เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ขอบคุณที่ไม่รั้งฉันไว้

บทที่ 28 ขอบคุณที่ไม่รั้งฉันไว้

บทที่ 28 ขอบคุณที่ไม่รั้งฉันไว้


ราวกับมีสุนัขบ้ากระโจนเข้าใส่จากด้านหลัง คนขับแท็กซี่ชะเง้อคอมองด้วยความตกใจ กลับเห็นเพียงชายหนุ่มมาดผู้ดีในชุดสูทกำลังจ้องมองมาทางพวกเขา

เมื่อหลิวเยว่กลับมาถึงบ้าน เธอบอกกับผู้เป็นพ่อว่าไม่อยากไปทำงานที่บริษัทของคุณลุงอีกแล้ว

"เยว่เยว่ อย่างอแงสิลูก กิจการของที่บ้านไม่ช้าก็เร็วลูกต้องเป็นคนดูแล บริษัทของคุณลุงอยู่ที่ตึกไฮฟู่เชียวนะ ที่นั่นเป็นศูนย์รวมของเหล่าชนชั้นนำ ลูกไปเรียนรูงานไว้เถอะ"

เขายังไม่รู้ว่าบริษัทของพี่ชายภรรยาถูกไล่ออกจากตึกไฮฟู่แล้ว

"คุณพ่อคะ บริษัทของคุณลุงถูกตึกไฮฟู่ระงับการต่อสัญญาเช่าค่ะ"

"อะไรนะ?"

พ่อของหลิวเยว่ลุกพรวดด้วยความตกใจ พี่เขยของเขาคนนี้ภูมิใจนักหนาที่ได้ตั้งบริษัทอยู่ในตึกไฮฟู่ และมักจะถือตัวว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่นเสมอ

อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายก็ช่วยหาลูกค้ามาให้ธุรกิจของครอบครัวเขาด้วย เขาจึงย่อมอยากให้พี่เขยดำเนินธุรกิจไปได้ด้วยดี

"เกิดอะไรขึ้น? เล่ารายละเอียดมาซิ"

สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ "ลูกกำลังจะบอกว่าลูกไปล่วงเกินเจ้าของตึกไฮฟู่มา แล้วเขายังบอกให้ลูกติดต่อเพื่อนร่วมรุ่นที่ชื่อหมิงเยว่อย่างนั้นหรือ?"

หลิวเยว่พยักหน้าอย่างยากลำบาก

"งั้นลูกก็ติดต่อหมิงเยว่ซะ"

เธอเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อด้วยความตื่นตะลึง ไม่คิดเลยว่าพ่อจะสั่งให้เธอติดต่อหมิงเยว่ด้วยอีกคน

"คุณพ่อ—"

เธอร้องออกมาอย่างสุดกลั้น หมิงเยว่ไม่เหมือนคนอื่น เธอไม่อยากติดต่อหมิงเยว่เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะการทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้

แต่ทั้งพ่อที่รักเธอและคุณลุงที่เคยใจดีต่างบีบคั้นเธอ พวกเขาไม่เคารพความต้องการของเธอเลย

"เยว่เยว่ เมื่อก่อนพ่อตามใจลูกทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้ลูกต้องฟังพ่อ"

สีหน้าของเขาจริงจังและเคร่งขรึม

"คุณพ่อจะไปรู้อะไรคะ? เมื่อก่อนหมิงเยว่เคยทำงานที่บริษัทเราแล้วก็โดนไล่ออก พ่อคิดว่าโทรไปหาแล้วเธอจะยอมช่วยเหรอคะ? ถ้าเธอมีเส้นสายจริงๆ สิ่งแรกที่เธอจะทำก็คือขยี้พวกเราต่างหาก"

หลิวเยว่พูดด้วยความอัดอั้นตันใจ

พ่อของหลิวเยว่คาดไม่ถึงว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังเช่นนี้ เขาไม่เคยรู้เลยว่าบริษัทเคยมีพนักงานตัวเล็กๆ ชื่อหมิงเยว่ และถูกลูกสาวของเขาเองไล่ออกไป

เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดีชั่วขณะ

เมื่อรู้ว่าพึ่งพาลูกสาวไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงล้มเลิกความคิดที่จะให้ลูกเป็นคนติดต่อ

ทว่า จู่ๆ พี่เขยก็โทรมาเร่งรัดอย่างร้อนรน นานทีปีหนพี่เขยจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ เขาจึงต้องพยายามช่วยอย่างเต็มที่

เขาสั่งให้ฝ่ายบุคคลนำแฟ้มประวัติพนักงานเก่ามาตรวจสอบ จนกระทั่งพบข้อมูลของหมิงเยว่

ในช่องข้อมูลผู้ปกครองระบุว่าเป็นแรงงานทั่วไป และที่อยู่ภูมิลำเนาก็อยู่ในชนบท เขาดูไม่ออกเลยว่าเธอมีอะไรพิเศษ

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใช่คุณหมิงเยว่ไหมครับ"

หมิงเยว่รู้ทันทีว่าเป็นสายจากบริษัทที่เธอเคยทำงาน ซึ่งก็คือบริษัทของครอบครัวหลิวเยว่นั่นเอง

"มีธุระอะไรคะ?"

หมิงเยว่นั่งอยู่บนโซฟา โดยมีหวังเชี่ยนนั่งอยู่ตรงข้าม

"ฉันคิดว่าไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณค่ะ รบกวนฝากบอกประธานอู๋ด้วยว่า ตึกไฮฟู่ยกเลิกสัญญาตามข้อตกลงปกติ กรุณาอย่ามารบกวนกันอีก"

พ่อของหลิวเยว่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแข็งข้อขนาดนี้

"หมิงเยว่ สาเหตุหลักที่ผมติดต่อมาครั้งนี้ก็คือเรื่องที่เยว่เยว่บีบให้คุณลาออก เรื่องนั้นเป็นการตัดสินใจโดยพลการของแกคนเดียว บริษัทของเรายังต้องการคนเก่งๆ อย่างคุณมากนะ คุณพอจะมีเวลาไหม? พวกเราอยากจะขอเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการขอโทษ"

หมิงเยว่เลิกคิ้วขึ้น เธอเปิดลำโพงโทรศัพท์ ทำให้หวังเชี่ยนได้ยินบทสนทนานั้นด้วย

"ผู้จัดการใหญ่หลิว พูดกันตามตรงนะคะ ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพวกคุณ แล้วก็ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่ไม่รั้งฉันไว้ ตอนนี้ฉันมีความสุขดีมากค่ะ"

พูดจบ หมิงเยว่ก็วางสายและบล็อกเบอร์ทันที

เมื่อพ่อของหลิวเยว่โทรกลับไปอีกครั้ง สัญญาณก็แจ้งว่าสายไม่ว่าง และเป็นเช่นนี้ติดต่อกันหลายครั้ง

"เอาเบอร์มาให้ฉัน"

ลุงของหลิวเยว่คว้าโทรศัพท์ไปกดโทรออกเอง

สัญญาณติดแล้ว

หน้าของพ่อหลิวเยว่ดำคล้ำ... เธอเลือกบล็อกแค่เบอร์เขา

หมิงเยว่มองเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา แล้วกดบล็อกทิ้งทันทีโดยไม่ลังเล

"บ้าเอ๊ย!"

ลุงของหลิวเยว่ปาโทรศัพท์ทิ้งอย่างระบายอารมณ์ ภาพลักษณ์ผู้ดีที่เคยมีพังทลายลงอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อของหลิวเยว่เห็นพี่เขยสติแตกจนไม่รักษาภาพพจน์ขนาดนี้

ในขณะที่ฝั่งนั้นกำลังจะเป็นบ้า ทางด้านหมิงเยว่กลับกำลังมีความสุข

หวังเชี่ยนตกตะลึงเมื่อรู้ว่าเพื่อนสาวมีอพาร์ตเมนต์อยู่ที่ 'อิมพีเรียลแมนเนอร์' ร้องโวยวายว่าจะต้องมาฉลองขึ้นบ้านใหม่ให้ได้

"ติ๊งต่อง—"

จางเหิงเดินทางมาถึงแล้ว

ไม่นานนักเสียงออดก็ดังขึ้นอีกครั้ง เชฟส่วนตัวที่หมิงเยว่จ้างไว้มาถึงแล้ว อันที่จริงช่วงนี้ทักษะการทำอาหารของเธอพัฒนาขึ้นจนถึงระดับกลางแล้ว

แต่เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เลี้ยงต้อนรับเพื่อนฝูง จ้างเชฟส่วนตัวมาดูแลย่อมดีกว่า ได้ยินมาว่าเชฟเจ้านี้ฝีมือดีทีเดียว

"กรี๊ดดด— ฉันสงสัยว่าตัวเองต้องฝันไปแน่ๆ เพื่อนรักของฉันรวยจริงๆ ด้วย!"

หวังเชี่ยนถ่ายรูปเมนูปูจักรพรรดิ, เนื้ออกอบเกลือ, ซุปเยื่อไผ่เห็ดป่าตุ๋นกระบอกไม้ไผ่, ปลาแมนดารินเปรี้ยวหวาน และอาหารเลิศรสอื่นๆ อีกมากมาย

โต๊ะอาหารของบ้านหมิงเยว่ค่อนข้างยาว เวลานั่งกินคนเดียวจะรู้สึกว่างเปล่าไปบ้าง แต่วันนี้มันกลับเต็มไปด้วยจานอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม เรียงรายจนแน่นขนัด

【เพื่อนรักรวยมาก มารับความเฮง ขอตัวกินก่อนนะ】

หวังเชี่ยนโพสต์รูปอาหารหน้าตาน่าทานลงโซเชียลแบบเก้าช่อง และอ่านคอมเมนต์ในไทม์ไลน์อย่างมีความสุข

-- "มารับความเฮง"

-- "+1"

-- "ตื่นมาก็เชียร์เพื่อนรัก ทำไมเธอยังไม่รวยอีกนะ?"

-- "มีอะไรให้น่าอิจฉา ก็แค่อาหารมื้อเดียว"

-- "เฮ้ อย่าโชว์โง่ได้ไหม? นั่นมันเชฟส่วนตัวจากอวี้ซ่าน รู้ไหมว่าแพงขนาดไหน?"

-- "อิจฉาจนร้องไห้แล้ว"

จบบทที่ บทที่ 28 ขอบคุณที่ไม่รั้งฉันไว้

คัดลอกลิงก์แล้ว