เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0010

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0010

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0010


ตอนที่ 10 : วิญญาณยุทธ์

เทือกเขาเมฆมังกร มันอยู่ห่างจากเมืองหลวงของจักรวรรดิฉินเทียนราวสองร้อยกิโลเมตร

บริเวณเทือกเขาแห่งนี้มียอดเขาเสมือนป่าชุ่มชื้น ด้วยความสูงล้ำของมัน จึงถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกที่งดงาม

อีกทั้งยังประกอบด้วยกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลผ่านเทือกเขาประหนึ่งมังกรกำลังพิโรธ

สถาบันยุทธ์ฮัวหลิงตั้งอยู่ที่บริเวณด้านนอกของเทือกเขาเมฆมังกร นอกจากแม่น้ำเมฆมังกรแล้ว ยังมีกำแพงหินก้อนใหญ่มหึมาล้อมเอาไว้ นี่เปรียบเสมือนเมืองโบราณแห่งหนึ่งที่เคร่งครัดและงดงาม จากระยะไกล มันเหมือนกับมีพยัคฆ์น่าสะพรึงกำลังนอนอยู่ข้างแม่น้ำเมฆมังกรด้วยท่าทีพร้อมคุกคาม

หลังพาหนะเคลื่อนเข้าบริเวณประตูหลักขอสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง สิ่งปลูกสร้างที่ทั้งสูงใหญ่และงดงามสามารถพบเห็นได้เต็มไปหมด ทั้งอาคารและตำหนักต่างกระจายตัวกันอยู่ทั่ว อีกทั้งยังมีสวนหย่อมจำนวนแทบนับไม่ถ้วน กระทั่งพระราชวังหลวงที่เขาเคยอยู่ยังกลายเป็นเสมือนสนามเด็กเล่นก็ไม่ปาน

พาหนะเคลื่อนมาถึงบริเวณทางด้านตะวันตกของสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง หยางฉีเย่ว์ตอนนี้ปลุกฉินหยุนให้ตื่นขึ้นพร้อมเอ่ยถาม “เจ้าเดินไหวหรือไม่?”

“ไหวขอรับ!”

พลังเก้าตะวันที่ฉินหยุนดูดซับเข้าไปผ่านสร้อยข้อมือเก้าไข่มุกนั้นให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยม พวกมันหล่อเลี้ยงและบำรุงร่างกายพร้อมช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในแก่เขา ตอนนี้นับว่าดีขึ้นมากแล้ว แต่ใบหน้าก็ยังคงมีอาการอิดโรยแสดงให้เห็น

หยางฉีเย่ว์เกือบจะเข้าช่วยฉินหยุนพยุงตัว แต่แล้วเมื่อนางเห็นเขากระโดดลงจากพาหนะได้ นางก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความแตกตื่น “เจ้าฟื้นตัวเร็วมาก!”

ฉินหยุนคล้ายรู้สึกผิดอยู่บ้างจึงกล่าวขึ้นว่า “อาจารย์ ข้าทำท่านประสบปัญหาเสียแล้ว”

“ค่าเล่าเรียนภาคเรียนละ 20,000 เหรียญผลึก ตรงส่วนนี้ข้าจะออกเงินให้เจ้าก่อนเป็นการชั่วคราว สถาบันยุทธ์ฮัวหลิงเข้มงวดนัก หากไม่สามารถผ่านการทดสอบปลายภาคเรียนได้ คนผู้นั้นก็จำต้องถอนตัวออกจากสถาบันไป... ก่อนจะถึงเวลานั้น เจ้าต้องจ่ายคืนเหรียญผลึกทั้งหมดที่ข้าให้ยืมอย่างครบถ้วน”

หยางฉีเย่ว์เผยสีหน้าเคร่งขรึมจนทำให้ใจของฉินหยุนเย็นเยียบ 20,000 เหรียญผลึกไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยเลย แต่เขาก็มั่นใจว่าตนสามารถรวบรวมจำนวนดังกล่าวมาได้ในภาคเรียนอย่างแน่นอน

“ข้าจะพาเจ้าไปยังห้องเรียนเพื่อพักผ่อนก่อน เมื่อนักเรียนทั้งหมดกลับมารวมตัวกันที่นี่ เจ้าจะได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ขึ้น!”

หยางฉีเย่ว์พาฉินหยุนผ่านเส้นทางซับซ้อน ภายในมีห้องเรียนหลากหลาย และห้องเรียนซึ่งอยู่ใกล้พวกเขาที่สุดคือห้องเรียนที่หยางฉีเย่ว์นำเขามา

ภายในห้องมีนักเรียนอยู่ก่อนแล้วกว่าสิบคน พวกเขาส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของเจ้าผู้ครองไม่ก็แม่ทัพของราชวงศ์ หรือไม่ก็เป็นศิษย์ที่เหนือล้ำจากตระกูลผู้ฝึกตน พวกเขาเหล่านี้ล้วนถูกเลือกโดยหยางฉีเย่ว์ หลายคนต่างตระหนักได้ว่าฉินหยุนเป็นใคร

นักเรียนหลายคนรู้จักฉินหยุน พวกเขาเผยความอึกอัก พวกเขามาถึงที่ฮัวหลิงแห่งนี้ก่อน จึงไม่ทราบว่าก่อนหน้าที่ลานกว้างของพระราชวังหลวงเกิดเรื่องราวใดขึ้น

ฉินหยุนมาถึงก็ได้รับคำทักทายด้วยสายตาอย่าง เดียดฉันท์ สงสัย เย้ยหยัน และตื่นตกใจ...

ทว่าเขาไม่คิดสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาประสบกับเรื่องพวกนี้มากพอจนทำให้ชินและใจเย็นได้

“ในช่วงบ่าย ข้าจะช่วยพวกเจ้าปลุกวิญญาณยุทธ์ขึ้น พวกเจ้าทั้งหมดให้อยู่ที่นี่ รอคอยอย่างอดทนจนกว่าข้าจะกลับมา จดจำเอาไว้ ไม่ว่าจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์มากมายเพียงใด ตราบเท่าที่กล้าสร้างปัญหาขึ้นที่นี่ ค่าตอบแทนสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นจะสาหัสนัก” หยางฉีเย่ว์กล่าวเสียงเย็นข่มขู่ อีกทั้งยังประกอบด้วยออร่าคุกคามจนทำให้ผู้คนที่อยู่ตรงหน้านางไม่กล้าคิดลองดี

หลังนางออกจากห้องเรียน บรรดานักเรียนที่หวาดกลัวกันอยู่จึงเผยเสียงถอนหายใจเล็กน้อยกันออกมา

สถาบันยุทธ์ฮัวหลิงครอบครองพลังอำนาจเกินจะหยั่ง อีกทั้งยังมีขั้วอำนาจลึกลับสนับสนุนพวกเขาจากเงามืด กระทั่งว่าเป็นจักรวรรดิเทียนฉินก็ยังไม่อาจหาญกล้ายั่วยุพวกเขา

นักเรียนเหล่านี้แม้เลือดร้อนแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะแสดงความอหังการออกมา พวกเขาเพียงนั่งกับที่เงียบงัน รอคอยอย่างอดทนจนกว่าหยางฉีเย่ว์จะกลับมาที่ห้องเรียน

* * *

ในช่วงบ่าย หลังเสร็จสิ้นการคัดนักเรียนเข้าห้องเรียน ห้องเรียนของหยางฉีเย่ว์จึงประกอบด้วยนักเรียนทั้งสิ้นยี่สิบคน

“ตอนนี้ถึงเวลาเริ่มการปลุกวิญญาณยุทธ์แล้ว!”

ชั่วขณะที่หยางฉีเย่ว์เข้ามาในห้องเรียน นักเรียนทุกคนต่างยื่นขึ้น สีหน้าของนางตอนนี้ทำให้ทุกคนเกิดความกังวลไม่มากก็น้อย

การปลุกวิญญาณยุทธ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในการก้าวสู่เส้นทางการฝึกตน มันสามารถส่งผลต่ออนาคตของคนผู้หนึ่งที่ครอบครอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียนทุกคนถึงเกิดความกังวลกันขึ้น

“นั่งลงได้!” หยางฉีเย่ว์เผยน้ำเสียงเข้มงวดกวาดสายตามองพวกเขาและพยักหน้าให้ ถัดจากนั้น นางนำเอาเจดีย์ขนาดเล็กที่มีรอยสลักอย่างพิถีพิถันออกมา นางบรรจงวางมันลงเอาไว้ที่แท่นบรรยาย

