เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79: สามปีต่อมา

บทที่ 79: สามปีต่อมา

บทที่ 79: สามปีต่อมา


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

บทที่ 79: สามปีต่อมา

ความจริงถ้าหากเจ้าอ้วนไม่ได้มีธาตุแห่งองค์ประกอบครบทั้งห้า เขาจะได้ตำแหน่งศิษย์ชั้นยอดในบรรดาศิษย์ใน แต่ด้วยลำดับธาตุที่เขามี ด้วยอายุของเขายังน้อย และระดับของเขาก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก อีกทั้งยังครอบครองสายฟ้าแห่งปฐพีศักดิ์สิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญระดับจินตันจึงมิอาจมองข้ามความสามารถของเขาได้อีกเป็นครั้งที่สอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะครอบครองสายฟ้าแห่งปฐพีศักดิสิทธิ์ แต่การฝึกฝนของเขายังมีปัญหาอยู่ มันเป็นเรื่องธรรมดาในหมู่คนอายุเท่านี้ อีกทั้งความจริงที่เขามีธาตุทั้งห้าอยู่ภายในตัวตน นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เขากลายเป็นข้อยกเว้นและไม่มีใครรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญระดับจินตันจึงขอดูเขาไปสักระยะก่อนเพื่อจะดูว่าเขาสามารถพัฒนาตนเองได้หรือไม่ในอนาคต ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่ยอมรับเจ้าอ้วนเข้าสู่ศิษย์ใน แต่เฝ้ามองเขาในระหว่างที่ยังเป็นศิษย์นอกเท่านั้น

แน่นอนว่าพื้นเพและสถานะเจ้าอ้วนในสำนักตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษของเขา รวมกับผลงานของเขาในครั้งนี้ เขาจะได้รับสิทธิต่าง ๆ ในสำนักมากมาย

อย่างแรก เบี้ยเลี้ยงของเจ้าอ้วนเพิ่มขึ้นสิบเท่าจากเดิม เขาได้รับเงินมากกว่าเหล่าศิษย์ชั้นนอกทั่วไป มันคือเงินเดือนของศิษย์ระดับเซียนเทียนขั้นสิบสาม อย่างที่สอง เขาไม่จำเป็นต้องทำภารกิจใดในสำนัก แต่ต้องทุ่มเทให้กับการฝึกฝนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ถ้าเขาประสบปัญหาใด เขาสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง ในที่สุด เจ้าอ้วนก็ได้รับสิทธิ์ในการเข้าหอสมุดของศิษย์นอกได้ ด้วยเงื่อนไขเท่านี้ อนาคตของเจ้าอ้วนก็สามารถไปต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด

แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขาได้กลับไปยังสำนัก เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือสืบสวนหาความจริงกับสำนักจักรกลก่อน

หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญระดับจินตันทั้งห้าโกรธจัด สำนักจักรกลที่ต่ำต้อยเช่นนั้นกล้ามากที่มายั่วยุสำนักเสวียนเทียน ไม่มีคำกล่าวใดต่อ พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปยังสำนักจักรกล และเจ้าอ้วนต้องเดินทางไปด้วยเช่นกันในฐานะพยาน

อุปกรณ์วิเศษยักษ์บรรทุกคนมานับสามร้อยชีวิต บินอยู่บนท้องฟ้า เรือท้องแบนสีขาวถือว่าเป็นอุปกรณ์วิเศษยักษ์ที่น่ากลัวชิ้นหนึ่งของสำนักเสวียนเทียน มันมิได้มีดีเพียงแค่บรรทุกคนได้นับร้อย มันยังมีการติดตั้งอาวุธที่อันตรายมากมายภายใต้ท้องเรือ น่าเสียดายที่เจ้าอ้วนไม่อาจชมความโหดร้ายของเรือลำนี้ได้ เนื่องจากมันไม่ได้มาในสถานะต่อสู้

เรือมีสี่ชั้นและมีห้องอยู่นับร้อย เจ้าอ้วนได้อยู่ในห้องที่ถูกจัดสรรไว้ให้ มันกว้างประมานสิบฟุต แม้ว่าจะไม่กว้างขวางนัก อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องคือเบาะรองนั่งที่ดูธรรมดา แต่มันกลับแฝงด้วยปราณจิตวิญญาณมากมาย ซึ่งนี่ไม่ได้น้อยเกินไปเลยเมื่อเทียบกับเงื่อนไขที่สำนักเสวียนเทียนมอบให้

