เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 เนตรซ้อนสแกน! เฟ้นหาศิษย์อัจฉริยะ!

ตอนที่ 5 เนตรซ้อนสแกน! เฟ้นหาศิษย์อัจฉริยะ!

ตอนที่ 5 เนตรซ้อนสแกน! เฟ้นหาศิษย์อัจฉริยะ!


เขามารศักดิ์สิทธิ์ คือหนึ่งในขุมอำนาจระดับสูงสุดแห่ง เขตกู่หลัวโจว โลกเหยียนหวง

ทั่วทั้งกู่หลัวโจว มีเพียง นิกายเต้าเหมี่ยว และ นิกายเสวียนโยว เท่านั้นที่พอจะตีเสมอได้

นอกจากนี้ใน ดินแดนต้าซู เขามารศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะหนึ่งในเก้าสุดยอดสำนัก โดยจัดอยู่ในอันดับที่หก!

งานมหกรรมรับศิษย์ที่จัดขึ้นทุกสามปี นับเป็นวาระแห่งชาติของเขามารศักดิ์สิทธิ์

และเป็นเหตุการณ์ใหญ่ระดับเขตกู่หลัวโจว!

แม้แต่ปุถุชนคนธรรมดาก็ยังคุ้นหูกับชื่อของ "เขามารศักดิ์สิทธิ์" เป็นอย่างดี

พวกเขาได้ยินชื่อเสียงเรียงนามนี้จากปากของผู้อาวุโสในครอบครัวมาตั้งแต่จำความได้

ชื่อเสียงของเขามารศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าพวกสำนักฝ่ายธรรมะจอมปลอมเหล่านั้น

ไม่เคยมีข่าวว่าพวกเขาไปรังแกชาวบ้าน หรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ที่แตกต่างกันคงมีเพียงปรัชญาการฝึกตนเท่านั้น!

ด้วยเหตุนี้ แม้เขตกู่หลัวโจวจะกว้างใหญ่ไพศาล มีพื้นที่ครอบคลุมนับพันล้านลี้

แต่ก็ยังมีผู้คนนับล้านยอมออกเดินทางรอนแรมเพื่อมาร่วมงานมหกรรมรับศิษย์ในครั้งนี้

บางคนถึงกับต้องออกเดินทางล่วงหน้าถึงสามปี ฝ่าฟันอุปสรรคข้ามค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะมาถึงหน้าประตูเขามารศักดิ์สิทธิ์ได้!

ฉู่เทียนรับตำแหน่งเจ้าตำหนักมาสามสิบปี เข้าร่วมงานรับศิษย์มาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบหน

ทว่าทุกครั้ง เขาเพียงแค่มานั่งกินแรง ทำตัวกลมกลืนไปกับฝูงชน ไม่เคยรับศิษย์จริงๆ จังๆ สักที

ต่อให้มีคนมุ่งมั่นเดินทางมาเพราะชื่อเสียงความอัจฉริยะของเขา เขาก็ทำเป็นมองไม่เห็น

แต่ทว่าครั้งนี้... ฉู่เทียนตัดสินใจแล้วว่าจะเฟ้นหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมให้กับ ตำหนักสราญรมย์

เจ้าตำหนักสราญรมย์ทุกรุ่นล้วนเป็นอัจฉริยะระดับปีศาจ

มาถึงรุ่นของเขา จะให้เสียชื่อไม่ได้เด็ดขาด!

ทว่า...

หกวันให้หลัง งานมหกรรมรับศิษย์ก็เริ่มขึ้นตามกำหนดการ ผู้คนนับล้านหลั่งไหลเข้าสู่เขามารศักดิ์สิทธิ์ งานเฉลิมฉลองดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึงหนึ่งเดือนเต็ม!

แต่จนกระทั่งงานเลิกรา ฉู่เทียนก็ยังไม่พบผู้สืบทอดที่ถูกใจ

บางทีอาจเป็นเพราะตัวเขาเอง "ยอดเยี่ยม" เกินไป อัจฉริยะทั่วไปจึงดูจืดจางในสายตาเขา

อัจฉริยะระดับ "ทั่วไป" ในนิยามของฉู่เทียนนั้น... ในวันงานรับศิษย์ กลับเป็นต้นเหตุให้ เจ้าตำหนักวัฏสงสาร และ เจ้าตำหนักจันทรา ตบตีแย่งชิงกันแทบเป็นแทบตาย!

บทสรุปสุดท้าย เจ้าตำหนักจันทราชนะไปอย่างเฉียดฉิว

และได้รับศิษย์ระดับ "ทั่วไป" ผู้นั้นเข้าสู่ตำหนักจันทราด้วยความปิติยินดี

.....

ณ ตำหนักสราญรมย์

ฉู่เทียนยกชาที่ชงจาก หญ้าหทัยศักดิ์สิทธิ์บรรพชนมาร ขึ้นจิบ กลิ่นอายแห่งเซียนอันหอมหวานอบอวลไปทั่วหัวใจ

ห้วงจิตวิญญาณพลันกระจ่างใส ร่างกายเข้าสู่สภาวะลืมเลือนตัวตน

จุดตันเถียนปั่นป่วน พลังมหาศาลไหลเวียนไปทั่วร่าง อักขระรูนวิเศษนับหมื่นปรากฏขึ้นรายล้อมรอบกายเขา

เหนือท้องฟ้าตำหนักสราญรมย์ปรากฏนิมิตมหัศจรรย์ เสียงแห่งเซียนดังกังวาน แสงเซียนสาดส่องไปทั่วสารทิศ

"ก้าวหน้าขึ้นอีกนิดหน่อย... แรงกดดันของฟ้าดินในยุคนี้รุนแรงจริงๆ ขนาดข้าจะยกระดับตัวเองยังยากขนาดนี้"

โลกในปัจจุบันดูเหมือนจะก้าวเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยแห่งพลัง

จักรพรรดิไม่ปรากฏ ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ไม่สำแดง ทุกสรรพสิ่งล้วนถูกกดทับ

แต่มีระดับผู้นำนิกายบางคนทำนายไว้ว่า นี่คือสัญญาณเตือนก่อนรุ่งอรุณแห่งยุคทอง ความสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ

เมื่อใดที่การกดทับของกฎสวรรค์คลายตัวลง และวิถีแห่งเต๋าฟื้นคืนชีพ เมื่อนั้นยุคทองอันรุ่งโรจน์จะมาถึง

"ท่านเจ้าตำหนักใหญ่ ข้าจะขอลงเขาไปสักพัก ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับเมื่อไหร่"

สำหรับเขามารศักดิ์สิทธิ์ เจ้าตำหนักทุกคนล้วนเป็นเสาหลักสำคัญ

ก่อนจะออกเดินทาง จำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าตำหนักใหญ่ตวนมู่เหยียนรับทราบ

"ระวังตัวด้วยนะฉู่เทียน... ช่วงนี้ดินแดนต้าซูไม่ค่อยสงบเท่าไหร่..."

"สามวันก่อน ขุมอำนาจระดับสองแห่งหนึ่งในกู่หลัวโจว ถูกปีศาจลึกลับถล่มจนราบคาบ เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก หากเจออันตรายให้รีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาที่สำนักทันที!"

เสียงของเจ้าตำหนักใหญ่ตอบกลับมา

"รับทราบ!"

ฉู่เทียนพยักหน้า นี่แหละเหตุผลที่เขาชอบเขามารศักดิ์สิทธิ์

ที่นี่มีความสามัคคี พึ่งพาได้ แม้จะดูเหมือนเก็บตัวเงียบเชียบ ปฏิบัติตัวเป็นสาย Safe แต่หากศิษย์ในสำนักมีภัย พวกเขาก็ไม่เคยหดหัว

เขามารศักดิ์สิทธิ์คือที่พึ่งพิงของทุกคน!

ทำให้ศิษย์ทุกคนยืดอกได้อย่างภาคภูมิใจและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ!

ฉู่เทียนจ้องมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า... แคว่ก!

มิติเบื้องหน้าถูกฉีกกระชากออกเป็นช่องว่าง เผยให้เห็นความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดของห้วงมิติ

เขาไม่ชอบให้ใครล่วงรู้ร่องรอยการเดินทาง ดังนั้นการเดินทางผ่านห้วงมิติจึงปลอดภัยที่สุด

ทว่า... โดยปกติแล้วผู้ฝึกตนระดับ ขอบเขตลิขิตสวรรค์ ยากที่จะคงอยู่ในห้วงมิติได้นาน

ภายในห้วงมิติมีพลังกัดกร่อนที่น่าสะพรึงกลัว แม้แต่ระดับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ หากอยู่นานเกินไปก็อาจหลงทิศและเผชิญอันตรายถึงชีวิตได้

ด้วยระดับพลังขอบเขตลิขิตสวรรค์ สามารถทนอยู่ในห้วงมิติได้ต่อเนื่องสูงสุดเพียงสิบสองชั่วยาม (24 ชั่วโมง) เท่านั้น

สามวันต่อมา

ณ ท้องฟ้าเหนือ ทุ่งร้างฝังเทพ อันกว้างใหญ่

ห้วงมิติแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับใยแมงมุม ชายหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งก้าวเดินออกมา

ชายหนุ่มชุดขาวรูปงามเหนือโลก กลิ่นอายสูงส่งหลุดพ้น ยืนตระหง่านอยู่บนฟ้า ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนรอบตัวเขา

ฉู่เทียนก้มมองทุ่งร้างฝังเทพเบื้องล่าง

กลิ่นอายดุร้ายแห่งยุคบรรพกาลพัดกระหน่ำเข้าใส่ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากอดีตกาล

หลังจากเดินทางในห้วงมิติมาสามวัน ฉู่เทียนจึงออกมาสูดอากาศภายนอกบ้าง เพราะเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย

การลงเขาครั้งนี้ เขาไม่มีแผนการที่แน่นอน

ตั้งใจว่าจะตระเวนไปตามเมืองใหญ่ๆ ในกู่หลัวโจว เพื่อเฟ้นหาว่าที่ลูกศิษย์

ทุ่งร้างฝังเทพ เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายและอันตรายรอบด้าน

เหล่าอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่จำนวนมากนิยมมาฝึกฝนหาประสบการณ์ที่นี่

ฉู่เทียนเปิดใช้งาน 'เนตรซ้อน' ที่ได้รับเป็นรางวัลจากระบบ กวาดสายตาสแกนไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้อยู่ในทุ่งร้าง คิ้วกระบี่ของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย...

[ข้อมูลเป้าหมาย]

ฉู่เทียนพยักหน้าด้วยความพอใจ

ด้วยฟังก์ชันสแกนของเนตรซ้อน ต่อไปนี้ไม่ว่าเป็นใคร เขาก็สามารถมองทะลุถึงรากเหง้าได้หมด

(ระดับพรสวรรค์แบ่งเป็น: ระดับต้น, ระดับลึกล้ำ, ระดับปฐพี, ระดับนภา, ระดับมรรคา, ระดับอริยะ, ระดับจักรพรรดิ, ระดับเทวะ)

...

ฉู่เทียนยังคงใช้เนตรซ้อนกวาดสแกนต่อไป กฎเกณฑ์แห่งเซียน-สั่นสะเทือนในทันที

เหนือท้องฟ้าทุ่งร้างฝังเทพ ปรากฏดวงตายักษ์ขนาดมหึมา ไร้ขอบเขต จ้องมองลงมาด้วยอำนาจที่กระชากวิญญาณ

"นั่นมันอะไรกัน..."

"ดวงตา! ดวงตาขนาดยักษ์ที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด!"

"ใหญ่โตมโหฬารมาก! ยอดฝีมือท่านใดกำลังสอดแนมพวกเราอยู่?"

"หรือจะเป็นท่านผู้เฒ่าระดับขอบเขตลิขิตสวรรค์ในตำนาน? ได้ยินมาว่าตัวตนระดับนั้นสามารถเด็ดดาราคว้าจันทรา เพียงพิโรธก็สั่นสะเทือนฟ้าดินได้"

"ระดับขอบเขตลิขิตสวรรค์... ก็ไม่น่าจะทำได้ขนาดนี้นะ?"

เหล่าผู้ฝึกตนอิสระ ศิษย์ตระกูลใหญ่ และอัจฉริยะจากสำนักต่างๆ เงยหน้ามองดวงตายักษ์บนฟ้าด้วยความตื่นตะลึง

บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ดวงตาคู่นั้นน่าหวาดกลัวเกินไป

พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมองกลับ เพียงแค่เหลือบมอง หางตาก็มีเลือดไหลซึมออกมา!

นี่คือช่องว่างของระดับพลังที่ห่างชั้นกันเกินไป!

...

[ข้อมูลเป้าหมาย]

...

[ข้อมูลเป้าหมาย]

...

จริงๆ แล้วฉู่เทียนอยากจะทำตัวให้เงียบเชียบที่สุด แต่ทุ่งร้างฝังเทพนั้นกว้างใหญ่ไพศาล แทบจะพอๆ กับโลกใบเก่าของเขา

หากไม่ใช้เนตรซ้อนช่วยสแกน คงต้องเสียเวลามากโข

หลังจากสแกนไปสักพัก เขาก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

ไม่มีอัจฉริยะคนไหนเข้าตาเขาเลยสักคน

แม้บางคนจะมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในท้องถิ่น

แต่สำหรับฉู่เทียนแล้ว คนพวกนี้ก็ยังดู "ธรรมดา" เกินไป

ไม่ต้องเอามาเทียบกับตัวเขาหรอก แค่เทียบกับท่านพ่อฉู่หยวน หรือท่านปู่ของเขา ก็ยังห่างชั้นกันหลายขุม

ฉู่เทียนเป็นคนขี้เกียจ เขาสามารถปั้นคนธรรมดาให้เป็นยอดฝีมือได้ก็จริง

แต่แบบนั้นมันเปลืองเวลาเกินไป เขาไม่อยากเหนื่อย

สู้หาอัจฉริยะสำเร็จรูปมาสักคน แล้วโยนคัมภีร์ระดับจักรพรรดิให้ไปฝึกเอง แบบนั้นทั้งประหยัดแรงและสบายใจกว่าเยอะ

"ในกู่หลัวโจว นอกจาเขามารศักดิ์สิทธิ์ ก็มีนิกายเต้าเหมี่ยวกับนิกายเสวียนโยวที่แข็งแกร่งที่สุด... ทำไมข้าไม่ลองไปหาลูกศิษย์แถวๆ หน้าบ้านพวกนั้นดูล่ะ?"

สำนักใหญ่ย่อมมีอัจฉริยะรวมตัวกันเยอะ เผื่อจะเจอคนที่ใช่บ้าง?

......

จบบทที่ ตอนที่ 5 เนตรซ้อนสแกน! เฟ้นหาศิษย์อัจฉริยะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว