เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0037

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0037

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0037


ตอนที่ 37 : วานรเงาวายุ

ติงเทียนฉวนพาฉินหยุนมุ่งหน้าลัดผ่านป่าไปเรื่อยเพื่อค้นหาสัตว์ปีศาจอย่างต่อเนื่อง

กล่าวได้ว่าติงเทียนฉวนมีประสบการณ์ออกล่าสมคำคุยของเขาอย่างแท้จริง มันเพียงพอให้ฉินหยุนตื่นตะลึง

เพราะไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็พบหมีชุดเกราะ

แม้หมีชุดเกราะจะเป็นสัตว์ปีศาจระดับเพียงสี่ แต่ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเกราะหนาจึงรับมือได้ไม่ง่าย

ตัวหมีนั้นเชื่องช้ายิ่ง ขณะที่ฉินหยุนรวดเร็วยิ่ง

เขาเดินวนรอบตัวหมีทั้งยังปล่อยหมัดอ่อนเปลวเพลิงรัวใส่อย่างต่อเนื่อง ด้วยพลังปราณความร้อนเผาไหม้ร่างของหมีชุดเกราะ มันเป็นการค่อย ๆ ลิดรอนชีวิตของมันช้า ๆ

เพียงไม่นาน เขาก็สามารถล้มหมีชุดเกราะลงได้ไม่ยากเย็นนัก

แน่นอนว่าการชี้แนะของติงเทียนฉวนมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลืออย่างยิ่ง!

“ก้าวอัคคีเมฆาและพลังปราณของเจ้าน่าทึ่งมาก นับว่าเหนือล้ำกว่าบรรดานักเรียนที่อายุมากกว่าที่อยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า” ติงเทียนฉวนกล่าวชมจากใจ “แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ดีพอ!”

“อาจารย์โปรดชี้แนะ!” ฉินหยุนตอบรับขณะฟังอย่างตั้งใจ

“การโจมตีของเจ้ารุนแรง เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวดีแล้ว แต่เจ้ายังผสานทั้งสองเข้าด้วยกันไม่ได้! เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวสามารถนำพามาซึ่งความเร็ว และความเร็วนั้นสามารถนำพามาซึ่งพลังได้ระดับหนึ่ง หากเจ้าใช้พลังที่มีอย่างชาญฉลาดและผสานรวมกับวิชายุทธ์ มันจะสามารถเพิ่มพลังให้เจ้าได้ไม่มากก็น้อย” ขณะติงเทียนฉวนกล่าว เขาเริ่มทำการแสดงฝีมือให้เห็น ขณะพุ่งกายออกไป เพียงใช้คลื่นพลังจากฝ่ามือเขาสามารถโค่นต้นไม้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้

เขากระทำได้ในหนึ่งชั่วลมหายใจโดยไม่ได้ใช้พลังปราณแม้สักนิด ที่ทำก็คือการเชื่อมต่อเคล็ดวิชาเคลื่อนไหวและวิชายุทธ์ภายนอกโดยตรง ด้วยความช่วยเหลือของเคล็ดวิชาเคลื่อนไหว เขาสามารถโค่นต้นไม้ได้เพียงอึดใจ

เมื่อฉินหยุนเห็นเช่นนี้ เขาเข้าใจโดยทันทีว่าอะไรเป็นอะไร จึงกล่าวขอบคุณอย่างรู้ความ “ขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะขอรับ!”

“ด้วยฝีมือระดับเจ้า น่าจะจับทางได้ไม่ยาก” ติงเทียนฉวนยิ้มให้ “มาเริ่มหาสัตว์ปีศาจตัวต่อไปกันดีกว่า!”

ในช่วงสองวันมานี้ ฉินหยุนล่าสัตว์ปีศาจไปได้ทั้งสิ้นห้าตัวภายใต้การนำทางของติงเทียนฉวน มีเพียงแค่ตัวก่อนหน้านี้ที่เป็นสัตว์ปีศาจระดับห้า ที่เหลือล้วนอยู่ระดับสี่

ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างดีไม่ใช่น้อย อย่างไรแล้วเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่ลงมือต่อสู้

“พื้นที่แถวนี้ค่อนข้างปลอดภัย ถ้าไปไกลกว่านี้น่าจะมีสัตว์ปีศาจระดับที่หก” ติงเทียนฉวนกล่าวขณะพักใต้ร่มไม้ใหญ่

“อาจารย์ติง สัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในเทือกเขาเมฆมังกรแห่งนี้คือระดับใดขอรับ?” ฉินหยุนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

เขาไม่ค่อยทราบเรื่องสัตว์ปีศาจมากนัก และติงเทียนฉวนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้พอดี

“ทั่วทั้งเทือกเขาเมฆมังกรมีอาณาเขตกว้างใหญ่กว่าจักรวรรดิเทียนฉินมากนัก สองจักรวรรดิเพื่อนบ้านล้วนเชื่อมต่อกับเทือกเขาเมฆมังกร ด้วยความกว้างใหญ่ของเทือกเขาแห่งนี้ ทำให้มีทั้งผลผลิตจากสวรรค์และสมบัติจากปฐพีมากมายยิ่ง ดังนั้นในส่วนลึกของเทือกเขา...” ติงเทียนฉวนเงียบครู่หนึ่งก่อนกล่าวให้ฉินหยุนได้ลุ้น “ในส่วนลึกที่สุด สมควรมีสัตว์ระดับลึกล้ำ!”

