เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0040

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0040

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0040


ตอนที่ 40 : ไม่ยอมรับ!

ติงเทียนฉวนยังหลับตาทำการพักฟื้นอยู่ เขากล่าวออกมาช้า ๆ “ข้าพบเข้ากับพยัคฆ์โลหะ ที่รอดมาได้นับว่าดียิ่งแล้ว อาการบาดเจ็บของข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉินหยุน”

ผู้อำนวยการจางขมวดคิ้ว “ข้าก็เห็น สัตว์ปีศาจระดับแปดบินผ่านอากาศออกมา เหมือนมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นที่ส่วนลึกของเทือกเขาเมฆมังกร”

หยางฉีเย่ว์รับชมเรื่องราวเงียบงัน นางรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเท่าที่รับฟังตอนนี้

“หมายความว่าฉินหยุนไม่มีผลงานอันใดหรือ?” อาจารย์ร่างท้วนคนหนึ่งหัวเราะขึ้น

เรื่องนี้มีเหตุผล อาจารย์ร่างอ้วนวัยกลางคนผู้นี้นำห้องด้วยผลลัพธ์ที่เลวร้าย หากฉินหยุนไม่มีผลงาน เท่ากับว่าเขาจะไม่ใช่อันดับท้ายสุดของตารางแล้ว

“ย่อมไม่ใช่!” หลังติงเทียนฉวนลุกขึ้นยืน เขานำเอาร่างสัตว์ปีศาจจำนวนห้าตัวออกจากกระเป๋าที่ถือไว้ตลอดทางออกมา

“ไก่งวงระดับที่ห้า ส่วนตัวอื่นระดับที่สี่! ระดับที่ห้านับจำนวนคือสิบ นี่เท่ากับสิบสี่!” ติงเทียนฉวนมองอาจารย์วัยกลางคนร่างท้วมขณะกล่าวต่อ “ทั้งหมดนี้ฉินหยุนสังหารเพียงลำพัง ข้าเพียงรับผิดชอบตามรอยสัตว์ปีศาจพวกนี้และชี้แนะจากด้านข้าง!”

ผู้อำนวยการจางสำรวจมองและพยักหน้าให้ “มีร่องรอยของหมัดอ่อนเปลวเพลิงบนร่างของสัตว์ปีศาจพวกนี้ ไม่แม้กระทั่งใช้อาวุธด้วยซ้ำ ดูเหมือนหมัดอ่อนเปลวเพลิงจะพัฒนาขึ้นไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว!”

บรรดานักเรียนพลันแตกตื่นฮือฮากันทันที

เพียงลำพัง ฉินหยุนสามารถสังหารสัตว์ปีศาจระดับห้าด้วยมือเปล่า พละกำลังระดับนี้เกินกว่าที่นักเรียนขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับสี่จินตนาการถึง!

นักเรียนหลายคนทั้งอิจฉาและริษยา พวกเขามองฉินหยุนอย่างขุ่นเคือง!

อาจารย์ท่านที่เหลือเงียบปาก พวกเขาทราบว่าติงเทียนฉวนเป็นชายซื่อสัตย์ ไม่มีทางเข้าข้างฉินหยุนอย่างแน่นอน

บรรดานักเรียนทำได้เพียงกัดฟันแน่นริษยา เพราะเรื่องราวที่เผยออกนี้ ฉินหยุนจะกลายเป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งด้วยกำลังเพียงลำพัง!

“พวกเราจะรอให้ห้องสามกลับมาก่อน!” หยางฉีเย่ว์ยิ้มขณะหันไปพยักหน้าให้ฉินหยุน

มีเพียงฉินหยุนและติงเทียนฉวนที่ทราบว่าคนจากห้องสามจะไม่มีวันได้กลับออกมา!

เหตุผลก็เพราะพวกเขาถูกฉินหยุนเพียงคนเดียวสังหารจนสิ้น!

ขณะติงเทียนฉวนครุ่นคิด ภายในใจพลันเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึก

ราตรีกาลมาเยือน ทุกคนจึงตั้งแคมป์เพื่อรอให้ห้องสามเดินทางกลับมา

และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่กำหนดเอาไว้แล้ว

“ผู้อำนวยการ พวกเขาไม่กลับมาหรือ?” ชายชราเอ่ยถาม คนผู้นี้เดิมทีเป็นอาจารย์ประจำห้องสาม

“ข้าเองก็ไม่ทราบ รออีกสักหนึ่งวันแล้วกัน! หากพวกเขาไม่กลับมา พวกท่านก็กลับไปกันก่อน ข้าจะเข้าไปหาพวกเขาโดยลำพัง” ผู้อำนวยการจางเผยสีหน้าหนักอึ้ง

เช้าวันถัดมา ผู้อำนวยการจางจึงประกาศว่าห้องเก้าชนะอันดับหนึ่ง

รางวัลครั้งนี้คือสิทธิ์การเข้าค่ายอาคมวิญญาณเก้าตะวันบรรจบเพื่อฝึกฝนได้ถึงสิบวัน!

ค่ายอาคมวิญญาณเก้าตะวันบรรจบตั้งอยู่ที่ยอดเขา การได้ฝึกฝนเป็นเวลาสิบวันภายในค่ายอาคมมีค่าเทียบเท่าดูดกลืนพลังวิญญาณหนึ่งถึงสองปี!

“ผู้อำนวยการ พวกเราไม่ยอมรับ! ค่ายอาคมวิญญาณเก้าตะวันบรรจบเปิดให้เข้าใช้งานเพียงหนึ่งครั้งต่อปี ดังนั้นแล้วแม้คนหลักสิบเข้าไปก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้กลับต้องสูญเสียสิทธิ์นั้นให้ฉินหยุนเพียงผู้เดียว!” ชายวัยกลางคนคิ้วหนาตาโตคนหนึ่งกล่าวขึ้น เขาไม่พอใจมาก และเขาเป็นอาจารย์ประจำห้องหนึ่ง

อาจารย์คนอื่นก็ทักท้วงเช่นกัน!

ฉินหยุนจำได้ว่าอาจารย์เหล่านี้มีความสัมพันธ์อันดีกับปรมาจารย์เว่ย

หยางฉีเย่ว์แค่นเสียงกล่าว “ฉินหยุนสามารถสังหารสัตว์ปีศาจจำนวนมากโดยลำพัง เหตุใดเขาจึงไม่สามารถเข้าค่ายอาคมวิญญาณเก้าตะวันบรรจบได้กัน?”

“เขาก็แค่ขยะผู้หนึ่งซึ่งมีแต่โชค ต้องเป็นท่านที่ลอบช่วยเหลือเขาถึงได้เลื่อนพลังรวดเร็วเพียงนี้” เยี่ยนหยุนตะโกนเสียงดังก้อง

นางมีตระกูลเยี่ยนหนุนหลัง ทั้งคู่หมั้นของนางยังเป็นบุตรของปรมาจารย์เว่ย นอกจากนี้ปรมาจารย์เว่ยก็อยู่ที่สถาบันยุทธ์ฮัวหลิง นางจึงกล้าที่จะกล่าวเช่นนี้ต่อหน้าหยางฉีเย่ว์

“คู่หมั้นเจ้าเลื่อนพลังสู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้ามาเนิ่นนาน แต่แล้วเขาก็พ่ายแพ้แก่ข้า ด้วยเหตุนี้คู่หมั้นของเจ้าก็เป็นขยะที่ไม่ได้มีดีอะไรไปกว่าข้า!” ฉินหยุนหัวเราะคิกคักโต้เถียงกลับ “เจ้าคงทำใจได้ยากสินะ ที่ต้องแต่งงานกับคนที่แย่กว่าขยะเช่นนั้น”

“เจ้า... หุบปาก! พี่ใหญ่คุนคืออนาคตอาจารย์จารึก ตอนนี้เขากำลังตั้งใจศึกษาการแกะสลักจนสามารถสร้างยันต์ได้แล้ว ครั้งนี้เมื่อพวกเราเดินทางกลับไปถึง ปรมาจารย์เว่ยได้เชิญนักเรียนทุกคนของสถาบันยุทธ์ฮัวหลิงรวมทั้งบรรดาตระกูลดังของจักรวรรดิเทียนฉินมาเพื่อแสดงความยินดีต่อพวกเราด้วยซ้ำ!” น้ำเสียงของเยี่ยนหยุนกราดเกรี้ยว ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยความจองหอง

เมื่อนางเอ่ยถึงเว่ยเสวียนคุนที่สามารถสร้างยันต์ได้ ฝูงชนถึงกับระเบิดเสียงฮือฮาดัง

“ก็แค่สร้างยันต์ได้แล้วยังไง?” เขาเองก็สามารถสร้างยันต์ได้ ทั้งยังสามารถทำได้จำนวนไม่น้อยอีกต่างหาก นอกจากนี้พวกมันล้วนเป็นยันต์อัคคีที่ทรงพลัง

ถึงตอนนี้ฝูงชนระเบิดเสียงหัวเราะแล้วเมื่อได้ยินคำถามนี้

“เด็กน้อยที่โง่เขลา! เจ้ารู้หรือไม่ว่าการสร้างยันต์หมายความถึงอะไร?” อาจารย์คนหนึ่งเยาะเย้ยต่อหน้า “นี่แสดงให้เห็นว่าเว่ยเสวียนคุนได้ก้าวเดินบนเส้นทางของอาจารย์จารึกแล้ว! ไม่ว่าคนอย่างเจ้าจะพยายามศึกษาอีกสักกี่สิบปี มันก็เป็นการยากที่จะผ่านจุดซึ่งเขาก้าวเดินผ่านไปแล้วได้!”

เมื่อเยี่ยนหยุนได้ยินดังนี้ นางจึงยืดอกเชิดหน้าชูตา นักเรียนผู้อื่นต่างก็ร่วมแสดงความยินดีแก่เว่ยเสวียนคุนเช่นกัน พวกเขาประจบกันอย่างออกหน้าออกตา...

“ผู้อำนวยการ ฉินหยุนคิดครอบครองค่ายอาคมวิญญาณเก้าตะวันบรรจบแต่เพียงผู้เดียว เรื่องนี้พวกเราไม่ยินยอม ท่านต้องเข้าใจความรู้สึกของพวกเราด้วย!” เยี่ยนหยุนกล่าว “ปรมาจารย์เว่ยคิดจัดงานฉลองยามค่ำคืนที่สถาบันยุทธ์ฮัวหลิง ถึงตอนนั้นบรรดาสำนักที่มีชื่อเสียงทั้งหลายจะทราบเรื่องนี้เช่นกัน”

“พอได้แล้ว! ถ้าใครไม่พอใจ งั้นก็จงออกมาสู้กับข้า! ตัวข้าใช้พละกำลังตัวเองได้รับรางวัลนั้นมาด้วยความอุตสาหะ พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไม่ยินยอมรับเรื่องนี้? ด้วยพละกำลังของพวกเจ้า พวกเจ้าทำผลงานได้ดีกว่าหรือแข็งแกร่งกว่าข้างั้นเรอะ?”

“หรือจะอ้างว่าพวกเจ้าเก่งแต่ปากทั้งที่มีเส้นวิญญาณจำนวนมากกว่า? พวกเจ้าล้วนมีเส้นวิญญาณมากกว่าข้ากันทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีตระกูลคอยสนับสนุนช่วยเหลือแต่กลับด้อยกว่าข้าที่มีเส้นวิญญาณเพียงหนึ่ง เพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าช่างไร้ค่าไม่รู้จักพยายามให้มากพอหรือยังไงกัน? เป็นเพราะพวกเจ้ามัวแต่เที่ยวเล่นยกยอตัวเองไปวัน ๆ หรือไม่ใช่?!”

ฉินหยุนโกรธเคืองถึงขนาดที่ชี้หน้าด่ากราดบรรดานักเรียนที่เผยสีหน้าไม่พอใจ

นักเรียนกลุ่มนี้หาได้หาญกล้าตอบคำใดไม่ ฉินหยุนสามารถโค่นล้มเว่ยเสวียนคุน ลำพังเพียงเรื่องนี้ก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องด้วยแล้ว!

“ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!” เด็กหนุ่มร่างสูงก้าวเดินออกมา ชุดที่สวมใส่เป็นเกราะอ่อนหรูหราดูแพง ทั้งใบหน้ายังเปี่ยมด้วยความมั่นใจ

“เจิ้งหยวนชิง บุตรแห่งตระกูลเจิ้งผู้ครอบครองเส้นวิญญาณห้าตะวัน และยังมีวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ระดับทอง? คนของห้องสอง!” นักเรียนคนหนึ่งกระซิบเสียงแผ่วออกมาทั้งเผยความนับถือ

“เขาเลื่อนพลังสู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้าแล้ว ทั้งยังมีวิญญาณยุทธ์สัตว์ร้ายที่หาได้ยากยิ่ง”

“ตามคำพูดของเยี่ยนหยุน เว่ยเสวียนคุนไม่ใช่ผู้ฝึกตนสายต่อสู้ ดังนั้นไม่แปลกที่จะแพ้ฉินหยุน! ขณะที่เจิ้งหยวนชิงคือผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์สัตว์ร้าย เขาสมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ที่มีพลังมากพอจะโค่นล้มฉินหยุนได้!”

“ท้าสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย?” ฉินหยุนเอ่ยถามเสียงเย็นเยือก

“ฉินหยุน หากเจ้าแพ้ เจ้ายินยอมให้ห้องอื่นเข้าค่ายอาคมวิญญาณเก้าตะวันบรรจบหรือไม่? และหากเขาแพ้ สัตว์ปีศาจทั้งหมดของห้องสองที่ล่ามาได้จะตกเป็นของเจ้า!” ผู้อำนวยการจางกล่าว “ในศึกประลองยุทธ์ เจ้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้มันจบอย่างไร”

“ตามนั้นขอรับ!” ฉินหยุนรับคำ

ห้องสองได้สังหารสัตว์ปีศาจระดับสี่ไปจำนวนสิบตัว พวกมันแต่ละตัวมูลค่าทัดเทียมสองพันเหรียญผลึก ทั้งหมดก็เท่ากับสองหมื่นเหรียญผลึก จำนวนเท่านี้เพียงพอให้เขายอมรับการต่อสู้

เจิ้งหยวนชิงลอบยินดี หากเขาสามารถจัดการฉินหยุนได้ ความนิยมในตัวเขาจะพุ่งทะยานขึ้นฟ้า มันจะเป็นการส่งเสริมถึงตำแหน่งในอนาคตที่ตระกูลจะมอบแก่เขาด้วยเช่นกัน

ทุกคนตอนนี้เปิดทางให้พวกเขาได้ประลอง

“เริ่มได้!” ผู้อำนวยการจางประกาศเสียงดัง

ร่างคล้ายพยัคฆ์ของเจิ้งหยวนชิงสั่นขณะออร่าดุดันของสัตว์ร้ายทะลักออก!

เขาปลดปล่อยออร่าดุดันนี้ขณะพุ่งเข้าหาฉินหยุนประหนึ่งสัตว์ร้ายพิโรธ ขณะพุ่งเข้าใส่ มือนั้นก็แปรเปลี่ยนปรากฏเป็นกรงเล็บพยัคฆ์!

นี่คือเคล็ดวิชาที่ใช้มายาสร้างขึ้น มันเป็นเสมือนของจริงทั้งยังสร้างสร้างความหวาดกลัวแก่อีกฝ่ายได้ไม่ใช่น้อย

“เป็นวิชากรงเล็บพยัคฆ์ ระดับวิญญาณขั้นต่ำ! ที่สัตว์ปีศาจระดับสี่ร่างฉีกขาดคงเป็นเพราะเขาแล้ว”

“สงสัยจริงว่าฉินหยุนจะรับมือได้ยังไง?”

เป็นนักเรียนสองคนอุทานร้องชื่นชม

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0040

คัดลอกลิงก์แล้ว