เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 610 : ชื่อของเธอ (ฟรี)

บทที่ 610 : ชื่อของเธอ (ฟรี)

บทที่ 610 : ชื่อของเธอ (ฟรี)


บทที่ 610 : ชื่อของเธอ

หน้าห้องพักผู้ป่วยพิเศษเงียบสงัด

เฉินซวงซวงยืนอยู่ตรงนั้น เขย่งปลายเท้า แอบมองคนสองคนที่อยู่สุดทางเดินผ่านกระจกสี่เหลี่ยมบานเล็กบนประตู

บ่ายของวันฟ้าครึ้ม แสงสว่างถูกกรองผ่านชั้นเมฆหนาจนกลายเป็นสีเทาขาวนวลตา

ภาพของพี่สาวที่ใบหน้าอาบน้ำตาและทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มรูปงามที่ก้มลงจุมพิต การล้มลง และการโอบกอด...

ในชั่วพริบตานั้น เฉินซวงซวงรู้สึกราวกับลืมหายใจ

มันงดงามเหลือเกิน...

งดงามราวกับฉากในอนิเมะแนวรักบริสุทธิ์ของญี่ปุ่นภาพคมชัดระดับท็อปที่เธอแอบดูใน Bilibili มานับครั้งไม่ถ้วน

เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอก็ยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป

อาการป่วยหนักของแม่...ความลังเลของพ่อ...ความเย็นชาของพี่ชายพี่สาว...

ตอนที่ได้รับรู้เรื่องทั้งหมด เธอแอบร้องไห้อยู่นาน และเคยจินตนาการเหมือนเด็กไม่รู้จักโต...

ว่าจะมีฮีโร่ที่ตะโกนว่า "เธอเชื่อในแสงสว่างไหม" โผล่มาจากฟ้าเพื่อช่วยพวกเธอหรือเปล่า

แต่เธอคาดไม่ถึงเลยว่า คนที่นำแสงสว่างมาให้นั้น...กลับเป็นพี่สาวที่เธอคอยต่อต้านและแอบดูถูกมาตลอด

พร้อมกับชายหนุ่มข้างกายเธอ...ที่ราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูน

เฉินซวงซวงกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะกระดอนออกมาจากลำคอ แม้เธอจะฉลาดและโตเกินวัย แต่ถึงที่สุดแล้วเธอก็ยังเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบห้า สำหรับเรื่องราวแบบนี้ เธอย่อมมีความรู้สึกสงสัยและโหยหาเป็นธรรมดา

"ซวงซวง ทำอะไรอยู่ลูก?"

เสียงของโจวฮุ่ยดังมาจากทางเตียงผู้ป่วย

เฉินซวงซวงรีบหันกลับมา ใบหน้าแดงก่ำ พูดตะกุกตะกัก "มะ...ไม่มีอะไรค่ะ"

"พี่สาวของลูก...กำลังคุยกับถังซ่งอยู่เหรอ?" น้ำเสียงของโจวฮุ่ยเจือแววไม่แน่ใจ "พวกเขา...ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"

เฉินซวงซวงเดินกลับไปที่เตียงแม่ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบ "พี่ถังซ่งกำลังปลอบใจพี่สาวอยู่ค่ะ แล้วก็...ก็...หอมแก้มพี่เขาด้วย ตอนนี้กำลังกอดกันอยู่ค่ะ"

โจวฮุ่ยชะงักไป ดวงตาที่ขุ่นมัวเพราะความเจ็บป่วยฉายแววซับซ้อนยากจะอ่านออก

มีความประหลาดใจ ความโล่งอก แต่ที่มากกว่านั้นคือความกังวลอย่างสุดซึ้ง

ทว่าเฉินซวงซวงไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของแม่ เธอยังคงจมอยู่ในอารมณ์ของตัวเอง "แม่คะ พี่ถังซ่งเป็นใครกันแน่คะ? ทำไมเขาถึงได้เก่งขนาดนี้?"

"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน" โจวฮุ่ยถอนหายใจเบาๆ ใช้มือที่หยาบกร้านลูบผมของลูกสาวคนเล็ก "ซวงซวง ต่อไปนี้ลูกต้องไปมาหาสู่กับพี่สาวบ่อยๆ นะ สนิทกับเขาให้มากๆ จริงๆ แล้วในใจของเขา...เขารักลูกมากนะ อยากจะดีกับลูกมาตลอด"

"ค่ะ...หนูรู้" เฉินซวงซวงพยักหน้า เสียงเบาลงมาก

เมื่อเห็นลูกสาวแท้ๆ ทั้งสองคนกลับมาใกล้ชิดกันเพราะเรื่องนี้ ในใจของโจวฮุ่ยก็เปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

ตอนที่หย่ากันครั้งนั้น เพราะเธอไม่มีรายได้ที่มั่นคงและเป็นคนต่างถิ่น ในขณะที่จางเหยียนเรียนหนังสืออยู่ที่อำเภอจิ่งมาตลอด สุดท้ายศาลจึงไม่ได้ตัดสินให้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูเป็นของเธอ...แน่นอนว่าในตอนนั้นเธอก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูจริงๆ

แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่มีวุฒิการศึกษาและไม่มีงานทำ การจะเลี้ยงดูลูกหนึ่งคนในเมืองที่ไม่คุ้นเคยนั้น...มันช่างยากเย็นแสนเข็ญ

นี่คือความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจของเธอ และเป็นหนี้ที่เธอต้องชดเชยให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม

ดังนั้นหลายปีมานี้ เธอจึงพยายามส่งเสียค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนให้จางเหยียนอย่างเต็มที่ แม้จำนวนเงินจะเกินกว่าหน้าที่ตามกฎหมายไปมากแล้วก็ตาม และก็เป็นเพราะ ‘ความลำเอียง’ นี้เอง ที่จุดชนวนความขัดแย้งไม่รู้จบในครอบครัวที่สร้างขึ้นใหม่

ซวงซวงเติบโตมากับการถูกพี่ชายพี่สาวพูดจาถากถางเรื่องนี้อยู่เสมอ หาว่าเป็น ‘คนนอก’ หาว่าแม่ของเธอ ‘เอาใจออกห่าง’ นานวันเข้า ซวงซวงจึงเกิดความรู้สึกต่อต้านพี่สาวที่ไม่เคยเจอหน้าอย่างรุนแรง ดังนั้นเธอจึงไม่เคยตำหนิเฉินซวงซวงเรื่องทัศนคติต่อจางเหยียนอย่างรุนแรงเลย

เฉินซวงซวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบขอร้อง "แม่คะ จริงๆ แล้วพ่อก็อยากจะรักษาแม่นะคะ แค่ว่า..."

"แม่รู้ แม่ไม่เคยโกรธเขาเรื่องนี้เลย เรื่องหย่าก็เป็นแม่ที่เสนอมาตลอด" โจวฮุ่ยพูดขัดขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นเฉียบคมขึ้นมาก "แม่รู้ว่าเขาลำบาก รู้ว่าครอบครัวนี้ลำบาก แต่ซวงซวง...เขาไม่ควร...ไม่ควรสมรู้ร่วมคิดกับพี่ชายพี่สาวของลูก แล้วหันมาเล่นงานพี่จางเหยียนของลูก"

อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ มีหรือที่เธอจะไม่รู้ว่าคนบ้านนั้นคิดอะไรกันอยู่ ก็แค่เห็นว่าจางเหยียนนิสัยอ่อนแอและมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด จึงอยากจะบีบให้จางเหยียนมารับผิดชอบเรื่องนี้ไปอย่างสมเหตุสมผล เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องเสียหน้าและดูดีในสายตาคนอื่น

แต่สำหรับเธอในฐานะแม่...นี่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

รอยร้าวได้เกิดขึ้นแล้ว ก็ยากที่จะประสานกลับคืน "บ้าน" ที่เรียกกันนี้ สุดท้ายคงหนีไม่พ้นการหย่าร้าง

แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้เธอต้องรักษาตัวให้หายก่อน เมื่อหายดีแล้วค่อยหางานที่มั่นคงทำ แบบนั้นเธอถึงจะมีศักดิ์ศรีและความสามารถพอที่จะรับซวงซวงมาอยู่ด้วยกันได้ ถึงตอนนั้น ลูกสาวทั้งสองคนจะได้อยู่เคียงข้างและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ลูกสาวของเธอ...จางเหยียน...ที่โดดเดี่ยวมานานเกินไป จะได้มีคนในครอบครัวที่รักเธออย่างจริงใจเพิ่มขึ้นมาอีกคน

แน่นอน...ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของจางเหยียนกับถังซ่ง

จากการสังเกตเพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอเห็นอะไรมากมาย ลูกสาวของเธอตกหลุมรักเขาไปแล้ว แต่กลับขี้อายและรู้สึกต่ำต้อย ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นก็ช่างเพียบพร้อมและโดดเด่นเหลือเกิน การคบหากันของจางเหยียนและถังซ่งจึงเต็มไปด้วยความลังเลและถดถอยอย่างแน่นอน

ความสัมพันธ์แบบนี้ก็เหมือนระเบิดเวลา ที่อาจจะถูกจุดชนวนขึ้นในวันใดวันหนึ่งในอนาคต

โจวฮุ่ยที่เจ็บปวดจากความรักและผ่านการแต่งงานที่ล้มเหลวมาถึงสองครั้ง ย่อมรู้ดีถึงอานุภาพของระเบิดลูกนี้ ด้วยนิสัยของจางเหยียน เธอไม่มีทางรับมันไหวแน่

ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเริ่ม! หรือไม่...ก็ต้องเดินหน้าไปให้สุดทาง!

เธอต้องช่วยลูกสาวเธอสักครั้ง!

ในโถงทางเดิน

ถังซ่งโอบกอดจางเหยียนที่หมดแรงเพราะอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นแชมพูหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอ ในตอนนี้เขากลับรู้สึกพึงพอใจอย่างน่าประหลาด หัวใจเต้นรัวเร็วขึ้น

เธอตัวเบามาก ร่างกายบอบบางราวกับขนนก เขาสามารถรู้สึกได้ถึงกระดูกที่เล็กและบอบบางของเธอผ่านเนื้อผ้า เธอกำลังซบอยู่บนตัวเขา แก้มที่ร้อนผ่าวแนบอยู่กับอกของเขา

จางเหยียนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาเบิกกว้างอย่างเหม่อลอย ร่างกายถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นอายที่สะอาดและอบอุ่นของเขา ในหัวมีแต่ภาพใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้และจุมพิตที่เจือไปด้วยความชุ่มชื้นนั้น

ความคิดหนึ่งวนเวียนอยู่ในหัวของเธออย่างบ้าคลั่งและควบคุมไม่ได้

ถังซ่งจูบฉัน...ถังซ่งจูบฉัน...

สำหรับเธอแล้ว ถังซ่งคือความลับที่ถูกฝังลึกอยู่ในใจมานานกว่าสิบปี และเป็นดั่งแสงจันทร์สีขาวนวลที่มอบความอบอุ่นและพลังให้เธอในค่ำคืนอันเดียวดายนับไม่ถ้วน การกลับมาพบกันที่ราวกับความฝันในช่วงสองวันนี้ก็ทำให้อารมณ์ของเธอพุ่งขึ้นสูงอยู่แล้ว และจุมพิตที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ก็ได้ทำลายกำแพงป้องกันทั้งหมดของเธอลงในทันที

กระแสความร้อนพุ่งพล่านออกมาจากหัวใจ กระจายไปทั่วร่าง

แก้มและใบหูร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน

สมองของเธอวิงเวียนเป็นพักๆ รู้สึกเหมือนจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ

อ้อมกอดนี้...ดำเนินไปเนิ่นนาน

นานพอที่จะปลอบประโลมความสับสนวุ่นวายตลอดสิบปีที่ผ่านมาของเธอ

ในที่สุด...พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง

เธอก็เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน ขยับตัวดิ้นเบาๆ

ถังซ่งค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกอย่างนุ่มนวล แต่ยังคงประคองแขนเธอไว้หลวมๆ กลัวว่าเธอจะยืนไม่มั่นคงอีกครั้ง

"เป็นไงบ้าง นักเรียนจางเหยียน" เขาก้มลงมองเธอ เสียงเจือแววขบขัน "รู้สึกถึงพลังที่ฉันให้ยืมไปหรือยัง?"

"ฉัน...เธอ..." จางเหยียนมองพื้นอย่างสับสน ไม่กล้าสบตาเขา สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆ สมองของเธอยังไม่ฟื้นตัวจากแรงกระแทกเมื่อครู่นี้เลย

ถังซ่งมองเธอ ก่อนจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องการดูแลเจ้าส้มต่อ เมื่อพูดถึงแมว อารมณ์ของจางเหยียนก็ค่อยๆ กลับมาสงบลง

ผ่านไปครู่หนึ่ง

ถังซ่งก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหมือนคุยเรื่องทั่วไป "ฉันได้ยินลู่ลู่บอกว่า บริษัท ‘ซูเฉิงเทคโนโลยี’ ที่เธอทำงานอยู่ตอนนี้ เหมือนจะมีปัญหาเหรอ? พนักงานกำลังเตรียมตัวย้ายงานกันอยู่?"

เมื่อได้ยินคำว่า ‘งาน’ ร่างกายของจางเหยียนก็เกร็งขึ้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

เธอตอบตะกุกตะกัก "อืม...ใช่...ใช่ค่ะ"

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับรวบรวมความกล้าอย่างมหาศาล แล้วเสริมขึ้นอีกประโยค "ค่ารักษาพยาบาลของแม่ฉันครั้งนี้...ฉันจะค่อยๆ ...คืนให้นะ"

ประโยคนี้ เธอเก็บมันไว้ในใจมานานแล้ว แม้ว่าการพูดออกมาต่อหน้าเขาอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องตลกไร้เดียงสา แต่เธอก็ยังอยากจะพูดมันออกมา...บางทีอาจจะเป็นเพื่อ ‘ศักดิ์ศรี’ และ ‘ความรู้สึกต่ำต้อย’ อันน้อยนิดในใจของเธอ

เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ถังซ่งก็เลิกคิ้วขึ้น ไม่ได้ตอบกลับในทันที

ด้วยวุฒิภาวะทางอารมณ์และประสบการณ์ของเขาในตอนนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าจางเหยียนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาช่วยเหลือเธอมากเกินไปแล้ว หากยังคงทุ่มเทให้อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยนิสัยของจางเหยียน เธอคงจะรับไม่ไหว และมันอาจจะกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินไป เขาต้องใช้วิธีที่นุ่มนวลกว่านี้...วิธีที่เธอจะยอมรับได้

เมื่อเห็นเขานิ่งเงียบ หัวใจของจางเหยียนก็พลันหล่นวูบ กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด....

จบบทที่ บทที่ 610 : ชื่อของเธอ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว