- หน้าแรก
- ท่านบรรพบุรุษสายเซฟ ปฐมบทพรเทพมารราหู
- ตอนที่ 34 ไปลักพาตัวจากแดนศักดิ์สิทธิ์สักคนดีไหม? การเก็บเกี่ยวครั้งใหม่!
ตอนที่ 34 ไปลักพาตัวจากแดนศักดิ์สิทธิ์สักคนดีไหม? การเก็บเกี่ยวครั้งใหม่!
ตอนที่ 34 ไปลักพาตัวจากแดนศักดิ์สิทธิ์สักคนดีไหม? การเก็บเกี่ยวครั้งใหม่!
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งสี่คนก็ก้าวขึ้นสู่เรือเหาะ
ทะยานขึ้นสู่ห้วงมิติ ออกเดินทางตามหาศิษย์กันอีกครั้ง
"ซู้ด... เรือเหาะลำนี้ช่างหรูหราอลังการ ของวิเศษระดับนี้ คนธรรมดาคงไม่มีปัญญาใช้กระมัง?"
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ตาเบิกโพลง เดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
สายตาจับจ้องไปยังหินปราณนับหมื่นก้อนในห้องพลังงาน น้ำลายแทบจะไหลย้อยออกมา
ย้อนนึกถึงชาติปางก่อน แม้จะเป็นถึง ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็ยากจนข้นแค้นนัก
เพื่อทรัพยากรเพียงน้อยนิด ต้องลักเล็กขโมยน้อยมาไม่รู้กี่ครั้ง
กระทั่งเคยเกือบถูกผู้อื่นสังหารโหดเพราะแย่งชิงทรัพยากรมาแล้วหลายหน!
หินปราณระดับสูงหนึ่งพันก้อน มีค่าเท่ากับหินปราณระดับกลางหนึ่งแสนก้อน และเท่ากับหินปราณระดับต่ำถึงหนึ่งร้อยล้านก้อน!
แต่นี่กลับถูกกองทิ้งไว้ส่งๆ เพื่อใช้ขับเคลื่อนเรือเหาะ ต้องร่ำรวยมหาศาลขนาดไหนกันเชียว
หลินเฉิน เม้มปาก ดวงตาจ้องค้างจนแทบถลน
แม้เขาจะเคยเป็นนายน้อยตระกูลหลินมาก่อน
แต่เขาก็ไม่เคยเห็นหินปราณระดับสูงมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนี้
หากนำมาใช้บำเพ็ญเพียร จะต้องดูดซับนานแค่ไหนกันนะ?
"หลินเฉิน น้ำลายเจ้าจะไหลแล้วนะ"
ซูเสี่ยวโหรว ยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ
"แหะๆ ขออภัย ข้าเสียกิริยาไปหน่อย"
หลินเฉิน หัวเราะแก้เก้อด้วยความขัดเขิน ตามนิสัยปกติเขาไม่ควรเป็นเช่นนี้
แต่การสูญเสียคนในครอบครัวไปจนหมดสิ้น ทำให้ความกระหายในพลังของเขาทวีความรุนแรงขึ้นมาก
ดังนั้น เมื่อได้เห็นหินปราณระดับสูงนับหมื่นก้อน จึงอดไม่ได้ที่จะหลุดอาการออกมา
"เจ้าหนู"
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ขยับเข้าไปกระซิบข้างหู หลินเฉิน "พรสวรรค์ของเจ้าก็นับว่าไม่เลว เป็นถึง ระดับมรรคา ขั้นสูงสุด แถมยังมี กายาศึกอัสนีบาต"
"ในยุคอับจนพลังเช่นนี้ คนที่จะเทียบชั้นกับเจ้าได้มีอยู่เพียงหยิบมือ..."
หลินเฉิน มองหน้าเขาแล้วถามว่า "หมายความว่าอย่างไร?"
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ หัวเราะ หึหึ ชำเลืองมอง ฉู่เทียน ที่นั่งสงบนิ่งอยู่หัวเรือ แล้วกล่าวว่า "คนผู้นี้มีพลังลึกล้ำสุดหยั่งคาด แถมยังร่ำรวยล้นฟ้า ไยเจ้าไม่กราบเขาเป็นอาจารย์เสียเล่า?"
"กราบเขาเป็นอาจารย์?"
หลินเฉิน มองไปทาง ฉู่เทียน ใช่ว่าเขาจะไม่มีความคิดนี้เสียเมื่อไหร่?
ตั้งแต่ตอนที่เห็น ฉู่เทียน แสดงฝีมืออันเหนือชั้น เขาก็มีความคิดนี้ผุดขึ้นมาแล้ว
เขารู้ตัวดีว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว แต่อีกฝ่ายได้ช่วยชีวิตเขาไว้ ทั้งยังยินดีพาเขากลับสำนัก
หากเขายังเรียกร้องมากเกินไป เกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญ จนกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
เขาตั้งใจว่าหลังจากไปฝึกฝนที่ เขามารศักดิ์สิทธิ์ สักระยะ ค่อยพิจารณาเรื่องนี้อีกที!
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ยุส่ง "กลัวอะไร? ถ้าเจ้าไม่กล้า เดี๋ยวข้าไปพูดให้เอง!"
"เอาสิ"
หลินเฉิน กลับตอบตกลงหน้าตาเฉย
"เอ่อ..."
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ คาดไม่ถึงว่า หลินเฉิน จะตอบรับง่ายดายปานนี้ จึงกล่าวแก้เก้ออย่างกระดากอายว่า "ข้าคิดดูแล้ว เรื่องนี้ควรต้องวางแผนให้รอบคอบเสียก่อน!"
ชัดเจนว่าเขาก็ไม่กล้าเหมือนกัน
หลินเฉิน ได้ยินดังนั้นก็กรอกตามองบน ไม่กล้าก็บอกว่าไม่กล้า จะมาหาข้ออ้างอะไรนักหนา
เขาดูออกแล้วว่า เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้นี้แม้จะมีศักดิ์เป็นถึง ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์
แต่นิสัยขี้ขลาดตาขาว ระมัดระวังตัวแจ พอเจอเรื่องอันตรายก็มักจะหลบไปอยู่ไกลๆ เสมอ
"เจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าไง?"
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ เท้าสะเอว ทำท่าทางขึงขังวางอำนาจ
แค่เด็กเมื่อวานซืนคนเดียวยังไม่เห็นหัวเขา แล้วต่อไปจะไปสั่งสอนใครได้?
"อย่ามาขู่ หลินเฉิน นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะไปฟ้องท่านผู้อาวุโสว่าท่านรังแกพวกเรา!"
ซูเสี่ยวโหรว ชูกำปั้นเล็กๆ ขึ้นมาแกว่งไปมา
นางกับ หลินเฉิน ใจตรงกัน ยินดีบุกน้ำลุยไฟเพื่อเขา
นางสวมชุดกระโปรงสีเขียว กิริยามารยาทเรียบร้อย ผิวพรรณขาวผ่อง เครื่องหน้าจิ้มลิ้ม
แม้จะไม่ใช่สาวงามล่มเมือง แต่ก็น่ามองอย่างยิ่ง
"เสี่ยวโหรว"
หลินเฉิน ส่ายหน้ายิ้มๆ ดึงมือ ซูเสี่ยวโหรว มาจับไว้ ส่งสัญญาณให้นางไว้หน้า เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ บ้าง
ซูเสี่ยวโหรว ถูก หลินเฉิน กุมมือก็ชะงักไป ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
นางสัมผัสได้ว่าท่าทีที่ หลินเฉิน มีต่อนางนั้นเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน
"ฮิ้ววว!"
เศษวิญญาณราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ผิวปากแซว เดาะลิ้นจึ๊ปาก ทำลายบรรยากาศหวานชื่นของทั้งคู่จนพังทลาย
หลินเฉิน กล่าวอย่างระอาใจ "ความจริงวันหน้าก็ไม่ต้องไว้หน้าเขามากนักหรอก"
"เพราะขนาดตัวเขาเองยังไม่รักษาหน้าตัวเอง ให้ไปก็ไร้ประโยชน์"
"คิก!"
ซูเสี่ยวโหรว ปิดปากขำ มองเสี้ยวหน้าของ หลินเฉิน หัวใจเต้นรัวเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
คนคนนี้ เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ สินะ...
ฉู่เทียน ที่นั่งเอนหลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่หัวเรือ
แม้ทั้งสามคนจะจงใจลดเสียงลง แต่มีหรือจะเล็ดลอดหูของเขาไปได้?
"ถ้าเจ้าเด็กนี่เอ่ยปากขึ้นมาจริงๆ ข้าควรจะปฏิเสธเขาไหมนะ?"
ฉู่เทียน ยังคงลังเล หลินเฉิน นิสัยดี พรสวรรค์ก็ใช้ได้
แถมยังมีกายาพิเศษ ดูจากภาพรวมแล้ว ก็ดีพอที่จะเป็นศิษย์ของเขาได้
ทว่า เขายังต้องไตร่ตรองให้ดี
เพราะหากรับปาก เขาจะต้องรับผิดชอบอนาคตของ หลินเฉิน
เส้นทางกรรมของทั้งสองจะต้องมาผูกพันกัน
สำหรับผู้ที่ยึดมั่นใน "วิถีแห่งการซ่อนเร้น" อย่างเขา การมีห่วงกรรมผูกมัดมากเกินไปไม่ใช่เรื่องดี
......
สองเดือนต่อมา เรือเหาะได้เดินทางข้ามผ่าน แคว้นกู่หลัว จนเข้าสู่ แคว้นชิง ในที่สุด
ที่นี่คือเขตอิทธิพลของ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน
แดนต้าซู แบ่งออกเป็น แคว้นกู่หลัว, แคว้นชิง และ แคว้นซาง ส่วน นิกายดาราบรรพกาล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้วอำนาจระดับแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นตั้งอยู่ที่ แคว้นซาง!
"หาตัวยากจริงๆ..."
ฉู่เทียน ไพล่มือยืนตระหง่านอยู่หัวเรือ ทอดสายตามองทะเลหมอกเบื้องหน้าด้วยความอ่อนใจ
เวลาสองเดือน ผ่านไป กลับไม่เจอผู้มีพรสวรรค์ ระดับอริยะ ขั้นต่ำเลยสักคน ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
"ถ้าหาไม่ได้ เดี๋ยวไปลักพาตัวจากแดนศักดิ์สิทธิ์กลับมาสักคนดีไหมนะ!"
"พวกนั้นต้องซุกซ่อนอัจฉริยะ ระดับอริยะ ขั้นต่ำเอาไว้แน่ๆ!"
ความคิดนี้เพิ่งจะแวบเข้ามาในหัว ก็ถูก ฉู่เทียน ปัดทิ้งไปทันที
ล้อเล่นน่า ตัวเขาเป็นคนหนุ่มสาย Safe จะไปทำเรื่องพรรค์นั้นได้อย่างไร
เกิดพวกนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เชิญบรรพชนออกมาทำนายหาตัวตนของเขา มิใช่ว่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่สำนักหรอกหรือ?
สองเดือนมานี้ เขาก็ไม่ได้คว้าน้ำเหลวเสียทีเดียว บนเรือเหาะมีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน
ทั้งสองคนล้วนมี พรสวรรค์ระดับมรรคา และเป็นฝาแฝดกัน
เขาเตรียมจะพาตัวกลับไปฟูมฟักที่สำนัก ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ หากได้รับการฝึกฝนที่ดี ในอนาคตน่าจะดีพอที่จะได้เข้าสู่ สุสานบรรพชน!
ชื่อ: ถงอี
อายุ: 20 ปี
ระดับพลัง: ไม่มี
สถานะ: ปุถุชน
พรสวรรค์การบำเพ็ญเพียร: พรสวรรค์ระดับมรรคา ขั้นกลาง
พรสวรรค์อื่นๆ: พรสวรรค์ธาตุดินระดับมรรคา ขั้นกลาง, พรสวรรค์วิถีดาบระดับมรรคา ขั้นต่ำ, พรสวรรค์วิถีค่ายกลระดับนภา ขั้นสูง
กายาพิเศษ: กายาทมิฬมารหยิน (ยังไม่ตื่นรู้)
วาสนา: สีม่วง!
……
ชื่อ: ถงเออร์
อายุ: 20 ปี
ระดับพลัง: ไม่มี
สถานะ: ปุถุชน
พรสวรรค์การบำเพ็ญเพียร: พรสวรรค์ระดับมรรคา ขั้นกลาง
พรสวรรค์อื่นๆ: พรสวรรค์ธาตุดินระดับมรรคา ขั้นกลาง, พรสวรรค์วิถีดาบระดับมรรคา ขั้นต่ำ, พรสวรรค์วิถีค่ายกลระดับนภา ขั้นสูง
กายาพิเศษ: กายาทมิฬมารหยาง (ยังไม่ตื่นรู้)
วาสนา: สีม่วง!
ทั้งสองคนนอกจากกายาพิเศษที่แตกต่างกันแล้ว อย่างอื่นแทบจะเหมือนกันทุกประการ
ที่น่ากล่าวถึงคือ กายาทมิฬมารหยิน และ กายาทมิฬมารหยาง สองกายาพิเศษนี้ หากแยกกันอยู่ก็ไม่ได้นับว่าแข็งแกร่งอะไรนัก
แม้กายาของทั้งคู่จะสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเทียบกับ กายาศึกอัสนีบาต ที่ไม่สมบูรณ์ของ หลินเฉิน ก็ยังถือว่าด้อยกว่า
แต่นั่นคือกรณีที่ปรากฏแยกกัน!
เมื่อใดที่ กายาทมิฬมารหยิน และ กายาทมิฬมารหยาง ปรากฏขึ้นพร้อมกัน
หากทั้งสองร่วมมือกัน ในระดับพลังเดียวกัน แม้แต่ กายาศักดิ์สิทธิ์สังสารวัฏ ก็ยังพอฟัดพอเหวี่ยงได้!
กายาสองชนิดนี้จัดเป็นกายาที่สามารถผสานรวมกันได้ สามารถวิวัฒนาการเป็นหยินหยาง สำแดงวิถีธรรมอันพิเศษ แข็งแกร่งทรงพลังยิ่งนัก!
ถงอี และ ถงเออร์ เป็นฝาแฝดที่มีจิตสื่อถึงกัน
เมื่อร่วมมือกัน จึงเข้าขากันได้อย่างไร้ที่ติ ไร้แรงกดดัน!
ในกาลภายหน้า สองพี่น้องจะยิ่งเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ ขอเพียงพวกเขาไม่แยกจากกัน
ต่อให้คู่ต่อสู้มีระดับพลังย่อยสูงกว่าพวกเขาหลายขั้น ก็ยากที่จะเอาชนะพวกเขาได้!
มีตำนานเล่าขานว่า ก่อนที่จะมีผู้ก้าวขึ้นเป็น จักรพรรดิเทวะ
มีคนผู้หนึ่งได้ท้าประลองกับยอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิเทวะทั่วทั้งห้วงดารา
เขาทำเช่นนี้เพื่อขัดเกลาตนเองในการต่อสู้ให้ถึงขีดสุด
ฝ่าด่านทัณฑ์จักรพรรดิ ผสานตราประทับลิขิตสวรรค์ จนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ จักรพรรดิเทวะ ในที่สุด!
ก่อนที่ จักรพรรดิเทวะ ท่านนี้จะบรรลุมรรคา
ศึกที่ยากลำบากที่สุด คือการปะทะกับคู่พี่น้องฝาแฝดผู้ครอบครอง กายาทมิฬมารหยิน และ กายาทมิฬมารหยาง
ศึกนั้นกินเวลายาวนานหลายสิบปี ดุเดือดเลือดพล่าน
เกือบทำให้ว่าที่ จักรพรรดิเทวะ ผู้นั้นต้องหลั่งเลือดนองพื้น และพ่ายแพ้กลับไป
ดังนั้น เมื่อ ฉู่เทียน ได้พบ ถงอี และ ถงเออร์
เขาจึงตัดสินใจพาพวกเขากลับสำนักทันที เพื่อปั้นให้เป็นเสาหลักของสำนักในอนาคต!
สุสานบรรพชน กำลังต้องการบุคลากรเช่นนี้อยู่พอดี!
...
เมื่อเข้าสู่ แคว้นชิง จำนวนอัจฉริยะก็เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ ฉู่เทียน ไม่ใช่ว่าจะรับใครสุ่มสี่สุ่มห้ากลับไปฟูมฟักที่สำนัก
เขามารศักดิ์สิทธิ์ มีรากฐานลึกซึ้ง มาตรฐานสายตาของเขาจึงสูงลิบลิ่ว
ดังนั้นหลังจากรับ ถงอี และ ถงเออร์ แล้ว ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นเรืออีก
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน เรือเหาะกำลังจะออกจาก แคว้นชิง
เพื่อเข้าสู่ แคว้นซาง ซึ่งเป็นอาณาเขตของ นิกายดาราบรรพกาล
ณ ชายขอบของ แคว้นชิง วันนี้ประจวบเหมาะกับเป็นวันที่ ถ้ำสวรรค์เฉียนคุน หนึ่งในเก้าสุดยอดสำนัก จัดงานมหกรรมรับศิษย์พอดี!
ผู้คนนับล้านมาชุมนุมกันที่ลานกว้างหน้าประตูสำนัก ถ้ำสวรรค์เฉียนคุน หัวคนดำมืดสุดลูกหูลูกตา!
เหล่าอัจฉริยะจากทั่วสารทิศมารวมตัวกัน บรรยากาศคึกคัก ลานกว้างเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีเหลืองผู้มีหน้าตาธรรมดา ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าทุกสิ่งรอบกายไม่เกี่ยวข้องกับเขา
ทว่า เขากลับเรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนรอบข้างได้ไม่น้อย
"เชี่ย นั่นมัน เสวียนชิง ไม่ใช่รึ?"
"หมอนี่ถึงกับออกจาก แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน วิ่งมาเข้าร่วมการทดสอบรับศิษย์ที่ ถ้ำสวรรค์เฉียนคุน เลยเรอะ!"
"แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน รู้เข้า ไม่โกรธจนอกแตกตายรึไง?"
"นั่นสิ เขาเป็นถึงหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่ง ศิษย์รัชทายาท ของ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน รุ่นปัจจุบันเชียวนะ พอตกรอบก็ตัดใจออกจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทันทีเลย"
"คงจะรู้สึกว่าตัวเองหมดหวังแล้วล่ะมั้ง ตัวเลือก ศิษย์รัชทายาท ถูกกำหนดแล้ว ทรัพยากรของ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน ก็ต้องเทไปทางนั้นหมด!"
"ถูกต้อง! แม้ เสวียนชิง จะมี พรสวรรค์ระดับอริยะ ขั้นต่ำ แต่ได้ยินมาว่า ศิษย์รัชทายาท ในตำนานคนนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า!"
……
ฉู่เทียน จ้องมองลงไปเบื้องล่างอย่างตั้งใจ หรือพูดให้ถูกคือ จ้องไปที่ เสวียนชิง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นฉงนสงสัย และกลายเป็นตื่นตะลึงในที่สุด
หมอนี่มัน...
เชี่ยเอ๊ย!
ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง
หมอนี่ขนาดตำแหน่ง ศิษย์รัชทายาท ยังแย่งมาไม่ได้ แล้ว ศิษย์รัชทายาท ของ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน จะเป็นตัวตนระดับไหนกัน?
แต่ ฉู่เทียน ไม่สนใจเรื่อง ศิษย์รัชทายาทเทียนเสวียน อะไรนั่นหรอก เขาให้ความสนใจในตัว เสวียนชิง คนนี้มากกว่า!
ชื่อ: เสวียนชิง
อายุ: 23 ปี
ระดับพลัง: ขอบเขตฐานแก่นทองคำ ขั้น 8 (ภายนอก), ขอบเขตแก่นจักรวาล ขั้น 1 (ที่แท้จริง)
สถานะ: อดีตผู้ท้าชิงตำแหน่ง ศิษย์รัชทายาท แห่ง แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน, การกลับชาติมาเกิดของเศษโลหิตวิญญาณ จักรพรรดิเทวะกู่เสวียน
พรสวรรค์การบำเพ็ญเพียร: พรสวรรค์ระดับอริยะ ขั้นสูงสุด
กายาพิเศษ: กายาอมตะกู่เสวียน (ไม่สมบูรณ์)
เคล็ดวิชา: คัมภีร์จักรพรรดิกู่เสวียน (ไม่สมบูรณ์)
อิทธิฤทธิ์: วิถีไร้ขอบเขตกู่เสวียน (ไม่สมบูรณ์)
ศาสตรา: ตราประทับอมตะกู่เสวียน (ของเลียนแบบ)
วาสนา: สีทอง! (สูงสุด)
……
"จักรพรรดิเทวะกู่เสวียน!"