- หน้าแรก
- จำใจเลวเพราะระบบเทพ
- บทที่ 5 ลูกผู้ชายต้องมุ่งมั่นพัฒนาตน
บทที่ 5 ลูกผู้ชายต้องมุ่งมั่นพัฒนาตน
บทที่ 5 ลูกผู้ชายต้องมุ่งมั่นพัฒนาตน
บทที่ 5 ลูกผู้ชายต้องมุ่งมั่นพัฒนาตน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เมื่อหลินโหย่วมาถึงห้องเรียนและหยิบหนังสือออกมาเตรียมตัวสำหรับการอ่านช่วงเช้า เขากลับถูกเรียกตัวออกไปด้านนอกเสียก่อน
ด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเต็มเปี่ยม เขามองไปที่ตู้เจาอวี่ซึ่งดูเหมือนจะมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ 'อย่ากลัวคนเก่งที่มีพรสวรรค์ แต่จงกลัวคนเก่งที่ขยันกว่าเรา' เมื่อคืนตู้เจาอวี่ต้องอ่านหนังสือดึกมากแน่ๆ!
"เมื่อวานนายเลี้ยงข้าวฉัน นี่เป็นของตอบแทนนะ ที่บ้านฉันมีปากกาหมึกซึมอยู่หลายด้าม ด้ามนี้ยังไม่เคยใช้มาก่อนเลย"
ตู้เจาอวี่ดูขัดเขินเล็กน้อย เธอเสมอไปทางอื่นพลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับยื่นปากกาหมึกซึมส่งให้หลินโหย่ว
ไยต้องเกรงใจกันขนาดนี้ด้วย?
หลินโหย่วรับปากกาหมึกซึมมา มันเป็นปากกายี่ห้อฮีโร่ ดีไซน์คลาสสิกสีดำสนิท ดูดีไม่หยอก
ตู้เจาอวี่คือ 'เครื่องมือ' ที่หลินโหย่วจำเป็นต้องใช้เพื่อทำให้ถุงความก้าวหน้าสมบูรณ์ ในเมื่อเขามี 'ทุนสำหรับการออกเดต' ถึงห้าพันหยวน เขาย่อมมีโอกาสสานสัมพันธ์กับเธออีกมาก ดังนั้นแม้ปากกาด้ามนี้จะดูมีมูลค่าสูงกว่ามื้ออาหารเมื่อคืนโข แต่หลินโหย่วก็รับไว้ด้วยความสงบนิ่ง
"ขอบใจนะหัวหน้าห้อง พอดีฉันกำลังอยากฝึกคัดลายมืออยู่เลย ปากกาด้ามนี้เหมาะมาก"
ยามที่ตู้เจาอวี่เดินจากไป ฝีเท้าของเธอดูเบาสบาย เมื่อคืนนี้เพราะกลัวว่าจะทำให้หลินโหย่วเสียกำลังใจ เธอถึงกับลุกขึ้นมากลางดึกเพื่อเลือกปากกาหมึกซึมด้ามโปรดมามอบให้เขาโดยเฉพาะ
ทางด้านหลินโหย่วเองก็โล่งใจที่หา 'เครื่องมือระดับหัวกะทิ' ได้สำเร็จ ด้วยความรู้สึกสดชื่น เขาจึงกลับเข้าห้องเรียนเพื่อสานต่อภารกิจถุงเพิ่มความก้าวหน้า... ในฐานะครูโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมือง แม้จะเป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 7 ซึ่งเป็นห้องธรรมดา แต่ความสามารถย่อมไม่ธรรมดา เพียงแต่ระดับโดยรวมของนักเรียนในห้อง 7 นั้นค่อนข้างปานกลาง และก้าวหน้าช้ากว่าห้องคิงและห้องทดลองอยู่มากโข
ยกตัวอย่างเช่น ห้องทดลองเริ่มทบทวนเนื้อหารอบที่สองกันแล้ว ในขณะที่ห้อง 7 เพิ่งจะเริ่มทบทวนรอบแรกเท่านั้น
หากเขาเรียนไปตามเกณฑ์ของห้อง จากความทรงจำในอนาคตที่เขาเห็นในความฝันของระบบ หลินโหย่วน่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คะแนนราวๆ 550 คะแนน หรืออย่างมากที่สุดก็เพิ่มขึ้นอีกแค่สิบถึงยี่สิบคะแนนเท่านั้น
ดังนั้น หลินโหย่วจึงไม่คิดจะทบทวนบทเรียนตามจังหวะของครู เขามีแผนการของตัวเอง
เป้าหมายแรกคือการทำให้แถบความก้าวหน้าแรกที่ระบบกำหนดขึ้นเต็ม 100% เพราะเมื่อได้รับการรับรองถาวรแล้ว ค่าความก้าวหน้าจะไม่มีวันลดลงอีก
ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่น่ะหรือ... คุณจะไปถามหาหลักวิทยาศาสตร์กับระบบอย่างนั้นรึ?
หลินโหย่วใช้เวลาทั้งวันขลุกอยู่กับหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ จะเปลี่ยนไปดูสมุดจดบันทึกวิชาอื่นของตู้เจาอวี่ก็ต่อเมื่อสมองล้าจริงๆ เท่านั้น
จวบจนเที่ยงของวันถัดมา หลังจากผ่านไปสองวันที่ระบบกำหนด และใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงในการตั้งใจเรียน (ไม่นับเวลานอนและพัก) ในที่สุดหลินโหย่วก็อ่านหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายทั้งหกเล่มจบอย่างละเอียด
แน่นอนว่าความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะพื้นฐานเดิมของเขาที่ทำคะแนนคณิตศาสตร์ได้เกิน 110 คะแนนอยู่แล้ว
ทันทีที่อ่านจบ หลินโหย่วเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาในความคิด เปิดดูส่วนรายการ และเห็นว่าข้อความสำหรับถุงเพิ่มความก้าวหน้า [อ่านหนังสือเรียนคณิตศาสตร์มัธยมปลาย 3 ปีอย่างละเอียด] ได้เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีทอง
เขาแตะยืนยันเบาๆ ข้อความสีทองนั้นก็แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองพุ่งเข้าไปในแถบรายการ ตัวเลขความก้าวหน้าที่ 69.6% ดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ 78.4% ในทันที
ตามมาด้วยกระแสข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่สมองของหลินโหย่ว เนื้อหาในหนังสือคณิตศาสตร์ทั้งหกเล่มที่เขาเพิ่งอ่านไปดูเหมือนจะถูกประทับตราไว้อย่างถาวร หลอมรวมเข้ากับความทรงจำเดิม หากหลินโหย่วลองนึกย้อนดู เขาสามารถจดจำได้ทุกรายละเอียด
หลินโหย่วกำหมัดแน่น แทบจะตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
แม้เขาจะเชื่อมั่นในระบบอย่างมาก แต่ก็เพิ่งจะวางใจได้อย่างสนิทใจในวินาทีนี้เองที่พลังของระบบประจักษ์ชัด ความฮึกเหิมพลุ่งพล่านในอกจนเขาอยากจะวิ่งออกไปที่ระเบียงทางเดินแล้วร้องเพลงตะโกนบอกให้ก้องโรงเรียน
"เย้ยหยันคลื่นลมโหมกระหน่ำ เลือดเดือดพล่านร้อนแรงยิ่งกว่าตะวันสีชาด!"
ลูกผู้ชายต้องมุ่งมั่นพัฒนาตน!
การที่คนอย่างข้า หลินโหย่ว มาถึงจุดนี้ได้ ล้วนแลกมาด้วยความพยายามและหยาดเหงื่อของตัวเองทั้งสิ้น! ดีปบลู เพิ่มแต้มให้ข้า!
"ติ๊ง!"
[วันหยุดเทศกาลตรุษจีนในวัย 33 ปีสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่คุณกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวจากบ้านเกิด ก็ได้ยินข่าวคราวของเธอในกลุ่มแชทเพื่อนมัธยม ในขณะที่คุณกำลังดูตัว แฟนเก่าที่เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักกันชั่วนิรันดร์ก็กำลังดูตัวอยู่เช่นกัน
หัวใจของคุณเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต หญิงสาวที่ร่าเริง สดใส และมีเสน่ห์คนนั้น ผู้ที่เคยทุ่มเททั้งหัวใจให้คุณ
เมื่อได้สติ คุณก็นึกสงสัยว่าทำไมเธอในวัย 33 ปี ถึงยังคงครองตัวเป็นโสดอยู่
ภารกิจ: นัดพบกับแฟนเก่า เซี่ยซิงเมิ่ง ที่ขาดการติดต่อกันไปกว่า 11 ปี พูดคุยถึงความหลัง และออกเดตอย่างน้อย 1 ชั่วโมง รางวัล: สิทธิ์ในการสร้างแถบความก้าวหน้า 1 ครั้ง]
ภารกิจที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะอารมณ์สุนทรีย์ของหลินโหย่วจนหมดสิ้น หลังจากอ่านจบเขาก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
ซี้ด... แฟนเก่า เซี่ยซิงเมิ่ง???