ขณะนี้ มือของนางวางสัมผัสที่เจดีย์ผลึกขนาดเล็กและเอ่ยคำขึ้น “สิ่งนี้คือเจดีย์เบิกวิญญาณ มันสามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ในกายบุคคลขึ้นมาได้ หลังจากวิญญาณยุทธ์ตื่นขึ้น เจดีย์เบิกวิญญาณจะส่องแสงออกมา”

“ยิ่งเป็นวิญญาณยุทธ์ระดับสูงเพียงใด สีของเจดีย์วิญญาณนี้จะเป็นตัวบ่งบอก เริ่มจากทองเหลือง เงิน ทองคำ แพลทินัม และทองม่วง วิญญาณยุทธ์มีทั้งสิ้นด้วยกันห้าระดับ”

“อาจารย์หยางครับ ระดับของวิญญาณยุทธ์ตัดสินจากคุณสมบัติอะไร?” นักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้นและกล่าวถาม

หยางฉีเย่ว์พยักหน้ารับและกล่าวคำ “ต่อให้วิญญาณยุทธ์ระดับเงินเป็นที่ยอมรับ แต่วิญญาณยุทธ์ระดับทองก็ดียิ่งกว่า แพลทินัมคือดีที่สุด สำหรับวิญญาณยุทธ์ระดับทองม่วงนั้น... บุคคลผู้ซึ่งสามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับนั้นได้ ล้วนหาได้ยากยิ่งเหมือนอย่างขนหงส์เพลิงอมตะหรือไม่ก็เขากิเลนเลยทีเดียว”

“อาจารย์คะ วิญญาณยุทธ์ของอาจารย์อยู่ระดับใด?” เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย

สีหน้าที่ขาวราวหยกแก้วของหยางฉีเย่ว์พลันเผยซึ่งร่องรอยความภาคภูมิ นางวางมือขาวละเอียดนั้นที่เจดีย์วิญญาณ และทันใดนั้นเอง เจดีย์ผลึกเริ่มส่องแสงสีทองคำขาวรุนแรงออกมาจนแสบตาทุกผู้คนที่กำลังรับชม

“วิญญาณยุทธ์ระดับแพลทินัม!” หลังจากมือขาวราวหยกนั้นปล่อยออกจากเจดีย์วิญญาณ แสงสว่างสีทองคำขาวนั้นก็พลันหายวับไป

เมื่อได้เห็นวิญญาณยุทธ์หายากระดับแพลทินัม ทุกผู้คนในห้องล้วนตื่นเต้นและคาดหวังว่าพวกเขาจะมีวิญญาณยุทธ์ระดับใกล้เคียงนี้บ้าง

“ได้เวลาเริ่มทำการปลุกวิญญาณยุทธ์ของพวกเจ้าแล้ว!” หยางฉีเย่ว์ถือหนังสือรายชื่อขึ้นพร้อมตะโกนเอ่ยนาม “หวังเสี่ยวกัง!”

เขาจึงได้เห็นชายร่างเตี้ยผ่ายผอมวัยเยาว์คนหนึ่งเดินอย่างมั่นใจทั้งใบหน้าที่เชิดขึ้น

หวังเสี่ยวกังวางมือลงที่ยอดเจดีย์และเอ่ยถาม “แล้วยังไงต่อครับ?”

“หลับตาลงและผ่อนคลายร่างกาย” หยางฉีเย่ว์กล่าว

หวังเสี่ยวกังหลับตาลงทันทีพร้อมผ่อนคลายร่างกาย ไม่ช้า ร่องรอยความรู้สึกเย็นเยือกเริ่มกระจายทั่วร่างกายของเขา

สายลมเย็นเยือกพัดผ่านหน้าต่างขนาดเล็กเหนือเจดีย์ ขณะนี้เอง เจดีย์วิญญาณเริ่มส่องสว่างขึ้น มันปรากฏเป็นแสงสีเงินอ่อนจาง ความเป็นประกายช่างห่างไกลกับของหยางฉีเย่ว์เมื่อครู่มากนัก

“วิญญาณยุทธ์ลมระดับเงิน ไม่เลว!”

