เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย

บทที่ 6 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย

บทที่ 6 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย


การถ่ายภาพหมู่บัณฑิตจะเริ่มตอนสิบโมงเช้า หมิงเยว่จึงไม่ต้องเร่งรีบมากนัก

เธอตื่นนอนตอนแปดโมงเช้าแล้วเรียกแกร็บไปมหาวิทยาลัยเยี่ยนจิง

"นั่นใครน่ะ? เรียนคณะเราด้วยเหรอ?"

"คงไม่ใช่เด็กคณะเราหรอกมั้ง ถ้ามีคนสวยขนาดนี้พวกเราต้องจำได้สิ!"

ทันทีที่หมิงเยว่ก้าวเท้าเข้าสู่มหาวิทยาลัย เธอก็ตกเป็นเป้าสายตาของเหล่านักศึกษาที่ลานกว้าง

"ขนาดหลิวเยว่ที่เป็นดาวคณะยังเทียบไม่ติดเลย"

ใบหน้าของหลิวเยว่บิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ เธอเพิ่งจะกำจัดนังหมิงเยว่จอมน่ารำคาญไปได้ แล้วยัยบ้านนอกคนนี้โผล่มาจากไหนอีก?

"เยว่เยว่!"

หวังเชี่ยนที่เห็นหมิงเยว่รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ

"ช้าๆ หน่อยสิ"

หญิงสาวเจ้าของความงามดุจราชินีน้ำแข็งเมื่อครู่เปลี่ยนท่าทีทันควัน รอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้าดั่งดอกไม้แย้มบาน ดวงตาหงส์โค้งลงเล็กน้อย ริมฝีปากแดงระเรื่อยกยิ้มขึ้น ช่างเป็นภาพที่งดงามสะกดสายตาผู้คนโดยรอบ

"สวยจัง..."

หนุ่มสาวในบริเวณนั้นต่างตกตะลึงไปชั่วขณะ

"นี่เธอคือหมิงเยว่อย่างนั้นเหรอ?"

หลิวเยว่ขึ้นเสียงด้วยความประหลาดใจ เธอคาดไม่ถึงเลยว่าคนสองคนที่เธอเกลียดเข้าไส้จะเป็นคนคนเดียวกัน

"แล้วเธอมีปัญหาอะไรมั้ย?"

หมิงเยว่ไม่อยากหลบหน้าอีกต่อไปแล้ว หลังจากอดทนมาหลายปี เธอก็ได้เรียนรู้ว่าการยอมจำนนรังแต่จะทำให้คนอื่นได้ใจ โดยที่ตัวเธอเองไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย

หลิวเยว่และพรรคพวกเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่หมิงเยว่กล้าต่อปากต่อคำเสียงดังขนาดนี้

"กล้าดียังไงมาพูดกับหลิวเยว่แบบนี้?" หนึ่งในลูกสมุนเอ่ยขึ้น

หมิงเยว่ปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเยาะ

"ขนาดหมายังเห่าได้ ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ล่ะ?"

"เธอว่าใครเป็นหมา!"

"ใครร้อนตัวคนนั้นก็รับไปสิ"

หวังเชี่ยนรีบผสมโรงทันที ไม่ยอมให้เพื่อนรักต้องเสียเปรียบ

รูมเมทอีกสองคนของหมิงเยว่ก็มาถึงเช่นกัน แต่พอเห็นว่ากำลังมีเรื่องกันอยู่ ทั้งสองกลับเลือกที่จะยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างเงียบเชียบ

เธอเห็นแต่ก็หาได้ใส่ใจไม่

"จู่ๆ ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงได้กล้าขนาดนี้? แล้วดูสิ แต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มซะขนาดนี้ ไปหาเสี่ยเลี้ยงมาหรือไง?"

วาจาของหลิวเยว่เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย

นักศึกษาที่อยู่รอบๆ เริ่มซุบซิบกัน

"จริงเหรอเนี่ย?"

ทุกคนต่างบรรลุนิติภาวะกันหมดแล้ว ย่อมเข้าใจความนัยที่หลิวเยว่ต้องการจะสื่อ ไม่ว่าผู้หญิงจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าดู "ไม่ดี" ความสนใจที่มีให้ก็จะลดฮวบลงทันที

"หลิวเยว่ ปากเสียแบบนี้ มิน่าล่ะถึงได้ดูขี้เหร่ลงทุกวัน ใจคอคับแคบชะมัด แค่เพราะหมิงเยว่เกือบจะได้ตำแหน่งดาวคณะตอนนั้น เธอถึงกับต้องผูกใจเจ็บมาจนถึงป่านนี้เลยเหรอ?"