“สัตว์ระดับลึกล้ำ?” ฉินหยุนตื่นตัวโดยทันที

“สัตว์ปีศาจส่วนใหญ่มีระดับสอดคล้องกับขอบเขตกายวรยุทธ์ ส่วนขอบเขตวรยุทธ์เต๋าก็เทียบได้กับสัตว์วิญญาณ ขณะที่สัตว์ลึกล้ำนั้นเหนือขึ้นไปยิ่งกว่าขอบเขตวรยุทธ์เต๋า!” ติงเทียนฉวนยิ้มกล่าว “แน่นอนว่าเป็นเพียงตำนานเล่าลือ อย่างไรแล้วเทือกเขาเมฆมังกรก็เปี่ยมไปด้วยความลึกลับที่ยังไม่มีการค้นพบมากมายนัก”

ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ติงเทียนฉวนที่กำลังพูดคุยอย่างออกรสอยู่นั้นพลันเผยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา!

“อาจารย์ติง เกิดอะไรขึ้นกัน?” ฉินหยุนตระหนักได้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนแปรกะทันหันของติงเทียนฉวน เขาเร่งร้อนถามออก

“ผิดท่าแล้ว รีบออกจากที่นี่เร็ว!” ติงเทียนฉวนเร่งร้อนลุกขึ้นยืน แต่ขณะก้าวได้เพียงสอง ร่างเงาไหววูบพลันปรากฏพร้อมออร่าทรงพลังครอบลงที่ทั้งสอง

ฉินหยุนรู้สึกคล้ายตนหายใจไม่ออก ขณะที่ติงเทียนฉวนได้ต่อยหมัดออกเข้าใส่ร่างเงาสีดำ ทว่าการโจมตีนี้พลาดเป้า!

“เป็นวานรเงาวายุ! สัตว์ปีศาจระดับที่เจ็ด ทั้งยังเร็วมากด้วย! หนีก่อน!” สีหน้าของติงเทียนฉวนตอนนี้มืดมนแล้ว

ที่ฉินหยุนเห็นก็เพียงแค่ร่างขนสีดำซึ่งวูบไหวในสายตาไปมา เขาแทบไม่อาจมองเห็นได้ด้วยซ้ำว่าแท้จริงมันคืออะไร นี่คือหลักฐานว่ามันเร็วยิ่ง!

ขณะที่เขาก้าวได้เพียงก้าวเดียวเท่านั้นเอง ความรู้สึกหนักอึ้งพลันพุ่งเข้ามา ขณะความตายใกล้มาเยือน หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นสั่น

ติงเทียนฉวนคำรามออกขณะปล่อยบอลพลังปราณเข้าใส่เป็นผลให้ฉินหยุนกระเด็น!

เมื่อร่างฉินหยุนกระเด็นไปแล้ว พลังอำนาจน่าหวาดกลัวของวานรเงาวายุจึงไม่อาจโดนเป้าหมาย ทว่า ต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงนั้นก็แตกกระจายเพียงเพราะคลื่นกระแทกจากแรงปะทะกับพื้น

วานรเงาวายุพลันโกรธจัด มันพุ่งเข้าหาติงเทียนฉวนเป็นผลให้เขากระเด็นร่างลอยลิ่ว!

“อาจารย์ติง!”

“รีบหนีไป ตรงนี้ให้ข้าจัดการ!” ติงเทียนฉวนคำรามใส่ฉินหยุนขณะเตรียมปะทะกับวานรเงาวายุ

แล้วฉินหยุนจะทอดทิ้งติงเทียนฉวนได้เช่นไร? โดยทันที เขานำเอายันต์อัคคีสองแผ่นออกพร้อมตะโกนลั่น “อาจารย์ติง ข้ามียันต์อัคคีสองแผ่น! ใช้ได้หรือไม่?”

ติงเทียนฉวนเพิ่งโดนวานรเงาวายุโจมตีเข้าใส่จึงได้รับบาดเจ็บ ทว่าเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงอยู่

“โยนมันเข้ามา!”

เมื่อติงเทียนฉวนเห็นฉินหยุนไม่คิดหนีหาย เขาพลันรู้สึกนับถือจากใจ เขาทราบดีว่าฉินหยุนไม่มีทางต่อกรกับวานรตรงหน้านี้! ภายใต้สถานการณ์คับขัน ฉินหยุนยังเลือกไม่วิ่งหนี เขาไม่ใช่คนหวาดเกรงต่อความตาย นับเป็นบุคคลคู่ควรแก่การยกย่องและภักดีด้วยยิ่งนัก

“อาจารย์ติง ยันต์อัคคีของข้าแข็งแกร่งกว่าท่าน ท่านต้องหาทางหลบ!” หลังกล่าวจบคำ ฉินหยุนกระชับยันต์ในมือพร้อมใช้พลังปราณเร่งการทำงานของยันต์อัคคี จากนั้นจึงค่อยขว้างมันออกไปด้วยความเร็วสูง

เมื่อยันต์อัคคีเคลื่อนผ่าน มันพลันระเบิดออก! เปลวเพลิงพวยพุ่งสูงถึงท้องฟ้า ทั้งยังปกคลุมพื้นดิน คลื่นความร้อนไหลทะลัก โดยทันทีพื้นที่แห่งนี้กลับกลายเป็นทะเลเพลิง!

ฉินหยุนครอบครองวิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองม่วง เพียงก่อม่านพลังเล็กน้อยด้วยพลังปราณ เขาสามารถทานทนต่อคลื่นความร้อนนี้ได้ไม่ยาก

ขณะยืนต่อหน้าทะเลเพลิง เขาร้องตะโกนออก “อาจารย์ติง! ท่านยังอยู่หรือไม่?”

“ข้ายังอยู่!” ติงเทียนฉวนก้าวเดินเชื่องช้าออกมาพร้อมวานรเงาวายุแบกไว้บนไหล่ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยเขม่าควันขณะยังมีท่าทีตื่นตกใจไม่น้อย

“ยันต์อัคคีนี่ไม่รุนแรงเกินไปหรือ? อาจารย์หยางมอบให้เจ้าไว้?” ติงเทียนฉวนร้องอุทานถามไถ่ “นางดูแลเจ้าดียิ่งนัก ถึงกับให้เครื่องป้องกันทรงพลังเช่นนี้ไว้กับตัว!”

ยันต์อัคคีของฉินหยุนเพียงพอให้วานรเงาวายุเปิดช่องว่าง เพียงชั่วขณะนั้นเองที่ติงเทียนฉวนสามารถใช้โอกาสดังกล่าวโจมตีเข้าใส่

ติงเทียนฉวนหัวเราะร่วนขณะกระอักโลหิตจากปาก เขาขมวดคิ้วก่อนจะนั่งลงขัดสมาธิ

“ขอข้าพักก่อน!” ติงเทียนฉวนกล่าว “ตอนนี้พวกเราโดนอัคคีเพลิงล้อมไว้ ด้วยสภาพนี้คงปลอดภัยอีกสักพักหนึ่ง”

ฉินหยุนพยักหน้ารับขณะมองร่างศพของวานรเงาวายุ

“หือ? เหมือนมีวงแหวนสีดำที่คอของวานรตัวนี้ขอรับ!” ฉินหยุนร้องอุทานดังให้ได้ยิน มือนั้นเอื้อมออกไปสัมผัส มันคล้ายเป็นวัตถุอะไรสักอย่าง

“นี่... ปลอกคอสัตว์ร้ายแห่งจักรวรรดิ!” สีหน้าติงเทียนฉวนพลันเปลี่ยนแปร “วานรตัวนี้มีเจ้านาย!”

“จะเป็นใครได้กัน?” เมื่อฉินหยุนได้ยินดังนั้น เขาก็เข้าใจทันทีว่าต้องมีคนส่งวานรตัวนี้มาสังหารเขา!

“ปรมาจารย์เว่ย!” ติงเทียนฉวนอุทานเสียงลึกลงคอ “ปลอกคอสัตว์ร้ายเป็นอุปกรณ์วิญญาณล้ำค่านัก โดยเฉพาะเจ้าสิ่งนี้ซึ่งสามารถควบคุมสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดได้ มูลค่าของมันไม่ใช่เล่นอย่างแน่นอน เป็นเจ้ามีปัญหากับปรมาจารย์เว่ย และเขาก็สามารถหลอมสร้างสิ่งนี้ได้ไม่ยากนัก นอกจากเขาแล้วข้าไม่อาจนึกออกว่าจะมีใครอยากจัดการเจ้าถึงเพียงนี้”

ฉินหยุนทำร้ายเว่ยเสวียนคุนจนบาดเจ็บ อีกทั้งยังหักดาบระดับวิญญาณซึ่งปรมาจารย์เว่ยเป็นผู้หลอมขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ปรมาจารย์เว่ยจะไม่คิดแค้น!

ด้วยเหตุนี้ติงเทียนฉวนจึงคิดออกทันทีว่าเรื่องราวนี้สมควรเป็นปรมาจารย์เว่ย

“เหมือนที่คิด ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง พวกมันจะเคลื่อนไหว” ฉินหยุนกล่าวอย่างโกรธแค้น

ทันใดนั้นเอง เปลวเพลิงรอบกายเขาพลันปรากฏร่างกว่าสิบกำลังพุ่งเข้ามา!

“อาจารย์ซุย!” เป็นอาจารย์หญิงวัยกลางคนนำมา ติงเทียนฉวนแม้ใบหน้ายังประดับรอยยิ้ม ทว่าภายในนั้นกังวลยิ่งแล้ว

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0037

คัดลอกลิงก์แล้ว