- หน้าแรก
- ระบบเทพบุตร: ปลดล็อกเสน่ห์ รับมรดกจากเกม!
- บทที่ 1100 ห้องชุดระดับใหญ่พิเศษทั้งชั้น
บทที่ 1100 ห้องชุดระดับใหญ่พิเศษทั้งชั้น
บทที่ 1100 ห้องชุดระดับใหญ่พิเศษทั้งชั้น
บทที่ 1100 ห้องชุดระดับใหญ่พิเศษทั้งชั้น
รูปลักษณ์ภายนอกแทบไม่ต่างจากแว่นสายตาระดับไฮเอนด์ทั่วไป เส้นสายสะอาดตา ไม่มีความรู้สึก "ล้ำยุค" ที่ดูโอเวอร์
นี่คือผลิตภัณฑ์เรือธงที่กำลังจะเปิดตัว และเป็นผลงานทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุดของบริษัทในตอนนี้
เจียงโหย่วหรงยื่นมือไปหยิบแว่นมาสวมเบาๆ
ทันใดนั้น หน้าจอแสดงผลขนาดจิ๋วที่ตาข้างเดียวก็สว่างขึ้นที่ขอบเลนส์อย่างเงียบเชียบ
ข้อมูลไม่ได้ "กระโดด" เข้ามาในสายตา แต่มันปรากฏขึ้นที่ขอบอย่างเป็นธรรมชาติ มั่นคง ชัดเจน และไม่รบกวนโลกแห่งความเป็นจริง
เหมือนกับแนวคิดหลักของบริษัทที่ว่า “Make AI Visible (ทำให้ AI มองเห็นได้)”
ไม่ใช่การโอ้อวดเทคโนโลยี แต่เป็นการทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นจริง
หัวใจของเจียงโหย่วหรงเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เธอมั่นใจได้เลยว่า XG-1 ตรงหน้านี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์คอนเซปต์ที่มาแวบเดียวแล้วหายไป
แต่มันคือแว่นตาอัจฉริยะที่มีความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์และการใช้งานจริงที่นำหน้าอุตสาหกรรมนี้ไปอย่างน้อยครึ่งปีถึงหนึ่งปี และเป็นแว่นที่คนธรรมดาสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ
โอกาสทองมาอยู่ตรงหน้าแล้วจริงๆ
เธอกำลังจะจิบกาแฟสดที่เพิ่งรินมา กลิ่นหอมอบอวลยังไม่ทันได้สัมผัสลิ้น
“กริ๊งงงง—”
มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นเตือน
เจียงโหย่วหรงชำเลืองมองชื่อผู้โทร หัวใจกระตุกวูบ แผ่นหลังที่เคยผ่อนคลายยืดตรงทันที
【ซ่างกวนชิวหย่า】
เธอสูดลมหายใจลึก ปรับจังหวะการหายใจให้ปกติ ก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหล ชิวหย่าเหรอ?”
“สวัสดิ์ตอนเช้าค่ะโหย่วหรง ตอนนี้ถึงบริษัทแล้วใช่ไหมคะ?”
เสียงของอีกฝ่ายยังคงเย็นชา ชัดเจน และไม่มีอารมณ์ใดๆ เจือปนเหมือนเช่นเคย
“อื้อๆ อยู่ที่ห้องทำงานจ้ะ มีธุระอะไรหรือเปล่า?” เจียงโหย่วหรงรู้สึกใจคอไม่ดี
“คืออย่างนี้ค่ะ มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการด่วนที่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า คุณน่าจะได้รับอีเมลอย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหารเร็วๆ นี้ค่ะ”
“เช้าวันพรุ่งนี้ คุณผู้หญิงโอวหยางและคุณถังจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่สนามกอล์ฟกวนหลานหูในตงกวนค่ะ”
“เพื่อให้คณะผู้บริหารได้พบปะและทำความรู้จักเชิงลึกกับคุณถัง CEO คนใหม่อย่างไม่เป็นทางการ ผู้บริหารระดับ VP ขึ้นไปของ 【เสวียนจีโข่วงเจี้ย】 ส่วนใหญ่จะไปร่วมงานด้วยค่ะ”
มือที่ถือหูโทรศัพท์ของเจียงโหย่วหรงกำแน่นขึ้น
ตงกวน? กวนหลานหู? คุณผู้หญิงโอวหยางกับถังซ่ง?
นี่ต้องเริ่มภารกิจใหม่อีกแล้วเหรอ?
ในฐานะคนที่เคยอยู่ข้างกายกรรมการจิน เธอรู้ดีว่าการจัดแจงแบบนี้หมายความว่าอย่างไร
การชิงไหวชิงพริบในระดับบนไม่เคยเอ่ยชื่อใครตรงๆ
แต่คนที่ถูกเรียกตัว มักจะเป็นคนที่ต้องแบกรับความกดดันก่อนใครเพื่อน
เจียงโหย่วหรงโอดครวญในใจ แต่ภายนอกยังคงถามอย่างระมัดระวัง: “อืม แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างจ๊ะ?”
“ตอนนี้คุณคุ้นเคยกับธุรกิจและผู้บริหารหลักของบริษัทแล้ว ภารกิจของคุณคือคอยติดตามอยู่ข้างกายคุณถังตลอดเวลา ทำหน้าที่สนับสนุนด้านเทคนิคและจดบันทึกหน้างานให้เขาค่ะ”
ซ่างกวนชิวหย่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ: “ดังนั้น คุณต้องเดินทางไปกวางโจวในคืนนี้เพื่อสมทบกับคุณถัง และเช้าวันพรุ่งนี้ คุณจะออกเดินทางจากกวางโจวไปตงกวนพร้อมกับเขาค่ะ”
เจียงโหย่วหรงลุกขึ้นยืนพรวด หน้าอกที่อวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลง
คืนนี้? ไปกวางโจวอยู่กับถังซ่ง?
ในสมองของเธอผุดภาพเงาร่างของถังซ่งที่เปี่ยมไปด้วยความกดดันขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
“ได้จ้ะ ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้สงบนิ่ง
“ค่ะ มีปัญหาอะไรติดต่อฉันได้ตลอดนะคะ วันมะรืนกรรมการจินจะกลับถึงเซินเจิ้น อาจจะคุยกับคุณด้วยตัวเองค่ะ”
“ได้จ้ะ ขอบใจนะชิวหย่า ทราบแล้วจ้ะ”
หลังจากวางสาย เจียงโหย่วหรงตบอกตัวเองเบาๆ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปสองครั้ง
มีทั้งความคาดหวังที่จะได้เจอถังซ่ง และความกังวลต่อภารกิจที่จะตามมา
เธอมองดูแววตาอัจฉริยะ XG-1 บนโต๊ะ... เธอสูดลมหายใจลึก กดความรู้สึกว้าวุ่นใจลงไป ประมาณสิบโมงเช้า อีเมลอย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหารก็ส่งมาถึงตรงเวลา
รายละเอียดกำหนดการ ข้อกำหนดเรื่องการแต่งกาย รายชื่อผู้บริหารที่เข้าร่วม ทุกอย่างระบุไว้อย่างชัดเจน
เธอรีบตอบกลับเพื่อยืนยัน
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เธอเปิดวีแชทของถังซ่งและพิมพ์ข้อความว่า: “ประธานถังคะ เพิ่งได้รับแจ้งว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปกวนหลานหูที่ตงกวน เพื่อความสะดวกในการเดินทางและคุยงาน คืนนี้ฉันจะไปที่กวางโจวก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางพร้อมคุณ ได้ไหมคะ?”
ผ่านไปครู่หนึ่ง
“ครืด ครืด——”
【ถังซ่ง: “ลำบากศาสตราจารย์เจียงแล้วครับ แต่ไม่ต้องรีบหรอก ผมอยู่บนเครื่องบิน คืนนี้พักที่โรงแรม Four Seasons ตึก IFC คุณมาดึกหน่อยก็ได้ ให้ทันงานพรุ่งนี้ก็พอครับ” 】
เจียงโหย่วหรงรีบตอบ: “รับทราบค่ะ”
พอเรื่องตกลงเรียบร้อย เธอก็เริ่มนั่งไม่ติดที่
เธอรีบเก็บของง่ายๆ สั่งงานรองหัวหน้าแผนกไว้ แล้วสวมรองเท้าส้นสูงออกจากบริษัทไปก่อนเวลา
เธอกลับมาที่โรงแรม JW Marriott
เจียงโหย่วหรงเดินไปที่ห้องแต่งตัว เริ่มเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันพรุ่งนี้
เรียบง่ายเกินไปก็ไม่ได้ จะดูไม่สมฐานะ
โดดเด่นเกินไปก็ไม่ได้ ด้วยรูปร่างของเธอ มันจะดูไม่เรียบร้อยเอาได้
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้เธอผอมลงจริงๆ
ชุดทำงานที่เคยใส่ได้พอดี ตอนนี้ใส่แล้วดูแปลกๆ ไปหมด
ความจริงเธอกะว่าจะรอเงินเดือนออกวันที่ 10 ค่อยไปซื้อใหม่แท้ๆ
เธอยืนจ้องตู้เสื้อผ้าอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจยอมแพ้
ช่างเถอะ
ตอนเที่ยงไปห้าง MixC (ว่านเซี่ยงเฉิง) ซื้อใหม่ยกชุดเลยแล้วกัน
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เธอเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญระดับบริษัทในฐานะผู้บริหารระดับแกนนำอย่างเป็นทางการ
โชคดีที่เซินเจิ้น กวางโจว และตงกวน อยู่ในเขตเศรษฐกิจอ่าวใหญ่ที่เดินทางถึงกันได้ในหนึ่งชั่วโมง การคมนาคมสะดวกมาก
เรื่องเวลา ทันถมเถไป
......
เวลาเที่ยงกว่าๆ
เจียงโหย่วหรงถือกระเป๋าลงมาข้างล่าง เดินเข้าไปในโถงที่สูงโปร่งของโรงแรม JW Marriott
เธอเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ที่โซนพักผ่อนทันที
เพราะมันเด่นสะดุดตามากจริงๆ
เสิ่นอวี้เยี่ยนสวมชุดสูทสีดำรัดรูป เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีแชมเปญข้างในสะท้อนแสงแวววาว คอเสื้อเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นความเซ็กซี่และดูเป็นหญิงสาวชนชั้นนำในที่ทำงาน
เธอสวมแว่นกันแดด Gucci อันใหญ่ นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางที่มั่นใจและผ่อนคลาย
แค่เธอนั่งอยู่เฉยๆ ก็ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมอง
“อวี้เยี่ยน!” เจียงโหย่วหรงเดินเข้าไปทักพร้อมรอยยิ้ม
“พี่โหย่วหรง ไม่เจอกันนานเลยนะค่ะ” เสิ่นอวี้เยี่ยนถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาหยีรูปดอกท้อที่ดูสดใสขึ้นมาทันที
เธอลุกขึ้นยืน มองสำรวจเจียงโหย่วหรงรอบหนึ่ง แล้วทักทายอย่างสนิทสนมว่า: “ตายแล้ว ทำไมรู้สึกว่าพี่ผอมลงอีกล่ะคะ? แต่ดูคล่องแคล่วขึ้นเยอะเลย ดูเหมือนนักวิทยาศาสตร์สาวผู้เย็นชาแล้วนะคะเนี่ย”
“ฮ่าๆ พี่ผอมเพราะเหนื่อยต่างหาก! เพื่อให้งานทันกำหนด หลายวันนี้พี่แทบไม่ได้นอนเลย” เจียงโหย่วหรงยิ้มอย่างเขินๆ แต่ในใจรู้สึกดีใจมาก
“แสดงว่างานก้าวหน้าไปด้วยดีไงคะ” เสิ่นอวี้เยี่ยนยิ้มตอบ “ไปกันเถอะค่ะ รถจอดรออยู่หน้าประตูแล้ว พวกเราไปที่นั่นกันเลย จัดของให้เรียบร้อยแล้วตอนเที่ยงเราหาอะไรกินกันแถวนั้นค่ะ”
“ได้จ้ะ” เจียงโหย่วหรงพยักหน้า “ช่วงนี้พี่นอนโรงแรมตลอด สะดวกก็จริงแต่รู้สึกไม่ค่อยมั่นคง พี่อยากได้บ้านที่แน่นอนมานานแล้ว”
ทั้งคู่เดินออกผ่านประตูหมุน ขึ้นไปบนรถตู้ Alphard สีดำที่จอดรออยู่
ประตูรถปิดลง ตัดขาดเสียงวุ่นวายยามเที่ยงของเมืองใหญ่
รถค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนสายหลักของเซินเจิ้น
ระหว่างทาง ทั้งคู่คุยเรื่องจังหวะการทำงานในช่วงที่ผ่านมาสั้นๆ
เจียงโหย่วหรงอดใจไม่ไหว ถามด้วยความอยากรู้: “จริงด้วย พี่ลืมถามไปเลย เธอหาบ้านที่หมู่บ้านไหนเหรอ? ใกล้บริษัทไหม?”
เสิ่นอวี้เยี่ยนหันมามองเธอแล้วยิ้ม ไม่ตอบตรงๆ : “ไม่ต้องรีบค่ะ ถึงแล้วพี่ก็จะรู้เอง ทั้งทำเล สภาพแวดล้อม ความสะดวกสบาย รับรองว่าเกินความคาดหมายของพี่แน่นอนค่ะ”
รถวิ่งผ่านการจราจรที่หนาแน่น
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที รถก็เริ่มชะลอความเร็ว เลี้ยวเข้าสู่โซนที่ดูสงบเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ไกลนักคืออาคารสูงของย่านธุรกิจว่านเซี่ยงเฉิง และเมื่อเงยหน้าขึ้น ตึกสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ดูล้ำสมัยของ 【เสวียนจีโข่วงเจี้ย】 ก็ปรากฏสู่สายตาในระยะใกล้มาก
สุดท้ายรถมาจอดที่หน้าประตูหมู่บ้านที่ดูสง่างามและมีระดับ
เจียงโหย่วหรงลงจากรถ เมื่อเงยหน้าเห็นภาพลักษณ์ภายนอกอาคาร เธอก็อึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด: “China Resources Land • Runxi Phase I?”
ชื่อนี้ เธอเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนจากแพลตฟอร์มอสังหาฯ และนายหน้าในช่วงนี้
“อื้อ ที่นี่แหละค่ะ” เสิ่นอวี้เยี่ยนรับกระเป๋าเดินทางใบเล็กจากคนขับรถ น้ำเสียงดูเป็นปกติ “ไปกันเถอะค่ะพี่โหย่วหรง”
เธอคล้องแขนเจียงโหย่วหรงอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่เดินเข้าประตูหมู่บ้านไปพร้อมกัน
ภายในนิคมดูสงบและเป็นระเบียบ ทัศนียภาพจัดวางอย่างมีระดับ พื้นที่สีเขียวและเส้นทางเดินได้รับการออกแบบมาอย่างประณีต
ไม่นาน พวกเธอก็มาหยุดที่หน้าอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในทำเลดีเยี่ยม
โถงชั้นล่างกว้างขวางสว่างไสว
ผู้จัดการฝ่ายอาคารรีบเดินเข้ามาต้อนรับและโค้งตัวให้เสิ่นอวี้เยี่ยนเล็กน้อย
หลังจากยืนยันตัวตนอย่างสั้นๆ เขาก็ยื่นคีย์การ์ดที่เปิดใช้งานแล้ว พร้อมกับซองจดหมายที่มีเบอร์ติดต่อฝ่ายจัดการอาคารให้แก่เธอ
เดินเข้าลิฟต์
แตะบัตร
ตัวเลขชั้น 52 สว่างขึ้น
เจียงโหย่วหรงหัวใจกระตุกวูบ
เพราะเธอเคยแอบมาดูแถวนี้ เธอเคยได้ยินนายหน้าบอกว่า อาคารหลังนี้ที่สูง 60 ชั้น ส่วนใหญ่เป็นห้องชุดระดับใหญ่พิเศษทั้งชั้น
ชั้นสูงๆ เพราะวิวสวย จึงเป็นห้องที่หายากมาก ต่อให้มีเงินก็เช่าไม่ได้ ราคาตลาดอยู่ที่ 35,000 หยวนขึ้นไปทั้งนั้น
“ติ๊งง”