- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 74 พนักงานเฝ้าสุสาน... ผู้รู้กฎหมาย!
ตอนที่ 74 พนักงานเฝ้าสุสาน... ผู้รู้กฎหมาย!
ตอนที่ 74 พนักงานเฝ้าสุสาน... ผู้รู้กฎหมาย!
ตอนที่ 74 พนักงานเฝ้าสุสาน... ผู้รู้กฎหมาย!
อวิ๋นซวงเอ๋อเห็นเย่เฟิงทำหน้าเหมือนเห็นผี ก็ขมวดคิ้วสงสัย
“เป็นอะไรไป? ชื่อเหล้า 'อู่กู่เย่' มันแปลกตรงไหน?”
เย่เฟิงสะดุ้งเฮือก รีบส่ายหน้าดิก
“เปล่าจ้ะ! ชื่อเพราะดี! ว่าแต่... ซวงเอ๋อ เหล้านี้เจ้าได้แต่ใดมา?”
“ศิษย์พี่รองให้มา”
“ศิษย์พี่รองคนไหน?” เย่เฟิงเริ่มใจคอไม่ดี
“ฟู่จิงหง... ศิษย์คนที่สองของท่านเจ้าสำนัก”
“โป๊ะเชะ! เป็นมันจริงๆ ด้วย!”
เย่เฟิงยืนอึ้งกิมกี่
ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก เขาก็รู้สึกตะหงิดๆ ว่าไอ้เด็กแนวตาเดียวนี่มันมีออร่า "คนบ้านเดียวกัน" แผ่ออกมา
แต่ตอนนั้นลองแหย่ด้วยมุกจากโลกเก่า พี่แกดันตอบไม่ตรงคำถาม เย่เฟิงเลยเลิกสนใจ
แต่วันนี้... หลักฐานมันคาตา! เหล้าขาวดีกรีแรงแบบนี้ ในยุคโบราณมันยังไม่น่าจะมี! (มั้งนะ ความรู้ประวัติศาสตร์คืนครูไปหมดแล้ว)
เย่เฟิงพยายามข่มใจให้เย็นลง ถามต่อ
“ซวงเอ๋อ... เฒ่าฟู่... เอ้ย ฟู่จิงหง ให้เหล้าแรงขนาดนี้กับผู้หญิงเนี่ยนะ? ปกติเขาต้องให้เครื่องสำอาง ปิ่นปักผม อะไรพวกนี้ไม่ใช่เหรอ? รสนิยมแปลกนะหมอนี่”
“เขาให้ท่านอาจารย์ต่างหาก แต่ท่านอาจารย์ไม่ดื่ม ข้าเลยรับช่วงต่อ”
“อ๋อ... แล้วเจ้ารู้มั้ยว่าเหล้านี้เขาซื้อมา หรือหมักเอง?”
“ไม่รู้อะ... ถามทำไม? สนใจเหล้าเหรอ?”
“เปล่า! ข้าเป็นยอดจอมยุทธ์ผู้มีอนาคตไกล ไม่ใช่ขี้เมา! แค่สงสัยว่ารสชาติมัน... ล้ำลึกพิสดารกว่าเหล้าทั่วไปเฉยๆ”
“ก็จริง... แรงกว่าเหล้าข้าวเยอะ”
บทสนทนาจบลงดื้อๆ
เย่เฟิงหมดอารมณ์จะเต๊าะสาวแล้ว ในหัวตอนนี้มีแต่เรื่อง "ฟู่จิงหง = ผู้ข้ามมิติ?" วนเวียนอยู่
ทั้งคู่จัดการกระต่ายย่างจนเกลี้ยง เหลือแต่กระดูก
อวิ๋นซวงเอ๋อเก็บไหเหล้า
“คืนนี้เจ้าเลี้ยงเนื้อ ข้าเลี้ยงเหล้า... หายกันนะ”
“เอ่อ... อื้ม...” เย่เฟิงตอบแบบขอไปที
อวิ๋นซวงเอ๋อเห็นท่าทีเย็นชาผิดปกติของเย่เฟิง ก็งงนิดหน่อย
“งั้นข้ากลับล่ะ”
“โอ้... เดี๋ยวนะ! ไม่นั่งต่ออีกหน่อยเหรอ?”
“จะให้นั่งไหน? เก้าอี้ก็ไม่มี”
พูดจบ นางก็ผิวปากวี้ดวิ้ว... นกกระเรียนยักษ์บินโฉบลงมารับ
อวิ๋นซวงเอ๋อหันมาทิ้งท้าย
“เย่เฟิง...”
“จ๋า?”
“ระวังตัวด้วย”
“ห๊ะ? ระวังไรอะ?”
อวิ๋นซวงเอ๋อไม่ตอบ กระโดดขึ้นหลังนกกระเรียน บินหายวับไปในความมืด
เย่เฟิงยืนเกาหัว
“ระวังตัว? ระวังใคร? ผี? หรือคน? หรือว่า... นางรู้ว่ามีคนจะมาฆ่าข้า?!”
“เชี่ย! บรรยากาศโคตรเป็นใจให้ฆ่าหมกป่าเลย!”
เย่เฟิงหันไปมองศาลเจ้าที่มีไฟสลัวๆ
“เอาน่า... มีตาแก่เฝ้าศาลอยู่ข้างๆ ฆาตกรคงไม่กล้าหรอกมั้ง?”
...
คืนนี้เย่เฟิงนอนไม่หลับ กระท่อมก็ยังสร้างไม่เสร็จ เลยต้องนั่งตบยุงข้างกองไฟ
เสียงหมาหอน เสียงแมลงร้อง... หลอนชิบเป๋ง!
หลับตาทีไร รู้สึกเหมือนมีผีมาเป่าลมรดต้นคอ... เย็นยะเยือกยิ่งกว่าแอร์เบอร์ 18
“นอนไม่หลับโว้ย! ลุกมาทำงานดีกว่า!”
เย่เฟิงเติมฟืนใส่กองไฟ แล้วลงมือสร้างกระท่อมต่อยันเช้า
ฟ้าสาง... วิลล่าไม้ไผ่ริมน้ำก็เสร็จสมบูรณ์!
ยกพื้นสูงกันงูเงี้ยวเขี้ยวขอ หลังคาปูด้วยไม้ไผ่ผ่าซีกซ้อนกันอย่างปราณีต
ภายในมีเตียงไม้ไผ่ขนาดคิงไซส์... กว้างเมตรครึ่ง! นอนดิ้นได้สบาย หรือจะนอนสองคนก็... อิอิ
มีบันไดพาดหน้าบ้านดูเก๋ไก๋สไตล์รีสอร์ต
เย่เฟิงยืนท้าวเอวภูมิใจ
“สุดยอด! ฝีมือช่างระดับเทพ! เสียไผ่ไปสามสิบกว่าต้น... ช่างหัวมัน! ตัดไปแล้วนี่หว่า!”
(โทษจำคุกเพิ่ม 15 ปี... เย่เฟิงยังไม่รู้ตัว)
...
ตกบ่าย เย่เฟิงขังตัวเองในกระท่อม นั่งสมาธิฟื้นฟูร่างกาย
ตื่นมาอีกทีฟ้ามืดแล้ว... รอยฟกช้ำจางลงเยอะ ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
เขาคว้ากระบี่ออกมาซ้อมวิชาหน้าบ้าน
ผู้เฒ่าเฝ้าศาลยืนพิงไม้กวาดมองอยู่ไกลๆ ส่ายหัวดิก
“สองวันแล้ว... ไอ้เด็กนี่ไม่คิดจะทำงานทำการเลยรึ? กะจะมาอยู่กินฟรี ฝึกวิชาฟรีๆ สามเดือนเรอะ?”
“หวงโหย่วเต้าไปเก็บศิษย์นิสัยเสียแบบนี้มาจากไหนวะเนี่ย...”
เขาบ่นพึมพำ แล้วเดินหนีไปอย่างเอือมระอา
เย่เฟิงฝึกวิชาตัวเบาจนดึกดื่น ล้มลุกคลุกคลานแต่ก็เริ่มจับจุดได้
ต่อด้วยเพลงกระบี่...
คืนนี้ไม่มีกระต่ายหลงมา เลยต้องนั่งแทะแป้งปิ่งแห้งๆ หน้ากองไฟ พร้อมท่องตำรากระบี่ไปด้วย
อัจฉริยะ (หรือคนบ้า) อย่างเย่เฟิง ใช้เวลาคืนเดียวจำกระบวนท่าได้หมด!
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เย่เฟิงตื่นมาควงกระบี่โชว์สเต็ปแต่เช้า
ผู้เฒ่าเฝ้าศาลเดินผ่านมาเห็น อดไม่ได้ที่จะทัก
“เจ้าหนูเย่... เจ้าสำนักส่งเจ้ามาเฝ้าสุสาน ไม่ใช่มาเข้าค่ายฝึกวิชา! สุสานบรรพชนรกชัฏมาสามปีแล้ว... นี่วันที่สามแล้ว เมื่อไหร่จะเริ่มงาน?”
เย่เฟิงหยุดรำกระบี่ วิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา ยิ้มแป้น
“ทำงาน? โนๆๆ... ผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว!”
“ท่านอาเจ้าสำนักสั่งว่า 'ไปเฝ้าสุสานบรรพชนสามเดือน' ...ไม่ได้มีคำสั่งว่า 'ไปทำความสะอาดสุสาน' สักคำ!”
“ดังนั้น... หน้าที่ของข้าคือ 'เฝ้า' ไม่ให้ใครบุกรุก! ไม่ให้ใครมาตัดไม้ทำลายป่า! (แต่ข้าตัดเองได้) ส่วนเรื่องกวาดขยะ... ไม่อยู่ในรายละเอียดงานขอรับ!”
ผู้เฒ่าเฝ้าศาลอ้าปากค้าง
...ไอ้เด็กเวรนี่มันหัวหมอ! ตีความเข้าข้างตัวเองชัดๆ!
“เจ้า... เจ้านี่มันรู้หาช่องโหว่จริงๆ!”
“มิได้ครับ! ข้าแค่ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด! ถ้าข้าไปกวาดพื้น... เท่ากับข้าทำนอกเหนือคำสั่ง! เป็นการดูหมิ่นท่านเจ้าสำนัก! และแสดงว่าข้าโง่ที่ทำงานเกินเงินเดือน!”
“ผู้อาวุโสทานข้าวเช้ายัง? เดี๋ยวข้าต้มโจ๊กให้กินมั้ย? ฝีมือข้าเด็ดนะ!”
ชายชราโบกมือไล่
“ไม่ต้อง! ไปให้พ้นหน้าข้าเลย!”
เขาเดินหนีเข้าศาลเจ้าไปอย่างหงุดหงิด
เย่เฟิงยักไหล่
“ไม่กินก็อย่ากิน... ง้อตายล่ะ!”
เขากลับไปที่กระท่อม เริ่มลงมือก่อเตาไฟ
...ชีวิตดี๊ดี! มีบ้าน มีน้ำ มีไฟ (กองไฟ) มีอาหาร... สวรรค์ชัดๆ!