เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102 แก่นอสูรหมูป่า เย่เฟิงฉวยโอกาส!

ตอนที่ 102 แก่นอสูรหมูป่า เย่เฟิงฉวยโอกาส!

ตอนที่ 102 แก่นอสูรหมูป่า เย่เฟิงฉวยโอกาส!


ตอนที่ 102 แก่นอสูรหมูป่า เย่เฟิงฉวยโอกาส!

เยวี่ยอิ๋นหลิงช่างเป็นตัวอันตรายโดยแท้!

ภายใต้รูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์งดงามและรูปร่างเย้ายวน กลับซุกซ่อนหัวใจที่โหดเหี้ยมอำมหิต ไร้มนุษยธรรม สิ้นไร้คุณธรรม ทั้งยังมืดดำ

นางถึงกับผ่าท้องของอสูรหมูป่า ไส้พุงเครื่องในไหลทะลักกองเต็มพื้น ภาพนั้นช่างน่าสะอิดสะเอียนและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

ส่วนเยวี่ยอิ๋นหลิงกลับยื่นมือไปคุ้ยเขี่ยอวัยวะภายในเหล่านั้น ไม่นานทั่วทั้งร่างของนางก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตหมูที่เหม็นคาว

เย่เฟิงกล่าวอย่างระมัดระวัง "ข้าว่า... ศิษย์พี่เยวี่ย เทพธิดาเยวี่ย... ท่านกำลังทำอันใดอยู่หรือ?"

เยวี่ยอิ๋นหลิงไม่ตอบ ครู่ต่อมา นางก็พบของสิ่งหนึ่งขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อยจากในกองอวัยวะภายในที่น่าสะอิดสะเอียน เช็ดคราบเลือดสกปรกบนนั้นออก

ชูขึ้นส่องกับดวงตะวัน พลันร้องเสียงแหลม "ในที่สุดข้าก็หามันจนพบ!"

เมื่อมองดูเยวี่ยอิ๋นหลิงที่ทั่วร่างอาบไปด้วยโลหิตและมีสีหน้าบ้าคลั่ง เย่เฟิงก็ถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว

แม่นางผู้นี้ช่างไม่ปกติเอาเสียเลย สมองต้องเคยถูกประตูเหล็กบานใหญ่หนีบมาแน่ๆ คาดว่าคงจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ข้าอยู่ห่างจากแม่นางจิตวิปลาสผู้นี้หน่อยย่อมจะดีกว่า

เยวี่ยอิ๋นหลิงหันมาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและระแวดระวังของเย่เฟิง

นางแยกเขี้ยวร้อง "นี่ เจ้าจะหลบอันใด ข้าจะจับเจ้ากินหรืออย่างไร?"

เย่เฟิงพึมพำ "นั่นก็ไม่แน่"

เยวี่ยอิ๋นหลิงขมวดคิ้ว กล่าวว่า "เจ้าคิดว่าข้าเป็นปีศาจหรือ?"

เย่เฟิงเหลือบมองซากศพของอสูรหมูป่าที่ถูกเยวี่ยอิ๋นหลิงชำแหละจนเละเทะ กล่าวว่า "ชัดเจนยิ่งนัก!"

"ชิ!" เยวี่ยอิ๋นหลิงเหลือกตา กล่าวว่า "ข้ากำลังหาของล้ำค่าชิ้นนี้ต่างหาก!"

"ของล้ำค่า?" พอได้ยินคำว่าของล้ำค่า เย่เฟิงก็พลันสนใจขึ้นมาทันที

"ศิษย์พี่เยวี่ย ของที่อยู่ในมือท่านนั่นคืออันใดหรือ?"

เยวี่ยอิ๋นหลิงชะงักไป กล่าวว่า "แก่นอสูรไง... เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้าดูแปลกๆ? ขนาดแก่นอสูรก็ยังไม่รู้จักหรือ?"