การเดินทางด้วยเรือลำนี้เป็นเรื่องง่ายที่จะเดินทางหนึ่งแสนลี้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ถ้าหากเจ้าอ้วนบินไปด้วยตนเอง จะต้องใช้เวลาสองถึงสามวัน

สำนักจักรกลตั้งอยู่บนภูเขาที่ชื่อว่า ภูเขาม่านหมอก มันเคยตั้งอยู่บนเทือกเขาขนาดใหญ่ แต่ด้วยความขัดแย้งก่อนหน้านี้ จึงถูกบังคับให้ย้ายมาอยู่ในที่แห่งนี้

ตามข้อมูลแล้วสำนักจักรกลมีผู้คนเพียงหลักร้อยเท่านั้น นอกจากผู้นำสำนักและภรรยาของเขา ไม่มีผู้ฝึกตนระดับจินตันเลย มีผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิหลักสิบเท่านั้นที่ยังสนับสนุนสำนักอยู่ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ผู้คนเหล่านี้ยังเป็นกำลังสำคัญในโลกมนุษย์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขามีความทะนงตน ในตอนท้ายพวกเขากลับแสวงหาความตายด้วยการยั่วยุสำนักเสวียนเทียน

ในเวลานี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับจินตันทั้งห้าและผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมินับสิบต้องการคำอธิบายจากพวกเขา มิเช่นนั้นสำนักของเขาอาจจะถูกลบออกไปจนหมดสิ้น!

สำนักจักรกลเป็นเหล่าบุคคลที่มีหัวสมองที่เฉียบแหลม หลังจากที่พวกเขาทราบเรื่องจากผู้ที่กลับมายังสำนัก พวกเขาทั้งหมดละทิ้งสถานที่นี้ไว้ การเดินทัพของกองกำลังเสวียนเทียนจึงสูญเปล่า เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของเขา สำนักจักรกลทำลายอาคาร สถานที่ของพวกเขาทั้งหมด เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาทิ้งมันไปเป็นการถาวร

เมื่อมองเห็นซากปรักหักพัง กองกำลังของสำนักเสวียนเทียนไร้คำพูดใด โลกนี้เป็นสถานที่ที่กว้างใหญ่ยิ่งนัก ถ้าหากสำนักจักรกลคิดจะหลบหนีไป การพยายามตามหาพวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากการงมเข็มในมหาสมุทร

แม้แต่เหล่าสาวกที่ไม่มีบทบาทในสำนักมากนัก พวกเขาถูกส่งออกไปให้ค้นหาตัวผู้ก่อการร้าย แต่ไม่มีผู้ใดที่จะประสบความสำเร็จ กองกำลังของสำนักเสวียนเทียนไม่อาจทำสิ่งใดต่อได้ ทำได้เพียงกลับสู่สำนักด้วยมือเปล่าเท่านั้น หลังจากมอบเงินให้กับผู้ฝึกตนเสร็จสิ้น ก็ไม่มีการทำสิ่งใดต่อ

ในความเป็นจริง ก็ไม่มีสิ่งใดที่ต้องทำไปมากกว่าการปลอบใจกันเท่านั้น ตราบใดที่บุคคลของสำนักจักรกลไม่ได้โง่งม พวกเขาจะไม่เปิดเผยตนเองโดยง่ายอย่างแน่นอนไม่ว่ากรณีใด อีกทั้งผู้ฝึกตนมีความต้องการต่ำมากในการมีชีวิตรอด พวกเขาสามารถอาศัยอยู่ในถ้ำได้นับร้อยปี หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดสิ้นสุดลง พวกเขาก็จะกลับมาเปิดตัวอย่างอลังการพร้อมกับลืมเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แม้ว่าสำนักเสวียนเทียนจะพบพวกเขาในวันนั้น แต่ปัญหาของมันจะไม่ยิ่งใหญ่เช่นวันนี้แน่นอน

หลังจากนั้นเหตุการณ์ทั้งหมดจะเปลี่ยนไป ถ้าหากสำนักเสวียนเทียนยังคงไล่ล่าพวกเขาหลังจากผ่านไปแล้วหนึ่งร้อยปี พวกเขาคงจะถูกหัวเราะเยาะจากคนทั้งโลก สำนักเสวียนเทียนถือได้ว่าเป็นนิกายแห่งความชอบธรรม และแน่นอนว่าพวกเขาจะรักษาชื่อเสียงตรงนี้ไว้

นอกเหนือจากนั้น สำนักเสวียนเทียนก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใด แม้ว่าจะมีนักบวชตายตกไป แต่ว่าบุตรชายของหัวหน้าสำนักได้ถูกสังหารเช่นนั้น เจ้าอ้วนได้เก็บเกี่ยวสมบัติกลับมามากมาย ดังนั้นเมื่อพูดกันตรง ๆ ถือว่าสำนักเสวียนเทียนมีความได้เปรียบอยู่

ดังนั้นแม้ว่าจะไม่สามารถกำจัดสำนักจักรกลออกไปได้ แต่สำนักเสวียนเทียนก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก วัตถุประสงค์ที่พวกเขามาในวันนี้ไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพียงต้องการคำอธิบายเพื่อไปยืนยันกับสำนักเสวียนเทียนเท่านั้น ไม่ว่าพวกเขาจะฆ่าใครก็ตามมันต้องมีเหตุผลรองรับที่เหมาะสม

แน่นอนว่าความคิดเหล่านี้เป็นของอาวุโสระดับสูงในสำนักเสวียนเทียน เจ้าอ้วนไม่รู้สึกเช่นนั้น อย่างไรก็ตามเขาเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกทั้งนักบวชภายใต้ความดูแลของเขาที่เป็นถึงผู้นำของวัดชิงเฟิงถูกสังหารจนสิ้น สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่อย่างมาก ดังนั้นแม้ว่าปัญหาของเจ้าอ้วนจะถูกจัดการให้จบลงอย่างเงียบ ๆ แต่ทว่าไฟแค้นในใจของเขาไม่ได้มอดดับไปด้วย ตราบใดก็ตามถ้าหากเขาได้พบเจอกับผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิทั้งสี่คนอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะสังหารพวกมัน!

เจ้าอ้วนเดินทางกลับสำนักเสวียนเทียนไปพร้อมกับพวกเขาทั้งหมด พร้อมกับแบกความไม่พอใจอัดแน่นเต็มกระเพาะอาหาร

ในวัดถัดมา เป็นวันที่เจ้าอ้วนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ในทุกวันเขาจะใช้เวลาหนึ่งในสามเพื่อการฝึกตน ปรับแต่งปฐมบทแห่งความโกลาหล และปรับแต่งอสนีวารีขั้วลบพร้อมทั้งสายฟ้าแห่งปฐพีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเขาใช้เวลาที่เหลือในการฝึกฝนเคล็ดวิชาจักรกล

ด้วยวัสดุที่ไร้ขีดจำกัดของเขาและเปลวไฟแห่งต้นกำเนิด ทำให้ความคืบหน้าของเจ้าอ้วนรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียงสามปี เขามีความสามารถในการปรับแต่งหุ่นยนต์ระดับต่ำ ซึ่งหุ่นเชิดลมทองแดงมีศักยภาพเทียบเท่ากับอุปกรณ์วิเศษระดับเจ็ด

หุ่นเชิดดังกล่าวมีความแข็งแรงและมีความสูงถึงเจ็ดฟุต อีกทั้งน้ำหนักของมันมีอย่างน้อยหนึ่งหมื่นจิน อย่างไรก็ตามมันมีความสามารถในด้านกายภาพเท่านั้น ไม่มีเวทมนตร์อะไรเพิ่มเติม มันไม่จำเป็นต้องใช้ปราณจิตวิญญาณใดในการควบคุม แม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งและการป้องกันที่น่าทึ่ง แต่ยังถือว่าค่อนข้างไร้ประโยชน์ ในการต่อสู้จริง มันไม่อาจจะเอาชนะได้แม้กระทั่งผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนขั้นสาม เพียงถูกเวทมนตร์ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ครั้ง ก็สามารถที่จะทำลายหุ่นเชิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จบบทที่ บทที่ 79: สามปีต่อมา

คัดลอกลิงก์แล้ว