หยางฉีเย่ว์พยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจขณะจรดปากกาลงกับสมุด

หลังได้รับท่าทีตอบสนองไม่เลวจากอาจารย์หญิงงาม หวังเสี่ยวกังจึงยินดีกับตนเองไม่น้อยขณะเดินกลับไปนั่งที่

บุคคลถัดมาที่เข้ารับการทดสอบเป็นเด็กสาวในชุดสีแดง นางค่อนข้างน่ารัก ทว่าดวงตานั้นเปี่ยมไปด้วยความทะนง

“ถังฉิงอวี้ เริ่มเลย!” หยางฉีเย่ว์กล่าว

ด้วยความรวดเร็ว ผลลัพธ์ของถังฉิงอวี้ปรากฏ หน้าต่างขนาดเล็กด้านบนเจดีย์ปรากฏเป็นน้ำออกมาพร้อมแสงสว่างสีเงิน

“นี่คือวิญญาณยุทธ์น้ำระดับเงิน ไม่เลว” หยางฉีเย่ว์พยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ

วิญญาณยุทธ์ระดับเงินออกมาถึงสอง หยางฉีเย่ว์นับว่าคัดเลือกนักเรียนได้ดีเลยทีเดียว

หลังจากนักเรียนคนที่สามเดินขึ้นไป ประกายเปลวเพลิงก็ถูกพ่นออกจากหน้าต่างบนยอดเจดีย์

วิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองคำ!

“เยี่ยนจงหมิง วิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองคำ! ดีมาก!” หยางฉีเย่ว์ที่เย็นเยือกเผยใบหน้าประดับรอยยิ้มมีเสน่ห์ให้ได้เห็น

เด็กหนุ่มร่างสูงยิ้มรับ เป็นเพราะเขา เยี่ยจงหมิงได้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ระดับทองคำ นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในเวลานี้แล้ว

“หลัวฉิงเฮ่า วิญญาณยุทธ์ไฟระดับเงิน!”

“หม่าหงหมิง วิญญาณยุทธ์น้ำแข็งระดับเงิน!”

“...”

การทดสอบนักเรียนหลายสิบคนดำเนินต่อไป พวกเขาส่วนใหญ่จะได้รับระดับเงินและระดับทอง

ระดับแพลทินัมนั้นยังไม่มีแม้สักคน แต่จะว่าก็ไม่ได้ เพราะมันคือสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง

“เย่เหว่ยเสวียน? ถึงคราวเธอแล้ว!” หยางฉีเย่ว์ตะโกน ดวงตาของนางเผยร่องรอยของความคาดหวัง

“เย่เหว่ยเสวียน? โอ้ ตระกูลเย่ ได้ยินมาว่าทุกคนจากตระกูลเย่ครอบครองวิญญาณยุทธ์สายฟ้า นับเป็นวิญญาณยุทธ์ที่ทรงพลังอำนาจยิ่ง สงสัยจริงว่าเขาจะได้ระดับไหนไปครอง?”

“วิญญาณยุทธ์สายฟ้า แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าทรงพลังมากแน่นอน! วิญญาณยุทธ์ที่พวกเราปลุกขึ้นก่อนหน้ามีแต่ธรรมดาอย่างน้ำแข็ง ลม น้ำ ไฟ และดิน”

กลุ่มนักเรียนเริ่มกระซิบกระซาบกัน

เมื่อได้เห็นทุกคนมองทางตน มุมปากของเย่เหว่ยเสวียนจึงโค้งเล็กน้อย เผยให้เห็นซึ่งรอยยิ้มทะนงตนขณะเดินเข้าหาเจดีย์น้อยที่วางบนแท่น

หลังจากสัมผัสเข้าที่เจดีย์ด้วยมือ เขาได้เห็นสายฟ้าแปลบปลาบพุ่งออกจากหน้าต่างเล็กที่ยอดเจดีย์ และสิ่งที่ชวนตื่นตกใจมากที่สุดคือเจดีย์กำลังส่องแสงสีทองคำออกมา

“วิญญาณยุทธ์สายฟ้าระดับทองคำ!” หยางฉีเย่ว์ทึ่งไม่น้อยก่อนจะกล่าวว่า “สมกับเป็นตระกูลเย่ที่มีชื่อเสียง”

“ขอบคุณสำหรับคำชมครับอาจารย์ ข้าจะใช้งานวิญญาณยุทธ์นี้เป็นอย่างดี” เย่เหว่ยเสวียนยิ้มรับอย่างภาคภูมิไม่แม้ถ่อมตน

“ฉินหยุน ถึงคราวเจ้าแล้ว!” หยางฉีเย่ว์ตอนนี้หันมองไปทางฉินหยุนและกล่าวเรียก

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0010

คัดลอกลิงก์แล้ว