- หน้าแรก
- ระบบล่าท้าตายในวันสิ้นโลก
- บทที่ 47 - การชิ่งสะท้อนแห่งโชค
บทที่ 47 - การชิ่งสะท้อนแห่งโชค
บทที่ 47 - การชิ่งสะท้อนแห่งโชค
บทที่ 47 - การชิ่งสะท้อนแห่งโชค
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ปัง ปัง ปัง
เมื่อได้รับคำสั่งจากโจวจงหมิง ปืนกลหนักบนหลังคารถหุ้มเกราะทั้งสองคันก็เริ่มสาดกระสุนระบายความโกรธเกรี้ยว
ด้วยอานุภาพของกระสุนปืนกลหนัก ไม่จำเป็นต้องเล็งให้เข้าเป้าจังๆ แค่เฉี่ยวชนก็เพียงพอจะทำให้อวัยวะฉีกขาดกระเด็นหลุดจากร่างได้ทันที
กระสุนแต่ละนัดกวาดผ่านกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก จนเศษหินปลิวว่อนไปทั่ว
โอซาสหดหัวหลบอยู่หลังรถหุ้มเกราะ มองดูศพทหารที่นอนเกลื่อนอยู่บนลานโล่ง แล้วพูดด้วยความหวาดเสียวว่า "โชคดีที่พวกเราไหวตัวทัน ขืนโดนยิงตายแบบนี้คงน่าเจ็บใจแย่"
"เมื่อไหร่พวกเราจะบุกเข้าไป" หลิวเยว่กลับยิ่งดูตื่นเต้นกระเหี้ยนกระหือรือ
เซียวเสวียอิ๋นสังเกตสถานการณ์ของตึกบัญชาการแล้วตอบว่า "รออีกหน่อยเถอะครับ บุกเข้าไปตอนนี้อันตรายเกินไป"
ได้ยินแบบนั้น หลิวเยว่ก็เริ่มไม่พอใจ "รออีกแล้วเหรอ นายคงไม่ได้หวังพึ่งให้พวกทหารจัดการทีมสำรวจหรอกนะ ฉันจะบอกให้นะว่าต้องบุกตอนนี้นี่แหละ ขืนรอจนทหารพวกนี้ตายหมด พวกเราจะยิ่งอันตรายกว่าเดิม"
"คุณหลิวพูดถูกครับ"
เหยียนจื้อเฉวียนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ "แล้วพี่ชายลวี่คิดว่าไงบ้าง"
เขากวาดตามองไปรอบๆ แล้วก็ต้องตกใจ
"อ้าว พี่ชายลวี่หายไปไหนแล้ว"
...
ลวี่ไป๋กดปุ่มปิดประตูลิฟต์
เนื่องจากการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดที่ทางออกฉุกเฉิน จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขาที่เดินผ่านโถงชั้นหนึ่งมาอย่างเงียบเชียบ
วิ้ง
เขามองซ้ายมองขวา ก่อนจะสะบัดกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยม เจาะเพดานลิฟต์จนเป็นช่องขนาดพอให้คนลอดผ่านได้
จากนั้นเขาก็เก็บกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมเข้าฝัก ถีบตัวกระโดดพุ่งชนเพดานลิฟต์ที่ถูกตัดเจาะไว้จนหลุดออก
โครม
เสียงลวี่ไป๋ร่วงลงมายืนบนหลังคาลิฟต์ดังก้องไปทั่วปล่องลิฟต์ที่มืดมิด
เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนของปล่องลิฟต์
อาศัยแสงสลัวที่ลอดเข้ามาจากช่องระบายอากาศ พอจะทำให้เห็นเงาร่างสองสายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดลางๆ
ลวี่ไป๋ยังคงเงยหน้ามองพร้อมรอยยิ้ม "การไม่โดยสารลิฟต์นี่เป็นความคิดที่ฉลาดจริงๆ ด้วย"
"การที่คุณเผชิญหน้ากับพวกเราสองพี่น้องตามลำพัง เกรงว่าจะไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนักหรอก"
เสียงแหบพร่าของจูต้าดังลงมา ฟังแล้วชวนให้อึดอัด
