- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 158 สุสานไร้อักษร ศิษย์กตัญญู (ตรงไหน?)
ตอนที่ 158 สุสานไร้อักษร ศิษย์กตัญญู (ตรงไหน?)
ตอนที่ 158 สุสานไร้อักษร ศิษย์กตัญญู (ตรงไหน?)
ตอนที่ 158 สุสานไร้อักษร ศิษย์กตัญญู (ตรงไหน?)
เย่เฟิงรู้สึกทะแม่งๆ กับอาการเหม่อลอยของอาจารย์อ้วน (เป็นไรของแกวะ? แค่คุยกับลุงข้างบ้านนิดหน่อย ทำไมทำหน้าเหมือนโลกจะแตก?)
หรือว่า... จะเป็นเพราะ "ป้ายสุสานไร้อักษร" นั่น?
"อาจารย์... ท่านคงไม่รู้จัก 'เจ้าที่' ในสุสานไร้อักษรนั่นหรอกมั้ง?"
เจ้าอ้วนอวี้หลงสะดุ้งเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้ปกติ "คนที่ฝังในป่าไผ่ได้ ล้วนเป็นระดับ VIP ของนิกาย อาจารย์ย่อมรู้จักทุกคน... แต่ป้ายไร้อักษรนี่สิ... เฟิงเอ๋อร์! เกี่ยวกับสุสานนั่น ท่านเจ้าสำนักพูดอะไรกับเจ้าอีกไหม? ห้ามตกหล่นแม้แต่คำเดียว!"
เย่เฟิงเกาหัวแกรกๆ พยายามรีเพลย์ความทรงจำ "อืม... จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอท่านลุง แกก็ยืนเหม่อหน้าหลุมศพนั้นแล้ว แถมยังบังคับให้ข้าโขกหัวให้สามทีก่อนด้วย"
"ข้าก็ถามแกไปตรงๆ ว่า 'นี่ศพใครครับ?' แกบอกว่าเป็น 'ศิษย์พี่' คนหนึ่งที่เคยดีต่อแกมาก"
"ข้าก็ถามอีกว่า 'แล้วทำไมไม่สลักชื่อล่ะครับ? กลัวเจ้าหนี้ตามมาทวงเหรอ?' แกบอกว่า 'ศิษย์ลุงท่านนี้เคยเป็นเด็กท็อปของรุ่น แต่ดันทำตัวเกรียนแตก แหกกฎสำนักสารพัด... เพิ่งเสียชีวิตไม่นาน เดิมทีไม่มีสิทธิ์ฝังที่นี่ แต่เห็นแก่ความดีเก่าๆ เลยอนุโลมให้... แต่ห้ามสลักชื่อประจาน'"
ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกว่าจิ๊กซอว์มันเริ่มต่อกันติด สมองของเย่เฟิงประมวลผลเร็วรี่ดั่ง CPU รุ่นล่าสุด
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงปล่อยผ่าน แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเพิ่งรู้ความจริงช็อกโลกว่า... "วิญญาณปู่โสมเฝ้าทรัพย์" ในหัวเขา คือวิญญาณของ "ท่านลุงอาจารย์ใหญ่"!
นั่นหมายความว่า... ลุงแกไม่ได้ตายห่าไปตั้งแต่สองร้อยปีก่อน แต่ถูกขังลืมในคุกมืดมาตลอด! และลุงแกบอกเองว่า "ร่างตายแล้ว วิญญาณถึงหลุดมาได้"
แล้วสุสานไร้อักษรนั่น... ก็เพิ่งสร้างใหม่ๆ สดๆ ร้อนๆ!
"เดี๋ยวนะ... เดี๋ยวนะ..." เย่เฟิงตาเบิกโพลง นวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ
(ลุง! ลุงเย่! ตื่นยังลุง?!) เขาตะโกนเรียกในจิต
(มีไรเจ้าหนู? คนแก่จะนอน!) เสียงเย่ฝูโหยวตอบกลับมาอย่างงัวเงีย
(ลุง... สุสานไร้อักษรที่ท่านเจ้าสำนักไปเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นน่ะ... มีความเป็นไปได้ไหมว่า... ข้างในนั้นคือ 'ร่าง' ของลุง?)
(เอ่อ...) เย่ฝูโหยวชะงัก
เย่เฟิงรัวคำถามต่อ (ไทม์ไลน์มันเป๊ะมาก! ตำแหน่งสุสานก็อยู่ใกล้ปรมาจารย์ปู่! ประวัติคนตายก็ตรงกับลุงเป๊ะ! 'ศิษย์พี่ที่เคยดีต่อเจ้าสำนัก' 'ทำผิดร้ายแรง' 'ห้ามสลักชื่อ'... นอกจากลุงแล้ว จะมีใครอีกวะ?!)
(แถมท่านเจ้าสำนักยังแอบไปไหว้บ่อยๆ นั่งซึมเป็นสากกะเบือ... ชัดเลย! ต้องเป็นลุงแน่ๆ! ข้านี่มันอัจฉริยะจริงๆ! ต่อไปเรียกข้าว่า 'โคนัน เย่'! หรือ 'เชอร์ล็อก เฟิง' ก็ได้!)
(เอ่อ...) เย่ฝูโหยวเงียบกริบ
ความจริงแกก็แปลกใจเหมือนกัน (ไอ้อวิ๋นอี้... มันเกลียดข้าเข้าไส้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมมันถึงเอาร่างข้าไปฝังหน้าอาจารย์? ปกติมันน่าจะโยนศพข้าให้หมากินมากกว่า)
พอเย่เฟิงทักขึ้นมา เย่ฝูโหยวก็เริ่มลังเล (เป็นไปไม่ได้... ข้ากับมันมีความแค้นดั่งทะเลเลือด! มันจะใจดีขนาดนั้นได้ไง?)
(ไม่ใช่ลุงแล้วจะเป็นหมาที่ไหนเล่า!) เย่เฟิงสวนกลับ
(ลุงลองคิดดู... ท่านแค้นมัน แต่ 'มันอาจจะไม่ได้แค้นท่าน' ก็ได้นี่หว่า!)
(มันต่างกันตรงไหนวะ?)
(ต่างสิลุง! อันแรกคือฝ่ายเดียว อันหลังคือสองฝ่าย! ข้ารู้ว่าลุงยังแค้นเรื่องลูกเมีย... แต่ในมุมมองคนนอกอย่างข้า เวลาผ่านไปสองร้อยปี มันไม่ฆ่าลุง... พอลุงตาย มันยังจัดงานศพ(ลับๆ)ให้อีก แถมฝังในที่วีไอพีด้วย... นี่มันหาได้ยากนะเฮ้ย!)
(ลุงก็ตายไปแล้ว บัญชีปิดยอดแล้ว... ยังจะอาฆาตอะไรนักหนา)
(เจ้าหนู...) เสียงเย่ฝูโหยวสั่นเครือ แหบแห้งดั่งปีศาจจากขุมนรก
(เจ้าไม่เคยเจอสิ่งที่ข้าเจอ... เจ้าไม่มีวันเข้าใจ! ใช่! มันไม่ได้ฆ่าข้า... แต่มันตัดแขนขาข้า! ตัดลิ้นข้า! ควักลูกตาข้า! แทงหูข้าจนหนวก! เจาะกระดูกไหปลาร้า! ทำลายจุดตันเถียน! แล้วขังข้าไว้ในความมืดมิด... สองร้อยปี!!! เจ้าลองโดนดูบ้างไหมล่ะ?!)
เย่เฟิงหน้าซีดเผือด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว (เชี่ย... โหดสัสรัสเซีย! นี่มันหนังฆาตกรรมโรคจิตชัดๆ!)
เย่เฟิงพึมพำเสียงสั่น "ท่านเจ้าสำนัก... หน้าตาใจดีเหมือนลุงซานต้า... ทำไมโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ขนาดนั้นวะ? นี่มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ..."
เจ้าอ้วนอวี้หลงไม่ทันสังเกตอาการของศิษย์ เพราะเขากำลัง "จิตตก" อย่างหนัก
คำพูดของเย่เฟิงเมื่อครู่ เหมือนระเบิดนิวเคลียร์ลงกลางใจ "คนบาปที่ไม่มีวันได้ตั้งป้ายชื่อ" "ศิษย์พี่ที่เคยดีกับเขามาก"
นี่มัน... ศิษย์พี่ใหญ่! สมองของอวี้หลงหมุนติ้ว
(วันนี้กะจะมาสอนให้เย่เฟิงเป็นคนเลว... ดันมารู้ความลับระดับจักรวาลเฉยเลย!) (ศิษย์พี่ใหญ่... อาจจะไม่ได้ตายเมื่อสองร้อยปีก่อน!) (และสุสานนั่น... คือของศิษย์พี่ใหญ่!)
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ... ทำไมศิษย์พี่รองถึงส่งเย่เฟิงไปเฝ้าสุสาน? บังเอิญ? หรือตั้งใจ?
ถ้าตั้งใจ... แสดงว่าศิษย์พี่รองรู้ชาติกำเนิดของเย่เฟิงแล้ว! รู้ว่าทารกที่ตายไปตอนนั้น ไม่ใช่ลูกของศิษย์พี่ใหญ่! รู้เรื่อง "การสับเปลี่ยนตัว" ของเขา!
(เป็นไปไม่ได้! แผนข้าเนียนกริบ! นอกจากศิษย์น้องอวี้อิง... ไม่มีใครรู้! แล้วอวี้อิงไม่มีทางปากโป้งแน่!)
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ถี่ ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดอันน่าสะพรึง
ผ่านไปครู่ใหญ่ เย่เฟิงสะบัดหัวไล่ความกลัว (อย่าไปขุดคุ้ยเลย... เดี๋ยวซวย)
เขารีบเปลี่ยนเรื่อง "อาจารย์! ท่านพาข้าออกทะเลไปไกลแล้ว! กลับมาเรื่องเดิมก่อน! ท่านยังไม่อธิบายเลย... ทำไมต้องบังคับให้ข้าเป็นคนเลวด้วยวะ?!"
