เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0033

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0033

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0033


ตอนที่ 33 : พลังจิตวิญญาณโลหิต

ฉินหยุนเกาศีรษะขณะยิ้มกล่าว “อาจารย์ขอรับ คือข้าไม่ได้คิดปิดบังเรื่องนี้นะ ในตอนนั้นพี่สาวมหาอุปราชได้สอนผังวิญญาณแก่ข้า เพราะแบบนั้นตอนนี้ข้าถึงอยากเรียนรู้มัน!”

หยางฉีเย่ว์ลอบยินดีขณะรับเหรียญม่วงจากฉินหยุน นางพยักหน้ารับให้ “ในเมื่อเจ้ามีผังวิญญาณ เช่นนั้นก็ดียิ่ง ข้าจะช่วยเจ้าซื้อวัสดุอุปกรณ์แล้วกัน!”

เมื่อฉินหยุนมองหยางฉีเย่ว์ออกไปแล้ว เขาจึงกลับไปห้องตนเองพร้อมนำเอาม้วนตำราไผ่แปลกประหลาดออกมากาง

มันคือม้วนตำราที่มีสามสิบหกผังวิญญาณ ก่อนหน้านี้เขาฝึกฝนผังวิญญาณพวกนี้ เขาได้ใช้พู่กันลากเส้นพวกมันอย่างบรรจงจนเชี่ยวชาญในเวลาไม่นาน

ฉินหยุนกำลังมองพิจารณาผังวิญญาณในมือขณะครุ่นคิด เขาคิดกับตนเองว่า “เราอ่านตำราเล่มนี้ไปแล้ว มันกล่าวว่ายิ่งผังวิญญาณซับซ้อนเพียงใด มันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่แล้ว การแกะสลักดาบน้ำเงินของเว่ยเสวียนคุนกลับเรียบง่ายนัก ดาบน้ำเงินเล่มนั้นยังแตกหักง่ายเช่นกัน หมายความว่าระดับของอุปกรณ์วิญญาณต้องสัมพันธ์กับการแกะสลักด้วยงั้นสินะ? เว่ยเสวียนคุนช่างกล้ากล่าวถึงมูลค่าสูงล้ำจอมปลอมของมันเสียจริง!”

สองชั่วโมงให้หลัง หยางฉีเย่ว์กลับมาพร้อมกระดาษกองใหญ่ให้ฉินหยุน

“แผ่นละห้าสิบเหรียญผลึก ได้มาทั้งหมดหนึ่งร้อยแผ่น และมีดแกะสลักนี่ราคาห้าพันเหรียญผลึก!” หยางฉีเย่ว์วางกล่องไม้ตรงหน้าฉินหยุนขณะกล่าวถามอย่างประหลาดใจ “นี่เจ้าสามารถลงมือได้โดยไม่ต้องมีคนชี้แนะหรือ?”

“ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกขอรับ!” ฉินหยุนนำกระดาษกางเรียงบนโต๊ะขณะอีกมือหยิบมีดแกะสลัก

มีดแกะสลักนี้คล้ายปากกาที่สร้างขึ้นจากทองแดงวิญญาณ ส่วนปลายของมันเล็กยิ่งและประกอบด้วยจุดเล็กจ้อยเพียงหนึ่ง แสงที่เย็นเยือกกำลังเป็นประกายออกมา

ตัวด้ามมีรูปลักษณ์คล้ายทรงกระบอก ทั้งยังมีผังวิญญาณประหลาดสลักเอาไว้เพื่อทำให้การดูดพลังจิตวิญญาณโลหิตเป็นไปอย่างลื่นไหล

“การขัดเกลายันต์วิญญาณ หากวาดด้วยปากกาน่าจะดีกว่า!” หยางฉีเย่ว์แม้กล่าวเช่นนี้ แต่นางก็ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจการแกะสลักมากนัก นางเพียงรู้โดยคร่าวเท่านั้น

“มีดแกะสลักใช้เพื่อวาดยันต์ก็ได้ขอรับอาจารย์ ถือเป็นการทดสอบพลังอย่างหนึ่ง! เป้าหมายสุดท้ายของข้าคือขัดเกลาอุปกรณ์ขึ้น ดังนั้นการใช้มีดแกะสลักเผื่อฝึกฝนตั้งแต่แรกย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดขอรับ” ฉินหยุนหลับตาลงขณะนึกย้อนถึงลายเส้นที่เขาฝึกฝนมาตลอดช่วงหลายวัน

ก่อนหน้านี้ เขาเพียงใช้พู่กันวาดลงบนกระดาษ แต่ตอนนี้คือการนำพลังจิตวิญญาณโลหิตออกมาใช้ เขาจำเป็นต้องผสานรวมพลังจิตและพลังปราณเข้าสู่พลังจิตวิญญาณโลหิต เพื่อให้เกิดการควบแน่นที่ปลายของมีดแกะสลัก