แก่นอสูร? เย่เฟิงใจกระตุก

อสูรแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทหนึ่งคือสัตว์เดรัจฉานธรรมดาทั่วไป สัตว์เดรัจฉานเหล่านี้ไม่ต่างจากที่เย่เฟิงเคยเห็นในสวนสัตว์หรือโลกของสัตว์ในชาติก่อนของเขา

อีกประเภทหนึ่งเรียกว่าอสูรปีศาจ พวกมันมีสติปัญญา ดูดซับแก่นแท้ของตะวันและจันทรา ก่อเกิดแก่นอสูรขึ้นภายใน

โดยปกติแล้ว อสูรปีศาจที่สามารถควบแน่นแก่นอสูรได้เช่นนี้ จะมีอายุยืนยาวมาก

อีกทั้งแก่นอสูรยังเป็นของดี! พลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นเข้มข้นกว่าหินวิญญาณผลึกม่วงเสียอีก

แก่นอสูรหายากมาก แก่นอสูรอายุสิบปีสามารถแลกเปลี่ยนเป็นหินวิญญาณผลึกม่วงได้หนึ่งเม็ด

แก่นอสูรเม็ดนี้ของอสูรหมูป่า มีขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อย ยังนับว่าไม่ได้มาจากอสูรที่ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน คาดว่าน่าจะมีอายุราวห้าร้อยถึงแปดร้อยปี มีมูลค่าเท่ากับหินวิญญาณผลึกม่วงหลายสิบเม็ด

แน่นอน หากอสูรหมูป่าตนนี้เป็นราชันอสูรที่บำเพ็ญเพียรมาหลายพันปี ผู้ที่ตายย่อมไม่ใช่ตัวมัน แต่เป็นมนุษย์หนุ่มสาวสองคนนี้

เย่เฟิงรีบวิ่งดุ๊กๆ ไปอยู่ตรงหน้าเยวี่ยอิ๋นหลิง กล่าวว่า "คือว่า ศิษย์พี่เยวี่ย ปัญหาเรื่องความเป็นเจ้าของแก่นอสูรเม็ดนี้ ข้าคิดว่าพวกเราสองคนควรจะมานั่งหารือกันให้ชัดเจน..."

"หารืออันใด? แก่นอสูรเม็ดนี้เป็นของข้า!"

"ตกลงว่าจะเป็นของผู้ใด ต้องหลังจากหารือกันแล้วถึงจะได้ข้อสรุป ท่านก็เห็นกับตาว่า ในการสังหารอสูรหมูป่าครั้งนี้ ข้าก็ออกแรงไปไม่น้อย รูโหว่ชุ่มเลือดหลายสิบแห่งบนร่างอสูรหมูป่า ล้วนเป็นข้าที่แทง

อีกอย่าง ในช่วงเวลาสำคัญ ข้าก็นำกระบี่เซียนทะลวงศีรษะหมูของมันก่อน มันถึงได้สิ้นแรงต้านทาน

จากมุมมองนี้ เรื่องการสังหารอสูรหมูป่า ข้าควรจะมีส่วนแบ่งความดีความชอบเจ็ดส่วน

ดังนั้น แก่นอสูรเม็ดนี้ก็ควรจะเป็นของข้า แน่นอนว่าท่านก็มีความดีความชอบ ข้าเย่เฟิงเป็นคนยุติธรรม ข้าสามารถชดเชยให้ท่าน... ห้า... สาม... สองเม็ดหินวิญญาณผลึกม่วง"

เยวี่ยอิ๋นหลิงเข้าใจแล้ว เย่เฟิงคิดจะฮุบแก่นอสูรของนาง

นางพ่นควันใส่ใบหน้าของเย่เฟิงหนึ่งที

ท่ามกลางสายตาอันงุนงงสงสัยของเย่เฟิง เยวี่ยอิ๋นหลิงก็ยื่นมือไปเปิดสาบเสื้อของตนเองออก

สาบเสื้อถูกเปิดออกไม่น้อย จากมุมของเย่เฟิง สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามด้านในได้เลยทีเดียว

จากนั้น เยวี่ยอิ๋นหลิงก็โยนแก่นอสูรเม็ดนั้นเข้าไปในสาบเสื้อ ร่วงหล่นลงไปในเสื้อแถบ

เยวี่ยอิ๋นหลิงยืดอกเชิดหน้า กล่าวว่า "ข้าไม่ปฏิเสธความดีความชอบของเจ้าในการสังหารอสูรหมูป่า แต่แก่นอสูรเป็นข้าที่พบก่อน อีกอย่าง ในช่วงเวลาสำคัญ ข้ายังช่วยชีวิตเจ้าไว้อีกหนึ่งชีวิต

หากเจ้าคิดว่า เจ้าไม่ได้ติดหนี้ชีวิตข้า อยากจะแย่งชิงแก่นอสูรกับข้า เช่นนั้นก็ยื่นมือมาล้วงเอาเองสิ ขอเพียงเจ้ากล้าล้วง แก่นอสูรก็เป็นของเจ้า"

เย่เฟิงตะลึงงันไป

เยวี่ยอิ๋นหลิงช่างเป็นแม่นางนักเลงน้อยที่ไม่เล่นตามกติกาโดยแท้! ช่างใจกล้าเปิดเผยเสียจริง!

คิดดูก็ใช่ แม่นางผู้นี้ทั้งสูบยา เล่นพนัน ไม่แน่อาจจะชอบดัดผม... จะเป็นกุลสตรีได้อย่างไร

เมื่อมองดูท่าทางยืดอกเชิดหน้าอย่างได้ใจของเยวี่ยอิ๋นหลิง เย่เฟิงก็ร้องว่า "นี่ท่านพูดเองนะ!"

เยวี่ยอิ๋นหลิงยืดอกขึ้นอีก กล่าวว่า "ใช่ ข้าพูดเอง! ขอเพียงเจ้ากล้ายื่นมือมาล้วง แก่นอสูรเม็ดนี้ก็เป็นของเจ้า! เจ้ากล้าหรือไม่?"

เย่เฟิงคิดในใจ ลูกหมูมาส่งถึงปาก ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่กิน

เขาม้วนแขนเสื้อข้างขวาขึ้น หัวเราะแหะๆ "เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ!"

พูดจบ ก็ยื่นมือสอดเข้าไปในสาบเสื้อของเยวี่ยอิ๋นหลิงทันที

มือสอดเข้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว เยวี่ยอิ๋นหลิงถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว

นางกรีดร้องเสียงแหลม ขาเรียวยาวตวัดขึ้น เย่เฟิงก็กุมท้อง ร้องโหยหวนกระเด็นถอยหลังไป ตกลงไปบนกองไส้พุงเครื่องในของอสูรหมูป่าพอดี

ทั้งยังทับจนไส้แตก กลิ่นเหม็นตลบอบอวลก็ฟุ้งกระจายออกมาในทันที

เยวี่ยอิ๋นหลิงรีบยื่นมือไปกุมสาบเสื้อ ใบหน้าแดงก่ำ ตะโกนอย่างอับอายและโกรธเคือง "เจ้าเด็กเหม็น เจ้ากล้ายื่นมือมาจริงๆ หรือ? ให้ตายเถอะ ลูกหมูน้อยที่แม่นางผู้นี้เลี้ยงดูมากว่ายี่สิบปี เกือบจะถูกเจ้าทำลายเสียแล้ว! ดูข้าจะไม่ฆ่าเจ้า เจ้าคนไร้ยางอายผู้นี้!"

เยวี่ยอิ๋นหลิงก้าวพรวดเข้าไป กระหน่ำทั้งหมัดทั้งเท้าใส่เย่เฟิงที่ล้มอยู่บนพื้นไม่ยั้ง

เย่เฟิงพลางปกป้องใบหน้าอันหล่อเหลางดงามของตนเอง พลางร้องว่า "ศิษย์พี่ ท่านเป็นคนให้ข้ายื่นมือไปล้วงเอง เหตุใดท่านถึงตระบัดสัตย์เล่า?! อย่าตีใบหน้าอันหล่อเหลางดงามของข้า!"

เสียงร้องโหยหวนของเย่เฟิง ดังก้องอยู่ในดงยาสูบไม่ขาดสาย

แบดเจอร์ขนสีเขียวใช้สองมือปิดตา สีหน้าไม่อาจทนมองได้

เยวี่ยอิ๋นหลิง ที่แท้ก็เป็นราชินีปากกล้าขาสั่น

ในใจของศิษย์นิกายทะเลเมฆา เยวี่ยอิ๋นหลิงมีหน้าตางดงาม รูปร่างโดดเด่น พรสวรรค์สูงส่ง พลังบำเพ็ญเพียรล้ำเลิศ หน้าหนา มักจะหยอกล้อบุรุษหนุ่มรูปงามที่ยังไม่ออกเรือน ทั้งยังมีรสนิยมที่ไม่ดีอีกสารพัด

แต่ทว่า หลายปีมานี้ เยวี่ยอิ๋นหลิงไม่เพียงแต่ยังคงเป็นพรหมจรรย์ แม้แต่ลูกหมูน้อยก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยถูกบุรุษแตะต้องมาก่อน

ก่อนหน้านี้นางเคยใช้วิธีเอาของยัดเข้าไปในเสื้อแถบนี้รับมือกับศิษย์ชายมาหลายคนแล้ว

ไม่มีข้อยกเว้น ศิษย์ชายทุกคนล้วนหน้าแดงก่ำ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

รวมถึงเย่เฟิงด้วย

คาดไม่ถึงว่าวันนี้เย่เฟิงจะมีท่าทีแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ถึงกับยื่นมือเข้าไปในสาบเสื้อของนางจริงๆ!

โชคดีที่เยวี่ยอิ๋นหลิงมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วพอ หากช้าไปเพียงวินาทีเดียว ลูกหมูน้อยที่นางทะนุถนอมมากว่ายี่สิบปีก็คงจะไม่ใช่ดินแดนบริสุทธิ์อีกต่อไป

หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เยวี่ยอิ๋นหลิงเสียเปรียบเช่นนี้ หน้าแดงราวกับก้นลิง

แม้ว่าตอนนี้เย่เฟิงจะเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างด้วยอุจจาระหมู แต่นางก็ยังไม่มีความคิดที่จะปล่อยเจ้าเด็กนี่ไป

"พอได้แล้ว!"

เย่เฟิงโดนไปหลายสิบหมัดหลายสิบเท้า ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตะโกนลั่นออกมาเสียงหนึ่ง

นอนอยู่บนพื้น มองเห็นโอกาส ก็ตวัดขาเตะกลับไป

เยวี่ยอิ๋นหลิงไม่ทันระวังตัว บั้นท้ายที่รับประกันว่ามีลูกชายได้ ก็ถูกเย่เฟิงเตะเข้า

ร่างของเยวี่ยอิ๋นหลิงซวนเซ ยืนไม่มั่นคง เกือบจะล้มลง

เย่เฟิงฉวยโอกาสนี้ สองมือยันพื้น... พูดให้ถูกก็คือสองมือกดลงไปบนลำไส้ใหญ่หมูที่อุจจาระกำลังทะลักออกมา สองขาหมุนตัวเตะ เป็นกระบวนท่ากวาดใบไม้ร่วงโจมตีช่วงล่างของเยวี่ยอิ๋นหลิง

ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเยวี่ยอิ๋นหลิงสูงส่งอย่างยิ่ง เมื่อเห็นเพลงเตะของเย่เฟิงดุเดือด ก็ถอยหลังไปหลายก้าว

สองมือของเย่เฟิงออกแรงยัน... ลำไส้ใหญ่ ร่างกายก็ทะยานขึ้นในแนวนอน เตะใส่เยวี่ยอิ๋นหลิงต่อเนื่องสิบกว่าเท้า

นั่นคือเพลงเตะเงาตามวายุ

เยวี่ยอิ๋นหลิงใช้สองมือปัดป้องอย่างรวดเร็ว

ฝ่ามือสุดท้ายตบออกไป ปะทะเข้ากับฝ่าเท้าของเย่เฟิง

เยวี่ยอิ๋นหลิงถอยหลังไปหลายก้าว ส่วนเย่เฟิงก็อาศัยแรงส่งทะยานถอยหลัง ร่อนลงบนพื้นอย่างมั่นคง ในท่าทางของผู้มีฝีมือสูงส่ง

หล่อได้ไม่ถึงสามวินาที...

พรวด...

ใต้เท้ามีเสียงประหลาดดังขึ้น

เย่เฟิงก้มลงมอง เหยียบเข้ากับลำไส้ใหญ่หมูท่อนหนึ่ง อุจจาระที่น่าสะอิดสะเอียนก็พุ่งพรวดออกมา เปรอะเปื้อนรองเท้าและขากางเกงของเขา

เย่เฟิงราวกับถูกไฟฟ้าช็อต รีบกระโดดหนี

ช่างน่าขยะแขยงเป็นบ้า

ในยามนี้เย่เฟิงถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ทั่วทั้งร่างของตนเองเปรอะเปื้อนไปด้วยอุจจาระหมู เหม็นคลุ้งอย่างยิ่ง ทำเอาเขตกใจจนร้องเสียงหลง

เยวี่ยอิ๋นหลิงไม่ได้โจมตีเย่เฟิงต่อ แต่ยืนอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปเจ็ดแปดเมตร ใช้สายตาที่ตกตะลึงอย่างยิ่งมองดูเย่เฟิงที่กำลังร้องโวยวาย

ดูเหมือนนางจะไม่คาดคิดว่า เย่เฟิงจะสามารถซัดนางจนถอยกลับไปได้

"เจ้าเด็กเหม็น วันนี้ข้าจะยกโทษให้เจ้าก่อนสักครั้ง!" เยวี่ยอิ๋นหลิงกล่าวอย่างดุร้าย

เย่เฟิงได้ยินดังนั้น ก็หยุดร้องโวยวาย มองไปยังเยวี่ยอิ๋นหลิงที่ทั่วร่างก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดหมูและอุจจาระหมูเช่นกัน

เขากล่าวด้วยสีหน้าไร้เดียงสา "ข้าว่าพี่สาว เมื่อครู่ท่านเป็นคนให้ข้าล้วงเองไม่ใช่หรือ เหตุใดท่านถึงกลับคำเล่า?"

เยวี่ยอิ๋นหลิงกล่าวอย่างเคียดแค้น "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเด็กเหม็นเช่นเจ้าจะกล้ายื่นมือมาจริงๆ? เมื่อก่อนข้าใช้กระบวนท่านี้กับเจ้า เจ้าก็ไม่กล้าทุกทีมิใช่หรือ?"

"เมื่อก่อนข้าไม่กล้าหรือ?"

เย่เฟิงประหลาดใจเล็กน้อย

เจ้าของร่างเดิมเป็นนักเลงอันธพาลที่ลามกและต่ำช้า เขากล้าแม้กระทั่งย่องไปตามกำแพง แอบดูทางหน้าต่าง

เรื่องดีๆ เช่นนี้ เขากลับไม่กล้าลงมือกับเยวี่ยอิ๋นหลิง?

เย่เฟิงยิ้มอย่างเจื่อนๆ กล่าวว่า "ช่างเถอะ แก่นอสูรเป็นของท่านแล้ว ข้าไม่เอาแล้ว! เนื้อตัวเหม็นเกินไป ข้าต้องไปล้างตัว..."

เย่เฟิงรู้ว่า ทางทิศเหนือของดงยาสูบผืนนี้มีลำธารสายหนึ่ง ตอนที่เพิ่งมาถึงโลกใบนี้ เขาก็เคยล้างตัวที่นั่น

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รักความสะอาดเป็นพิเศษ แต่การที่ทั่วร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดหมูและมูลหมู เขาก็ยังทนไม่ไหว

เขากวักมือเรียกเจ้าขนเขียวไปอาบน้ำ

กลับพบว่าเจ้าขนเขียวหลบไปอยู่ไกลๆ ยืนตัวตรงด้วยสองขาหลังเหมือนบีเวอร์ สองกรงเล็บหน้าปิดจมไว้ หัวเล็กๆ ส่ายไปมา อย่างไรก็ไม่ยอมเข้าใกล้เย่เฟิงในระยะหนึ่งจั้ง

เย่เฟิงโกรธ

"เจ้านี่ยังจะมารังเกียจข้าว่าเหม็นอีกหรือ? ต่อไปอย่าหวังว่าจะได้กินไก่ขอทาน!"

เย่เฟิงสบถด่าสองสามคำ จากนั้นก็ชักกระบี่เทวะม่วงครามออกมา เหินกระบี่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

แบดเจอร์ขนสีเขียวกลายเป็นเงาสายหนึ่ง เคลื่อนที่ไปบนพื้นตามไปอย่างรวดเร็ว

เยวี่ยอิ๋นหลิงก้มลงมองดูร่างกายของตนเองในตอนนี้

"อุ๊บ!"

ทั้งสกปรกทั้งเหม็น เกือบจะอาเจียนเอาอาหารมื้อเมื่อคืนออกมา

"เย่ต้าป้า เจ้ารอข้าด้วย... ข้าก็ต้องล้างตัวเหมือนกัน!"

แตกต่างจากการเหินกระบี่ของเย่เฟิง เยวี่ยอิ๋นหลิงกลับใช้ร่างเนื้อเหินไปในอากาศโดยตรง ไม่ได้เรียกใช้ศาสตราวุธวิเศษกระบี่เซียนของนางออกมา

จากจุดนี้ก็สามารถคาดเดาได้ว่า ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเยวี่ยอิ๋นหลิงนั้นล้ำลึกหยั่งไม่ถึง

เย่เฟิงมาถึงริมลำธารสายเล็กๆ ที่เคยผ่านครั้งก่อนอย่างรวดเร็ว

ช่วงเดือนกว่ามานี้ ฝนไม่ตกเลย น้ำในลำธารสายนี้ จึงน้อยกว่าครั้งที่แล้วอยู่มาก

เย่เฟิงร่อนลงริมลำธาร ใช้พลังจิตตรวจสอบโดยรอบรัศมีสิบกว่าจั้ง ไม่พบอสูรปีศาจขนาดใหญ่หรือสัตว์ป่า จึงเริ่มถอดเสื้อผ้า

ไม่นานก็เหลือเพียงกางเกงตัวโคร่งเพียงตัวเดียว

ขณะที่กำลังเตรียมจะถอดกางเกงตัวโคร่งออก เยวี่ยอิ๋นหลิงก็บินมาจากทิศใต้

เห็นเย่เฟิงดึงกางเกงตัวโคร่งลงไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นบั้นท้ายขาวเนียน

เยวี่ยอิ๋นหลิงกล่าว "เย่ต้าป้า ดูไม่ออกเลยนะว่าก้นเจ้าขาวถึงเพียงนี้? ผู้อื่นเขาเป็นพวกหน้าขาว เจ้ากลับเป็นพวกก้นขาว!"

เย่เฟิงตกใจสะดุ้ง รีบดึงกางเกงตัวโคร่งขึ้นมา

หันไปมอง เห็นเป็นเยวี่ยอิ๋นหลิง เขาก็ร้องว่า "ท่าน... ท่านแอบดูข้า... ไร้ยางอายสิ้นดี!"

เยวี่ยอิ๋นหลิงยักไหล่ หัวเราะคิกคัก "วางใจเถอะ ข้าไม่บอกผู้อื่นหรอกว่าก้นของเจ้าขาวมาก!"

"ข้าเสียเปรียบเกินไปแล้ว! ไม่ได้ ข้าต้องดูของท่านบ้าง!"

"ข้าจะไปอาบน้ำที่ต้นน้ำ เจ้าอยากดูก็ตามมาดูสิ ก็แค่ดูว่าเจ้ากล้าหรือไม่!"

"เอาอีกแล้วนะมุกนี้! ข้าไม่หลงกลหรอก... เดี๋ยวก่อน ท่านจะไปอาบน้ำที่ต้นน้ำหมายความว่าอย่างไร? ลำธารสายนี้มีน้ำอยู่แค่นี้ พวกเราต่างก็เปื้อนอุจจาระ ท่านไปอาบที่ต้นน้ำแล้วข้าจะอาบที่ปลายน้ำได้อย่างไร? ไม่ได้ ท่านต้องไปอาบที่ปลายน้ำ!"

เยวี่ยอิ๋นหลิงไม่สนใจเขา หันกายพุ่งทะยานไปยังต้นน้ำของลำธาร

เย่เฟิงโกรธจนกระทืบเท้า กล่าวว่า "ท่านรอเดี๋ยว! ข้าอาบเร็ว! ให้ข้าอาบก่อน!"

"ฝันไปเถอะ! ข้าจะให้เจ้าเด็กนี่อาบน้ำเหม็นๆ นี่แหละ!"

เสียงของเยวี่ยอิ๋นหลิงค่อยๆ ลอยแว่วมา

ฉวยโอกาสที่เยวี่ยอิ๋นหลิงยังไม่ลงน้ำ เย่เฟิงรีบกระโดดลงไปในลำธาร

เสื้อผ้าชุดเดิมบนร่างย่อมต้องทิ้งแล้ว โชคดีที่ศิษย์น้องหวงหลิงเอ๋อเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนให้เขาไว้หลายชุด ตอนนี้ล้วนเก็บอยู่ในกำไลเก็บของที่ข้อมือของเขา เย่เฟิงอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาเปลี่ยน

จบบทที่ ตอนที่ 102 แก่นอสูรหมูป่า เย่เฟิงฉวยโอกาส!

คัดลอกลิงก์แล้ว