เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ไหนว่าเราจะโสดไปด้วยกันจนผมขาว... ไหงเจ้ากลับแอบไปมีลูกสาวเสียได้!

ตอนที่ 17 ไหนว่าเราจะโสดไปด้วยกันจนผมขาว... ไหงเจ้ากลับแอบไปมีลูกสาวเสียได้!

ตอนที่ 17 ไหนว่าเราจะโสดไปด้วยกันจนผมขาว... ไหงเจ้ากลับแอบไปมีลูกสาวเสียได้!


ตอนที่ 17 ไหนว่าเราจะโสดไปด้วยกันจนผมขาว... ไหงเจ้ากลับแอบไปมีลูกสาวเสียได้!

อันที่จริง... หลินอี้คิดจะ 'เชือด' เย่เฟิงทิ้งตั้งนานแล้ว

แต่ทว่า “ท่านผู้นั้น” บอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง กลับสั่งให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน

สาเหตุหลักคือ... ตอนนี้เย่เฟิงกำลังถูกจับตามองโดย 'ท่านปราชญ์อวี้อิง'

แม่เสือสาวรุ่นลายครามผู้นี้กัดไม่ปล่อย ไม่ถึงเดือน นางบุกไปหา 'ท่านปราชญ์อวี้เฉินจื่อ' ที่หอวินัยถึงสามครั้ง! เรียกร้องให้ลงโทษเย่เฟิงขั้นเด็ดขาด ข้อหาลวนลามศิษย์รัก

เรื่องนี้รู้กันทั่วสำนัก ขืนเย่เฟิงมา 'ไหลตาย' ในคุกตอนนี้ มีหวังนิกายทะเลเมฆาได้เกิดสึนามิแน่!

เพราะกลัวเรื่องบานปลาย... หรือกลัวพิรุธ ทำให้ “ท่านผู้นั้น” ยังไม่สั่งเก็บเย่เฟิงเสียที

และตอนนี้... งานเข้าของจริง! อาจารย์ของเย่เฟิง... 'มหาปราชญ์อวี้หลง' หวนคืนสู่เหย้าแล้ว!

หากเย่เฟิงตายตอนนี้ ต่อให้ตาแก่อวี้หลงจะเที่ยวหอนางโลมจนสมองฝ่อไปแล้ว ก็คงดูออกว่าศิษย์รักโดนฆาตกรรมอำพราง

ด้วยนิสัย 'หมาบ้า' ของอวี้หลง บวกกับบารมีระดับผู้อาวุโส มีหวังตาแก่นี่ได้พลิกแผ่นดินหาคนร้ายจนฟ้าถล่มดินทลาย!

สวีไคถามเสียงสั่น “ศิษย์พี่หลิน... เอาไงดีขอรับ? ปล่อยเย่เฟิงเลยไหม?”

“ไม่...” หลินอี้ตอบเสียงแข็ง “เย่เฟิงโดนจับข้อหายักยอกของหลวง และลวนลามศิษย์น้องอวิ๋น”

“บ้านเมืองมีขื่อมีแป... สำนักก็มีกฎ ต่อให้เป็นศิษย์รักอวี้หลง ผิดก็คือผิด!”

“แต่ในเมื่ออาจารย์เขากลับมาแล้ว... ตามมารยาท ก็ต้องไปแจ้งให้ท่านผู้เฒ่าทราบนิดนึง”

หลินอี้เว้นจังหวะ สายตาเจ้าเล่ห์ทำงาน “พออวี้หลงรู้เรื่อง... ต้องวิ่งแจ้นไปขอความเมตตาที่หอวินัยแน่ อวี้เฉินจื่อคงเห็นแก่หน้าเพื่อนเก่า โทษหนักคงกลายเป็นเบา... อีกไม่นานเย่เฟิงคงได้ออกมา”

“ศิษย์น้องสวี... รอให้มันออกมา แล้วจับตาดูให้ดี! ถ้ามันยังเอ๋ออยู่ ก็ปล่อยไป... แต่ถ้าความจำมันกลับมาเมื่อไหร่... เราค่อยลงมือ!”

“รับทราบขอรับ!”

สวีไคพยักหน้า เห็นศิษย์พี่นิ่งได้ขนาดนี้ เขาก็เบาใจ ทั้งสองซุบซิบวางแผนกันครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกย้าย

สวีไคกลับหอวินัย... ส่วนหลินอี้... มุ่งหน้าไปถ้ำเสือ ไปรายงานอวี้หลงด้วยตัวเอง!

...

ที่พำนักของมหาปราชญ์อวี้หลง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของหอผู้อาวุโส เป็นเรือนไทย... เอ้ย เรือนจีนโบราณหลังเล็กๆ แอบอิงไหล่เขา บรรยากาศร่มรื่น (หรือเรียกว่ารกดี?)

แม้ข่าวลือจะบอกว่าแกตายไป 3 ปีแล้ว แต่เพราะไม่เจอศพ... หอผู้อาวุโสเลยยังไม่ยึดบ้านคืน (หรืออาจจะไม่มีใครอยากได้บ้านรกๆ หลังนี้ก็เป็นได้)

ปกติเย่เฟิงก็ไม่ค่อยได้กลับมา เพราะมัวแต่เฝ้าสวนยา ทำให้สภาพบ้านตอนนี้... หยากไย่เต็มเพดาน ฝุ่นหนาเป็นนิ้ว หญ้ารกท่วมหัว!

แอ๊ด...

มหาปราชญ์อวี้หลงผลักประตูรั้วที่เต็มไปด้วยใยแมงมุม มองสภาพบ้านแล้วคิ้วกระตุก

“ท่านพ่อเจ้าคะ...” หวงหลิงเอ๋อทัก “ไหนว่ามีศิษย์พี่เย่เฟิงอยู่ด้วย? ทำไมบ้านดูเหมือนบ้านผีสิงแบบนี้ล่ะเจ้าคะ?”

อวี้หลงส่ายหน้า “พ่อก็ไม่รู้... หรือว่าเจ้าเฟิงเอ๋อจะเกิดเรื่อง?”

เย่เฟิงเป็นเด็กกำพร้าที่แกเก็บมาเลี้ยง ความผูกพันเหมือนพ่อลูก เห็นสภาพบ้านร้างแบบนี้... สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ

ทันใดนั้น... เสียงหัวเราะกวนประสาทก็ดังขึ้น!

“ฮ่าๆๆ! ศิษย์พี่อวี้หลง! เป็นท่านจริงๆ ด้วย! นึกว่าผีหลอกกลางวันแสกๆ! หายหัวไปสามปี นึกว่ากลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว!”

อวี้หลงหันขวับ

ชายชราในชุดนักพรตสีเขียวเข้ม เดินอาดๆ เข้ามา ท่าทางสง่างาม ราศีจับ ดูเป็นผู้ทรงศีลกว่าอวี้หลงล้านปีแสง

'นักพรตอวี้ไห่' เพื่อนซี้กัดกันตลอดนั่นเอง

“ไอ้ศิษย์น้องอวี้ไห่! ปากหมาเหมือนเดิมนะเอ็ง! แช่งให้ข้าตายตลอด! เออ... เจ้ามาก็ดี รู้ไหมศิษย์ข้า... เย่เฟิง หายหัวไปไหน?”

“เย่เฟิง?” อวี้ไห่นึกครู่หนึ่ง “อ๋อ... เมื่อปีก่อน เหมือนจะโดนหออสูรวิญญาณถีบหัวส่ง... เอ้ย ส่งตัวไปเฝ้าสวนยาที่ตีนเขาแล้ว”

“อะไรนะ!?” อวี้หลงควันออกหู “ศิษย์เอกข้า... ต้องไปเฝ้าสวนยา!? บัดซบ! ไอ้สารเลวอวี้เหิง! กล้ารังแกศิษย์ข้าเรอะ! เดี๋ยวพ่อจะไปถล่มหออสูรวิญญาณให้เละ!”

อวี้ไห่รีบคว้าแขนเพื่อนไว้ “ใจเย็นๆ พี่ชาย! ท่านหายไปตั้งสามปี... ศิษย์ไม่มีคนคุ้มกะลาหัว แถมฝีมือก็กาก... เอ้ย หยุดพัฒนา ได้ไปเฝ้าสวนยาก็บุญโขแล้ว! ถ้าอยู่สำนักอื่นป่านนี้โดนไล่ออกไปขอทานแล้ว!”

“ตอนนี้ท่านกลับมาก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปรับมันกลับมาก็จบ!”

“ไม่จบโว้ย!” อวี้หลงของขึ้น “ข้าคือผู้อาวุโสลำดับ 4 นะเว้ย! ศิษย์สายตรงเจ้าสำนักรุ่นก่อน! หยามศิษย์ข้า ก็เหมือนตบหน้าข้า! ข้าจะเอาหน้าหล่อๆ ไปไว้ที่ไหน! ไม่ได้! วันนี้หออสูรวิญญาณต้องราบเป็นหน้ากลอง! เทพเจ้าก็ห้ามข้าไม่ได้!”

“โธ่... อย่าเพิ่งห้าว! บ้านช่องยังไม่ได้เข้าเลย... หญ้ารกท่วมหัวเนี่ย เก็บกวาดบ้านก่อนไหม? เดี๋ยวข้าไปเรียกเด็กมาช่วย”

“ใช่เจ้าค่ะท่านพ่อ...” หวงหลิงเอ๋อเสริม “เก็บบ้านก่อน... ไปรับศิษย์พี่... แล้วค่อยไปตีกับเขาก็ยังไม่สายนะเจ้าคะ”

เทพเจ้าห้ามไม่ได้... แต่ลูกสาวห้ามได้!

อวี้หลงชะงัก เปลี่ยนโหมดทันที “จ้ะลูกรัก... พ่อเชื่อฟังลูกจ้ะ”

อวี้ไห่มองตาค้าง “เดี๋ยวนะ... ศิษย์พี่อวี้หลง ท่านไป 'ไข่ทิ้งไว้' ตอนไหน? คงไม่ได้เก็บเด็กแถวตีนเขามาเลี้ยงเหมือนศิษย์เอกท่านหรอกนะ?”

อวี้หลงยืดอกภูมิใจ “เก็บเกิบอะไร! นี่ลูกแท้ๆ! หลักฐานอยู่บนหน้าเนี่ย! ดูจมูกสิ! ดูคางสิ! สำเนาถูกต้องเป๊ะ!”

“เรื่องมันยาว... สิบกว่าปีก่อน... ข้าแวะไป 'หอว่านฮวา' ที่เมืองหลวง ได้ 'แลกเปลี่ยนวรยุทธ์' บนเตียงกับแม่นางหรูเยียนดาวดังอันดับหนึ่ง...”

“สามปีก่อน... ข้าแวะไปอีกที หรูเยียนป่วยหนักใกล้ตาย นางสารภาพความจริงว่า... นางท้องลูกข้า! คลอดลูกสาวออกมาคนนึง... แต่ยกให้คนอื่นเลี้ยง ข้าเลยต้องออกตามหาลูกสาวอยู่สามปีเต็มๆ นี่ไง!”

อวี้ไห่ฟังจบ หน้าบึ้งตึงทันที ลากอวี้หลงไปมุมตึก “ไอ้แก่หวง! นี่มันเรื่องบ้าอะไร! ไหนสัญญาใจของเรา!? 'เราจะครองโสดไปด้วยกันจนผมขาว'... แล้วทำไมเอ็งถึงแอบไปมีลูกสาวได้วะ! ผิดผี!”

อวี้หลงหัวเราะแห้งๆ “น้องชาย... ก็คนมันไฟแรงเฟร่อ! น้ำเชื้อมันแรง... ห้ามไม่ได้จริงๆ!”

“ข้าไม่สน! เอ็งมันคนตระบัดสัตย์! น้ำลายถ่มแล้วกลืนคืนได้ไง! ข้าคัดค้าน! ข้าประท้วง!”

