- หน้าแรก
- ผูกระบบปุ๊บ ฉันก็กลายเป็นคนรวยที่สุด
- บทที่ 16 ผู้จัดการเฉียน
บทที่ 16 ผู้จัดการเฉียน
บทที่ 16 ผู้จัดการเฉียน
"หมิงเยว่! เธอมาทำอะไรที่นี่?"
ทันทีที่เห็นหมิงเยว่ปรากฏตัวที่อาคารไห่ฟู่ เสียงของหลิวเยว่ก็ดังขึ้นจนปรอทแตก
ชายวัยกลางคนสวมสูทที่ยืนอยู่ข้างเธอกระตุกคิ้วชนกัน ก่อนจะเอ่ยปรามเสียงเข้ม
"เยว่เยว่"
สายตาของเขาส่งสัญญาณให้เธอเงียบเสียงลง
สีหน้าของผู้ติดตามคนอื่นๆ ด้านหลังก็ฉายแววไม่พอใจที่จู่ๆ หลิวเยว่ก็ตะโกนโวยวายขึ้นมา
หลิวเยว่ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเสียมารยาทในที่สาธารณะ
เธอใกล้จะเรียนจบแล้ว เดิมทีตั้งใจจะเข้าไปทำงานในบริษัทการเงินและหลักทรัพย์ของที่บ้าน แต่เพราะตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยเยี่ยนจิง เธอไม่ค่อยตั้งใจเรียนวิชาเอกเท่าไหร่นัก สุดท้ายจึงต้องระเห็จมาฝึกงานที่บริษัทของคุณลุงแทน
ครั้งนี้คุณลุงพาเธอออกมาเจรจาธุรกิจ เพื่อให้เธอได้เปิดหูเปิดตาดูโลกกว้าง
"คุณลุงคะ พอดีหนูตกใจไปหน่อยที่บังเอิญเจอเพื่อนร่วมชั้นที่นี่"
หลิวเยว่ปรับท่าทีกลับมาเป็นปกติ พูดยิ้มๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"เพื่อนร่วมชั้นเหรอ?"
คุณลุงของเธอกวาดตามองสำรวจหมิงเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้า ใบหน้าของเขายังคงความสุขุมนุ่มลึกแบบผู้ดี
ไม่รู้ทำไม เมื่อเทียบกับความเหยียดหยามอย่างโจ่งแจ้งของหลิวเยว่แล้ว หมิงเยว่กลับรู้สึกรังเกียจท่าทีจอมปลอมของคุณลุงคนนี้มากกว่าเสียอีก
ฉากหน้าดูถ่อมตัวสุภาพ แต่เนื้อแท้กลับเต็มไปด้วยความถือดีของผู้ที่มองว่าตนเองอยู่เหนือกว่า
"มาสัมภาษณ์งานหรือ? ให้ลุงพาเข้าไปไหม?"
รปภ. ที่เห็นกลุ่มคนแต่งตัวดีเดินมาก็รีบหลบทางให้อย่างรู้งาน ปกติแล้วเจ้าของกิจการย่อมเป็นใหญ่ที่สุดในตึกนี้
"ไม่จำเป็นค่ะ"
"หมิงเยว่ ไม่ต้องอายหรอก ผลการเรียนเธอดีมากไม่ใช่เหรอ? ทำไมป่านนี้ยังหาไม่ได้งานอีกล่ะ? เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวฉันช่วยขอร้องคุณลุงให้รับเธอเข้าทำงานดีไหม?"
หลิวเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม แต่หมิงเยว่สัมผัสได้เพียงความตอแหลเสแสร้งของผู้หญิงคนนี้
"เธอไม่รู้หรือไงว่าทำไมฉันถึงไม่มีงานทำ? เรื่องนี้ฉันยังต้องขอบใจเธออยู่เลยนะ"
รอยยิ้มบนหน้าหลิวเยว่แข็งค้าง เธอคิดว่าหมิงเยว่จะไม่กล้าหักหน้าเธออีก โดยเฉพาะเมื่อเธอประกาศชัดแล้วว่าคุณลุงของเธอเปิดบริษัทอยู่ที่นี่
"หมิงเยว่ อย่าปฏิเสธน้ำใจกันนักเลย บริษัทคุณลุงฉันตั้งอยู่ที่นี่ ไม่ว่าเธอจะมาสมัครงานบริษัทไหน คุณลุงฉันก็สามารถ 'ฝากฝัง' ให้เธอได้ทั้งนั้น"
คำพูดของหลิวเยว่แฝงนัยลึกซึ้ง
คิดหรือว่าคำว่า 'ฝากฝัง' ของหล่อนจะหมายถึงการช่วยพูดเชียร์ให้สัมภาษณ์ผ่าน?
ชัดเจนว่าหล่อนกำลังบีบให้หมิงเยว่ก้มหัว และขู่กลายๆ ว่าลุงของหล่อนรู้จักผู้บริหารหลายบริษัทในตึกไห่ฟู่ ตราบใดที่หมิงเยว่กล้าขัดใจหล่อน หล่อนก็จะทำให้หมิงเยว่ไม่มีวันได้งานที่นี่
"ขอบคุณในความหวังดีของคุณหนูหลิว แต่ขนาดคนที่ผลการเรียนแย่กว่าฉันยังมีที่ไป คนอย่างฉันก็คงไม่มีปัญหาในการหางานหรอกค่ะ"
หลิวเยว่คาดไม่ถึงว่าหมิงเยว่จะกล้าตอกกลับเธอทุกคำ
"หมิงเยว่! อย่าให้มันมากนักนะ ฉันมีเงิน มีเส้นสาย แล้วเธอล่ะมีอะไร?"
ในบรรดานักธุรกิจที่ยืนอยู่กับลุงของหลิวเยว่ หลายคนเป็นพวกสร้างเนื้อสร้างตัวมาจากศูนย์ คำพูดของหลิวเยว่จึงเหมือนไปสะกิดโดนจุดอ่อนของพวกเขาเข้าอย่างจัง
ในช่วงแรกของการทำธุรกิจ พวกเขาย่อมต้องเคยเจอคนประเภทหลิวเยว่ คนที่มีต้นทุนสูงกว่า หยิ่งยโส ไร้ความสามารถ และเหยียบย่ำคนอื่น
สายตาที่มองมายังหลิวเยว่เริ่มไม่เป็นมิตร แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ทว่าคุณลุงของเธอนั้นคร่ำหวอดในวงการธุรกิจมานาน สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี
"เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเยว่เยว่สินะ ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกได้เลยนะ ถึงเยว่เยว่จะหย่อนยานเรื่องเรียนไปบ้าง แต่พ่อเขาก็วางแผนอนาคตไว้ให้หมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นลุงก็ชื่นชมคนขยันนะ พวกเราทุกคนก็เคยผ่านจุดนั้นมาเหมือนกัน สู้ๆ นะ!"
คำพูดนี้ช่างเหลี่ยมจัดและไพเราะหูยิ่งนัก
หนึ่ง คือรับปากว่าจะช่วย ราวกับว่าพวกเธอร้องขอ
สอง คือยกฐานะทางบ้านของหลิวเยว่มาข่ม เพื่อให้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังอิจฉา
และสุดท้าย คือแสดงความชื่นชมจอมปลอมเพื่อซื้อใจคนอื่น
"ไม่เป็นไรค่ะ"
หมิงเยว่ละสายตาไปมองลิฟต์ที่เพิ่งเปิดออกที่ชั้นหนึ่ง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมเดินออกมา
นี่คือผู้ดูแลอาคารไห่ฟู่คนปัจจุบันที่ 'หยวนเป่า' ส่งข้อมูลให้เมื่อวาน เธอเพิ่งติดต่อเขาทาง WeChat เมื่อครู่นี้เอง
"คุณหมิง เชิญทางนี้ครับ เดี๋ยวผมพาขึ้นไปชั้นแปด"
ชายคนนี้ชื่อ 'เฉียนโส่วไฉ' และเขาก็สมชื่อจริงๆ ที่ทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์อยู่ที่อาคารไห่ฟู่แห่งนี้
"ผู้จัดการเฉียน คุณรู้จักเพื่อนของหลานสาวผมด้วยเหรอครับ?"
คุณลุงของหลิวเยว่สมองแล่นเร็ว รีบเอ่ยทักทายทันที
เฉียนโส่วไฉที่กำลังจะเดินนำไปชะงักกึก รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ
"พวกคุณเป็นใคร? หลีกทางหน่อยครับ"
ที่อื่นเขาอาจต้องคอยพินอบพิเทาเจ้าของบริษัทเช่าพื้นที่ แต่ที่อาคารไห่ฟู่แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
ปกติเขาไม่ได้มีหน้าที่เดินเก็บค่าเช่า ดังนั้นนอกจากผู้บริหารระดับสูงไม่กี่คนแล้ว เขาแทบจะจำคนอย่างลุงของหลิวเยว่ไม่ได้เลย
"ผมมาจากกวงอวี่มีเดีย ที่เช่าอยู่โซน A ชั้นสี่ครับ"
เขาถือโอกาสแนะนำตัวทันที สัญญาเช่าที่นี่ส่วนใหญ่มักจะทำกันมากกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสามปี
ตอนนั้นเงินทุนเขาไม่พอเลยทำสัญญาไว้แค่ปีเดียว ซึ่งเดือนหน้าก็จะหมดสัญญาแล้ว พอเห็นผู้จัดการเฉียน เขาจึงต้องรีบเสนอหน้าเข้ามาทำความรู้จัก
ค่าเช่าที่นี่แพงหูฉี่ แต่ผลประโยชน์ที่ได้จากการตั้งบริษัทที่นี่ก็คุ้มค่า การได้เข้ามาอยู่ที่นี่เปรียบเสมือนตั๋วผ่านประตูเข้าสู่สังคมชั้นสูง
ในวงการธุรกิจระดับสูง คอนเนกชันและผลประโยชน์ที่จะได้รับมีมหาศาล นี่คือเหตุผลว่าทำไมบริษัทของเขาถึงเติบโตใหญ่โตกว่าบริษัทพ่อของหลิวเยว่ในตอนนี้
"รับทราบครับ แต่วันนี้ผมมีแขกคนสำคัญ เอาไว้คุยกันวันหลังนะ"
เฉียนโส่วไฉพูดตัดบทด้วยรอยยิ้ม แต่ชัดเจนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญอีกฝ่ายเลย ตอนที่เดินมาเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วว่าเจ้าของตึกคนใหม่ถูกคนพวกนี้ขวางทางไว้ เขาต้องช่วยระบายความแค้นให้คุณหมิงเสียหน่อย
"คุณหมิงครับ เชิญขึ้นลิฟต์ครับ"
กลุ่มคนทั้งสี่เดินเข้าลิฟต์ไป
ทิ้งให้ทุกคนยืนตะลึงกับประโยคสั้นๆ เมื่อครู่
แขกคนสำคัญ? แขกคนสำคัญอะไรกัน?
รปภ. ที่ยืนอยู่ข้างๆ ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เมื่อกี้เขาพูดจาดีและไม่ได้แสดงท่าทีดูถูกใคร
"เยว่เยว่ ตกลงเพื่อนของหลานเป็นใครกันแน่?"
นักธุรกิจคนอื่นๆ ที่มากับลุงของหลิวเยว่ต่างหูผึ่งรอฟังคำตอบ
"คุณลุงคะ ยัยนั่นจะมีสถานะอะไรได้ ก็แค่เด็กบ้านนอกคอกนามาจากต่างจังหวัดนั่นแหละค่ะ"
หลิวเยว่เบะปากพูดด้วยความเหยียดหยาม
"คุณซุน ครับ พ่อผมก็เป็นเด็กบ้านนอกคอกนามาจากต่างจังหวัดเหมือนกัน ดูท่าทัศนคติของพวกเราคงจะเข้ากันไม่ได้ เรื่องธุรกิจคงไม่ต้องคุยกันแล้วล่ะครับ"
บรรดาคนที่รอฟังสถานะของหมิงเยว่ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้จากปากหลิวเยว่ พวกเขาจึงหันหลังเดินหนีทันที
"คุณหลี่ครับ! คือเยว่เยว่แกยังเด็กไม่รู้ประสีประสา พวกเรา..."
ยังไม่ทันจะพูดจบ คุณหลี่ก็เดินจากไปไกลแล้ว