- หน้าแรก
- ผูกระบบปุ๊บ ฉันก็กลายเป็นคนรวยที่สุด
- บทที่ 4 เพิ่มพูนเสน่ห์
บทที่ 4 เพิ่มพูนเสน่ห์
บทที่ 4 เพิ่มพูนเสน่ห์
"ฉันยอมจนดีกว่าต้องเป็นคนไร้มารยาท"
หมิงเยว่ไม่คิดจะตามใจคุณหนูจอมเอาแต่ใจคนนี้อีกต่อไป เธอตาสว่างแล้ว คำกล่าวที่ว่า 'ถอยคนละก้าวแล้วฟ้าจะกว้าง' นั้นโกหกทั้งเพ มีแต่ยิ่งอดยิ่งโมโห ยิ่งถอยยิ่งเจ็บใจเสียมากกว่า
เธออดทนกับพวกงี่เง่าในโรงเรียนมาตั้งนาน พอเข้าสังคมทำงานก็ยังมิวายโดนรังแกและกดขี่อีกหรือ?
ครั้งนี้เธอจะไม่ทนอีกแล้ว ทุกคนต่างก็เพิ่งเคยใช้ชีวิตเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ทำไมเธอต้องยอมลงให้คนอื่นด้วย?
"ขอโทษด้วยนะครับ แฟนผมเธอเอาแต่ใจไปหน่อย"
แฟนหนุ่มของอีกฝ่ายเอ่ยเสียงนุ่ม ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์ตอนนี้ คำพูดนี้คงทำให้รู้สึกดีกับเขาไม่น้อย แต่พออยู่ในบริบทนี้ มันกลับดูดัดจริตสิ้นดี
"ถ้ารู้ว่าเอาแต่ใจก็ล่ามโซ่ขังไว้ในบ้านสิคะ อย่าปล่อยให้ออกมาเห่ากัดชาวบ้านแบบนี้"
"คุณผู้หญิงครับ ของได้แล้วครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ"
ในระหว่างที่ปะทะคารมกัน พนักงานก็รีบแพ็กสินค้าใส่ถุงเดินเข้ามาหา ท่าทางรีบร้อนเล็กน้อย คงกลัวว่าลูกค้าจะตีกันในร้าน
"พี่โจว พี่จะไปคุยกับพวกผีไม่มีศาลทำไม? พวกบ้านนอกคอกนาสันดานหยาบ ยิ่งจนปากยิ่งเก่ง"
ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่ก็ยังไม่วายปากดี
"อย่างน้อยคนหยาบกระด้างอย่างฉันก็ยังต่างกับคนที่แกว่งเท้าหาเสี้ยน รนหาที่ให้คนอื่นด่า... ลาก่อน หวังว่าจะไม่ต้องเจอคุณหนูจอมเอาแต่ใจแบบนี้อีกนะ"
เมื่อพูดจบ หมิงเยว่ก็หยิบโทรศัพท์แล้วเดินจากไปอย่างสบายใจ
เธอไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่แวะเข้าร้านอาหาร สั่งข้าวราดแกงจานละสิบกว่าหยวนมากิน
'โฮสต์ กินแบบนี้มันลดเกรดระบบเศรษฐีฟ้าประทานหมด ไปกินมื้อใหญ่กันเถอะ!'
ทว่าหมิงเยว่ไม่ได้สนใจคำทักท้วง เธอก้มหน้าก้มตากินข้าวราดแกงต่อไป แม้จะมีระบบร่วงลงมาจากฟ้าทำให้รวยข้ามคืน...
แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามันไม่จริง ตอนนี้เธอมีเงินติดตัวอยู่หกพันกว่าหยวน ยังไม่กล้าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
คนเคยประหยัดมัธยัสถ์จะให้เปลี่ยนนิสัยปุบปับคงทำไม่ได้
'โฮสต์ ไปซื้อเสื้อผ้ากันเถอะ!'
ระบบเสนอแนะ
'ไม่เอาหรอก เงินแค่นี้เอง งานการก็ยังหาไม่ได้!'
หมิงเยว่ยังปรับตัวให้เข้ากับฐานะโฮสต์ของระบบเศรษฐีไม่ได้
'โฮสต์ คุณจะได้รับเงินทุกวันจากการทำภารกิจพื้นฐานนะ ตอนนี้เราต้องรีบเริ่มภารกิจยกระดับตัวเองกันได้แล้ว!'
ระบบรู้สึกอับอายเหลือเกินที่ต้องติดแหง็กอยู่ที่เลเวล 0 จึงพยายามกระตุ้นหมิงเยว่ให้ทำภารกิจอย่างกระตือรือร้น
'แล้วต้องทำยังไงล่ะ?'