"หวังเชี่ยน พูดบ้าอะไรของเธอน่ะ? ตำแหน่งดาวคณะเป็นของหลิวเยว่มาตลอดต่างหาก"

บรรดาลูกสมุนที่คอยเกาะแข้งเกาะขาคุณหนูบ้านรวยเพื่อหวังกินฟรีเที่ยวฟรี รีบออกตัวปกป้องเจ้านายทันที

"รีบไปใส่ชุดครุยกันได้แล้ว จะเริ่มถ่ายรูปกันแล้วนะ"

อาจารย์และช่างภาพเดินตรงมาจากไม่ไกล

กลุ่มนักศึกษาจึงรีบแยกย้ายไปเข้าแถวตามห้องของตัวเอง

รูมเมทอีกสองคนของหมิงเยว่เพิ่งจะเดินทอดน่องเข้ามาอย่างเชื่องช้า

"เยว่เยว่ นี่เธอหัดแต่งตัวตั้งแต่เมื่อไหร่? ฉันไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ แต่บ้านเธอก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เสื้อผ้าพวกนี้คงแพงน่าดู เธอตอบแทนพ่อแม่ที่ส่งเสียให้เรียนมหาวิทยาลัยด้วยวิธีแบบนี้เหรอ?"

"ซ่งหลิงหลิน เรื่องชาวบ้านเธอไม่ต้องไปยุ่งหรอก"

หวังเชี่ยนรีบออกหน้าปกป้องหมิงเยว่

"เชี่ยนเชี่ยน ฉันรู้ว่าพวกเธอสองคนสนิทกัน แต่เพื่อนแท้ต้องหวังดีต่อกันสิ เพิ่งจะก้าวสู่สังคมทำงานก็ทำตัวฟุ้งเฟ้อแบบนี้ มันไม่ดีต่อตัวเธอเองนะ"

โจวซือเหยียน รูมเมทอีกคนพูดพลางขมวดคิ้ว

"ถ้าเธอเป็นห่วงพ่อแม่ฉันขนาดนั้น ทำไมไม่โอนเงินเข้าบัญชีพวกท่านเลยล่ะ?"

หมิงเยว่สวนกลับ

นักศึกษาที่ยืนจับกลุ่มอยู่ใกล้ๆ คอยชำเลืองมองสถานการณ์เป็นระยะ เพราะการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือของหมิงเยว่นั้นชวนให้สงสัยใคร่รู้อย่างอดไม่ได้

"หมิงเยว่!"

ซ่งหลิงหลินตวาดเสียงแหลม

"พวกท่านไม่ใช่พ่อแม่ฉันสักหน่อย!"

"แล้วเธอจะมาสอดรู้เรื่องของฉันทำไม?"

หมิงเยว่ตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ

"พรืด—"

นักศึกษาคนหนึ่งที่แอบฟังอยู่กลั้นขำไม่อยู่จนหลุดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะรีบตะครุบปากแล้วพึมพำ

"ขอโทษที ไม่ได้ขำเธอนะ"

ร้อนตัวชัดๆ

ใบหน้าของซ่งหลิงหลินและโจวซือเหยียนยิ่งดำคล้ำลงไปอีก

"เห็นว่าเป็นรูมเมทกันถึงได้เตือน ถ้าไม่ฟังก็ช่างเถอะ"

ทั้งสองคนเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป

หมิงเยว่ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยสักนิด เธอหยิบชุดครุยขึ้นมาสวมใส่

"เยว่เยว่ อย่าไปสนใจพวกนั้นเลย พอเข้าสังคมทำงาน ภาพลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญ การแต่งหน้าและเสื้อผ้าที่ดูดีถือเป็นมารยาททางสังคม มันคือของจำเป็น ไม่ใช่การสิ้นเปลือง"

หวังเชี่ยนพยายามปลอบใจเพราะกลัวเพื่อนจะคิดมาก

"เธอคิดว่าฉันโกรธเหรอ?"

"อ้าว ไม่โกรธเหรอ?"

"ไม่อะ เสื้อผ้าที่ซ่งหลิงหลินใส่แต่ละตัวก็ราคาเป็นพันทั้งนั้น ฉันเกลียดไอ้นิสัยชอบสั่งสอนคนอื่นของหล่อนที่สุด น่าสะอิดสะเอียน"

หมิงเยว่ไม่เคยชอบรูมเมทสองคนนี้เลย ที่ผ่านมาแค่ทนๆ ไปเพื่อเลี่ยงปัญหา

เธอรู้สึกเสียดายจริงๆ ที่อดทนมาตั้งนาน ได้พูดสิ่งที่คิดออกไปแบบนี้มันช่างสะใจและโล่งหัวดีแท้

เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งคณะก็เข้าแถวเรียงตามจุดที่กำหนดไว้

ภาพแรกเป็นภาพหมู่รวมทั้งคณะแบบเลนส์กว้าง วันนี้มีคิวถ่ายเฉพาะคณะของพวกเธอเท่านั้น

จากนั้นก็ถ่ายแยกตามสาขาวิชา และสุดท้ายถ่ายตามห้อง

พอถ่ายรูปเสร็จ หนุ่มๆ หลายคนก็ถือช่อดอกไม้เข้ามาหา

ทุกปี การถ่ายรูปจบการศึกษามักจะเป็นช่วงเวลาที่คู่รักจะได้อวดความหวานกัน

หลินจิ้น หนุ่มหล่อจากคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ เดินถือช่อกุหลาบสีแชมเปญเข้ามา เรียกสายตาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

หลิวเยว่ยืนรออยู่นานแล้ว เมื่อวานเธอจงใจบอกหลินจิ้นให้เอาดอกไม้มาให้ ไม่อย่างนั้นถ้าคนอื่นมีแต่เธอไม่มีคงเสียหน้าน่าดู

"ขอบคุณที่มานะ!"

