- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นเซียน องค์หญิงสี่ผู้เป็นต้นกำเนิดวิถีเทพ
- บทที่ 18 ข้าจะเป็นอาจารย์ล่ะ!
บทที่ 18 ข้าจะเป็นอาจารย์ล่ะ!
บทที่ 18 ข้าจะเป็นอาจารย์ล่ะ!
บทที่ 18 ข้าจะเป็นอาจารย์ล่ะ!
เฉิงหยางรับมะเขือเทศที่สี่จื่อตัวน้อยส่งให้ด้วยความประหม่า "สี่จื่อ นี่คือผลไม้เซียนหรือ?"
"ช่ายแล้ว! พี่รอง รีบกินเร็วเข้า!"
"เอ่อ... น้องสี่จื่อกินเถอะ" เฉิงหยางยื่นมะเขือเทศคืนให้สี่จื่อ
"ข้ามีแล้ว พี่รองรีบกินสิ" สี่จื่อตัวน้อยโบกมือหยอยๆ พร้อมกับโชว์มะเขือเทศในมืออีกข้างให้เฉิงหยางดู
เฉิงหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดของผลไม้เซียน นางก้มหน้าลงกัดคำเล็กๆ
เมื่อเห็นเฉิงหยางกินแล้ว สี่จื่อตัวน้อยก็แกว่งเท้าเล็กๆ ไปมาอย่างอารมณ์ดีแล้วเริ่มกัดคำโตบ้าง เด็กน้อยทั้งสองยิ้มให้กัน ต่างฝ่ายต่างแบ่งปันความอร่อยของผลไม้ในมือ
หลังจากจัดการมะเขือเทศหมดแล้ว สี่จื่อตัวน้อยก็หยิบนมกล่องขึ้นมา พยายามจะแกะพลาสติกที่ห่อหุ้มอยู่ออก เจ้าตัวเล็กพยายามอยู่นานสองนาน แต่ทำได้เพียงจิ้มให้เป็นรูเล็กๆ ไม่กี่รูเท่านั้น
นางเงยหน้ามองชิงหลานด้วยสายตาน่าสงสาร
"องค์หญิง ให้บ่าวช่วยนะเพคะ!"
"อื้อ!" สี่จื่อตัวน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วดันนมกล่องบนโต๊ะไปทางชิงหลาน
ชิงหลานหยิบนมกล่องขึ้นมาโดยไม่กล้าพิจารณาให้ละเอียดนัก นางแกะพลาสติกออก แล้ววางนมทั้งสี่กล่องเรียงกันบนโต๊ะหินอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะถอยกลับไปยืนสำรวมท่าทีอยู่ด้านข้าง
สี่จื่อตัวน้อยหยิบขึ้นมาหนึ่งกล่องพร้อมหลอด แล้วยื่นให้เฉิงหยาง "พี่รอง ให้ท่าน!"
"ขอบใจนะ สี่จื่อ" เมื่อวานเฉิงหยางได้ดื่มชานมไปแล้ว นางจึงรับหลอดมา แกะซองพลาสติกออก เจาะลงไปในกล่อง แล้วดูดกินอย่างกระตือรือร้น
"อร่อยจัง!" นางเงยหน้าขึ้นมา เห็นสี่จื่อกำลังใช้ฟันกัดซองใส่หลอดอย่างทุลักทุเล
เฉิงหยางรีบยื่นมือเข้าไปห้ามทันที "สี่จื่อ ให้พี่ช่วยนะ!"
"โอเค! อิอิ ขอบคุณพี่รอง"
เฉิงหยางจัดการแกะและเจาะหลอดให้สี่จื่อตัวน้อยเสร็จสรรพ สองร่างเล็กส่ายหัวดุ๊กดิ๊กอย่างมีความสุขขณะดูดนมกล่อง
พวกนางให้นางกำนัลช่วยเปิดกล่องเค้กมูสสตรอว์เบอร์รี เด็กน้อยทั้งสองใช้ช้อนแบ่งเค้กกันกิน ดื่มนมคำหนึ่ง กินเค้กคำหนึ่ง รสชาติช่างวิเศษสุดจะบรรยาย
ขณะที่ทั้งสองกำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เสียงเด็กผู้ชายก็ดังขึ้น "น้องหญิงสี่จื่อ ข้ามาเล่นด้วยแล้ว!"
หลี่จื้อวิ่งเข้ามาในลานบ้าน ขันทีน้อยที่ติดตามมาข้างหลังวิ่งตามอย่างกระหืดกระหอบ "องค์ชาย ใกล้ถึงเวลาเรียนของท่านราชครูเฟิงแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ กลับไปกับบ่าวเถิด!"
ขันทีน้อยและข้าราชบริพารที่ติดตามมาถูกองครักษ์หน้าประตูขวางไว้ทันทีที่มาถึงลานบ้าน
ตำหนักขององค์หญิงจินหยางไม่ใช่ที่ใครจะเข้าออกได้ตามอำเภอใจในตอนนี้ นอกจากนางกำนัลและขันทีที่รับใช้ในห้องบรรทมขององค์หญิงจินหยางแล้ว องค์ชายและองค์หญิงพระองค์อื่นจะเข้ามาได้เพียงลำพัง เว้นเสียแต่ว่าจะยังทรงพระเยาว์มาก จึงจะอนุญาตให้พาขันทีติดตามมาได้หนึ่งหรือสองคน
ขันทีน้อยได้แต่ชะเง้อคอมองแผ่นหลังของผู้เป็นนายหายลับไป แล้วรออยู่นอกตำหนักด้วยความร้อนรน
หลี่จื้อหันกลับมามอง เมื่อเห็นว่าสลัดขันทีผู้ติดตามหลุดแล้ว เขาก็ยืดอกอย่างผ่าเผยและก้าวยาวๆ ตรงไปยังสวนที่สี่จื่ออยู่ทันที
ทันทีที่หลี่จื้อก้าวเข้ามาในลานและเห็นสี่จื่อกับเฉิงหยางกำลังกินขนมและคุยกันอย่างสนุกสนาน เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหา
"น้องหญิงสี่จื่อ น้องหญิงเฉิงหยาง พวกเจ้ากินอะไรกันอยู่หรือ?"
"พวกเรากำลังกินเค้ก เสด็จพี่เก้าจะกินด้วยไหม?"
"กินสิ ขอบใจนะน้องหญิงสี่จื่อ"
หลี่จื้อหยิบนมกล่องขึ้นมาเจาะหลอดดูดก่อน แล้วจึงหยิบเค้กมูสที่สี่จื่อเพิ่งเอาออกมาจากมิติเก็บของขึ้นมากิน
เฉิงหยางและสี่จื่อกินอิ่มพอดี สี่จื่อจึงหยิบตำราการบำเพ็ญเพียรออกมา นางกับเฉิงหยางสุมหัวกันอ่านตำราเล่มนั้น
ปล่อยให้หลี่จื้อนั่งโซบของอร่อยอยู่คนเดียว
หลังจากกินเค้กไปไม่กี่คำ หลี่จื้อก็ถือนมกล่องกระโดดลงจากเก้าอี้หิน วิ่งไปข้างๆ สี่จื่อและเฉิงหยาง แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู "นี่คืออะไร? หนังสือภาพเหรอ?"
"นี่คือคัมภีร์ลับที่ท่านอาจารย์ให้มาต่างหาก! ข้ากับพี่รองกำลังจะเริ่มบำเพ็ญเพียรกัน เสด็จพี่เก้าจะเอาด้วยไหม?"
พอได้ยินว่าเป็นคัมภีร์ลับสำหรับบำเพ็ญเพียร หลี่จื้อก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที
"เอาสิ"
เด็กทั้งสามคนหาพื้นที่สนามหญ้าเขียวขจี นั่งขัดสมาธิเรียงกันเป็นแถว แล้วกางหนังสือภาพลงบนพื้นหญ้า เหล่านางกำนัลและผู้ติดตามโดยรอบต่างหันหลังให้ทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท
นี่เป็นวิชาคาถาอาคมของเซียน พวกบ่าวไพร่จะกล้าแอบดูได้อย่างไร?
สี่จื่อตัวน้อยทำหน้าจริงจังแก้มป่อง นางหลับตาลงและเริ่มระลึกถึงสิ่งที่เรียนรู้เมื่อวาน รวบรวมปราณวิญญาณโดยรอบให้มารวมกันที่จุดตันเถียน
เฉิงหยางและหลี่จื้อที่อยู่ขนาบซ้ายขวาต่างเลียนแบบท่าทางของสี่จื่อเพื่อเริ่มการบำเพ็ญเพียร พวกเขาเพียงแค่รู้สึกถึงสายลมเย็นที่พัดผ่าน เด็กทั้งสองแอบลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมองสี่จื่อ
ดูเหมือนการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาจะต่างจากของสี่จื่อ
ทั้งสองสบตากันแล้วตระหนักว่าไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่ทำไม่ได้ ความรู้สึกโล่งใจว่ามีเพื่อนร่วมชะตากรรมจึงเกิดขึ้นในใจ
สี่จื่อนั่งนิ่งบนพื้นหญ้าเพื่อบำเพ็ญเพียร และเมื่อเริ่มแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วยาม
ถังไท่จงรีบเสด็จมาทันทีหลังเสร็จสิ้นการว่าราชการเช้า เมื่อเห็นสี่จื่อตัวน้อยกำลังเข้าฌาน พระองค์ก็ไม่รบกวน เพียงแค่ยืนดูอยู่เงียบๆ ข้างกายจั่งซุนฮองเฮาพร้อมกับถือตำราในมือ
หลี่จื้อและเฉิงหยางยังคงพยายามอย่างหนักที่จะสัมผัสถึงปราณวิญญาณ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยังหาวิธีที่ถูกต้องไม่เจอหรือด้วยเหตุผลอื่น พวกเขาจึงไม่มีความคืบหน้าเลยแม้เวลาจะผ่านไปนาน
ถังไท่จงเองก็ลองทำตามวิธีในตำราดูสองสามครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ แม้จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่พระองค์ก็รู้ดีว่าการบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคิดได้ดังนั้นพระองค์ก็รู้สึกดีขึ้นมาก
โถงพระราชวังเงียบสงบ สายลมพัดแผ่วเบา ดอกไท่ซูสองลักษณ์ในลานบ้านพลันสั่นไหวอย่างเงียบเชียบ ใจกลางเกสรมีจุดสีดำสนิทดุจหมึก ราวกับจุดตัดของหยินและหยางที่กำลังหมุนวนเปล่งประกายจางๆ
สี่จื่อนั่งสงบนิ่งอยู่บนพื้นหญ้า รัศมีที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะลอยวนอยู่รอบตัวนาง ชายแขนเสื้อขยับไหวโดยไร้ลม และกระดิ่งที่ผมสั่นระริกเล็กน้อยราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาจับต้อง นางหลุบตาลงด้วยสมาธิแน่วแน่และยกปลายนิ้วขึ้นเล็กน้อย ปราณวิญญาณสีทองจางๆ ไหลซึมออกมา อ้อยอิ่งราวกับเส้นด้าย
ดอกไม้จิตวิญญาณดูเหมือนจะสัมผัสได้ ก้านดอกโค้งลงเล็กน้อยและกลีบดอกก็คลี่บาน โน้มเข้าหานาง ละอองแสงเรืองรองลอยล่องอยู่ในเกสรราวกับดวงดาวระยิบระยับ ดูเหมือนกำลังตอบรับรัศมีพลังของนาง
ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินรวมตัวกันอย่างเงียบเชียบในขณะนี้ดั่งหมอกควัน โอบล้อมรอบตัวนาง สายลมพัดผ่านอย่างเงียบกริบ ทว่าดอกไม้และใบหญ้ากลับสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับเสียงกระซิบหรือการสั่นพ้อง
ถังไท่จงโอบประคองจั่งซุนฮองเฮายืนดูอยู่ห่างๆ ทั้งสองกลั้นหายใจ และกว่าจะได้สตินานก็ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉิงหยางและหลี่จื้อเองก็ถูกดึงดูดด้วยภาพตรงหน้า ทั้งคู่ต่างตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
ผ่านไปเนิ่นนาน สี่จื่อตัวน้อยจึงลืมตาขึ้น นางหันไปมองดอกไม้ในลานบ้าน ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินเตาะแตะไปที่ดอกไท่ซู นางใช้สองมือประคองใบไม้ขนาดใหญ่อย่างทะนุถนอมแล้วแนบแก้มลงไป
"สี่จื่อ เมื่อครู่นี้คืออะไรหรือ?" ถังไท่จงเดินเข้ามาถามอย่างอ่อนโยน
"ข้ากามลางบำเพ็ญเพียร แล้วข้าก็ได้ยินเสียงของดอกไม้เจ้าค่ะ!"
ถังไท่จงประหลาดใจยิ่งนัก "ดอกไม้นี้พูดได้รึ? มันพูดว่าอะไร?"
"ข้าไม่รู้!" สี่จื่อตัวน้อยเอียงคอทำหน้าไร้เดียงสา
นางไม่รู้จริงๆ มันเป็นเพียงความรู้สึก เมื่อนางบำเพ็ญเพียร นางสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของดอกไท่ซูและอารมณ์ของมัน แต่ความรู้สึกนั้นละเอียดอ่อนมากจนสี่จื่อไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไร
ถังไท่จงไม่ซักไซ้ต่อ พระองค์ก้มลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา
"สี่จื่อ เฉิงหยางกับพี่ชายจื้อของเจ้ายังหาวิธีที่ถูกต้องในการบำเพ็ญเพียรไม่เจอ เจ้าจะช่วยเป็นอาจารย์สอนพวกเขาได้หรือไม่?"
การได้เป็นอาจารย์ให้พี่สาวและพี่ชาย สี่จื่อตัวน้อยย่อมเต็มใจแน่นอน นางพยักหน้าอย่างมีความสุข "ได้เจ้าค่ะ! ได้เลย!"
ถังไท่จงมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า พระองค์ชำเลืองมองจั่งซุนฮองเฮา มีหรือที่นางจะไม่รู้ความคิดของฮ่องเต้ ไม่ใช่แค่เฉิงหยางกับหลี่จื้อหรอกที่ยังหาวิธีไม่เจอ
น่าจะเป็น 'เอ้อร์หลาง' ผู้นี้ด้วยกระมังที่อยากจะแอบเรียนรู้วิชาสักเล็กน้อย
สี่จื่อตัวน้อยจะไปล่วงรู้การสื่อสารทางสายตาอันเงียบเชียบระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ได้อย่างไร ในหัวของนางตอนนี้กำลังคิดแต่เรื่องที่จะเป็นอาจารย์ที่มีคุณภาพในภายภาคหน้าต่างหาก!