เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

359 - คืนฝนตก

359 - คืนฝนตก

359 - คืนฝนตก


359 - คืนฝนตก

งูพิษ?

ความคิดแล่นผ่านจิตใจของเอี้ยนลี่เฉียงจากนั้นเขาก็ค้นพบว่าเขาไม่เคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อนเลยในทั้งสองช่วงชีวิต

“ข้าเป็นคนตั้งชื่อมันเอง งูพลังจิตตัวนี้เคยอาศัยอยู่ในทวีปสีเงินเมื่อหลายพันปีก่อน แต่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนที่ค้นพบมันจึงทำให้ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนของมันเลยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน…”

“ไม่มีใครเคยเห็นมัน?”

“ควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะงูตัวนี้มีลักษณะพิเศษ — มันต้องอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตอื่นถึงจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้!”

“อยู่ร่วมกัน? ท่านหมายถึงมันเป็นปรสิต?”

“เจ้าจะว่าอย่างนั้นก็ได้!”

"โอ้..!" เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกประหลาดใจ “แล้วมันอยู่ส่วนไหนของร่างหลัก?”

"สมอง!"

“งูชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในส่วนที่บอบบางเช่นสมองได้? มันจะไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าของร่างเหรอ?”

“เมื่อเจ้าเห็นขนาดของมันแล้วเจ้าจะรู้ สัตว์ชนิดนี้มีขนาดเล็กมากมันจะไม่เข้าไปขัดขวางกระบวนการคิดในสมองของเจ้า ในความเป็นจริงมันไม่ส่งผลกระทบอะไรเลยต่อเจ้าของร่าง!”

“มันกินอะไร? คงไม่ใช่สมองหรอกนะ!” เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกหนาวกระดูกสันหลังเมื่อได้ยินว่ามันอยู่ในสมอง

“แน่นอนว่าไม่ มันกินความคิดของเจ้า!”

“ความคิด?”

“ถ้าจะอธิบายเป็นคำพูดที่เจ้าเข้าใจ นั่นคือพลังงานจากจิตสำนึกและอารมณ์ของเจ้า ความรู้สึกที่เจ้าปล่อยออกมาไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือเศร้า

ถึงกระนั้นก็ตาม เจ้าจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของมัน งูพลังจิตจะดึงพลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมาจากอารมณ์และความคิดของเจ้า เมื่อเจ้าตายมันจะค่อยๆสลายไปตามสายลมโดยที่ไม่มีใครรับรู้…”

“มีสิ่งมีชีวิตที่กินอะไรแบบนี้จริงๆ?”

“โลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ เจ้าคิดว่าตัวเจ้ามีความรู้มากมายแค่ไหนกัน!”

“งูตัวนี้อาศัยอยู่ในสมองของข้า แล้วข้าจะอ่านความคิดของคนอื่นได้อย่างไร?” เอี้ยนลี่เฉียงมีสีหน้างงงวย

“พูดง่ายๆคือเจ้าต้องรับคลื่นสมองของคนอื่นโดยปล่อยให้งงพลังจิตเป็นตัวจับคลื่นสมองนั้นให้เจ้า!”

“นี่คือสิ่งที่เรียกว่ากระแสจิตใช่ไหม” เอี้ยนลี่เฉียงเกือบอุทานออกมา

"ถูกต้อง แต่ข้อจำกัดของมันก็มีอยู่บ้าง เจ้าไม่สามารถใช้มันอ่านความคิดของยอดฝีมือที่มีระดับเหนือกว่าเจ้ามากเกินไป!"

"แล้วถ้าข้าไม่ต้องการมันแล้วข้าสามารถเอามันออกจากสมองได้หรือไม่”

"ใช่แน่นอน. แค่ออกคำสั่งด้วยความคิดแล้วมันก็จะจากไป ในเวลาเดียวกันเจ้าก็จะสูญเสียความสามารถที่มันมอบให้

จำไว้ว่าหากเจ้าเอามันออกจากสมองตัวเองเจ้าต้องหาเจ้าของคนอื่นให้มันอย่างรวดเร็วไม่เช่นนั้นมันจะตายอย่างน่าเสียดาย…”

ในที่สุดเอี้ยนลี่เฉียงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกกับคำพูดของฟู่กวง ความกังวลและความสงสัยในหัวใจของเขาหายไปทันที

หากงูพลังจิตตัวนี้น่าประทับใจมากจนการอยู่ร่วมกับมันจะทำให้ได้รับพลังแห่งกระแสจิต มันก็เหมือนกับการได้เห็นไพ่ของผู้เล่นคนอื่นในเกมโป๊กเกอร์

นี่มันเป็นความสามารถระดับสุดยอดเลยไม่ใช่หรือ?

“ตกลง ข้าจะเลือกเจ้างูพลังจิตนี่แหละ!”

“เข้าใจแล้ว แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง…” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟู่กวง

"มีปัญหาอะไร?"

“พลังสติปัญญาที่เจ้าใส่ไว้ในศิลาสวรรค์ยังไม่เพียงพอ!”

"ไม่มีทาง! ไม่ใช่ว่าท่านพูดเองหรือว่าพลังพวกนี้เพียงพอที่จะสร้างมนุษย์ได้ถึง 15 คน?”

“งูพลังจิตเป็นสิ่งมีชีวิตทางจิตวิญญาณที่พิเศษอย่างยิ่ง ดังนั้น ต้องใช้พลังงานตันเถียนจำนวนมหาศาลเพื่อเปิดใช้งานตราประทับแห่งชีวิต

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะต้องสะสมพลังมากนักขอเพียงแค่เจ้าฆ่าคนอีกไม่กี่คนก็น่าจะได้แล้ว หากเจ้าต้องการสิ่งมีชีวิตระดับพิเศษที่สามารถอ่านใจคนได้เจ้าก็ต้องลงทุนหน่อย…”

“แล้วข้าต้องฆ่าคนมากเท่าไหร่…” สีหน้าของเอี้ยนลี่เฉียงดำมืด

“หากเป็นคนธรรมดาก็ไม่มากเท่าไหร่ 70-80 คนก็น่าจะพอ แต่หากเป็นยอดฝีมือระดับเดียวกันกับเจ้าสิบคนก็น่าจะพอแล้ว หากมีระดับสูงกว่าเจ้าก็จะน้อยลงมาอีก เจ้าไปทบทวนให้ดีเถอะ!”

พูดจบใบหน้าของฟู่ก็ค่อยๆจางหายไปจากศิลาสวรรค์ ในเวลาเดียวกันเอี้ยนลี่เฉียงก็ดึงมือกลับจากศิลาสวรรค์แล้วเดินอ้อยอิ่งอยู่ในเทวสถานสวรรค์อยู่ช่วงหนึ่ง

หลังจากใช้ความคิดอย่างหนักในที่สุดเอี้ยนลี่เฉียงก็กำหนดเป้าหมายได้แล้วว่าเขาจะต้องฆ่าใครในคืนนี้

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ออกจากเทวสถานสวรรค์แล้วกลับไปที่คฤหาสน์กวางก่อนเพื่อทำการเตรียมตัวให้พร้อม เนื่องจากเขาได้นัดหมายกับลู่เปียนไว้ในช่วงดึกดังนั้นจึงพอมีเวลาอยู่บ้าง

เมื่อเห็นว่าไกล้ถึงเวลาแล้วเอี้ยนลี่เฉียงก็กลับไปที่ห้องนอนของเขาเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าหนังที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้า

เขาหยิบหน้ากากของงูจงอางซึ่งเขาซ่อนไว้ในห้องเก็บสัมภาระ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยิบเข็มบินขึ้นมาอีกหลายชิ้นพร้อมกับขวดยาพิษอีกขวดนึง

เอี้ยนลี่เฉียงเก็บของทั้งหมดเข้าไปในเข็มขัดที่อยู่หลังปกเสื้อ แล้วสวมเสื้อกันฝน หยิบร่มแล้วก้าวออกไป..

“ผู้บัญชาการเอี้ยน วันนี้ฝนตกหนักเหลือเกินท่านจะไปไหนหรือให้พวกเราไปส่งที่เมืองหลวงหรือไม่?” ทหารองครักษ์ที่ทางเข้าทักทายเอี้ยนลี่เฉียงอย่างนอบน้อม

“ฮ่าฮ่าฮ่า ทุกคนไม่ต้องลำบาก! การเดินผ่านสายฝนในช่วงเวลานี้ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ไม่แน่ว่าข้าอาจจะพบกับหญิงสาวระหว่างทางและหลบฝนร่วมกับนางก็ได้!”

เอี้ยนลี่เฉียงหัวเราะอย่างสนุกสนานไปกับทุกคนแล้วเดินผ่าสายฝนตรงไปยังเมืองหลวงด้วยสายตาเย็นชา…

เอี้ยนลี่เฉียงกำลังไปที่เมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงใหญ่และฆ่าใครซักคน…

…………..

ถนนที่ทอดยาวสู่เมืองหลวงไม่ได้ปูด้วยแผ่นหิน แต่ปูด้วยอิฐขนาดใหญ่และทนทานสามารถรองรับรถม้าที่วิ่งเข้าสู่เมืองได้

เอี้ยนลี่เฉียงเดินไปตามถนนโดยสวมเสื้อกันฝนและถือร่มอยู่ในมือ ระยะทางจากคฤหาสน์กวางมาถึงเมืองหลวงไม่ได้ถือว่าไกลมากเท่าไหร่เพียงประมาณสิบลี้เท่านั้น

ในช่วงที่ฝนตกเช่นนี้มันทำให้เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้ประหม่าเลยแม้แต่น้อยเกี่ยวกับงานที่เขากำลังจะทำ แม้ว่ามันจะทำให้เขาเดือดร้อนมากถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยแต่เขาก็ต้องทำมันอยู่ดี

ทันใดนั้นรถม้าคันหนึ่งที่วิ่งผ่านสายฝนก็จอดอยู่บริเวณใกล้ๆกับเอี้ยนลี่เฉียง คนขับรถม้าที่สวมหมวกไม้ไผ่ทรงกรวยตะโกนใส่เอี้ยนลี่เฉียงว่า

“น้องชายตอนนี้ฝนตกหนักมากให้ข้าไปส่งเจ้าดีกว่า…!”

“ไม่เป็นไรครับท่านลุงข้าก็แค่อยากเดินเล่นเท่านั้น และประตูตะวันตกก็ไม่อยู่ไกลจากที่นี่ด้วย!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเจ้า แต่เจ้าต้องระวังด้วยในช่วงที่ฝนตกเช่นนี้อย่าไปยืนใกล้ต้นไม้ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีใครบางคนถูกฟ้าผ่าที่ต้นไม้ต้นนี้!”

คนขับรถม้าหัวเราะเบาๆและตักเตือนเอี้ยนลี่เฉียงด้วยความจริงใจจากนั้นเขาก็ขี่รถมาออกไป

แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะไม่รู้จักกันแต่เอี้ยนลี่เฉียงก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจที่คนแปลกหน้าแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเขา

ในขณะเดียวกันเอี้ยนลี่เฉียงก็ตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องช่วยคนในเมืองหลวงแห่งนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

จบบทที่ 359 - คืนฝนตก

คัดลอกลิงก์แล้ว