หลินจิ้นเดินเข้ามา หลิวเยว่รีบยื่นมือออกไปรับดอกไม้อย่างมีความสุข

หนุ่มหล่อ สาวสวย กับดอกไม้ช่อโต ช่างเป็นภาพที่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

"ผู้หญิงคนนั้นใครน่ะ?"

หลินจิ้นมองผ่านไป หวังเชี่ยนรีบขยับตัวบังหมิงเยว่ไว้ทันที

หลิวเยว่กอดช่อดอกไม้แน่น ใบหน้าแทบบิดเบี้ยว ทำไมต้องเจอหมิงเยว่ไปซะทุกที่ด้วยนะ?

"หลินจิ้น นั่นหมิงเยว่ สาขาบริหารธุรกิจไง"

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของหลินจิ้นก็เปลี่ยนไป มีทั้งความประหลาดใจ ขัดเขิน และแฝงความเสียดายเล็กน้อย

หมิงเยว่มองดูสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของเขาด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่แทบไม่รู้จักกันถึงทำท่าเหมือนมีเยื่อใยกับเธอ

แววตาเสียดายของหลินจิ้นทำเอาหลิวเยว่เจ็บแปลบที่หัวใจ

"หมิงเยว่ ฉันได้ข่าวว่าเธอโดนไล่ออกจากเถิงซิงเทคโนโลยีแล้วนี่"

หลิวเยว่รู้ดีว่าจะจี้จุดอ่อนตรงไหน ถ้าเป็นหมิงเยว่คนเดิมคงได้แต่ยืนหน้าซีดตัวสั่นแน่ๆ!

พอได้ยินคำพูดของหลิวเยว่ หลายคนก็หูผึ่ง แม้แต่หลินจิ้นยังหันมาสนใจ

หลิวเยว่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"นั่นไม่ใช่ฝีมือของคุณหนูหลิวหรอกหรือ?"

หมิงเยว่ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว รัศมีที่เปล่งออกมาในตอนนี้ทำให้ยากที่จะเชื่อว่าเธอคือคนเดียวกับยัยแว่นสวมเสื้อยืดที่ไม่เคยสุงสิงกับใครคนนั้น

หลิวเยว่ควรจะสะใจที่ได้ยินแบบนี้ เพราะมันพิสูจน์ว่าอำนาจของครอบครัวเธอสามารถบดขยี้คนอื่นได้ แต่พอเห็นท่าทีไม่ยี่หระของหมิงเยว่ เธอกลับรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา

เธออยากเห็นหมิงเยว่ตกอับและร้องขอความเมตตา

ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยังคงดูสง่างามราวกับดอกไม้บนยอดเขาสูงที่เอื้อมไม่ถึง

หลินจิ้นเข้าใจความนัยได้ทันที เขาหันไปพูดกับหลิวเยว่ด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย

"ตอนนี้คนที่ผมชอบคือคุณ ผมไม่มีทางไปชอบคนหลงตัวเองแบบนั้นหรอก"

เขาโอบไหล่หลิวเยว่แสดงความรักใคร่

"นายว่าใครหลงตัวเอง?"

แม้จะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหลินจิ้นชอบเยว่เยว่ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว คนที่เขาพูดถึงต้องเป็นเยว่เยว่แน่ๆ หวังเชี่ยนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปข่วนหน้าคู่รักชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ให้รู้แล้วรู้รอด

"หลินจิ้น เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันแล้วไปเถอะ เราไปกันดีกว่า"

หลิวเยว่พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

หมิงเยว่รู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องอะไรที่เธอยังไม่รู้ เกี่ยวกับสาเหตุที่หลิวเยว่เกลียดเธอเข้าไส้ขนาดนี้

"พูดให้เคลียร์ก่อนจะไป ฉันจำไม่ได้ว่าเคยไปยุ่งเกี่ยวกับนายตอนไหน"

หมิงเยว่พูดพลางจ้องหน้าหลินจิ้นเขม็ง

หลินจิ้นตะลึงกับความงามที่กลับคืนมาของหมิงเยว่ ซึ่งทำให้เขานึกย้อนไปถึงความประทับใจเมื่อแรกพบ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าเธอก้าวร้าวเกินไปและไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง ซึ่งทำลายความสวยงามนั้นจนหมดสิ้น

"หมิงเยว่ ผมอุตส่าห์ไว้หน้าคุณถึงไม่พูดออกมา คุณอยากจะให้เรื่องมันแดงขึ้นมากลางวงจริงๆ เหรอ?"

จบบทที่ บทที่ 6 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย

คัดลอกลิงก์แล้ว