เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76: อันตราย

บทที่ 76: อันตราย

บทที่ 76: อันตราย


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

บทที่ 76: อันตราย

เมื่อหันหน้าไปมองพวกเสียสติ เจ้าอ้วนยังไม่มีความคิดที่จะแสดงตัวออกมา เขารู้ดีว่าคนเหล่านั้นได้เสียสติไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากเขาแสดงตัวออกไปในตอนนี้ จะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน และอีกอย่างในตอนนี้เขาใกล้ถึงวัดเสวียนเทียนแล้ว สถานที่ดังกล่าวมีฉิงเฟิงซีที่จะออกหน้าแทนเขาได้ ดังนั้นเจ้าอ้วนจึงไม่คิดแยแสบุคคลเหล่านี้อีกต่อไป!

ดังนั้น เจ้าอ้วนจึงใช้ปราณจิตวิญญาณของตนเองเพื่อควบคุมระฆังเหล็กดำให้บินไปยังจุดหมายเท่านั้น โดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด!

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สภาพของผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิทั้งสี่ราวกับว่ากำลังฝึกซ้อมการต่อสู้เสมือนจริงกันอยู่ พวกเขาทุ่มเททุกอย่างที่มีในการโจมตีทุกครั้ง ทั้งเปลวเพลิง วารีแช่แข็ง อสนีบาต และพลังจากดาบบินทั้งหมดโจมตีไปที่ระฆังเหล็กดำ แต่ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย พื้นผิวของระฆังเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนแต่ว่าเป็นเพียงพื้นผิวชั้นเหล็กดำเท่านั้น เกิดประกายสีเขียวและม่วงขึ้นในบางแห่งของระฆังที่ถูกดาบตัดผ่าน ภาพลักษณ์ของมันในตอนนี้ดูน่าสมเพชมากกว่าจะเป็นอุปกรณ์วิเศษ

แต่ไม่ว่าผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิจะโหดร้ายสักเพียงใด ระฆังยักษ์ยังคงไม่หยุดนิ่งและบินต่อไปด้านหน้าอย่างมั่นคง ส่วนเจ้าอ้วนที่หลบซ่อนอยู่ภายในมิติกำลังผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด เขาดื่มชาแห่งองค์ประกอบทั้งห้าเพื่อเพิ่มปราณจิตวิญญาณของตนเอง พร้อมทั้งย่างมัจฉาไร้เนตรกินอย่างสบายอารมณ์

ร่างกายของผู้ฝึกตนทั้งสี่ที่อยู่ด้านนอกชุ่มฉ่ำไปด้วยเม็ดเหงื่อ หากเปรียบเทียบกับเจ้าอ้วนในตอนนี้แล้วช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ปราณจิตวิญญาณของพวกเขาใกล้จะหมดไปกับอุปกรณ์วิเศษที่ใช้โจมตี แต่อย่างไรก็ตามระฆังเหล็กดำยังคงไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่สามารถบังคับให้เจ้าอ้วนแสดงตัวออกมาได้ เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาทั้งหมดได้เข้ามาต่อสู้กันใกล้เขตวัดเสวียนเทียนแล้ว ผู้ฝึกตนทั้งสี่แทบบ้าคลั่งในขณะใกล้หมดเวลา

ชายผู้ถือพัดกัดริมฝีปากของเขาพร้อมกับหยิบปืนเศียรมังกรนภาออกมาและคำราม “ข้าไม่เชื่อว่าต่อให้ต้องใช้ปืนนี่จนพังจะไม่อาจจัดการเจ้าได้!”

ในขณะที่เขากล่าว ผู้ฝึกตนที่ถือพัดเปิดแผ่นหยกออกพร้อมกับใส่สายฟ้าแห่งอัคคีพสุธาลงไปที่กระบอกปืน จากนั้นเขาพุ่งสมาธิไปที่ระฆังเหล็กดำเตรียมพร้อมจะยิงอีกครั้ง

เมื่อมองเห็นฉากตรงหน้า ใบหน้าของเจ้าอ้วนตระตุกอย่างไม่อาจรั้ง เขารู้ว่าปืนกระบอกนั้นสามารถยิงได้อีกครั้งเดียวเท่านั้น เพราะมันผ่านการยิงอย่างต่อเนื่องมามากเกินไป ในตอนนี้หากเขาฝืนจะยิงมันต่อไป ปืนจะต้องแตกอย่างแน่นอน ในสถานการณ์ปกติจะไม่มีการยิงปืนใหญ่พร่ำเพรื่อเช่นนี้ เพียงแค่หนึ่งหรือสองนัด นับว่าเพียงพอแล้วในเหตุการณ์ปกติ และจะไม่ยิงติดต่อกันมากกว่าสี่นัด เนื่องจากจะเกิดความเสียหายกับกระบอกปืนใหญ่

แต่เมื่อเห็นเจตนาของผู้ถือพัด เขาใส่มุกสายฟ้าแห่งอัคคีพสุธาลงไปอย่างน้อยห้าเม็ด ถ้าหากเขายิงมันทั้งหมดในคราวเดียว ความรุนแรงของมันมากกว่าสายฟ้าปกติถึงห้าในสิบ นอกจากนี้การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เล็งที่ด้านนอกของระฆัง แต่กลับเป็นด้านใน! การระเบิดเช่นนี้จะทำให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกเพราะว่ามันระเบิดภายในพื้นที่ที่จำกัด ความรุนแรงของมันอาจเทียบได้กับการโจมตีของผู้ฝึกตนระดับหยวนหยิน ถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าอ้วนไม่อาจคาดเดาได้ว่าระฆังเหล็กดำจะสามารถต้านได้ไว้ได้หรือไม่

ทุกอย่างจะปลอดภัยแม้ระฆังเหล็กดำถูกทำลาย แต่ทว่าหากมิติลึกลับถูกทำลาย ชีวิตเขาจะจบสิ้นทุกอย่าง ทรัพย์สมบัติทุกสิ่งอย่างของเขาอยู่ภายในมิติลึกลับทั้งหมด ถ้าหากมันหายไป เขาจะหวนคืนสู่สามัญทันที จะกลับกลายเป็นยาจกเช่นเดิม อีกทั้งเขายังไม่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาสายฟ้าได้อีก และยังต้องหารายได้เพื่อนำไปซื้อยาอายุวัฒนะ

หลังจากที่เพลิดเพลินกับความมั่งคั่งมาระยะหนึ่ง เจ้าอ้วนรู้สึกได้ว่าเขาไม่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตเฉกเช่นเมื่อก่อน แต่เขายังไม่กล้าที่จะออกไปเผชิญหน้าในตอนนี้ อีกฝ่ายพร้อมแล้วสำหรับการยิง สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือภาวนาพร้อมกับความเย็นเยือกที่ค่อย ๆ เข้ามาปกคลุมร่างกาย

ในตอนนี้เจ้าอ้วนตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าเขาไม่ออกไป มิติลึกลับของเขาอาจถูกทำลาย แต่ถ้าหากเขาออกไปเผชิญหน้า เขาก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะทำสิ่งใดได้ เช่นนั้นแล้วเขาควรทำอย่างไร?

ในตอนนี้เป็นเจ้าอ้วนที่ชุ่มเหงื่อ แต่ขณะนั้นผู้ถือพัดชะงักก่อนที่จะทำการยิง จากนั้นเขาหันไปทางทิศทางที่ผิดปกติพร้อมกับตกตะลึงไปทันที

เมื่อเห็นฉากดังกล่าวภายในมิติของตนเอง เจ้าอ้วนพลันเริงร่าโดยทันที ในขณะที่เขากำลังงุนงงว่าเหตุใดผู้ถือพัดจึงเกิดความเมตตาแก่เขา เขารีบเพ่งจิตวิญญาณไปยังทิศทางที่ผู้ถือพัดจ้องมองทันที หลังจากนั้นความสุขก็เปี่ยมล้นอยู่ภายในหัวใจของเขา

เมื่อมองออกไป พบผู้อาวุโสเดินเข้ามาในสนามรบอย่างเงียบงันด้วยชุดสีเขียว เขาปรากฏกายขึ้นที่นี่ทันทีพร้อมกับดาบคู่กาย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด

ที่สำคัญไปกว่านั้น เจ้าอ้วนรู้จักบุคคลนี้ดี เขาคืออาจารย์ลุง ผู้นำแห่งวัดเสวียนเทียน ฉิงเฟิงซี!

เดิมทีฉิงเฟิงซีฝึกตนอยู่ภายในถ้ำของเขา แต่เขารับรู้คลื่นพลังปราณจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งจากระยะไกล ด้วยประสบการณ์ของเขา เขาจึงรู้ดีว่านี่เป็นการต่อสู้ของเหล่าผู้ฝึกตน

ประการแรกคือ วัดเสวียนเทียนตั้งอยู่ในดินแดนของอาณาจักรหลานเย่ว์และทั้งแคว้นนี้คือดินแดนของเขา โลกแห่งนี้ไม่ใช่โลกของผู้ฝึกตน มันเป็นเรื่องหยาบคายหากต่อสู้กันในดินแดนของผู้อื่น ในฐานะที่เขาคือผู้นำแห่งวัดเสวียนเทียน รวมกับความรุนแรงของการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจึงต้องออกมาตรวจสอบ ถ้าหากส่งลูกศิษย์ที่อยู่ในระดับเซียนเทียนคงจะจัดการเรื่องเหล่านี้ไม่ได้แน่นอน อย่างไรแล้วครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชื่อเสียงของวัดเสวียนเทียน ไม่อาจจัดการแบบลวก ๆ ได้

ห่างออกไปไม่กี่ร้อยลี้ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นนอกจากการกระพริบตาของฉิงเฟิงซี เขาตกตะลึงทันทีในขณะที่เขามาถึง เขามองเห็นผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิทั้งสี่กำลังโจมตีระฆังยักษ์ อีกทั้งพวกเขายังใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในการโจมตีอีกด้วย อีกทั้งผู้ถือพัดยังครอบครองปืนใหญ่เศียรมังกรนภา ซึ่งทำให้หัวใจของฉิงเฟิงซีกระตุก

เหตุผลที่ผู้ถือพัดตกตะลึงเป็นตราวัดเสวียนเทียนกำลังโดดเด่นอยู่บนชุดของฉิงเฟิงซี บวกกับระดับขั้นพลังที่เขาแสดงออกมา ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเขาคือ ฉิงเฟิงซี!

เหตุผลที่เขาต้องการฆ่าเจ้าอ้วนนี่เพียงเพื่อต้องการล้างแค้นให้ศิษย์น้องของเขาเท่านั้น ความจริงเรื่องมันควรจะเงียบไปหากเจ้าอ้วนไม่ออกมาจากวัดชิงเฟิง แต่ทว่าในตอนนี้ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถสังหารเจ้าอ้วนได้ ผู้นำแห่งวัดเสวียนเทียนกลับยืนอยู่ตรงนี้เสียแล้ว ความพยายามของพวกเขาทั้งหมดในตอนนี้กลายเป็นสูญสิ้นทันทีพร้อมกับนำภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่หวนกลับสู่นิกายอีกด้วย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายดังกล่าว ผู้ฝึกตนที่ถือพัดตกอยู่ในสภาวะโง่งมอย่างสมบูรณ์พร้อมทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลังด้วย

หลังจากที่ฉิงเฟิงซีมาถึง เขารู้สึกได้ทันทีว่ามีเรื่องราวร้ายแรงเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าระฆังใบนี้เป็นของเจ้าอ้วน แต่เขาสังเกตุเห็นสายตาของผู้ฝึกตนเหล่านี้ที่แสดงความหวาดหวั่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด

จบบทที่ บทที่ 76: อันตราย

คัดลอกลิงก์แล้ว