หยางฉีเย่ว์นั่งที่ด้านข้าง มือเท้าไว้ที่แก้ม ดวงตาของนางเบิกกว้างขณะเคลื่อนไหวมอง นางคล้ายเด็กช่างสงสัยขณะรับชมฉินหยุนเริ่มทำการแกะสลัก

เมื่อฉินหยุนเห็นสีหน้าของนาง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น เขาไม่คิดว่าอาจารย์หยางผู้เข้มงวดและเย็นเยือกนั้นจะมีด้านน่ารักกับเขาเช่นกัน

เขาหลับตาลง พยายามปรับอารมณ์ความรู้สึก จากนั้นจึงลืมตาขึ้นและขมวดคิ้ว จิตใจตั้งมั่น ทำการควบคุมพลังโลหิตและพลังจิตเข้าสู่ตันเถียนเพื่อผสานรวมกับพลังภายใน

เส้นโคจรทั้งหมดในร่างเปิดออก เขาสามารถควบแน่นพลังจิตวิญญาณโลหิตได้อย่างลื่นไหล!

เพียงไม่นาน เขากระชับด้ามมีดแกะสลักมั่น หยดของเหลวสีแดงโลหิตไหลออกจากปลายของมีด มันแดงเสมือนเป็นโลหิตสด!

เมื่อได้เห็นหยดโลหิตที่เปี่ยมด้วยพลังบริสุทธิ์ ใบหน้างดงามของนางเผยความตื่นเต้นออกมา นางเร่งร้อนกล่าวถาม “นี่เจ้าทำได้ยังไงกัน? นั่นมันพลังจิตวิญญาณโลหิต!”

“การไม่มีอาจารย์แกะสลักคอยชี้แนะ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะผสานรวมพลังโลหิต พลังจิต และพลังภายในเข้าไว้ด้วยกัน กระทั่งว่ามีอาจารย์คอยชี้แนะ เจ้าก็ยังต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาไปไม่ใช่น้อยถึงจะทำได้ระดับนี้!”

ฉินหยุนยิ้ม เขาเพียงส่ายศีรษะและกล่าวตอบ “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงควบแน่นพลังจนเกิดเป็นพลังจิตวิญญาณโลหิตได้ขอรับ กล่าวโดยสรุปข้าทำมันได้ก็จริงแต่ยังไม่เชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ อาจารย์ดูนี่ หลังพลังจิตวิญญาณโลหิตเข้าสู่มีดแกะสลัก มันไม่ค่อยเสถียรสักเท่าไหร่นัก”

หยางฉีเย่ว์มองตามไปที่มือของฉินหยุนซึ่งกำลังสั่นไหว หากมีสภาพนี้ เขาไม่มีทางแกะสลักเส้นวิญญาณบนกระดาษยันต์ได้แน่

ฉินหยุนรู้สึกอับจน เขาทำได้เพียงกระจายพลังจิตวิญญาณโลหิตและกล่าวต่อ “คงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะคุ้นชินกับมัน ข้าคงต้องกลับไปฝึกฝนต่อที่ห้องแล้ว”

หยางฉีเย่ว์มองด้วยสายตาให้กำลังใจ กระทั่งเข้ามาลูบศีรษะและยิ้มกล่าว “พยายามเข้า ด้วยความสามารถระดับเจ้า มันต้องสำเร็จแน่! ช่วงไม่กี่วันมานี้ข้าได้อ่านวิชาวายุสังหารและเสริมคำอธิบายให้เจ้าเข้าใจง่ายเอาไว้แล้ว ค่อย ๆ เรียนรู้มันไปด้วยละ”

“ขอบคุณอาจารย์มากขอรับ!” จากนั้นเขาจึงกลับไปฝึกฝนการแกะสลักที่ห้องของตนเองต่อ

เมื่อกลับถึงในห้อง เขาเริ่มรวบรวมพลังจิตวิญญาณโลหิตและโคจรมันไปยังมีด

ทว่ามือก็ยังคงสั่นไหว เหตุผลหลักก็เพราะพลังจิตวิญญาณโลหิตปริมาณมหาศาลถูกใช้ไปแล้วกับมีดแกะสลัก เพราะแบบนั้นถึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มันสงบ

ฉินหยุนครุ่นคิดกับตนเองพักหนึ่ง “หรือจะเป็นเพราะพลังจิตวิญญาณโลหิตรุนแรงเกินไป? พลังภายในของเราเพียงควบแน่นจากพลังธาตุไฟ มันยังไม่ได้ผ่านพลังสั่นไหว!”

ตั้งแต่ก้าวสู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า พลังธาตุสั่นไหวสีดำยิ่งมายิ่งลึกล้ำและน่าหวาดกลัว เพราะแบบนั้นเขาจึงไม่กล้าใช้มันแม้เพียงนิด!

