาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่เช่นนั้นฉินหยุนคงไม่มีทางขัดเกลายันต์ขึ้นได้เพราะเขาเล่นกลโกงไปแล้ว

เขาเพียงยิ้มขณะส่งมีดแกะสลักที่เสียหายให้แก่ต้วนเฉียน

“มันเสียหายจริง แต่ไม่ใช่ฉินหยุนที่ทำให้มันเสียหายโดยเจตนา เขาไม่เคยใช้พลังจิตวิญญาณโลหิตเพื่อหล่อเลี้ยงมันมาก่อน จึงอาจเป็นผลทำให้มันเสียหายได้” ต้วนเฉียนยิ้มให้ฉินหยุนและกล่าว “ฉินหยุน เอาแบบนี้เป็นอย่างไร ให้ชายชราผู้นี้มอบมีดแกะสลักแก่เจ้าอีกหนึ่งเล่ม ส่วนเล่มนี้มอบให้ข้าไว้ซ่อมแซม คิดเห็นเช่นไรบ้าง?”

ฉินหยุนไม่เคยคิดเลยว่าการกระทำนี้เป็นการทำลายตัวของปรมาจารย์เว่ยและส่งเสริมช่วยเหลือเขาเสียอย่างนั้น

เขาเร่งรีบกล่าว “เช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนท่านผู้จัดการแล้ว!”

ต้วนเฉียนนำมีดแกะสลักออกมาและส่งมอบแก่ฉินหยุน เขากล่าวทั้งรอยยิ้ม “นี่เป็นอุปกรณ์วิญญาณระดับต่ำ แต่ก็เป็นของใหม่!”

“ขอขอบคุณท่านผู้จัดการขอรับ!” หลังได้รับ ฉินหยุนจึงเร่งร้อนออกปากขอบคุณอีกฝ่าย

มีดแกะสลักวิญญาณระดับต่ำเล่มนี้ กับความต้องการปัจจุบันของเขา มันเพียงพอที่จะเติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0049

คัดลอกลิงก์แล้ว