ลวี่ไป๋ชักกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมออกมา เดาะในมือเล่นเบาๆ "ใครจะไปรู้ล่ะ"
"เดี๋ยวแกก็รู้แล้ว"
จูเอ้อร์หัวเราะเสียงเย็น "พี่ใหญ่ ลุย"
สองพี่น้องที่อยู่ด้านบนของปล่องลิฟต์เริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน ราวกับกำลังทิ้งตัวลงมาตามแรงโน้มถ่วง
แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ผนังทั้งสองฝั่งมีประกายไฟแลบออกมาเป็นระยะ นั่นเกิดจากตะขอเกี่ยวที่เสียดสีกับผนังด้วยความเร็วสูง
ลวี่ไป๋เงยหน้ามอง ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
"รู้สึกทะแม่งๆ แฮะ"
จูต้าไม่คิดว่าผู้เข้าร่วมแดนสังหารที่รอดมาจนถึงตอนนี้จะยอมให้จับตายง่ายๆ
ดังนั้นเขาจึงไม่รอให้ระยะประชิดตัวแล้วค่อยลงมือ แต่เลือกที่จะเหวี่ยงตะขอเกี่ยวออกไปตอนที่ลงมาถึงระดับความสูงประมาณตึกชั้นสาม
ลวี่ไป๋เอียงคอเล็กน้อย ตะขอที่วาววับเฉียดผ่านหน้าเขาไปนิดเดียว ก่อนจะเจาะทะลุหลังคาลิฟต์อย่างง่ายดาย
จูเอ้อร์ไม่ได้ระมัดระวังตัวเหมือนพี่ชาย เขาโดดลงมาเหยียบหลังคาลิฟต์ตรงๆ ด้วยขนาดพื้นที่ของลิฟต์ ระยะห่างแค่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับยืนประจันหน้ากัน
เขาไม่ลังเลเลยสักนิด กดมือทั้งสองข้างลงต่ำ ตะขอเกี่ยวหลายเส้นพุ่งออกมาจากด้านหลังของเขาทันที
เพื่อความไม่ประมาท ผิวหนังของลวี่ไป๋เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา สกิล ระเบิดโลหิต ถูกเปิดใช้งาน
สมรรถภาพร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เขาสามารถอ่านวิถีการโจมตีของตะขอเกี่ยวเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
แม้ในพื้นที่แคบขนาดนี้ เขาก็ยังสามารถโยกตัวหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดได้
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ ทั้งที่เขาหลบตะขอเกี่ยวพ้นทุกเส้นแล้ว แต่บนร่างกายกลับมีรอยแผลเลือดซิบเพิ่มขึ้นมาสองรอย
ไม่ใช่แค่ลวี่ไป๋ที่แปลกใจ จูเอ้อร์ที่อยู่ตรงหน้าเขาก็มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเช่นกัน
[การชิ่งสะท้อนแห่งโชค (ทอง) การโจมตีของคุณมีโอกาสที่จะเด้งสะท้อน สร้างความเสียหายสิบเปอร์เซ็นต์ของความเสียหายเดิม]
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ความสามารถระดับทองนี้ก็จัดว่าไม่ธรรมดา
อย่าได้ดูถูกความเสียหายแค่สิบเปอร์เซ็นต์เชียว
ลองนึกภาพตะขอเกี่ยวที่เจาะทะลุหลังคาลิฟต์เมื่อครู่ดูสิ ต่อให้เหลือพลังทำลายแค่หนึ่งในสิบ ก็เพียงพอที่จะคุกคามชีวิตคนได้แล้ว
แต่การโจมตีระดับนั้น กลับทิ้งรอยแผลไว้บนตัวลวี่ไป๋ได้แค่เลือดซิบๆ จะเรียกว่าบาดเจ็บเล็กน้อยยังกระดากปากเลย
ความแข็งแกร่งของร่างกายหมอนี่ มันจะเหนือกว่าซอมบี้ไปแล้วหรือไง
"เป็นไปได้ยั..."
จูเอ้อร์ตกใจจนเผลออุทานออกมา แต่ยังพูดไม่ทันจบ ประกายกระบี่ก็วาบผ่าน
หลังจากฟันออกไปหนึ่งดาบ ลวี่ไป๋ก็ไม่ชายตามองจูเอ้อร์อีกเลย เขาถีบตัวพุ่งทะยานขึ้นไปด้านบนทันที
ร่างของเขาดีดตัวไปมาระหว่างผนังปล่องลิฟต์ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไล่ล่าจูต้าที่อยู่ด้านบน
ขอพูดเสริมสักนิด วินาทีที่จูต้าเห็นน้องชายถูกฟัน เขาก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ตอนนี้เขาใช้ตะขอเกี่ยวไต่หนีขึ้นไปถึงระดับชั้นห้าแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ระยะห่างแค่นี้ มันไม่เพียงพอ
หากมองในมุมของคนนอก กระบวนการไล่ล่าของลวี่ไป๋ ดูเหมือนภาพวิดีโอที่เฟรมเรตตกอย่างรุนแรง
เขาราวกับนักรบค่าปิงสูงในเกมออนไลน์ จะเรียกว่าเคลื่อนที่ก็คงไม่ถูก มันดูเหมือนการกะพริบข้ามช็อตมากกว่า
ตะขอเกี่ยวที่เอวของจูต้าเกาะติดกับเพดานปล่องลิฟต์ ดึงร่างเขาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พอหายใจหายคอได้บ้าง เขาก็มีเวลาหันกลับไปมองสถานการณ์ด้านล่าง
ทว่าพอหันกลับไป ภาพที่เห็นกลับเป็นเหมือนผีในหนังที่กะพริบแวบไปแวบมา ทำเอาเขาหนังหัวลุกซู่ ยิ่งเห็นรอยยิ้มประหลาดบนหน้าหมอนั่น เหงื่อกาฬก็แตกพลั่กไปทั้งตัว
"เชี่ยเอ๊ย"
ในที่สุด มือข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่หลังคอของเขา
"ลาก่อนครับ"
น้ำเสียงที่นุ่มนวลจนผิดปกติ ดังขึ้นที่ข้างหูของจูต้า
ไม่รู้ทำไม จูต้ากลับรู้สึกโล่งอกเหมือนได้รับการปลดปล่อย
[ติ๊ง]
[คะแนน +2 คะแนนปัจจุบัน 24 อันดับปัจจุบัน 1/42]
...
ตึกบัญชาการ ชั้นดาดฟ้า
ตึง
ฝาปิดช่องระบายอากาศถูกถีบกระเด็น
ลวี่ไป๋ปีนออกมาอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆ ปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อผ้าอย่างใจเย็น
เสียงปืนจากชั้นล่างยังคงไม่สงบลง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ลวี่ไป๋รู้สึกว่ามันดุเดือดกว่าตอนแรกเสียอีก
เขาเดินสำรวจระเบียงทางเดินชั้นดาดฟ้ารอบหนึ่ง แต่ไม่เจอแม้แต่เงาคน
"ทีมสำรวจวางใจสองพี่น้องนั่นขนาดนี้เลยเหรอ" เมื่อไม่เจอใคร ลวี่ไป๋ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย ทำได้แค่เดินลงไปชั้นล่างต่อ
แม้เขาจะมั่นใจว่าในการดวลตัวต่อตัว เขาสามารถจัดการผู้เข้าร่วมแดนสังหารคนไหนก็ได้ แต่ถ้าให้ไปเจอกับผู้เข้าร่วมแดนสังหารหลายสิบคนพร้อมกัน เขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะรอดกลับมาได้ครบสามสิบสอง
เพราะเมื่อความสามารถหลากหลายมารวมกัน ตัวแปรมันจะเยอะเกินไป ทางที่ดีควรจัดการทีละคนเหมือนในปล่องลิฟต์จะดีกว่า
ทันใดนั้น ลวี่ไป๋ก็หยุดฝีเท้าตรงหัวมุมบันได ก้มมองพื้นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
หน้าต่างระบบแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งของ จุดเปลี่ยน ทับซ้อนกับตำแหน่งของเขาพอดี
ชั้นถัดไป หรือชั้นถัดไปอีกนะ
สรุปคืออยู่ไม่ไกลหรอก เพราะตึกบัญชาการนี้มีแค่แปดชั้นเท่านั้น
คิดอยู่ครู่หนึ่ง ลวี่ไป๋ก็ก้าวเท้าเดินลงบันไดต่อไป
เขาคาดว่าตอนนี้ จุดเปลี่ยน น่าจะอยู่ที่หัวหน้าทีมสำรวจ
ในเมื่อข้างล่างยิงกันสนั่นหวั่นไหวขนาดนี้ ข้างกายพี่ฮุยคนนั้นคงเหลือผู้เข้าร่วมแดนสังหารคุ้มกันอยู่ไม่กี่คนหรอกมั้ง
[จบแล้ว]