หลังพยายามอยู่นานหลายชั่วโมง ในที่สุดเขาก็พบสาเหตุ

โดยหลักแล้วมันเป็นเพราะพลังจิตวิญญาณโลหิตไม่อ่อนโยน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะพลังโลหิต พลังจิต และพลังภายในไม่รวมกันโดยสมบูรณ์

พอทราบจึงเริ่มลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านไปนาน ในที่สุดเขาก็สามารถผสานพวกมันเป็นหนึ่งได้ คราวนี้ทั้งสามมีอัตราส่วนที่เทียบเท่ากัน

ถึงตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มปรากฏแสงสว่างขึ้นแล้ว

“คงต้องพักก่อน หมดแรงกับการควบแน่นพลังจิตวิญญาณโลหิตไปไม่ใช่น้อยเลย...” ฉินหยุนกว่าจะถึงจุดนี้ได้ก็ลำบากไปมาก ตอนนี้เขาเลือกแผ่ตัวกับที่นอนจนผล็อยหลับไป

แม้เวลานอนเพียงน้อยนิด แต่ด้วยความสามารถดูดกลืนพลังวิญญาณเก้าตะวันผ่านสร้อยข้อมือวิญญาณเทวะเก้าตะวัน มันทำให้เขาสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว!

ก็เหมือนอย่างทุกวัน ตราบเท่าที่หยางฉีเย่ว์อยู่ที่นี่ เขาจะมีอาหารทุกมื้อให้กิน ทั้งยังได้ร่วมโต๊ะกับอาจารย์สาวงามทุกเช้า

แม้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้นำพาพลังใดสู่ความแข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นการเยียวยาจิตใจให้เขาสามารถฝึกฝนได้อย่างดียิ่งขึ้น!

หลังทานมื้อเช้าเรียบร้อย เขาเร่งร้อนกลับห้องตัวเองและเริ่มการฝึกแกะสลักผังวิญญาณต่อ

“วันนี้ต้องสำเร็จให้ได้!” ฉินหยุนเปี่ยมด้วยความมั่นใจขณะคว้ามีดแกะสลักไว้ในมือ

ไม่นาน เขารวบรวมพลังจิตวิญญาณโลหิตปริมาณเล็กน้อยได้ที่ส่วนปลายของมีด อีกทั้งมือของเขาตอนนี้มั่นคงไม่สั่นแล้ว

“ดี เริ่มการแกะสลักได้!”

ฉินหยุนรู้สึกยินดีไม่ใช่น้อยที่สามารถถือมีดแกะสลักได้อย่างมั่นคง ต่อจากนี้คือเริ่มการแกะสลักอย่างพิถีพิถันบนกระดาษยันต์

ที่ส่วนปลายของมีดไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับกระดาษยันต์ สิ่งที่สัมผัสคือหยดของพลังจิตวิญญาณโลหิตกับกระดาษยันต์

ก่อนหน้านี้ ฉินหยุนได้ใช้พู่กันวาดผังวิญญาณอย่างง่ายดายบนกระดาษขาวมาแล้วครั้งหนึ่ง

“ผังอัคคี นี่คือคุณลักษณะของผังวิญญาณ! ถึงตรงนี้ ก็เพียงแค่วาดส่วนของเส้นมืด!” ฉินหยุนนึกย้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากตำรา

ที่มันเรียกว่าเส้นมืดนั้นหมายความถึงเส้นวิญญาณจะไม่ปรากฏ

หากเขาทำการแกะสลักต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาต้องปลดปล่อยม่านพลังแสงปกคลุมมีดแกะสลักเอาไว้ เมื่อเส้นมืดเสร็จสมบูรณ์ เขาจึงค่อยปลดม่านพลังแสงลงได้

จุดประสงค์ของเส้นมืดคือป้องกันไม่ให้ถูกขโมย

“ส่วนของเส้นมืดดูค่อนข้างยุ่งเหยิง แต่พวกมันคือแกนหลักของทุกสิ่ง ถือเป็นส่วนที่ยากที่สุด!” หลังจากฉินหยุนวาดเส้นมืดเสร็จ เขารับชมมันหายไปอย่างลึกลับก่อนจะเริ่มวาดผังอีกครั้ง

เส้นสว่างคือผังวิญญาณที่สามารถมองเห็นได้ พวกมันถูกนับเป็นความงดงาม โดยทั่วไปแล้วพวกมันเปรียบเสมือนภาพจิตรกรรม

เส้นสว่างที่ฉินหยุนทำการแกะสลักก็เสมือนเปลวเพลิงร้อนแรง พวกมันมีความคมกล้าทั้งยังดุดัน เมื่อพิจารณามองจริงจัง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว ทั้งยังรู้สึกถึงเสน่ห์ลึกลับภายในผัง

ได้เห็นตัวเองวาดเส้นสว่างจนเสร็จเรียบร้อย เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

ก่อนหน้านี้ตอนเขาวาดผังบนกระดาษธรรมดา มันก็เหมือนลายเส้นทั่วไปที่ตายด้าน แต่คราวนี้เมื่อสลักด้วยพลังจิตวิญญาณโลหิต มันทั้งสดใสและคล้ายมีชีวิต

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0033

คัดลอกลิงก์แล้ว