เจ้าอ้วนอวี้หลงถอนหายใจยาว สายตาลึกล้ำ "เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าไปยุ่งกับการเมืองเน่าเฟะในสำนักไง! การแย่งชิงตำแหน่งระหว่าง 'ฉางคง' กับ 'จิงหง' มันกำลังเดือด ไม่มีใครอยากได้ 'คนเลว' ไปเป็นพวกหรอก... มันเสียภาพลักษณ์
เจ้าไปพัวพันกับเรื่องป่าไผ่ แถมยังมีคดีดูดพลังวิญญาณอีก ข้าไม่อยากให้เจ้าถลำลึกไปกว่านี้... พลาดนิดเดียว ถึงตายนะเว้ย!
ความฝันสูงสุดของข้า... คือขอแค่เจ้ากับหลิงเอ๋อร์ มีชีวิตที่สงบสุข แต่งงานมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง... แค่นั้นก็พอแล้ว"
เย่เฟิงชะงัก มองตาอาจารย์อ้วน... สัมผัสได้ถึงความจริงใจ (ตาแก่นี่... รักพวกเราจริงๆ ว่ะ)
เย่เฟิงยิ้มขื่น "อาจารย์... ท่านมองโลกในแง่ดีเกินไป และประเมินตัวเองต่ำเกินไป"
"หมายความว่าไง?"
"ข้าจะเป็นคนดีหรือคนเลว... มันไม่สำคัญหรอก ประเด็นคือ 'ข้าเป็นศิษย์ของท่าน'!
ท่านคือตัวแปรสำคัญ! แม้ตอนนี้ท่านจะไม่มีอำนาจ แต่ท่านคือ 'มหาปราชญ์อวี้หลง'! ถ้าท่านเข้าข้างใคร... ฝ่ายนั้นชนะใสๆ พวกมันต้องทำทุกทางเพื่อดึงท่านไปเป็นพวก... และวิธีที่ดีที่สุดคือ 'ใช้ข้ากับหลิงเอ๋อร์เป็นตัวประกัน'!"
เย่เฟิงวิเคราะห์ฉาดฉานเหมือนนักการเมือง "สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจน... ฉางคงพยายามฆ่าข้า แสดงว่าเราโดนผลักไปอยู่ฝั่งจิงหงแล้วโดยปริยาย ถ้าฉางคงได้เป็นเจ้าสำนัก... ข้ากับหลิงเอ๋อร์เตรียมตัวตายได้เลย!
อาจารย์... ท่านสำคัญขนาดนี้ พวกมันไม่ปล่อยท่านไปเสวยสุขหรอก!"
เจ้าอ้วนอวี้หลงอ้าปากค้าง (ไอ้เด็กนี่... มันมองทะลุปรุโปร่งขนาดนี้เลยเหรอ?)
เขาถอนหายใจ "เจ้าโตแล้วจริงๆ เฟิงเอ๋อร์... เฮ้อ... อาจารย์รู้ แต่มันเป็น 'ทางตัน' ไม่มีวิธีแก้..."
เย่เฟิงแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใครว่าไม่มี... ข้าคิดออกวิธีนึง"
"หือ?! วิธีอะไร? ว่ามา!" อวี้หลงตาลุกวาว (ข้าคิดจนหัวแตกยังคิดไม่ออก เอ็งคิดออกได้ไง?)
เย่เฟิงหัวเราะหึหึ "ง่ายนิดเดียวอาจารย์... เป้าหมายของพวกมันคือ 'ท่าน' ถ้าท่านตายไปซะ... พวกมันก็เลิกยุ่งกับข้าและหลิงเอ๋อร์เองแหละ!
อาจารย์... ท่านก็บอกเองว่าอยากให้พวกข้ามีความสุข เพื่ออนาคตของศิษย์รัก... ท่านช่วย 'เสียสละ' หน่อยได้ไหม? ไปตายซะเถอะอาจารย์!"
"..." เจ้าอ้วนอวี้หลงนิ่งไปสามวิ
"ไอ้... ไอ้เด็กเนรคุณ!!! ข้าเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ! ไอ้ลูกทรพี! อย่าหนีนะเว้ย! กระบี่ข้าอยู่ไหน?!"
เย่เฟิงรู้ตัว เปิดแน่บตั้งแต่วินาทีแรก พุ่งพรวดออกจากประตูไป
"หยุดนะไอ้เวร! วันนี้ข้าต้องชำระสำนัก!" สองศิษย์อาจารย์วิ่งไล่จับกันรอบลานบ้าน ฝุ่นตลบ
หลิงเอ๋อกับเสี่ยวหมานที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว ชะโงกหน้าออกมามองตาปริบๆ
"อาจารย์! อย่าโกรธสิ! ข้าพูดตามหลักตรรกะนะเว้ย! ท่านอยู่มา 380 ปีแล้ว... คุ้มแล้ว! ตายๆ ไปเถอะ! ถือซะว่าทำบุญให้ลูกหลาน!" เย่เฟิงตะโกนไปวิ่งไป
"หลิงเอ๋อร์! เอามีดปังตอมา! วันนี้พ่อจะสับไอ้เด็กเปรตนี่ทำลูกชิ้น!"