หมิงเยว่ไม่รู้จริงๆ ว่าไอ้ภารกิจยกระดับที่ว่าต้องทำอย่างไร
'ในสี่หมวดภารกิจหลัก เสน่ห์จะแบ่งออกเป็นเสน่ห์ภายนอกและเสน่ห์ภายใน
เสน่ห์ภายนอก: หน้าตา, รูปร่าง, การแต่งกาย ฯลฯ
เสน่ห์ภายใน: ความมั่นใจ, วินัยในตนเอง, ความเมตตา, ความสุขุม, รสนิยม, ความรู้ ฯลฯ
หมิงเยว่สามารถเริ่มพัฒนาไปในทิศทางนี้ได้ ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเงินไม่ใช่ปัญหา ลุยเลย!!!'
หมิงเยว่รู้สึกว่าที่หยวนเป่าพูดมาก็มีเหตุผล การใช้เงินเพื่อเพิ่มเสน่ห์ไม่ใช่เรื่องขาดทุน
เธอจึงเปลี่ยนจุดหมายและเดินเข้าไปในร้านทำผม
"คุณผู้หญิงครับ สนใจทำทรงไหนดีครับ?"
คำถามนี้ทำเอาหมิงเยว่ไปไม่เป็น
"ช่วยยืดผมให้เรียบๆ ก็พอค่ะ!"
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ตัวเธอเองก็คงรับความเปลี่ยนแปลงกะทันหันขนาดนั้นไม่ไหว
แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว หมิงเยว่จึงไม่ได้ประหยัดงบ เธอจ่ายเงินหนึ่งพันหยวนเพื่อจ้างช่างผมมือหนึ่งมาตัดแต่งทรงผมให้
ของแพงย่อมมีเหตุผลของมัน รู้สึกเหมือนเส้นผมได้รับการดูแลอย่างประณีตบรรจงทุกเส้น
หมิงเยว่มองตัวเองในกระจกด้วยความพึงพอใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้พิจารณาหน้าตาของตัวเองชัดๆ แบบนี้?
"คุณผู้หญิงสวยมากจริงๆ ครับ ต่อไปอย่าซ่อนความงามของตัวเองไว้อีกเลยนะครับ"
ช่างผมมือหนึ่งเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี
"ขอบคุณค่ะ"
"ผู้หญิงคนนั้นทำผมเสร็จแล้วเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย"
หลังจากเธอเดินออกจากร้าน ช่างทำผมในร้านยังคงจับกลุ่มคุยกัน
"สวยธรรมชาติไง ตอนสระผมให้ พอถอดแว่นปุ๊บฉันก็ดูออกเลย เครื่องหน้าเป๊ะมาก โดยเฉพาะดวงตา"
"คนสวยขนาดนี้ ทำตัวเชยระเบิดอยู่ได้ตั้งนาน"
หมิงเยว่รู้สึกเบาสบายศีรษะขึ้นมาก ผมยาวประบ่าทิ้งตัวสลวยพลิ้วไหวไปตามสายลม หน้าม้าที่เคยยาวปรกหน้าถูกปัดไปด้านข้างอย่างเป็นระเบียบ
เผยให้เห็นหน้าผากเนียนสวยได้รูป แม้แต่แว่นตากรอบดำธรรมดาก็ยังดูมีเสน่ห์ขึ้นมาในเวลานี้
'ขั้นตอนแรก เปลี่ยนทรงผม ค่าเสน่ห์ +1 ขั้นตอนที่สอง เปลี่ยนเสื้อผ้า'
หมิงเยว่เดินเข้าห้างสรรพสินค้าตามคำแนะนำอย่างว่าง่าย
เธอไม่เคยเข้ามาร้านเสื้อผ้าหรูหราขนาดนี้มาก่อน
แม้จะเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองอย่างปักกิ่ง แต่เธอกลับรู้สึกแปลกแยกเข้าไม่ถึง ใจของเธอยังคงติดอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่แห้งแล้งเสมอมา
'หมิงเยว่ เข้าร้านนี้เลย สไตล์เหมาะกับเธอมาก'
อย่าได้ดูแคลนระบบเชียว มันดูดซับข้อมูลความรู้มามากมาย รสนิยมความงามถือว่าเชื่อถือได้
หมิงเยว่เดินเข้าไปและตรงไปยังราวแขวนเสื้อผ้าตามที่หยวนเป่าชี้เป้า
ทว่าทันทีที่เธอยื่นมือไปจับเสื้อที่หยวนเป่าแนะนำให้ลอง เสียงค่อนขอดก็ลอยเข้าหู
"เดี๋ยวนี้เขาปล่อยให้พวกไก่กาที่ไหนเดินเข้ามาก็ได้เหรอ? ไม่ดูสารรูปซอมซ่อนั่นหน่อยหรือไง? ชุดที่โดนคนแบบนั้นจับแล้วจะยังขายออกอีกเหรอ?"
หญิงวัยกลางคนที่ประโคมเครื่องประดับเต็มตัว สวมกำไลข้อมือสามวงดังกรุ๊งกริ๊งพูดขึ้นเสียงดัง
หมิงเยว่พูดไม่ออกจริงๆ นี่เธอโชคร้ายขนาดก้าวขาออกจากบ้านก็เจอคนบ้าเลยหรือนี่?
'หยวนเป่า ระบบเพิ่มโชคได้ไหม?'
'ไม่ได้ โชคของเธอคงใช้ไปหมดแล้วตอนที่เจอฉัน'
หยวนเป่าตอบอย่างภูมิใจ ไม่มีท่าทีถ่อมตัวแม้แต่น้อย
พนักงานขายเองก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะรับมือกับความขัดแย้งระหว่างลูกค้าเช่นนี้อย่างไร
"ฉันจะมีปัญญาจ่ายหรือเปล่าไม่ใช่กงการอะไรของคุณ เก็บปากเก็บคำไว้เถอะค่ะ จะได้ดูเป็นผู้ดีขึ้นบ้าง"
หมิงเยว่หันไปพยักหน้าให้พนักงาน สื่อว่าจะลองชุดตัวนี้ พนักงานขายจึงรีบปลดชุดลงมาให้ทันที
"ไม่ได้ยินที่พูดหรือไง? ฉันจะร้องเรียนพวกเธอ"
เมื่อเห็นว่าหมิงเยว่ไม่ยอมถอย หญิงคนนั้นก็เริ่มหาเรื่องพนักงานแทน
พนักงานอาวุโสอีกคนรีบเดินเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย
"ใครจะไปรู้ว่านังนั่นมีเชื้อโรคอะไรติดตัวมาบ้าง? ร้านพวกเธอไม่มีมาตรฐานหรือไง?"
หมิงเยว่ทนฟังผู้หญิงคนนี้พ่นน้ำลายใส่ไม่ไหวอีกต่อไป
"ถ้าผู้ดีนักก็จ้างดีไซเนอร์มาตัดชุดที่บ้านสิ จะมาอวดเบ่งอะไรกับการซื้อเสื้อผ้าตัวละไม่กี่พัน เข้ามาก็โวยวายเสียงดัง หาความเหนือกว่าจากที่นี่ได้แค่นั้นหรือไง?"
พูดจบ หมิงเยว่ก็สะบัดหน้าเดินเข้าห้องลองชุดไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทันตอกกลับ
ชุดที่เธอลองเป็นเดรสวินเทจแขนกุดตัดต่อสี ทันทีที่หมิงเยว่สวมชุดเดินออกมา ทุกคนในร้านถึงกับกลั้นหายใจ
แม้แต่หญิงปากร้ายคนนั้นยังต้องยอมรับในใจว่าหมิงเยว่ใส่แล้วดูดีมาก
หมิงเยว่หันไปมองกระจกหน้าห้องลองชุด สายเสื้อไขว้กันบนแผ่นหลังขาวเนียน เพิ่มความเซ็กซี่ให้กับสไตล์วินเทจ สีน้ำเงินตัดกันอย่างลงตัวดูหรูหรา ดีไซน์เสื้อกล้ามแขนกุดยังช่วยเติมความขี้เล่นและมีชีวิตชีวา
อย่างที่หยวนเป่าบอก ชุดนี้เหมาะกับหมิงเยว่มาก โดยเฉพาะตอนที่เธอตัดผมสั้นแล้ว
ผมยาวประบ่ารับกับชุดแขนกุด เผยให้เห็นไหปลาร้าเซ็กซี่อย่างชัดเจน เส้นผมที่เคลียคลอผิวเป็นบางจังหวะยิ่งเสริมเสน่ห์ให้น่าหลงใหล
"ก็แค่หน้าตาดีหน่อยเดียว"
หญิงร่างท้วมบ่นอุบอิบ หมิงเยว่ตวัดสายตาเย็นชาใส่ จนอีกฝ่ายหุบปากฉับทันที
พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีเงิน ความมั่นใจของหญิงคนนั้นก็กลับมา
"ฉันจะเอาชุดนั้น"
เธอเชิดหน้าชี้ไปที่หมิงเยว่แล้วประกาศกร้าว
"คุณผู้หญิงคะ ชุดแบบนี้มีแค่ตัวเดียว แล้วคุณลูกค้าท่านนั้นก็ลองก่อนด้วยค่ะ"
พนักงานขายอธิบายอย่างนุ่มนวล
"ฉันให้ราคาเป็นสองเท่า"
นี่เป็นครั้งแรกที่หมิงเยว่ได้เจอกับคนรวยแต่โง่ ดูละครมากไปหรือเปล่า? ร้านเสื้อผ้าพวกนี้มีราคาป้ายชัดเจน จะมาประมูลราคาอะไรกัน นี่มันไม่ใช่โรงรับจำนำนะ