หลินโหย่วเอียงคอมองไปที่เพื่อนร่วมชั้นชื่อเดียวกันซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล แล้วจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
เที่ยงวันในเดือนกันยายน แสงแดดเจิดจ้าลอดผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท สาดส่องเข้ามาในห้องเรียนชั้น ม.6/7 อย่างเบาบาง
ผมสั้นระดับหูของเซี่ยซิงเมิ่งทิ้งตัวลงข้างแก้ม พลิ้วไหวเล็กน้อยขณะที่เธอก้มหน้าเขียนหนังสือ เธอมีใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวผ่อง และมีไฝเสน่ห์เม็ดเล็กๆ ที่หางตา
เมื่อมองจากด้านข้าง เซี่ยซิงเมิ่งจัดว่าเป็นคนสวยมาก
ทว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา ความสนใจของหลินโหย่วพุ่งเป้าไปที่คนอื่นจนหมดสิ้น จึงไม่เคยสังเกตหน้าตาของเซี่ยซิงเมิ่งอย่างจริงจังเลยสักครั้ง
หากมองอย่างเป็นกลาง เซี่ยซิงเมิ่งเพียงแค่แต่งเนื้อแต่งตัวไม่เก่งเหมือนพวกผู้หญิงที่ดูดีมีระดับเหล่านั้น แถมในสมัยเรียน ผู้ชายมักจะชอบผู้หญิงผมยาวสลวยมากกว่าผู้หญิงผมสั้น แต่ในความเป็นจริง เธอคือสาวงามที่สวยไม่แพ้ดาวโรงเรียนคนไหนเลยทีเดียว
งั้นแฟนเก่าที่เขาเลิกราไปหลังจบมหาวิทยาลัย ก็คือเซี่ยซิงเมิ่งคนสวยคนนี้น่ะหรือ?!
หลินโหย่วนึกย้อนไปถึงคะแนนสอบครั้งล่าสุดของเธอ 539 คะแนน เป็นอันดับสามของห้อง 6/7 หากไม่มีเหตุสุดวิสัย และคะแนนไม่แกว่งมากนัก คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของพวกเขาคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกัน
หากไปเรียนที่เดียวกัน ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ย่อมมีความคุ้นเคยกันเป็นทุนเดิม บวกกับอิทธิพลของ 'ทฤษฎีสะพานแขวน' ที่ทำให้ใจเต้นแรง พวกเขาอาจดึงดูดเข้าหากันเพื่อหาที่พึ่งทางใจ จนกลายมาเป็นคู่รักกันในที่สุด ความเป็นไปได้นี้สูงมากทีเดียว
หลินโหย่วมองเสี้ยวหน้าของเซี่ยซิงเมิ่งแล้วเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
หลังจากครองตัวเป็นโสดมาสิบแปดปี จู่ๆ ก็มี "แฟนเก่า" จากอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าโผล่ขึ้นมา เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา 12:37 น. เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง 23 นาที ก่อนจะเริ่มเรียนคาบบ่าย
เวลาหนึ่งชั่วโมงที่ต้องใช้ทำภารกิจนั้นเหลือเฟือ
เขาหยิบชุด "50 ข้อสอบเสมือนจริงคณิตศาสตร์มัธยมปลายจากทั่วประเทศ" ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน แล้วทรุดตัวลงนั่งที่ว่างข้างๆ เซี่ยซิงเมิ่งทันที
เมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย เซี่ยซิงเมิ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการบ้านวิชาภาษาอังกฤษก็เงยหน้าขึ้น หันมาเผชิญหน้ากับหลินโหย่วที่เพิ่งนั่งลง
การเผชิญหน้ากันตรงๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หลินโหย่วได้พิจารณาหน้าตาของเซี่ยซิงเมิ่งในระยะประชิด
เธอมีใบหน้ารูปไข่ขนาดเล็ก ไฝเสน่ห์ใต้ดวงตากลมโต จมูกโด่งสวยได้รูป ริมฝีปากบางระเรื่อสีชมพู และฟันเรียงตัวสวยที่เผยให้เห็นยามเธออ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ ลำคอระหงขาวผ่อง ไหปลาร้าเด่นชัด ไหล่ลาดมน เอวคอดกิ่วชนิดที่มือเดียวโอบรอบได้ และหน้าอกหน้าใจที่อวบอิ่มซ่อนรูปอยู่ภายใต้ชุดนักเรียน
แม้จะดูบอบบางร่างเล็ก แต่เธอกลับแผ่ซ่านไปด้วยความมีชีวิตชีวา ผมสั้นของเธอพลิ้วไหวเบาๆ ท่ามกลางแสงแดดรำไร เธอนั่งหลังตรง แววตาใสกระจ่างและสะอาดสะอ้าน ดูเป็นคนจริงจังและมุ่งมั่น
"ตรงที่นั่งฉันมันมืดไปหน่อย แต่ตรงนี้แสงกำลังดี ฉันขอนั่งทำข้อสอบฝึกหัดตรงนี้ได้ไหม?"
เซี่ยซิงเมิ่งพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ได้สิ นั่งเลย"