- หน้าแรก
- โต้วหลัว พลิกชะตาเจ้าชายไร้ค่า ล็อกวิญญาณสยบแผ่นดิน
- บทที่ 15 ตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว ถูกจับได้คาหนังคาเขา!
บทที่ 15 ตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว ถูกจับได้คาหนังคาเขา!
บทที่ 15 ตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว ถูกจับได้คาหนังคาเขา!
"ลงไปดูข้างล่างกันเถอะ!" ไต้เหยากล่าวจบก็กระโจนลงจากหน้าผาสูงชันนับร้อยเมตรทันที
"องค์ชาย!" สีหน้าของหยางอู๋ตี๋เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
แต่ภาพเหตุการณ์ต่อมากลับทำให้เขาต้องตกตะลึงจนตาค้าง
ไต้เหยาเคลื่อนไหวในสถานที่อันตรายเช่นนี้ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเดินบนพื้นราบ ร่างของเขาพลิ้วไหวร่อนลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
"นี่มันวิชาท่าร่างอะไรกัน!?"
หยางอู๋ตี๋อุทานด้วยความทึ่งก่อนจะรีบติดตามลงไป
เพียงพริบตาเดียว ทั้งสองก็ลงมาถึงก้นเหวตามลำดับ
"องค์ชายมีวิชาท่าร่างที่ล้ำเลิศยิ่งนัก สามารถเคลื่อนไหวในภูมิประเทศเช่นนี้ได้ดั่งเดินเหินบนพื้นราบ!" หยางอู๋ตี๋เอ่ยชม
"ผู้อาวุโสกล่าวชมเกินไปแล้ว มันไม่ได้วิเศษวิโสอะไรหรอก" ไต้เหยาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะก้าวเดินนำไปข้างหน้า
หยางอู๋ตี๋ยิ้มบางๆ แล้วเดินตามประกบข้างไต้เหยา
เมื่อทั้งสองเดินทะลุผ่านป่าทึบเข้ามา เบื้องหน้าก็ปรากฏบ่อน้ำพุรูปวงกลมขนาดเล็ก
ภายในบ่อนั้นแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือน้ำพุร้อนสีแดงฉานดั่งเปลวเพลิง อีกฝั่งคือน้ำพุเย็นสีฟ้าครามดั่งน้ำแข็ง ทั้งสองส่วนแยกขาดจากกันอย่างชัดเจนโดยไม่ล่วงล้ำเขตแดนของกันและกัน
รอบๆ บ่อน้ำพุนั้น รายล้อมไปด้วยสมุนไพรเซียนรูปร่างแปลกตาส่องประกายระยิบระยับมากมาย นอกจากนี้ยังมีร่องรอยการเพาะปลูกที่ชัดเจน บ่งบอกว่ามีคนคอยดูแลเอาใจใส่พวกมันเป็นอย่างดี
"ที่นี่มันคือที่แห่งใดกัน เหตุใดจึงมีสมุนไพรเซียนหายากมากมายขนาดนี้!?" หยางอู๋ตี๋กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"นั่นมัน... สมุนไพรเซียน!"
"สมุนไพรเซียนเยอะแยะเต็มไปหมด..."
นัยน์ตาของหยางอู๋ตี๋เหม่อลอย ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นอย่างรุนแรง
"ว่ากันว่าในใต้หล้านี้มีแดนสมบัติล้ำค่าอยู่สามแห่ง ได้แก่ ตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว, ทะเลสาบแห่งชีวิต และหุบเขาถามหารัก!"
"และที่นี่ก็คือ ตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว!" ไต้เหยาอธิบายให้หยางอู๋ตี๋ฟัง
"ตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว..." หยางอู๋ตี๋เผลอก้าวเท้าเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว
"ผู้อาวุโส ระวัง!" ไต้เหยารีบเข้าไปขวางไว้ทันควัน
หยางอู๋ตี๋ได้สติกลับมา เขาข่มความปิติยินดีที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจอย่างยากลำบาก แล้วมองไต้เหยาด้วยความงุนงง
"องค์ชาย มีอะไรหรือพะยะค่ะ?"
"บ่อน้ำพุนั่นอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล ไม่อาจเข้าใกล้โดยพลการได้" ไต้เหยาเตือนสติ
เมื่อหยางอู๋ตี๋ได้สติและได้รับคำเตือนจากไต้เหยา เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาของสถานที่แห่งนี้
"ข้าสะเพร่าเอง" หยางอู๋ตี๋กล่าวเสียงแผ่ว
"ผู้อาวุโส พวกเรารีบเก็บสมุนไพรเซียนแล้วรีบไปจากที่นี่กันเถอะ มิเช่นนั้นหากตู๋กูปั๋วมาพบเข้า จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก!" ไต้เหยากล่าวเสียงเข้ม
"องค์ชายพูดถูก" หยางอู๋ตี๋พยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งสองรีบลงมือจัดการทันที
ทว่าไต้เหยากลับพบว่า ในขณะที่เขาเก็บสมุนไพรไปได้พอสมควรแล้ว หยางอู๋ตี๋กลับเอาแต่จ้องมองดอกไม้สีชมพูขนาดใหญ่ดอกหนึ่งอย่างตาไม่กะพริบ
ดอกไม้ยักษ์นั้นไร้ใบ มีลำต้นยาวสามฟุต ดอกใหญ่โตมโหฬาร กลีบดอกแต่ละกลีบดูใสกระจ่างและแวววาวดั่งผลึกแก้ว เกสรตรงกลางเป็นสีม่วงอ่อน ราวกับมีเพชรสีม่วงฝังประดับอยู่
โยวเซียงฉี่หลัวเซียนผิ่น!
ไต้เหยาถึงกับพูดไม่ออก
หยางอู๋ตี๋ผู้นี้...
ถ้าอยากได้ก็เก็บไปสิ!
จะมัวยืนจ้องอยู่ทำไม มันจะมีประโยชน์อะไร?!
"เจ้าพวกหัวขโมยมาจากไหน บังอาจมาขโมยสมุนไพรล้ำค่าของข้า!"
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องด้วยโทสะก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณเหนือตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว
ไต้เหยาหยุดมือ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างจำนน
สิ่งที่ต้องเกิด สุดท้ายก็ต้องเกิด!
หยางอู๋ตี๋เองก็ได้สติกลับมาในวินาทีนั้น หอกทำลายวิญญาณปรากฏขึ้นในมือทันที พร้อมกับวงแหวนวิญญาณเจ็ดวงที่ลอยเด่นขึ้นมารอบกาย
ในเวลาเดียวกัน เขาก็มายืนขวางหน้าไต้เหยา สายตาตื่นตัวจ้องเขม็งไปยังจุดหนึ่ง
ณ ที่แห่งนั้น ชายชราหน้าตาซูบตอบ สีหน้าเคร่งขรึม หนวดเคราและผมสีขาวโพลนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขาสวมชุดคลุมยาวสีเขียวเข้ม ดวงตาสีเขียวมรกตดั่งอสรพิษจ้องมองหยางอู๋ตี๋เขม็ง
ที่ใต้เท้าของเขา มีวงแหวนวิญญาณสีเหลืองสอง ม่วงสอง และดำห้า รวมทั้งหมดเก้าวง
นี่คือสัญลักษณ์ของ... ราชทินนามพรหมยุทธ์!
"น่าสนใจทีเดียว!"
"เพียงแค่มหาปราชญ์วิญญาณ กลับสามารถทำลายค่ายกลพิษของข้าได้!"
"รนหาที่ตาย!"
"เจ้าหนู ส่งสมุนไพรที่เก็บไปคืนมาให้หมด แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าตายสบายๆ!"
"มิเช่นนั้น เจ้าจะได้ลิ้มรสความทรมานที่ทำให้เจ้าร้องขอความตาย!"
จิตสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่างของตู๋กูปั๋ว พร้อมกับกลิ่นคาวคลุ้งที่ค่อยๆ ปกคลุมไปทั่วอากาศ
"พิษงูมรกต!" สีหน้าของหยางอู๋ตี๋เปลี่ยนไป เขารีบหยิบยาเม็ดสองเม็ดออกมา ยัดใส่ปากไต้เหยาหนึ่งเม็ดและใส่ปากตัวเองหนึ่งเม็ดอย่างรวดเร็ว
"หือ?!" ตู๋กูปั๋วหรี่ตาลงเมื่อเห็นการกระทำนั้น
นับตั้งแต่เขาก้าวสู่ระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ ผู้ที่สามารถแก้พิษงูมรกตของเขาได้มีเพียงหยิบมือ และทุกคนล้วนเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ทั้งสิ้น!
ตู๋กูปั๋วขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าหยางอู๋ตี๋สามารถสลายพิษของเขาได้
"ผู้อาวุโส หรือท่านคือ 'ตู๋กูปั๋ว' พรหมยุทธ์พิษ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งพิษในใต้หล้า?!" หยางอู๋ตี๋เอ่ยถามเสียงเข้ม
"เจ้ามีสายตาเฉียบคมไม่เบา! ถึงกับรู้จักข้าด้วยรึ!" ตู๋กูปั๋วกล่าวเสียงเย็น "ในเมื่อสามารถทำลายค่ายกลพิษและแก้พิษของข้าได้ แสดงว่าเจ้าเองก็มีฝีมือด้านพิษอยู่บ้าง! พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?!"
"ข้าน้อยคือหยางอู๋ตี๋ ผู้นำตระกูลพั่ว! ส่วนคนข้างกายข้าคือไต้เหยา องค์ชายใหญ่แห่งจักรวรรดิซิงหลัว!" หยางอู๋ตี๋กล่าวอย่างใจเย็น
องค์ชายใหญ่แห่งซิงหลัว?
ผู้นำตระกูลพั่ว?
ดวงตาของตู๋กูปั่อหรี่ลงเล็กน้อย กลิ่นอายกดดันจางลงไปบ้าง
"วางสมุนไพรลง แล้วไสหัวไปซะ!"
"มิฉะนั้นก็จงอยู่ที่นี่ กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินเสียเถอะ!"
หยางอู๋ตี๋เอียงศีรษะเล็กน้อยส่งกระแสเสียง: "องค์ชาย ข้าสังเกตว่าอาการของตู๋กูปั๋วดูไม่ปกติ ดูเหมือนเขากำลังถูกพิษร้ายแรงเล่นงาน! ข้าพอจะถ่วงเวลาเขาได้สักพัก องค์ชายอาศัยจังหวะนี้รีบหนีไปเถิด!"
ยังไม่ทันที่ไต้เหยาจะเอ่ยปาก เสียงของตู๋กูปั๋วก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
"แค่มหาปราชญ์วิญญาณ บังอาจส่งกระแสเสียงต่อหน้าข้าเชียวรึ!"
ตู๋กูปั๋วได้ยินเสียงที่หยางอู๋ตี๋ส่งกระแสจิตอย่างชัดเจน ใบหน้าของเขามืดครึ้มลงทันตาเห็น หนวดเคราและผมพลิ้วไหวแม้ไร้ลมพัด ราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง
"ผู้อาวุโส คนข้างกายข้ามีความรู้เรื่องเภสัชกรรมเป็นเลิศและมีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร บางทีเขาอาจช่วยท่านได้" ไต้เหยาเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม
หากไม่จำเป็นจริงๆ ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเป็นศัตรูกับตู๋กูปั๋ว!
"พิษที่ผู้อาวุโสกำลังเผชิญอยู่ น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากวิญญาณยุทธ์ของท่านเองใช่หรือไม่?" หยางอู๋ตี๋กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ตู๋กูปั๋วยิ่งรู้สึกประหลาดใจ แสงจางๆ วาบผ่านดวงตา เขาเริ่มครุ่นคิด
ผู้ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังถูกพิษร้ายแรงกัดกิน ทั้งยังระบุที่มาของพิษได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
เมื่อพิจารณาจากการที่หยางอู๋ตี๋สามารถแก้พิษของเขาได้เมื่อครู่...
สายตาเย็นยะเยือกของตู๋กูปั๋วพลันเบนไปจับจ้องที่ไต้เหยา
"เจ้าหนู มาหาข้าซิ!"
ไต้เหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ
"องค์ชาย อย่าไปพะยะค่ะ!" หยางอู๋ตี๋พยายามขัดขวาง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ไต้เหยาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาตู๋กูปั๋วอย่างไม่ลังเล
"เจ้ากล้าหาญดีนี่!" ตู๋กูปั๋วแค่นเสียงเย็น มือข้างหนึ่งกดลงบนไหล่ของไต้เหยา
"ตอนนี้เจ้าถูกพิษงูของข้าเข้าไปแล้ว หากไม่มียาแก้ เจ้าจะต้องกลายเป็นกองเลือดพิษเหลวเละภายในสามวันอย่างแน่นอน"
"หากเจ้าสามารถแก้พิษงูนี้ได้ ข้าถึงจะเชื่อว่าพวกเจ้ามีความสามารถพอที่จะช่วยข้า!"
ใบหน้าของไต้เหยามืดทะมึนลงทันที
แต่เมื่อนึกถึง 'หญ้าน้ำแข็งทมิฬแปดแฉก' และ 'แอปริคอตเพลิง' ในตาน้ำหยินหยางธาราสองขั้ว สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"ผู้อาวุโส ข้าสามารถใช้สมุนไพรเซียนที่นี่ได้หรือไม่?!" ไต้เหยาถามเสียงเย็น
"เชิญใช้ตามสบาย! แต่หากเจ้าบังอาจทำลายพวกมันส่งเดช เจ้าก็ยังต้องตายอยู่ดี!" ตู๋กูปั๋วสะบัดแขนเสื้อ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วบินจากไป
"จำไว้ เจ้ามีเวลาแค่สามวัน!"
"แล้วก็ อย่าได้แตะต้องบ่อน้ำพุนั่นเด็ดขาด!"
เสียงของเขาลอยมาแต่ไกล ก้องกังวานอยู่ในหูของไต้เหยา
"องค์ชาย!" หยางอู๋ตี๋รีบถลันเข้ามา ตรวจดูสภาพร่างกายของไต้เหยา
ครู่ต่อมา ใบหน้าของหยางอู๋ตี๋ก็เคร่งเครียดและมืดมน สายตาอำมหิตจ้องมองไปยังทิศทางที่ตู๋กูปั๋วเพิ่งจากไป