“จะมาประท้วงอะไรตอนนี้! ลูกโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว! เอาเง้... เดี๋ยวข้าเป็นพ่อสื่อให้ หา 'คู่บำเพ็ญเพียร' ให้สักคนดีมะ? อายุไม่ถึงสี่ร้อย ยังเตะปี๊บดังอยู่นะเว้ย”

อวี้ไห่หูผึ่ง “ตกลง! ดีล! ขอแบบ... อายุไม่เกินสองร้อย... ก้นใหญ่ๆ จะได้มีลูกง่ายๆ!”

“ถุย! หน้าไม่อาย!” อวี้หลงด่าสวน “ยังจะเลือกมากอีก! ถ้ามีสเปกเทพขนาดนั้น ข้าเก็บไว้เองแล้วโว้ย! ไม่เหลือถึงแกหรอก! ไป๊!”

อวี้ไห่เดินปั้นปึงจากไป อวี้หลงตะโกนไล่หลัง “อย่าลืมเรียกเด็กรับใช้มาถูบ้านให้ข้าด้วยนะ!”

“ไม่มีขาเรอะ! เดี๋ยวข้าจะไปฟ้องอวี้เหิงกับแก๊งคนโสด ให้มารุมประณามแก! ไอ้คนทรยศอุดมการณ์!”

อวี้หลงหัวเราะร่าอย่างมีความสุข 'สมน้ำหน้า... คนมีลูกมันก็งี้แหละ น่าอิจฉา!'

...

ไม่นานนัก หลินอี้ก็โผล่มาที่หน้าเรือน

เห็นเด็กสาวชุดแดงกำลังถอนหญ้าอยู่ เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบกริบ สร้างภาพลักษณ์สุภาพบุรุษ “ขออภัย... ท่านอาจารย์อาอวี้หลงอยู่หรือไม่ขอรับ?”

หวงหลิงเอ๋อเงยหน้า “ท่านพ่อไปหอผู้อาวุโสเจ้าค่ะ... เดี๋ยวก็มา คุณชายมีธุระอะไรหรือเจ้าคะ?”

“ท่านพ่อ!?” หลินอี้สตั๊นไป 3 วิ “เจ้าเป็น... ลูกสาวเขา?”

“ใช่เจ้าค่ะ ข้าชื่อหวงหลิงเอ๋อ”

หลินอี้มองด้วยความสงสัย 'ตาแก่หื่นกามนั่น... มีน้ำยาขนาดนี้เลยเรอะ?'

ทันใดนั้น เสียงคุ้นหู และกวนบาทาดังขึ้น “ไอ้หนู! เอ็งเป็นใคร? มายืนจีบลูกสาวข้าหน้าบ้านเรอะ?”

หลินอี้หันขวับ เจอชายชราอ้วนเตี้ย หนวดเครารุงรัง หน้าตาหื่นกาม... ตัวจริงเสียงจริง! ไม่มีใครปลอมได้เหมือนขนาดนี้!

หลินอี้รีบคารวะ “หลินอี้... คารวะท่านอาจารย์อาอวี้หลงขอรับ”

“อ้าว... หลินอี้เองเรอะ ไม่ได้เจอกัน 3 ปี... ราศีจับนี่หว่า บรรลุขั้น 'หวนคืนต้นกำเนิด' แล้วสินะ... ร้ายกาจๆ”

สมัยก่อนหลินอี้ชอบมาประจบอวี้หลงบ่อยๆ (เปย์ค่าเที่ยวให้) เลยค่อนข้างซี้กัน

หลินอี้รีบถ่อมตัว “ท่านอาจารย์อาชมเกินไปแล้วขอรับ”

'หึหึ... ชมข้าไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะบอกข่าวร้าย ที่จะทำให้ท่านยิ้มไม่ออก!'

จบบทที่ ตอนที่ 17 ไหนว่าเราจะโสดไปด้วยกันจนผมขาว... ไหงเจ้ากลับแอบไปมีลูกสาวเสียได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว