เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 84: จำคุกตลอดชีวิต [อ่านฟรีวันที่ 26 เมษายน 2562]

บทที่ 84: จำคุกตลอดชีวิต [อ่านฟรีวันที่ 26 เมษายน 2562]

บทที่ 84: จำคุกตลอดชีวิต [อ่านฟรีวันที่ 26 เมษายน 2562]


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

บทที่ 84: จำคุกตลอดชีวิต

หลังจากที่ลงโทษเสร็จแล้ว จ้าวสำนักกวาดตาไปรอบด้วยความโกรธพร้อมกล่าวว่า “มีผู้ใดที่เคยข่มขู่อ้วนน้อยของข้าอีกหรือไม่?”

ในขณะที่พวกเขาได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียว พวกเขาทั้งหมดอยู่ในสภาวะหวาดกลัวเพราะความผิดต่าง ๆ ได้ผุดขึ้นมา แต่ไม่มีผู้ใดมีความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นพร้อมกล่าวคำว่า ‘ไม่’

ในฐานะของจ้าวสำนัก เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดคิดจะกล่าวสิ่งใดออกมา เขาจึงไม่ต้องซักถามอีกต่อไป เขาโบกมือพร้อมกล่าวว่า “ไล่พวกมันออกไป!”

“ขอรับ!” มีผู้ฝึกตนไม่กี่คนเดินเข้ามาพร้อมกับลากตัวอาวุโสทั้งหมดออกไป ผู้อาวุโสทั้งแปดคนถูกขับไล่ออกจากสำนักเพราะเจ้าอ้วน

อาวุโสของสำนักชั้นนอกมิได้สูงส่งแต่อย่างใด และไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องแบบนี้ หลังจากที่จ้าวสำนักจัดการเรื่องนี้เสร็จสิ้นแล้ว ภรรยาของเขาเอ่ยปากถามเจ้าอ้วน “เด็กน้อย คนเหล่านี้โลภมาก พวกเขาคาดหวังเพียงของหวานเพื่อตนเอง ด้วยความมั่งคั่งที่ครอบครัวเจ้าทิ้งไว้เบื้องหลัง เหตุใดเจ้าจึงต้องใช้อุปกรณ์พัง ๆ เหล่านี้ด้วย?” ในขณะที่นางกำลังกล่าวเช่นนั้น นางชี้ไปที่ถุงมิติเก็บของและดาบบินบนพื้น

เมื่อเจ้าอ้วนได้ยินเช่นนั้น เขาหัวเราะอย่างขมขื่นพร้อมกล่าวว่า “นายหญิง แม้ว่าบิดาของข้าจะทิ้งสิ่งของมากมายไว้เบื้องหลัง แต่สำนักได้ริบกลับไปทั้งหมด ข้าถูกผลักไสออกไปให้เป็นคนรับใช้โดยไม่มีสิ่งใดติดตัวเลย!”

“อะไรกัน? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ความมั่งคั่งส่วนตัวของบิดามารดาเจ้า มันต้องตกเป็นของเจ้า! สำนักจะมีสิทธิ์อันใดไปยึดไว้ได้!” จ้าวสำนักมองไปที่จางฉิงอวี้จนดวงตาแทบทะลักออกมาพร้อมตะโกนว่า “ตัวบัดซบคนไหนมันกระทำเช่นนี้?”

“เรื่องนั้น… มันคือสิ่งที่ทุกคนตกลงกัน…” จางฉิงอวี้ตอบกลับอย่างหวาดกลัว

“ทุกคน? มีผู้ใดบ้าง?” จ้าวสำนักถามกลับอย่างเย็นเยือก

“เรื่องนั้น… เรื่องนั้นคือว่า…” เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางฉิงอวี้แทบจะประสาทกิน เขาไม่ได้คิดเอ่ยชื่อใครเอาไว้ล่วงหน้า ในความจริงคือ เขาไม่สามารถทำได้ ถ้าหากเขาเอ่ยชื่อออกไป มันจะเป็นการทรยศต่อเพื่อนร่วมสำนักและทุกคนจะไม่มีที่ยืนในสำนักเสวียนเทียนอีกต่อไป

“เจ้าจะพูดหรือไม่? อย่าทำให้มันยากไปกว่านี้!” ภรรยาของจ้าวสำนักเริ่มสอบสวนร่วมกับสามี “ข้าจะถามเจ้าเอง ภายในลานเมฆหมอกที่ครอบครัวของเด็กน้อยผู้นี้เคยอาศัยอยู่ ในตอนนี้ใครกำลังใช้มัน?”

“เอ่อ…” จางฉิงอวี้ปาดเหงื่อบนใบหน้าอย่างยากลำบาก ก่อนที่จะตอบออกไปว่า “หลังจากที่ตกลงกันภายในแล้ว ได้ข้อสรุปว่าต้องอยู่ใต้ชื่อของศิษย์ขอรับ!”

“ใต้ชื่อของเจ้า?” จ้าวสำนักโกรธจัด “ดังนั้นสิ่งที่เจ้ากำลังจะพูดคือ เจ้าไล่น้องชายของเจ้าออกจากบ้าน พร้อมกับริบทรัพย์สมบัติของครอบครัวเขาทั้งหมด? ฮ่าฮ่า! ข้าคิดว่าคนที่จิตใจสกปรกจะอยู่ในดินแดนของมนุษย์เท่านั้น ฉากที่น่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้มันไม่ควรเกิดบนดินแดนของผู้ฝึกตน! ข้าไม่เคยคิดว่าสำนักเสวียนเทียนของเราจะมีผู้คนเช่นนี้อยู่ เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเจ้ากระทำมันได้อย่างน่าอัศจรรย์!”

“ท่านอาจารย์ลุง… ท่านจ้าวสำนัก ฟังข้าอธิบายก่อน!” จางฉิงอวี้คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับเริ่มร้องไห้ออกมา “หลังจากที่บิดามารดาของน้องซ่งได้ตายตกไป บุตรเพียงผู้เดียวของพวกเขาควรได้รับการดูแลอย่างดีจากพวกเรา แต่ปัญหาคือความสามารถของเด็กหนุ่มผู้นี้ ที่ท่านก็เข้าใจอย่างดี ภายใต้ท้องฟ้าแผ่นนี้ ไม่มีใครที่มีพรสวรรค์เลวร้ายเท่าเขา! บุคคลเช่นนี้ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ เขาคือขยะที่จะต้องถูกกำจัดทิ้งออกไปและยึดทรัพย์สมบัติของบิดามารดาเขาไว้ทั้งหมด!”

“ท่านควรรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หามาโดยง่ายเลย สมบัติต่าง ๆ ที่ถูกรวบรวมและสะสมมาโดยศิษย์พี่ซ่งและภรรยาของเขา มิอาจให้เสียหายเพราะขยะชิ้นนี้ เหตุใดจึงไม่ปล่อยมันให้กับคนที่เหมาะสมมากกว่า? สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เหล่าพี่น้องในสำนักประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือท่านว่าไม่จริง?” จางฉิงอวี้กล่าวออกมาทั้งน้ำตา “ข้าเชื่อว่าแม้ศิษย์พี่ซ่งจะยังมีชีวิตอยู่ เขาจะทำเช่นเดียวกับข้า ดังนั้น ข้าจึง…”

“ฮ่า! เจ้าช่างหาข้อแก้ตัวได้วิเศษ!” จ้าวสำนักหัวเราะออกมาอย่างโกรธเคือง “สิ่งที่เขารวบรวมมาอย่างพิถีพิถันควรจะต้องเป็นสมบัติของบุตรชายเขา อย่าบอกนะว่าเขาควรทิ้งไว้ให้เจ้า? อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น? เจ้าเป็นใคร?”

“ความกังวลของข้าคือมันอาจถูกใช้งานไปอย่างสูญเปล่า” จางฉิงอวี้เถียงออกมา

“ถ้าจะสูญเปล่าก็เป็นปัญหาของครอบครัวพวกเขา เจ้ามีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงได้อย่างไร?” จ้าวสำนักถามกลับ

“นอกเหนือจากนั้น การใช้สมบัติเหล่านั้นกับเด็กคนนี้ มันอาจไม่ได้เป็นของเสีย!” ภรรยาจ้าวสำนักกล่าวเสริม “เขาสามารถฝึกตนจนเข้าสู่ระดับเซียนเทียนขั้นสิบขณะอายุยี่สิบสองปี โดยไม่ได้รับมรดกจากบิดามารดา นี่คือมาตรฐานของการเข้าเป็นศิษย์ใน! แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของเขาและธาตุทั้งห้าไม่ใช่ขยะ แต่เขาคืออัจฉริยะ!”

“เป็นเช่นนั้น!” จ้าวสำนักเห็นด้วย “ถ้าหากเขาได้รับมรดกที่ครอบครัวเขาทิ้งไว้ แน่นอนว่าระดับการฝึกฝนของเขาจะสูงกว่านี้ ในเรื่องของความเร็ว เขาอาจจะไม่แพ้หงหยิงของข้า! อัจฉริยะเช่นนี้สามารถพบเห็นได้หนึ่งคนในรอบพันปีเท่านั้น!”

“ช่างน่าเสียดาย ที่เขาถูกขับไล่ออกไป โดยคนที่รู้เรื่องเขาไปซะหมด!” จ้าวสำนักกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แดกดันพร้อมกับมองไปที่จางฉิงอวี้อย่างนิ่งเฉย นั่นทำให้เขารู้สึกกลัวมากขึ้น

“ไม่ใช่ ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ เรื่องซ่งจงจะต้องเป็นการความบังเอิญอย่างแน่นอน! เขา… เขา…” เมื่อเห็นว่าเรื่องราวเริ่มไม่ดี เขารีบร้อนอธิบายต่อ

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ความอดกลั้นของจ้าวสำนักได้หมดลงแล้ว เขาโบกมือพร้อมกับกล่าวขัดจังหวะทันที “หยุดปาก! จางฉิงอวี้… เจ้ารังแกบุตรชายของน้องชายและน้องสาวของข้า อีกทั้งยังริบทรัพย์สินของครอบครัวเขาไปจนหมดสิ้น ความผิดของเจ้าไม่สามารถให้อภัยได้! ข้าขอประกาศในฐานะของจ้าวสำนักเสวียนเทียนว่าลานเมฆหมอกจะต้องกลับไปเป็นสมบัติของอ้วนน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าอีกต่อไป สิ่งของทุกอย่างจะต้องกลับคืนสู่เขา!”

“อะไรกัน?” จางฉิงอวี้ถามออกมาด้วยความกังวล “ท่านอาจารย์ลุง ท่านกระทำเช่นนั้นได้อย่างไร? แล้วเงินของข้าที่เก็บสะสมมานานนับปีล่ะ?”

“แต่สถานที่นั้นบิดามารดาของเขาทิ้งไว้ให้อ้วนน้อย ไม่ใช่เจ้า!” จ้าวสำนักกล่าวออกมาอย่างเหี้ยมโหด

“ข้าสามารถคืนให้กับเขาได้ แต่ของบางอย่างที่เป็นของข้าล่ะ?” จางฉิงอวี้ถามอย่างรวดเร็ว

“แล้วข้าจะทราบได้อย่างไร ว่าสิ่งไหนคือของเจ้า และสิ่งไหนคือของเขา?” จ้าวสำนักตอบอย่างเฉยเมย

“เรื่องนั้น… ศิษย์สัญญาว่าจะไม่แตะต้องมัน…” จางฉิงอวี้กล่าวอย่างรวดเร็ว

“เหอะ! เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้างั้นหรือ? ให้ข้าพูดตรง ๆ ทุกสิ่งที่เจ้ากล่าวออกมามันเป็นเพียงการผายลมเท่านั้น!” จ้าวสำนักกล่าวอย่างเยือกเย็น “นอกจากนั้นข้าไม่สนใจที่จะมานั่งแยกว่าของสิ่งนี้เป็นของใคร ข้ารู้เพียงว่าเจ้าต้องคืนลานและสิ่งของที่อยู่ในนั้นทั้งหมด มันถูกส่งกลับสู่เจ้าของตัวจริงอย่างยุติธรรมแล้ว! เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

เมื่อเห็นว่าจ้าวสำนักแผ่จิตสังหารออกมา เขารู้ทันทีว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก เขาไม่กล้ากล่าวไร้สาระอะไรอีกนอกจากก้มหัวคำนับ “ขอรับ ศิษย์เข้าใจแล้ว ถ้าหากท่านอาจารย์ลุงไม่มีสิ่งใดเพิ่มเติมแล้ว ศิษย์ขอตัวก่อน ยังมีภารกิจอีกมากมายที่ศิษย์ต้องออกไปจัดการ!” ในขณะที่เขากล่าวจบ เขาต้องการจะทำความเคารพและเดินออกไป

“ไม่เป็นไร!” จ้าวสำนักหัวเราะอย่างเยือกเย็นพร้อมกล่าวว่า “มีหลายสิ่งที่ต้องทำที่ภายนอกนั้น ในตอนนี้ข้ายังไม่กล้าจะรบกวนเจ้ามากนัก มันจะดีที่สุดถ้าหากเจ้าไปที่หลังภูเขาเพื่อฝึกฝน และเจ้าจะสามารถออกมาได้ เมื่อข้าตาย!”

“หือ?” จางฉิงอวี้ตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนอื่นที่ทุกคนรู้คือ สถานที่ที่ผู้ฝึกตนระดับจินตันควรไปฝึกฝนไม่ใช่หลังภูเขา สถานที่แห่งนั้นมีไว้สำหรับจำคุกนักโทษ ความหมายก็คือเขาถูกจำคุกโดยใช้ระยะเวลาการมีชีวิตของผู้ฝึกตนระดับหยวนหยิน ซึ่งน่าจะเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี และเขาไม่อาจอยู่ได้นานถึงขนาดนั้น! นั่นหมายความว่าเขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต!

จบบทที่ บทที่ 84: จำคุกตลอดชีวิต [อ่านฟรีวันที่ 26 เมษายน 2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว