- หน้าแรก
- ระบบปั้นราชันย์มนุษย์ กำเนิดใหม่ในโลกเจือเทียน
- บทที่ 29 - ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน?
บทที่ 29 - ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน?
บทที่ 29 - ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน?
บทที่ 29 - ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน?
◉◉◉◉◉
มองดูเขาอวี๋กงที่ดูธรรมดาเหมือนภูเขาทั่วไปตรงหน้า จู่ๆ เจียงเฉินก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคนจำนวนมากถึงหาที่นี่ไม่เจอ
ใครจะไปนึกว่า เขาอวี๋กงอันโด่งดัง จะเตี้ยม่อต้อขนาดนี้ เผลอๆ จะเรียกว่าภูเขายังไม่ได้ด้วยซ้ำ
ลวี่ต้าซานให้พวกเจียงเฉินรอสักครู่ จากนั้นใช้นิ้ววาดไปบนป้ายหินเขาอวี๋กง
ลวดลายลึกลับถูกเขาสลักลงบนป้ายหินด้วยพลังเทพ ราวกับมังกรแหวกว่าย
เห็นฉากนี้ เจียงเฉินหรี่ตา ลวี่ต้าซานคนนี้รู้วิชาค่ายกลจริง ๆ ลวดลายลึกลับนั่นคือลวดลายเต๋า บรรพชนยุคโบราณอาศัยรูปลักษณ์ที่จับต้องได้ของลวดลายเต๋า ชักนำสนามพลังโดยรอบ เพื่อวางค่ายกลใหญ่
วิธีการเช่นนี้แย่งชิงความมหัศจรรย์ของฟ้าดิน หากไม่มีการสืบทอดก็ยากที่จะเรียนรู้ ต่อให้เป็นสำนักเขามังกรพยัคฆ์ ลวดลายเต๋าชนิดนี้ก็ถือว่าล้ำค่ามาก อย่างน้อยเจียงเฉินในตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส
เมื่อลวี่ต้าซานสลักลวดลายเต๋าเสร็จ ภูเขาเตี้ยๆ ตรงหน้าก็แผ่กลิ่นอายลึกลับออกมา
ถ้าบอกว่าเมื่อกี้ยังดูธรรมดา ตอนนี้มันเหมือนเปิดผ้าคลุมหน้าออก กลิ่นอายที่เลือนรางและเก่าแก่ไหลเวียนลงมาจากเขาอวี๋กง
ผนังเขาตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ ปรากฏเป็นประตูบานหนึ่งต่อหน้าเจียงเฉิน
หมู่บ้านอวี๋กง ที่แท้ก็เป็นดินแดนลี้ลับ หรือจะเรียกว่าถ้ำสวรรค์แดนวิเศษก็ได้
ยุคโบราณเกิดการเปลี่ยนแปลง โลกเข้าสู่ยุคสิ้นไร้ธรรมะ พื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มปิดผนึกตัวเอง โลกในปัจจุบันเป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของในอดีตเท่านั้น
ถ้ำสวรรค์แดนวิเศษเหล่านี้ก็คือสถานที่บำเพ็ญเพียรที่ตัวตนบางอย่างในอดีตทิ้งไว้
มิน่าล่ะ หมู่บ้านอวี๋กงถึงสืบทอดมาได้ยาวนานไม่เสื่อมถอย มีดินแดนลี้ลับแบบนี้ ในโลกยุคปัจจุบัน มันคือทรัพย์สมบัติอันมหาศาล
ลวี่ต้าซานเชิญพวกเจียงเฉินทั้งสามคนเข้าไป ราวกับก้าวข้ามม่านน้ำ ฉากตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที
รอบด้านเป็นเทือกเขาที่มีเมฆหมอกปกคลุม หมู่บ้านอวี๋กงตั้งอยู่ในเทือกเขาแห่งนี้ มีเสียงเสือคำรามลิงร้อง นกกระเรียนเซียนปรากฏตัว เหมือนแดนสุขาวดีบนโลกมนุษย์
ในหมู่บ้าน เส้นทางตัดผ่านกันไปมา เสียงไก่ขันสุนัขเห่า ลำธารไหลริน ภาพวิถีชีวิตอันเงียบสงบ
ลวี่ต้าซานพาพวกเจียงเฉินเข้ามา คนเหล่านี้ไม่ได้แปลกใจ กลับทักทายพวกเขาอย่างร่าเริง
ดูปุ๊บก็รู้ว่าที่นี่มีคนนอกเข้ามาบ่อยจนชินแล้ว
"น้าต้าซาน พาคนกลับมาอีกแล้วเหรอ พี่สาวนกคนคราวก่อน ตกลงเขายอมเป็นเมียน้าหรือยัง?"
พอเข้าหมู่บ้าน เด็กๆ บางคนก็ทำหน้าทะเล้น ยักคิ้วหลิ่วตาให้ลวี่ต้าซาน
"ไปๆๆ เด็กผีจะไปรู้อะไร กลับไปคัดกฎบรรพชนสิบรอบไป๊!"
ลวี่ต้าซานถลึงตา ไล่พวกเด็กผีที่เกะกะลูกตา พูดแทงใจดำชะมัด
"แบ่!"
พวกเด็กผีแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ลวี่ต้าซาน แล้ววงแตกหนีหายไปทันที กลัวจะต้องกลับไปคัดกฎบรรพชน
เห็นภาพนี้ ทั้งสามคนต่างมีรอยยิ้มบนใบหน้า โดนไล่ฆ่ามาครึ่งค่อนวัน พอมาเห็นฉากที่อบอุ่นแบบนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ผ่อนคลายลง
แน่นอน ไม่ได้ผ่อนคลายทั้งหมด เพราะที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านคนธรรมดา เห็นพวกเด็กผีเมื่อกี้ดูเหมือนลิงทะโมนไม่มีกฎเกณฑ์ แต่เจียงเฉินสังเกตแล้ว ในกลุ่มนั้นมีคนเปิดทะเลทุกข์ได้แล้วด้วย
กลุ่มเด็กอายุสิบเอ็ดสิบสองเปิดทะเลทุกข์ได้ ถ้าอยู่ข้างนอก นั่นมันระดับจางชิงหยาง อัจฉริยะชั้นยอดของนิกายเลยนะ
แต่พวกเขาเข้ามาในหมู่บ้านอวี๋กงก็เจอคนแบบนี้เลย ต้องยอมรับว่า ขุมกำลังที่สืบทอดมาจากยุคโบราณ ลึกลับจริง ๆ
แน่นอน เรื่องนี้คงเกี่ยวกับความเข้มข้นของพลังปราณในดินแดนลี้ลับที่ตั้งของหมู่บ้านอวี๋กงด้วย
"เจียงเฉิน ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ไป ฉันจะพาไปกินฟรีที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน!"
ลวี่ต้าซานหันกลับมา กะพริบตาให้เจียงเฉิน ท่าทางแบบนั้นทำให้เขาดูไม่ซื่อบื้อเลยสักนิด
หมอนี่ก็ดูออกว่า ในสามคนนี้เจียงเฉินเป็นหัวหน้า มีอะไรก็ถามความเห็นเจียงเฉินโดยตรง
ลวี่ต้าซานไม่พูดก็แล้วไป พอพูดขึ้นมา เจียงเฉินก็รู้สึกหิวขึ้นมาจริง ๆ
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตล้อสมุทรบอกว่าไม่กินข้าวได้หลายวัน สบายมาก แต่ถ้าจะกิน ปริมาณการกินก็น่าตกใจเหมือนกัน
ดังนั้น เจียงเฉินที่กินขนมปังไปแค่ครึ่งก้อนเลยถูกลวี่ต้าซานปลุกพยาธิในท้องตื่นขึ้นมา
"จะดีเหรอครับ งั้นไปกันเถอะ!"
"ฮ่าๆๆๆ!"
ลวี่ต้าซานนึกไม่ถึงว่าเจียงเฉินจะเป็นคนตลก เขาคิดว่าเจียงเฉินจะปฏิเสธตามมารยาทก่อนซะอีก แต่หมอนี่กลับแค่พูดเกรงใจไปงั้นๆ
แต่นี่ก็ดี ถูกจริตลวี่ต้าซานพอดี
ดังนั้น ทั้งสี่คนจึงเดินไปที่เรือนไม้เล็กๆ ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านอวี๋กง
พอไปถึง เจียงเฉินก็หรี่ตาลงทันที
เพราะหน้าเรือนไม้มีร่างกำยำสองร่างยืนอยู่ กลิ่นอายปีศาจจางๆ แผ่ออกมาจากตัว ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คน
พอพวกเจียงเฉินมาถึง สองคนนี้ก็เริ่มสังเกตพวกเขา ลวี่ต้าซานพวกเขารู้จัก คนพื้นที่หมู่บ้านอวี๋กง แต่พวกเจียงเฉินข้างหลังไม่เคยเห็น
แถมตอนนี้ทั้งสามคนใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากข้างนอก
"เผ่ามนุษย์ ผู้บำเพ็ญเพียรตัวจ้อยขอบเขตทะเลทุกข์สามคนยังอุตส่าห์หาทางมาเจอ ไม่ง่ายเลยนะเนี่ย!"
ปีศาจตนหนึ่งยิ้มทักทายพวกเจียงเฉิน
เจียงเฉินชะงัก ท่าทีของปีศาจตนนี้ ต่างจากที่คิดไว้ลิบลับเลยแฮะ!
ปีศาจมันต้องหน้าตาถมึงทึง ทำท่าไม่เป็นมิตรกับมนุษย์เหมือนราชาหมาป่าไม่ใช่เหรอ แต่ปีศาจสองตนนี้กลับแสดงความเป็นมิตรกับพวกเจียงเฉินอย่างมาก
"ฮี่ๆ พี่ชายทั้งสอง คุณหนูของพวกพี่มาหาผู้ใหญ่บ้านอีกแล้วเหรอ?"
ลวี่ต้าซานเดินเข้าไปใกล้ ทักทายพูดคุยกับปีศาจสองตนอย่างสนิทสนม
ทันใดนั้น ในเรือนไม้ก็มีเสียงเปี่ยมพลังดังออกมา
"เจ้าหนูซานมาแล้วเหรอ เข้ามาสิ!"
"คร้าบ ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน มาแล้วครับ!"
ลวี่ต้าซานยักคิ้วให้พวกเจียงเฉิน จากนั้นก็มุดเข้าไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดีใจเหมือนจะได้กินฟรีอีกมื้อ
เจียงเฉินเดินตามเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน แถมยังพยักหน้ายิ้มให้ชายร่างยักษ์เผ่าปีศาจสองคนหน้าประตูด้วย
เขาแสดงความเป็นมิตรมา เราก็ต้องตอบกลับด้วยความเป็นมิตร เรื่องของเผ่าปีศาจ เจียงเฉินก็อยากรู้เหมือนกัน
เข้าไปในเรือนไม้ บรรยากาศข้างในดูหรูหรา มีต้นไม้เขียวขจี เฟอร์นิเจอร์ล้วนทำจากไม้
ลดทอนความวุ่นวายทางโลก เพิ่มกลิ่นอายความหลุดพ้น
การจัดวางในห้องเหมือนคนโบราณ ที่นั่งประธานอยู่ทิศเหนือ หันหน้าไปทางทิศใต้ ด้านล่างเป็นโต๊ะเตี้ยสองแถว สำหรับแขกนั่ง
ตอนนี้ ลวี่ต้าซานนั่งลงแล้ว มีเด็กรับใช้นำจานชามและอาหารมาเสิร์ฟ ดูแลอย่างดีสุดๆ
ที่นั่งประธานมีชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกเหมือนเซียนผู้หลุดพ้น สวมชุดคลุมยาวสีเทา ผมยาวสลวย ให้ความรู้สึกหลุดพ้นจากโลกีย์วิสัย
นี่คือท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านที่ลวี่ต้าซานพูดถึง?
เจียงเฉินหันไปมองลวี่ต้าซานที่กำลังยัดทะนานอย่างมูมมาม
มองหน้าเถื่อนๆ ของเขา แล้วหันไปมองชายมาดเซียนบนที่นั่งประธาน ในใจอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
ตาเถร นายเรียกนี่ว่าปู่เรอะ?
[จบแล้ว]