เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 อย่าพูด, พี่หมิงกำลังจริงจังนะ!

บทที่ 3 อย่าพูด, พี่หมิงกำลังจริงจังนะ!

บทที่ 3 อย่าพูด, พี่หมิงกำลังจริงจังนะ!


“ยินดีต้อนรับ”

“ข้าคือผู้นำนิกายหยานหวง เหออี้หมิง”

“นิกายหยานหวงเคยรุ่งเรืองมาก แต่น่าเสียดายที่เวลาเหล่านั้นได้ผ่านมานานแล้ว ตอนนี้นิกายกำลังตกอยู่ในห้วงหุบเขาลึกจนไม่สามารถเห็นเดือนเห็นตะวันได้

“แต่วันนี้ ข้า เหออี้หมิง สาบานที่จะนำนิกายหยานหวงกลับสู่แสงตะวันอีกครั้ง”

“พวกเจ้าเต็มใจที่จะเข้าร่วมเป็นสาวกของนิกายหยานหวงหรือไม่ เข้าเส้นทางแห่งการฝึกฝน เราจะมาสร้างนิกายที่ทรงพลังที่สุดไปด้วยกัน”

เหออี้หมิงพูดอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็เริ่มทำตามแผนที่ถูกแนะนำด้วยระบบและมอบสัญญาที่ถูกเตรียมไว้

หน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏตรงหน้าของผู้เล่นทุกคน

“การท้าทายของอสูรสวรรค์ : Virtual Online Game contract”

สัญญาเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่ไม่ยุติธรรมกับผู้เล่นอย่างมาก เช่นการค้นพบและผลประโยชน์ทั้งหมดที่ผู้เล่นได้รับในเกมจะถูกส่งไปยังนิกาย ในทางกลับกันพวกเขาจะได้รับรางวัลสำหรับการมีส่วนร่วมในนิกาย

พวกเขาไม่สามารถทรยศ ต่อต้าน ผู้นำนิกายได้ ถ้าเกิดการขัดต่อสัญญาตัวพวกเขาจะระเบิด มีบทความและอนุประโยคมากกว่าหนึ่งร้อยข้อ ซึ่งทั้งหมดมีความยาวและซับซ้อนมาก

“อะไรกันเนี่ย สัญญาพวกนี้ยาวมากๆ”

“ทำไมคำว่าระเบิดมันเยอะจัง”

“ฉันไม่สนใจหรอก ฉันยังไม่จบการศึกษาระดับประถมด้วยซ้ำ ฉันอ่านมันไม่ออกด้วยซ้ำ”

ผู้เล่นหลายคนยอมแพ้ที่จะอ่านมันหลังจากอ่านไปได้เพียงไม่กี่บรรทัด พวกเขาเพียงแค่กดยอมรับเพื่อให้มันผ่านๆไป

F*ck มันยาวเกินไป

ติงห่าว ID : ก๋วยเตี๋ยวเนื้อไม่ได้พยายามที่จะอ่านด้วยซ้ำ

เขาเลื่อนข้อความไปที่ด้านล่างสุดของสัญญา และกดยอมรับ

ทุกคนยอมที่จะกดตกลงโดยไม่อ่านสัญญาเพื่อที่จะได้เริ่มเกมนี้

ในไม่ช้า ผู้เล่นทั้ง 88 คนก็กดยอมรับ สัญญาก็แล้วเสร็จ

หมายความว่าตอนนี้ผู้เล่นทั้ง 88 คนได้กลายเป็นสาวกนิกายกลุ่มแรกของเหออี้หมิงอย่างเป็นทางการ

“ขอแสดงความยินดีที่เสร็จสิ้นภารกิจ การประเมินภารกิจ : S”

“รางวัลภารกิจ: ยาวิญญาณขั้นสูง”

“ยาวิญญาณชั้นสูง: อัตรา 100% ในการเข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรวิญญาณ!”

หลังจากระบบแจ้ง เหออี้หมิงก็รู้สึกดีใจที่ได้รางวัลภารกิจอันนี้

ไม่ว่ายังไง ในที่สุดเขาก็มีสาวก และเขายังได้รางวัลเป็นยาวิญญาณขั้นสูง

เหออี้หมิงติดอยู่ที่ขั้นสิบของการหลอมรวมกายามานานมากแล้ว เขาเองถือว่ามีระดับการฝึกฝนสูงที่สุดในเหล่าหมู่มนุษย์ด้วยกัน

อย่างไรก็ตามราคาของยาวิญญาณขั้นสูงมีราคาที่เหออี้หมิงเองก็ยังไม่สามารถซื้อได้อยู่แล้วนี่จึงเป็นรางวัลที่มีค่ามากสำหรับเขา

ตั้งแต่ตัวระบบถูกเปิดใช้งาน ก็มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น

เหออี้หมิงไม่ลังเล เขากินยาเข้าไปในคำเดียว และบุกเข้าไปในขอบเขตของพลังชีพจรวิญญาณ

เหออี้หมิงรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อได้สัมผัสถึงพลังวิญญาณไหลผ่านเข้ามาในร่างกายจนล้นออกมา ซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าขอบเขตการหลอมกายาหลายสิบเท่า

ขอบเขตพลังชีพจรวิญญาณนั้นมีความหมายว่าตัวผู้ถือครองได้เข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนที่แท้จริง

เมื่อเขาอยู่ที่ขอบเขตของพลังหลอมรวมกายาเขามีพลังทางวิญญาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในร่างกาย เขาต้องพึ่งพากำลังจากร่างกายเพียงอย่างเดียว

การเข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรวิญญาณหมายความว่าเขาจะมีพลังในการใช้เครื่องมือด้วยจิตวิญญาณ และการปลดปล่อยคาถา และเทคนิคการใช้ต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นเช่น

สามารถควบคุมดาบให้ขึ้นไปในอากาศได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ขณะที่เหออี้หมิงกำลังเพลิดเพลินกับการเข้าสู่ขอบเขตของพลัง ผู้เล่นต่างๆ ก็กำลังซุกซนกันอย่างสนุกสนาน

ผู้เล่นพากันวิ่งไปมา ผู้เล่นบางคนกำลังวิ่งออกไปไกลจนสุดสายตา และบางคนกล้าหาญวิ่งมุ่งหน้าไปเพื่อแตะตัวหัวหน้านิกายของเขา

แม้แต่ชายที่มีชื่อตัวละครว่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อต้องการยื่นมืออกไปแตะในส่วนที่ต้องห้าม

“หัวหน้านิกายจะกรี๊ดออกมาไหมนะถ้าข้าไปแตะตรงนั้น”

ก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยากรู้อยากเห็นมาก

เหออี้หมิงตกใจ แล้วเขาก็ทำท่าทางจริงจัง

เหออี้หมิงใช้ความคิดเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเหล่าสาวก เนื่องจากการทำสัญญาได้เสร็จสมบูรณ์ เขาจึงสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของเหล่าสาวกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

“ว้าว!! ตอนนี้ฉันขยับไม่ได้แล้ว นี่กำลังจะเริ่มเข้าคัตซีนใช่ไหม”

“จุ๊ จุ๊ จุ๊ …… อย่าส่งเสียงดังสิ”

“พี่หมิงกำลังจริงจังนะ อย่าทำเป็นเล่นกันสิ”

“แม้ว่าผู้เล่นบางคนจะยังหัวเราะอยู่ แต่พวกเขาก็เงียบลงหลังจากนั้น”

“ติ้ง !!”

“มีภารกิจใหม่”

เหออี้หมิงกำลังจะได้ภารกิจใหม่จากระบบ

“กำจัดสัตว์อสูรทั้งหมดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับนิกาย”

“เป้าหมาย : อสูรอูฐสงคราม 100 ตัว”

“จำกัดเวลา: 3 วัน”

“ระยะเวลาที่ทำภารกิจสำเร็จจะส่งผลต่อการประเมินภารกิจ ยิ่งผลการประเมินสูง รางวัลจะยิ่งสูงขึ้น”

“คำแนะนำ : โฮสต์สามารถมอบหมายภารกิจให้กับสาวกได้ ภารกิจสามารถแบ่งออกเป็นภารกิจย่อย 100 ภารกิจ เพื่อให้สาวกของคุณทำสำเร็จ”

“เหออี้หมิงตกตะลึงหลังจากได้ได้ยินภารกิจจากระบบ”

แม้ว่าระบบจะปล่อยภารกิจมาให้ใหม่ แต่เขาสามารถแยกย่อยภารกิจและส่งมอบให้เหล่าสาวกของเขาได้ ก็เปรียบได้กับให้ผู้เล่นเหล่านี้ทำงานให้เขา มันค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แต่…

อสูรอูฐสงคราม? ในขอบเขตพลังชีพจรวิญญาณ สำหรับเหล่าสาวก พวกเขาแทบจะไม่มีทางชนะเลย

เขาเองพึ่งจะเข้ามาถึงขอบเขตพลังชีพจรวิญญาณขั้นแรก แต่ตอนนี้เขาจะต้องฆ่า อสูรอูฐสงคราม ซึ่งขอบเขตพลังของมันน่าจะอยู่ใกล้เคียงกับเหออี้หมิง นี่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

เหออี้หมิงเองก็กลัวว่าสาวกของเขาจะตายเพราะภารกิจนี้กันจนหมด

เขาใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยากแค่ไหนก็ต้องลองดูมันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

“ลูกศิษย์ทุกคน”

“วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าลงจากภูเขาแห่งนี้ เพื่อขยายขอบเขตของนิกาย”

“ตามข้ามา” เหออี้หมิงพูดอย่างเยือกเย็นและเดินนำไปที่บรรไดทางขึ้นของโถงนิกาย

“บัดซบ เรากำลังจะปลดล็อคแผนที่ใหม่”

“ฮู้~ พวกเรากำลังจะลงจากภูเขา”

“นี่เรากำลังจะไปต่อสู้กับมอนสเตอร์หรือเปล่านะ”

“ข้าจะไปฆ่ามอนสเตอร์ให้หมดเลย”

“เดี๋ยวก่อนนะ นี่เรากำลังจะไปสู้กับมอนสเตอร์ด้วยมือเปล่าอย่างงั้นเหรอ”

“ตามพี่หมิงไปก่อนเถอะ”

ผู้เล่นทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการออกจากโถงนิกาย พวกเขาเดินลงบันได้ที่ลัดเลาะไปกับภูเขา และในที่สุดก็ถึงเชิงเขา

ที่เชิงเขาเต็มไปด้วยวัชพืชและไม่เลื้อยเล็กๆเต็มไปหมด ไม่มีแม้แต่ทางเดิน เห็นได้ชัดว่าสถานที่นี้ไม่มีผู้คนมาเยือนมาเป็นเวลานานมากแล้ว

ทันใดนั้น พุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ก็เริ่มสั่นไหว

“มันกำลังมา” เหออี้หมิงพูดขึ้น พร้อมทำท่าตั้งรับไปที่พุ่มไม้นั้น

กาก้า!

หลังจากเสียงร้องที่ฟังดูแปลกๆ ร่างใหญ่โตที่สูงกว่าสี่เมตรก็ทะลุโพรงต้นไม้ออกมา ดวงตาคู่โตกวาดมองผู้เล่นด้วยความหิวโหย

มันมีผิวสีน้ำตาลที่ดูเหมือนเกล็ด สี่ขายาว และปากใหญ่โตคลุมด้วยฟันแหลมคม

มันดูเหมือนม้า แต่ขาทั้งสี่ของมันมีพละกำลังพอๆกับขาช้างเลยทีเดียว

ฟันที่แหลมคมของมันสามารถกัดและกินคนทั้งตัวได้ในคำเดียว

สัตว์ตัวนี้ดุร้ายมาก

จบบทที่ บทที่ 3 อย่าพูด, พี่หมิงกำลังจริงจังนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว