เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - กำไลมิติ

บทที่ 41 - กำไลมิติ

บทที่ 41 - กำไลมิติ


บทที่ 41 - กำไลมิติ

◉◉◉◉◉

ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามคนนั้นน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าพวกเขาจะถูกขังเอาไว้ แต่การโจมตีของพวกเขาก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านซีดเผือดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกักขังทั้งสามคนนี้เอาไว้ หากปล่อยให้พวกเขาหนีรอดไปได้ ความโกรธเกรี้ยวของผู้ยิ่งใหญ่จะมีพลังทำลายล้างที่ไม่อาจจินตนาการได้เลยทีเดียว

พรวด!

ในที่สุดผู้ใหญ่บ้านก็กระอักเลือดออกมาคำโต ย้อมเสื้อผ้าของเขาจนกลายเป็นสีแดง ผู้ใหญ่บ้านที่มักจะแสดงท่าทีสงบนิ่งมาโดยตลอด ในเวลานี้แววตาของเขากลับฉายแววบ้าคลั่งออกมาสายหนึ่ง

"วันนี้ข้าจะสังหารผู้ยิ่งใหญ่ ทะลวงสู่แท่นเซียน!"

ตูม!

กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของผู้ใหญ่บ้าน และยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงมังกรคำรามดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า รอจนถึงเสียงที่สิบ นั่นจะเป็นเวลาที่เขาทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตแท่นเซียน

เมื่อเสียงมังกรคำรามดังกึกก้องยิ่งขึ้น กลิ่นอายของผู้ใหญ่บ้านก็ยิ่งบ้าคลั่งตามไปด้วย เสียงมังกรคำรามเก้าครั้งดังขึ้น ผู้ใหญ่บ้านก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า บินหายเข้าไปในชั้นเมฆทันที

"เร็วเข้า หยุดมันไว้ หากมันทะลวงผ่านได้ พวกเราตายแน่!"

นักบวชหญิงชาวตะวันตกคนนั้นตะโกนลั่น จากนั้นปีกข้างเดียวที่เหลืออยู่ก็สั่นไหว พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตามไป

ค่ายกลไท่จี๋ไม่ได้ขัดขวางนาง เมื่อขาดการควบคุมจากผู้ใหญ่บ้าน มันก็ทำได้เพียงตั้งรับโดยสัญชาตญาณเท่านั้น

เจียงเฉินที่อยู่ด้านล่างมีประกายแสงวาบผ่านในดวงตา แม้ว่าเขาจะเป็นห่วงผู้ใหญ่บ้าน แต่การต่อสู้ในระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ความห่วงใยของเขาจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ดังนั้นเขามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ!

"พี่เจียง พี่จะไปไหนน่ะ คงไม่ได้จะไปเก็บปีกนกหรอกนะ!"

ลวี่ต้าซานที่อยู่ข้างๆ เห็นเจียงเฉินกำลังเดินลัดเลาะไปตามลวดลายเต๋าเพื่อออกไปด้านนอก จึงเอ่ยแซวขึ้นมา

"ต้าซาน ไปกัน ข้าใช้ชีพจรธรณีตรวจสอบดูแล้ว พวกมนุษย์นกตะวันตกนั่นตายกันหมดแล้ว พวกเราไปค้นศพกัน!"

เจียงเฉินหันกลับมาพูดกับลวี่ต้าซานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ใช่แล้ว ไปค้นศพไงล่ะ

ยอดฝีมือตะวันตกหลายสิบคน ในจำนวนนั้นน่าจะมีผู้ฝึกตนขอบเขตฮว่าหลงรวมอยู่ด้วย ไม่แน่อาจจะมีของดีอะไรติดตัวอยู่ก็ได้

ลวี่ต้าซานที่เดิมทีทำหน้าไม่สนใจ พอได้ยินคำพูดของเจียงเฉินก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเท้าไปตามลวดลายเต๋าและเดินตามไป

"พี่เจียง สมองพี่ทำด้วยอะไรเนี่ย ทำไมถึงคิดเรื่องแบบนี้ได้นะ"

ลวี่ต้าซานที่เติบโตมากับการสั่งสอนที่เรียบง่ายมองเจียงเฉินด้วยความเลื่อมใส เรื่องค้นศพแบบนี้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยในชีวิต

คนตายไปแล้วไม่ควรปล่อยให้เป็นไปตามกรรม คืนสู่ดินหรอกหรือ?

"พวกมันเป็นพวกมารนอกรีตจากตะวันตก การกำจัดภูตผีปีศาจเป็นหน้าที่ของพวกเราชาวธรรมะ แต่พวกเราก็ไม่ควรทำงานฟรีใช่ไหมล่ะ ของในตัวพวกมันก็ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนไง!"

เจียงเฉินเริ่มป้อนแนวคิดแปลกๆ ให้ลวี่ต้าซานฟัง พวกเราเป็นคนดี การค้นศพจะเรียกว่าค้นศพได้ยังไง นี่เขาเรียกว่าการรับค่าตอบแทนอย่างถูกกฎหมายต่างหาก!

ลวี่ต้าซานฟังเจียงเฉินพูดจนมึนงง สุดท้ายก็เลยเออออห่อหมกขึ้นเรือโจรตามไปด้วย

เมื่อพบศพแรก เฮ้อ สภาพดูไม่ได้เลย หัวหายไปไหนไม่รู้ แผ่นหลังก็เกือบจะถูกรอยแยกมิติกลืนกินไปจนหมดแล้ว

เจียงเฉินเดินเข้าไป ลูบคลำที่ศพของคนผู้นั้นทีหนึ่ง หลักๆ คือการทำลายทะเลทุกข์ของเขา เพื่อเอาของดีข้างในออกมา

หลังจากคนตาย ทะเลทุกข์จะไม่ได้แตกสลายในทันที ดังนั้นการค้นศพจึงถือเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานเหมือนกัน!

ขยะ!

เจียงเฉินอดสบถออกมาเบาๆ ไม่ได้ นี่มันอะไรกัน ในทะเลทุกข์มีแค่วิชาฝึกฝนเล่มเดียวกับอาวุธพังๆ ไม่กี่ชิ้น เอาไปแลกแต้มการต่อสู้ในร้านค้าสวนสนุกได้ไม่ถึงสิบแต้มด้วยซ้ำ!

ในขณะที่เจียงเฉินกำลังจะเปลี่ยนไปค้นศพถัดไป ลวี่ต้าซานก็จู่ๆ นั่งยองๆ ลงไป

ฝ่ามือตบลงไปที่ร่างของศพ ทันใดนั้นก็มีลำแสงพุ่งออกมาจากข้างใน

ฉากนี้ทำเอาเจียงเฉินตาค้างไปเลย ให้ตายสิ ประมาทไปแล้ว!

เพราะตัวเขาเองเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลุนไห่ ดังนั้นความสนใจทั้งหมดจึงไปอยู่ที่ทะเลทุกข์ จนลืมไปชั่วขณะว่าขอบเขตลับอื่นๆ ของร่างกายมนุษย์ก็สามารถเก็บของได้เช่นกัน

เมื่อเห็นลวี่ต้าซานเก็บลำแสงห้าสายไปด้วยรอยยิ้มร่าเริง เจียงเฉินก็ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาหาศพอื่นต่อไป

ขอบเขตหลุนไห่ ขยะ!

ขอบเขตตำหนักเต๋า เอ๊ะ กระบี่เล่มนี้ไม่เลว

ขยะอีกแล้ว!

……

ความเร็วของพวกเขาช้ามาก เพราะต้องเดินไปตามลวดลายเต๋า มิฉะนั้นจุดจบของพวกเขาก็คงเหมือนกับศพที่อยู่ข้างนอก

หากไม่ใช่เพราะทั้งสองคนรู้ลวดลายเต๋าพื้นฐานของเคล็ดวิชาค้นมังกร เกรงว่าคงจะก้าวเดินในค่ายกลไท่จี๋นี้ไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

ความผันผวนของการต่อสู้บนท้องฟ้ายังคงรุนแรง แม้จะมองไม่เห็นเหตุการณ์ด้านบน แต่เจียงเฉินก็พอจะจินตนาการได้ว่าสถานการณ์ของผู้ใหญ่บ้านคงไม่สู้ดีนัก

เขากำลังพยายามทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแท่นเซียน แม้ว่าตอนนี้จะมีพลังต่อสู้ระดับเทวะขั้นหนึ่งแล้ว แต่คู่ต่อสู้ของเขาคือผู้ยิ่งใหญ่ระดับเทวะขั้นหนึ่งถึงสามคนเชียวนะ!

โฮก!

เสียงมังกรคำรามครั้งที่สิบดังขึ้นในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการทะลวงเข้าสู่แท่นเซียนแล้ว

พร้อมกับเสียงมังกรคำรามครั้งที่สิบ ปลาหยินหยางในทะเลทุกข์ไท่จี๋ก็เปิดออกในที่สุด

โฮก!

โฮก!

เสียงมังกรคำรามที่แตกต่างไปจากเดิมสองเสียงดังออกมาจากข้างใน จากนั้นเห็นเพียงเงามังกรสีดำและสีขาวสองตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

มาพร้อมกับแสงเทพที่บาดตา ย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นสีขาวและดำ

พายุหมุนพัดกระหน่ำ ถึงขนาดพัดพาเอากระแสปราณดำขาวในค่ายกลไท่จี๋ขึ้นไปด้วย

นี่คงเป็นไม้ตายก้นหีบของผู้ใหญ่บ้านสินะ!

เจียงเฉินมองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีขาวดำ พลางถอนหายใจในใจ

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลง พร้อมกับการหมุนวนของสีขาวดำในค่ายกลไท่จี๋ เขาดันเหลือบไปเห็นศพท่อนหนึ่ง

นั่นเป็นร่างกายท่อนบนที่ขาดหัว แถมแม้แต่ท่อนบนเองก็ยังไม่สมบูรณ์ เกรงว่าทะเลทุกข์และขอบเขตตำหนักเต๋าคงแตกสลายไปนานแล้ว

ตามหลักแล้วศพแบบนี้ไม่มีค่าอะไรเลย เข้าไปก็เสียเวลาเปล่า

แต่เจียงเฉินตาไว เขาเห็นว่าที่แขนของศพนั้นยังมีกำไลวงหนึ่งกำลังเปล่งแสงอยู่

คนผู้นี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าถูกกระแสความวุ่นวายของมิติฆ่าตาย กำไลที่สามารถคงสภาพอยู่ได้ในกระแสความวุ่นวายของมิติ น่าจะถือเป็นของดีกระมัง

ดังนั้นเจียงเฉินจึงรีบโคจรพลังเทพไปที่ดวงตา ลวดลายเทพบนพื้นดินก็ชัดเจนขึ้นในสายตาของเขา

เมื่อเดินตามลวดลายไป ในที่สุดเจียงเฉินก็เข้าใกล้ศพนั้น สภาพน่าอนาถกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก แม่เจ้า ก่อนตายคงทรมานน่าดู!

"เฮ้อ อยู่ตะวันตกดีๆ ไม่ชอบ ดันดั้นด้นมาถึงหัวเซี่ย ไม่คิดบ้างหรือว่าหัวเซี่ยใช่ที่ที่พวกแกที่นับถือเผ่าโบราณจะมาได้หรือไง!"

เจียงเฉินบ่นพึมพำในปาก พลางยื่นมือออกไป เตรียมจะปลดกำไลวงนั้นออกมา

แต่ในเวลานี้เอง หนึ่งในแปดอักขระโบราณในทะเลทุกข์ไท่จี๋ของเขาก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมา

เจียงเฉินตื่นตัวขึ้นมาทันที รีบชักมือกลับมา

จากนั้นเขาก็ยืนมองศพนั้นอยู่อย่างเงียบๆ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

อักขระโบราณไม่มีทางสั่นไหวโดยไร้เหตุผล ต้องมีอันตรายแน่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจระวังตัวไว้ก่อน

สิบกว่านาทีผ่านไป ลวี่ต้าซานยังคงค้นศพอยู่ ไม่ได้สนใจเจียงเฉินเลย และไม่ได้สังเกตด้วยว่าเจียงเฉินกำลังยืนประจันหน้ากับศพท่อนหนึ่งอยู่

เป็นไปตามคาด ผ่านไปอีกสิบกว่านาที จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นยะเยือกดังออกมาจากกำไลข้อมือของศพ

"ไอ้ผู้ฝึกตนตะวันออกจอมเจ้าเล่ห์ พวกแกจะต้องตกนรกอเวจี!"

ดวงวิญญาณที่แตกสลายจนดูไม่ได้ลอยออกมาจากศพ หลังจากสาปแช่งจบ ก็สลายหายไปในฟ้าดินทันที

เจียงเฉินมองดูจุดที่ดวงวิญญาณสลายไปอย่างเย็นชา ไม่ได้พูดอะไร

ผู้ฝึกตนตะวันตกพวกนี้เป็นคนเลวหมดเลยหรือ?

ไม่เสมอไป อาจจะเป็นแค่จุดยืนที่ต่างกันเท่านั้น ตอนที่ดวงวิญญาณนี้สลายไป เจียงเฉินเห็นแววอาลัยในดวงตาของเขา

บางทีอาจจะกำลังคิดถึงคนในครอบครัวอยู่กระมัง!

เก็บกำไลขึ้นมา เจียงเฉินจุดไฟเผาศพนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

กำไลนี้เป็นของดี มันคืออุปกรณ์มิติที่เจียงเฉินใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด ไม่คิดว่าจะได้มาครอบครองในวันนี้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - กำไลมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว